6 สูตรที่ใส่ผงกะหรี่ หอมฟุ้ง กรุ่นกลิ่นชวนกิน

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563  118 Views (0 รีวิว)

“ผงกะหรี่” กำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องเทศต่างๆ ตามในแบบฉบับของแต่ละประเทศ ทำให้มีเมนูที่ถูกรังสรรค์จากผงกะหรี่ไม่น้อยเลยทีเดียว ใครชอบลองทำตาม 6 สูตรนี้ของ G&C ดูนะ

★ 1. แกงบุ่มไบ่เนื้อ 

แกงบุ่มไบ่เนื้อ

อาหารไทยโบราณ เป็นการผสมผสานระหว่างแกงมัสมั่นผสมกับแกงกะหรี่ เสริมรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะขาม หารับประทานยากนักก็ทำกินเองซะเลย

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

  • เนื้อวัวหั่นชิ้นพอดีคำ 500 กรัม                        
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • หางกะทิ 2 1/2 ถ้วย
  • แตงกวาหั่นตามยาว 1 ผล
  • หอมหัวใหญ่หัวเล็ก 5 หัว
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำพริกแกงตามสูตร
  • ผักชีและพริกหวานสีแดงสำหรับตกแต่งตามชอบ
  • น้ำมันพืชสำหรับผัดเล็กน้อย

ส่วนผสมน้ำพริกแกง

  • พริกแห้งเม็ดใหญ่ 5 เม็ด หอมแดงซอย 1/4 ถ้วย กระเทียมซอย 1 ช้อนโต๊ะ ข่าซอยละเอียด 1 ช้อนชา ขมิ้นหั่นละเอียด 1 ช้อนชา ตะไคร้ซอยละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ 1 ช้อนชา พริกไทย 5 เม็ด ลูกผักชีคั่ว 1 ช้อนชา ยี่หร่าคั่วป่น 1/2 ช้อนชา ดอกจันทน์คั่วป่น 1/2 ช้อนชา ลูกกระวานคั่วป่น 1/4 ช้อนชา กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ตำเครื่องแกงทั้งหมดให้ละเอียด พักไว้
  2. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้พอร้อน ใส่น้ำพริกแกงลงผัดจนมีกลิ่นหอม แบ่งกะทิเป็น 3 ส่วน เติมกะทิส่วนแรกและผัดให้เข้ากันจนมีน้ำมันลอยหน้า
  3. ใส่กะทิส่วนที่สองและใส่เนื้อวัวลงผัด จนเนื้อวัวสุก 50 % ใส่หอมหัวใหญ่และกะทิที่เหลือ ใส่แตงกวา ต้มให้เดือดและเนื้อนุ่ม
  4. ปรุงรสด้วยน้ำตาลมะพร้าว น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก ชิมรส ใส่พริกหวานและปิดไฟ ตักใส่ชาม โรยผักชีให้สวยงาม

★ 2. ข้าวแกงกะหรี่กับหอยนางรมทอด 

ข้าวแกงกะหรี่กับหอยนางรมทอด

แกงกะหรี่ที่หลายคนชอบ เป็นเมนูประจำบ้านของคนญี่ปุ่น แต่จานนี้พิเศษหน่อย เนื่องจากใส่ซีฟู้ดสุดป๊อปอย่างหอยนางรมลงไปด้วย

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

  • ซอสแกงกะหรี่ 3 ถ้วย
  • ข้าวกล้อง 2 ถ้วย
  • กระเทียมสับ 1 กลีบ
  • ขิงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมหัวใหญ่หั่นเสี้ยว 1/2 หัว
  • เห็ดออรินจิหั่นบาง 1-2 ดอก
  • พริกแห้ง 2 เม็ด
  • ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซอสทงคัตสึ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมหอยนางรมทอด

  • หอยนางรม 6 ตัว
  • เกล็ดขนมปังป่น 2 ถ้วย
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืชสำหรับผัดและทอด
  • เกลือและพริกไทยดำเล็กน้อย
  • ขึ้นฉ่ายสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  1. ผัดกระเทียม ขิง และพริกแห้งกับน้ำมันพืชจนหอม ใส่หอมหัวใหญ่และเห็ด ผัดให้พอสุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยดำ
  2. ใส่ซอสแกงกะหรี่ ต้มไฟอ่อน ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว ซอสทงคัตสึ และน้ำเชื่อม ชิมรส พักไว้
  3. ทำแป้งสำหรับชุบหอยนางรมทอดโดยผสมน้ำและแป้งสาลีให้เข้ากัน นำหอยลงชุบแป้งแล้วคลุกกับเกล็ดขนมปังป่นให้ทั่ว ทอดในน้ำมันร้อนจนสุกเป็นสีเหลืองทอง
  4. ตักข้าวใส่จาน ราดแกงกะหรี่ วางหอยนางรมทอดและตกแต่งด้วยต้นขึ้นฉ่าย

วิธีทำซอสแกงกะหรี่

  1. ผัดเนย 1 1/2 ช้อนโต๊ะกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 1/2 ช้อนโต๊ะจนเหลือง ใส่ผงกะหรี่ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ผัดไฟอ่อนจนหอม ผัดกระเทียมสับและขิงสับในกระทะอีกใบจนหอมแล้วเทใส่ผงกะหรี่ที่ผัดไว้ ใส่น้ำสต๊อกไก่ 2 1/2 ถ้วย (ใส่ทีละนิด) ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ต้มไฟอ่อนนาน 10 นาที

★ 3. Garlic Chili Crab 

Garlic Chili Crab

สำหรับใครที่เคยไปลิ้มลองซีฟู้ดที่ร้าน Ministry of Crab ต้องจำจานนี้ได้ขึ้นใจแน่นอน เพราะความเผ็ดร้อน และอร่อยที่น่าประทับใจ

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

  • ปูทะเล (Mad Crab) น้ำหนัก 1 กิโลกรัม 1 ตัว
  • น้ำมันมะกอก 200  มิลลิลิตร
  • กระเทียมสับ  2  ช้อนโต๊ะ
  • หอมหัวใหญ่สับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้งบดเป็นเกล็ด (Chili Flake) 1  ช้อนชา
  • น้ำสต๊อกไก่ 200 มิลลิลิตร
  • ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. สับปูเป็น 4 ส่วน แยกก้ามปูและกรรเชียงปูออกจากกัน พักไว้
  2. ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะ พอร้อนใส่กระเทียมและหอมหัวใหญ่ลงผัดจนหอม ใส่พริกแห้งและปูลงผัดให้พอสุก ใส่น้ำสต๊อกไก่ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วญี่ปุ่น ผัดจนสุก ตักขึ้นทันที

★ 4. แกงปานีร์ 

แกงปานีร์

ชีสปานีร์ผสมผสานไปกับเครื่องแกงกะหรี่ของไทยผสมผงมาซาล่า ปรุงแบบกรรมวิธีแบบแขกก็รสชาติดีไม่แพ้เมนูไหนเหมือนกัน

ส่วนผสม

  • Paneer (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋ากลาง) 1 แผ่น
  • มันฝรั่ง (หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋ากลาง) 1 หัว
  • หอมหัวใหญ่ขนาดเล็กซอย 1 หัว
  • ขิงสับละเอียด 1 ช้อนชา
  • กระเทียมสับละเอียด 5 กลีบ
  • มะเขือเทศขนาดค่อนข้างใหญ่ซอยและสับ 1 ผล
  • เครื่องแกงกะหรี่ 1/2 ขีด
  • ผงมาซาล่า 1 ช้อนชา
  • น้ำสต๊อก 3/4 ถ้วย
  • หัวกะทิประมาณ 1 1/2 ถ้วย
  • เหล้ามิรินแท้ (ฮงมิริน) 3 ช้อนโต๊ะ
  • เนย 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะพร้าวทึนทึกขูดเป็นเส้น 1/4 ถ้วย (ไม่ต้องใส่ก็ได้)
  • โยเกิร์ต (ใส่เท่าที่ชอบ)
  • น้ำมะขามเปียกนิดหน่อย
  • น้ำตาลปี๊บนิดหน่อย
  • เกลือ
  • น้ำปลา
  • ผักชีเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ใส่เนยลงหม้อที่จะแกง ใส่กระเทียมลงผัดพอสุก ใส่หอมหัวใหญ่และขิงลงไปผัดจนสุก ถ้าติดก้นหม้อให้เติมหัวกะทินิดหน่อย
  2. ใส่เครื่องแกงกะหรี่และผงมาซาล่าลงไปผัด เติมหัวกะทิลงไปช่วยให้ผัดง่ายขึ้น ผัดจนหอม
  3. เติมน้ำสต๊อก (บังเอิญวันนี้มีสต๊อกไก่ก็ใส่ลงไป ถ้าไม่มีก็น่าจะใช้ซุปก้อนรสเห็ดหอม) ต้มจนเดือด ใส่มันฝรั่งต้มจนสุด
  4. ใส่เครื่องที่เหลือทั้งหมด ต้มจนเดือดอีกครั้ง ใส่กะทิทั้งหมด ชิมรสให้เค็ม เปรี้ยวนิดๆ กลมกล่อมด้วยรสหวานปะแล่มๆ ต้ม Paneer แค่พอนุ่ม ถ้าต้มนานจะไม่อร่อย ส่วนมะพร้าวทึนทึกนั้นขอบอกว่าเข้ากันได้ดีอย่างน่าแปลกใจ แกงนี้ต้องกินกับโรตีถึงจะเข้ากัน เราจะซื้อแผ่นโรตีแช่แข็ง เอาปลายมีดจิ้มไปทั่วๆ ใช้กระทะหนาๆ ทาน้ำมันบางๆ ตั้งไฟเกือบอ่อน (มีวงนอกรวยริน) พอน้ำมันร้อนก็วางแผ่นโรตีลงไป หาฝาหม้อปิดให้สนิทเหมือนกับเป็นเตาอบเล็กๆ พอเหลืองทั้ง 2 ด้านก็ใช้ได้

วิธีทำ Paneer

  1. ใช้นม 2 ลิตร ต้มไฟปานกลาง คอยคนไว้ไม่ให้จับตัวเป็นก้อน ต้มจนเป็นฟองเล็กๆเต็มหน้านม (ต้องคอยคุมไฟไม่ให้เดือดพล่าน) ปิดไฟ
  2. เติมมะนาวและคนเรื่อยๆ จนแยกตัว (ครั้งนี้ใช้น้ำมะนาว 3 ผล) ทิ้งให้ตกตะกอน 15 นาที เทใส่ผ้าขาวบาง
  3. ยกขึ้นให้สะเด็ดน้ำ
  4. จัดรูปทรงเป็นก้อนสี่เหลี่ยม เอาเขียงไม้วางทับ แล้วทับด้วยครก พอเย็นสนิทใส่กล่อง ใส่ตู้เย็น

ปานีร์นี้นอกจากทำแกงปานีร์แล้ว ยังทำแกง Paneer Masala ได้ด้วย วิธีทำง่ายๆ ใช้เครื่องแกงมาซาล่าสำเร็จรูป ปรุงกลิ่นเพิ่มด้วยพริกไทย ลูกผักชี ยี่หร่า กานพลู โป๊ยกั๊ก อบเชย คั่วแล้วตำละเอียด ปรุงรสด้วย หอมหัวใหญ่ กระเทียม ขิง มะเขือเทศ วิปปิงครีม กะทิ เกลือ น้ำปลา น้ำตาลปึก เหล้ามิริน และเวย์ (whey) 1 1/2 ถ้วย ลูกชายที่ชอบกินแกงแขกบอกว่าอร่อย

★ 5. แกงกะหรี่สเต๊กเนื้อวากิว 

แกงกะหรี่สเต๊กเนื้อวากิว

คนรักเนื้อต้องลองหม่ำเมนูนี้ สเต๊กเนื้อวากิวอยู่ในน้ำแกงกะหรี่หอมๆ รสเข้มข้น

ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

  • สเต๊กเนื้อวากิวน้ำหนัก 150 กรัม 2 ชิ้น
  • เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่น 100 กรัม
  • แอปเปิลแดงขูด 1 ผล
  • มันฝรั่งหั่นชิ้นใหญ่ 1 หัว
  • แครอตหั่นชิ้นใหญ่ 1 หัว
  • น้ำเปล่า 5 ถ้วย
  • กระเทียมขูด ขิงขูด อย่างละ 1 ช้อนชา
  • เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบเล็กน้อย
  • ข้าวญี่ปุ่นและผักดองสำหรับเสิร์ฟ

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำใส่มันฝรั่งและแครอต ต้มจนสุก ใส่เครื่องแกงกะหรี่และแอปเปิลขูด คนให้เข้ากัน ต้มจนงวดข้นตามชอบ ใส่กระเทียมขูด ขิงขูด พักไว้
  2. ปรุงรสเนื้อด้วยเกลือทะเลและพริกไทยดำเล็กน้อย ย่างบนกระทะให้สุกตามชอบ ตักขึ้นพักไว้สักครู่ หั่นเป็นชิ้น
  3. ตักข้าวใส่จาน ราดแกงกะหรี่ วางสเต๊กเนื้อ เสิร์ฟพร้อมผักดองตามชอบ

★ 6. แกงกะหรี่ญี่ปุ่นอบ (Yaki Curry) ★

แกงกะหรี่ญี่ปุ่นอบ (Yaki Curry)

แจกให้อีกเมนูสำหรับแกงกะหรี่ จานนี้พิเศษหน่อยตรงที่เอาแกงกะหรี่ญี่ปุ่นราดข้าว โรยชีสแล้วเอาไปอบ ออนท็อปด้วยไข่ออนเซ็นด้วยนะ

ส่วนผสม

  • เนื้อไก่หั่นชิ้นเล็ก ๆ  1 กิโลกรัม
  • เบคอนหั่นบางตามขวาง 150 กรัม
  • เครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่นกล่องใหญ่ 1 กล่อง
  • เครื่องแกงกะหรี่ไทยประมาณ     50-100 กรัม
  • (ถ้าเครื่องแกงอร่อยมากใส่ 100 กรัม ถ้าอร่อยปานกลางใส่ 50 กรัม ถ้าไม่อร่อยให้เปลี่ยนร้านเครื่องแกง)
  • กะทิ (250 มิลลิลิตร) 1 กล่อง 
  • มันฝรั่งหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า  2 หัว
  • แครอตหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1 หัว
  • หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า  2 หัว
  • แอปเปิลเขียว 1-2 ผล
  • โยเกิร์ตประมาณ 1/2-1/3 ถ้วย (ใส่ให้ได้รสเปรี้ยวที่ชอบ)
  • เกลือ พริกไทย น้ำปลา น้ำตาล
  • เครื่องปรุงรสอื่นๆ เช่น Hon Dashi ซุปไก่ก้อน และเหล้ามิรินแท้ (ทั้ง 3 อย่างนี้
  • ไม่ใช้ก็ได้แต่จะอร่อยผิดกัน)
  • ไข่ลวกตามจำนวนคน
  • ชีสมอซซาเรลลาขูดฝอย
  • เนยเล็กน้อย (ใช้ทาจานร้อน)
  • พริกป่น (สำคัญมากช่วยให้หอมและอร่อย)

วิธีทำ

  1. เจียวเบคอนแค่พอเหลืองหอม ไม่ต้องกรอบ ตักน้ำมันเบคอนออกบ้าง นำกะทิกล่องเล็กเทลงในหม้อขนาดกลางตั้งไฟพอเดือด ใส่เครื่องแกงกะหรี่ไทยลงไปผัดจนหอม เติมหอมหัวใหญ่ลงผัดจนสุก ใส่ไก่ลงผัด บิเครื่องแกงกะหรี่ญี่ปุ่นใส่ลงผัดแค่ 3 ก้อน (1 กล่องมี 12 ก้อน) เติมเกลือ พริกไทย ถ้ามีเหล้ามิรินและผง Hon Dashi ให้เติมลงไปตอนนี้ ถ้าไม่มีให้เติมซุปไก่ก้อนและเหล้าจีนแทน ผัดไปผัดมาจนหอม ระหว่างผัดถ้าเครื่องจะไหม้ให้เติมน้ำเล็กน้อย
  2. ปอกเปลือกแอปเปิลและปั่นให้ละเอียด ใส่ลงในหม้อ ตามด้วยมันฝรั่งและแครอต ผัดพอร้อน เติมน้ำให้ท่วมเนื้อ แต่อย่าให้มากเกินไป ใส่เครื่องแกงที่เหลือทั้งหมด คนจนละลาย ตอนนี้น้ำแกงจะข้นแบบแกงญี่ปุ่น ชิมรสดูอีกครั้ง ถ้าอ่อนเค็มให้เติมน้ำปลาได้ ไม่เสียรสหรอกค่ะ ถ้าอ่อนหวานก็เติมน้ำตาลและเหล้ามิริน เคี่ยวต่อไปอีกพอให้แครอตและมันนุ่ม 
  3. เติมโยเกิร์ตเพื่อช่วยรสเปรี้ยว พอรสชาติถูกใจก็เป็นอันว่าใช้ได้ ระหว่างที่เคี่ยวไฟอ่อนๆ ต้องระวังอย่าให้ไหม้ติดก้นหม้อ ต้องใช้ทัพพีไม้คนอยู่เสมอๆ คนเบาๆ อย่าให้เครื่องเละไปหมด 
  4. นำจานร้อนตั้งบนเตาไฟ เปิดไฟอ่อนๆ ทาเนยบนจานร้อน (ถ้าไม่มีจานร้อนก็ลองพลิกแพลงหาภาชนะอื่นๆ ที่อบได้มาทดแทน) ตักข้าวญี่ปุ่นกดลงในถ้วยแล้วคว่ำลงบนจาน ตอกไข่ลวกลงบนข้าว ตักแกงราดข้างบนสุดให้แกงไหลย้อยลงมาคลุมข้าวจนมิด โรยชีสแล้วส่งเข้าเตาอบแค่พอชีสละลาย ไข่แดงยังไม่แข็งตัว วันนี้เราใช้ฝาครอบเทอร์โบ ได้ผลดีมากค่ะ (ถ้ามีปืนพ่นไฟใช้พ่นชีสให้ละลายแทนเตาอบได้)
  5. โรยพริกไทยและพริกป่นบางๆ กินร้อนๆ ทำให้อร่อยมากขึ้น

Tag : ผัดผงกะหรี่, รวมเมนูอร่อย

เรื่องโดย

คะแนนและรีวิว


0.0 จาก 5

ให้คะแนนและเขียนรีวิว

ยังไม่มีรีวิว

ความคิดเห็น




Editor’s Pick

Recent

Most Viewed