ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

วันที่ 12 ตุลาคม 2563  96 Views
นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับที่ 243 เดือนตุลาคม 2563

ถั่วลิสง (Arachis hypogaea) ไม่ใช่ “Nut” ในแบบที่เป็นเมล็ดแห้งที่มีเมล็ดเดียว (อาจจะมีบ้างที่มี 2 แต่หายาก) แต่ในทางการทำอาหารหรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า Arachis hypogaea เป็น “Nut” ทั้งๆ ที่ถั่วลิสงถูกจัดให้อยู่ในพวก “Legume” ที่มีทั้งเป็นแบบเมล็ดไม่กลม หรือ “Bean” เช่น ถั่วฝักยาว ในลักษณะกลมหรือ “Pea” เช่น ถั่วลันเตา ฯลฯ ความเป็นถั่วตามหลักพฤกษศาสตร์จึงทำให้ “ตาถั่ว” ได้เสมอๆ  แต่เมื่อคนส่วนใหญ่ในโลกไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์ ถั่วลิสงก็ย่อมเป็นถั่วในชีวิตประจำวัน  ครั้นจะไปบอกคนขายผักที่ตลาดบอกว่า “ลิสง” ไม่ใช่ “ถั่ว” ก็อาจจะถูกมองหน้าหรือถูกตะเพิดออกนอกตลาด ในทำนองเดียวกันกับพริก (Chili) ที่ถูกจัดให้เป็นผลไม้มากกว่าจะเป็นผัก คำว่า “ถั่ว” จึงเป็นอภิมหาศัพท์ที่ครอบคลุมทั้ง Nut, Bean และ Pea

ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

ถั่วลิสงเป็นส่วนหนึ่งของการแลกเปลี่ยนพืชผักผลไม้จากโลกใหม่และโลกเก่าที่มักเรียกกันว่า “Columbian Exchange” แต่ถั่วลิสงก็เดินทางไปทั่ว การผลิตถั่วลิสงส่วนใหญ่ผลิตมาจากแอฟริกาและเอเชีย ถั่วลิสงเดินทางไปด้วยพลังของอาณานิคมสเปนและโปรตุเกส พวกโปรตุเกสนำถั่วลิสงไปเอเชีย เช่น เมืองกัว ประเทศอินเดีย  ขณะที่ถั่วลิสงจากบราซิลชนิด 2 เมล็ดไปสู่แอฟริกาโดยพวกโปรตุเกส ผ่านเข้าไปในอินเดีย ผ่านเส้นทางการค้าริมฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย โปรตุเกสเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการนำถั่วลิสงมาแอฟริกา ถั่วลิสงเป็นอาหารสำคัญสำหรับนักเดินทางไกลทางทะเล

ส่วนสเปนนำถั่วลิสงไปฟิลิปปินส์ สำหรับถั่วลิสงจากการนำเข้าของสเปนเป็นแบบ 3 เมล็ด จากอินเดียและฟิลิปปินส์ถั่วลิสงก็เข้าไปในจีนผ่านมณฑลฝูเจี้ยน เส้นทางการค้าสำคัญของสเปนที่เรียกว่า “เส้นทางการค้ามะนิลา-แกลล่อน” (Manila-Galleon Trade) อันเป็นเส้นทางการค้าที่ยาวที่สุดในโลก โดยเดินทางจากยุโรปเมืองเซบียา (Seville) ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมายังชายฝั่งเมืองเบรากรุซของเม็กซิโก จากนั้นผ่านทางบกไปยังอากาปุลโกลงเรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปยังมะนิลา จากนั้นถั่วลิสงแพร่เข้าไปในเวียดนามและคาบสมุทรมาลายา ในราวต้นศตวรรษที่ 17 เป็นที่รู้จักกันในเอเชียตะวันออก ถั่วลิสงเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินของจีนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 พร้อมๆ กันพืชพรรณ เช่น มันฝรั่ง  ข้าวโพด มะเขือเทศ ฟักทอง ฯลฯ จากโลกใหม่  ถั่วลิสงจากจีนเข้าไปในญี่ปุ่นจนกลายเป็น "ถั่วจีน"

ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

เมื่อเดินทางมาถึงแถบแคริบเบียในปี ค.ศ. 1502 พระคนสำคัญในประวัติศาสตร์ลาตินอเมริกา Bartolome de las Casas (1484-1566) ได้กล่าวถึงคนพื้นเมืองในแคริบเบียนปลูกถั่วลิสงที่เรียกกันว่า “มานิ” (Mani) แต่กว่าบันทึกของพระดังรูปนี้จะได้ตีพิมพ์ก็ล่วงเลยมาถึงปี ค.ศ. 1875 แล้ว ถึงแม้ว่าพระรูปนี้อาจจะเป็นคนยุโรปพวกแรกๆ ที่ได้เจอถั่วลิสง พวกอินเดียนถือว่าถั่วลิสงทรงคุณค่าไปด้วยสารอาหาร จากบันทึกในต้นศตวรรษที่ 17 มีความเห็นว่าถั่วลิสงน่าจะเหมือนของหวานแบบน้ำมันอัลมอนด์ (Almond) หวาน  ถ้าเอาไปย่างจะได้กลิ่นหอมเหมือนอัลมอนด์  ถั่วลิสงจึงกลายมาเป็นอะไรที่พอจะแทนที่เมล็ดอัลมอนด์ได้  อย่างไรก็ดี คนตะวันตกบางคนกลับคิดว่าไม่ควรกินถั่วลิสง ยกเว้นแต่ว่าจะเป็นเด็ก ทาส หรือคนธรรมดาๆ ผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงาน  ทั้งนี้เพราะถั่วลิสงเป็นอะไรที่ไม่มีคุณค่าทางอาหาร

ถั่วลิสงเป็นพืชพื้นเมืองจากอเมริกาใต้แถบบราซิล อาร์เจนตินา และโบลิเวีย  ในทศวรรษที่ 1960 จุดกำเนิดของถั่วลิสงได้มีการระบุตำแหน่งว่าอยู่ในภาคตะวันออกของโบลิเวีย แต่ก็มีข้อเสนอว่าน่าจะเป็นทางตอนใต้ของโบลิเวียไปจนถึงตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ในดินแดนเมโสอเมริกา (Mesoamerica) ถั่วลิสงเป็นพืชเพาะปลูกกันด้วย  ภาษานาวาโท่หรือนาวาตล์ (Nahuatl) คือ “tlalcacahuatl” แปลออกมาเป็น “โกโก้ใต้ดิน”  ถั่วลิสงหาได้ทั่วไปในตลาดของสังคมแอซเท็กโบราณ เก็บไว้ได้หลายเดือน สามารถนำไปคั่วไฟ ย่าง ทอด ต้ม บด ฯลฯ กินได้ทุกแบบ หรือผสมกับน้ำผึ้งทำขนม  ในยุคก่อนที่สเปนจะเข้าไปถั่วลิสงเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนพื้นเมืองเรื่องคุณค่าอาหาร  คุณค่าทางการแพทย์  และคุณค่าทางด้านการเสริมสมรรถนะทางเพศ

ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

ถั่วลิสงมีอะมิโนเอซิด แอล-อาร์จินีน (Amino Acid L-arginine) ช่วยเรื่องเพศในผู้ชาย โดยช่วยทำให้เกิดไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่ช่วยทำให้หลอดเลือดทำงานได้ดี  นอกจากนี้แนวทางการศึกษาชี้นำไปในทิศทางที่จะช่วยในเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศชาย  สำหรับผู้ชายการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นปัญหาใหญ่ ชีวิตที่มีคุณภาพของผู้ชายและครอบครัวขึ้นอยู่กับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ สำหรับผู้หญิงถั่วลิสงมีโฟเลต (Folate) ที่ช่วยสำหรับการเจริญพันธุ์และมีแคลเซียม

ถั่วลิสงเป็นพืชที่ต้องใช้แรงงานขนาดหนัก ทำให้ปลูกยากกว่าพืชแบบเดียวกัน สถานะของถั่วลิสงเป็นพืชสำหรับพิธีกรรม ซึ่งชาวอินคาใช้บูชาเทพเจ้าวีราโคช่า (Viracocha) (ตามการเขียนแบบสเปน)  เทพเจ้าวีราโคช่าเป็นเทพเจ้าองค์ที่ 8 ของเทพอินคา หรือ “ซาปา” (Sapa) ที่หมายถึง “หนึ่งเดียวเท่านั้น” ในการเป็นเทพเจ้าผู้ปกครองอาณาจักรกุสโก้ (Cusco) การควบคุมอำนาจทางศาสนาและการเมืองไม่สามารถแยกออกจากกัน เมื่อควบคุมอำนาจทางการเมืองก็ขยายตัวรวมไปถึงการควบคุมอำนาจทางเศรษฐกิจ ทั้งหมดแสดงถึงอำนาจในการควบคุมผู้คนในสังคมอินคา

ถั่วลิสงในพิธีกรรมแสดงถึงความมั่งคั่งและความหรูหรา ด้วยสถานะที่สูงส่งของมันทำให้เครื่องประดับต่างๆ ทำเป็นรูปถั่วลิสง งานฝีมือที่พบในหลุมฝังศพทำโลหะเป็นรูปถั่วลิสง งานกระเบื้องเซรามิก ไปจนถึงลายผ้าที่เป็นรูปถั่วลิสงก็เป็นที่นิยม สถานะที่สูงส่งของถั่วลิสงทำให้งานศพจำเป็นต้องใช้ถั่วลิสง  การเซ่นบูชาคนตาย ผีบรรพบุรุษ ต้องมีถั่วลิสง  แต่เมื่อถั่วลิสงมีสถานะสูงก็ทำให้มีแต่คนชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับการเซ่นไหว้ด้วยถั่วหรือรับถั่วเป็นของขวัญ

ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

ในทางสัญลักษณ์ถั่วลิสงยืนยันลำดับชั้นของสังคมที่ชัดเจนในเรื่องชนชั้น ลำดับชั้นกำหนดว่าใครจะเป็นผู้ที่สมควรจะได้บริโภคถั่วลิสง การบริโภคถั่วลิสงบอกว่าใครเป็นชนชั้นสูง การบริโภคและการใช้ถั่วลิสงในพิธีกรรมเป็นการบอกให้กับผู้คนรู้ว่าคนชนชั้นสูงพวกนี้เท่านั้นที่จะติดกับเหล่าเทพเจ้าได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าคนจนปลูกถั่วลิสงแต่ก็เอาไปให้คนชนชั้นสูงบริโภค ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีใครบัญญัติห้ามคนจนบริโภค แต่การที่คนจนเอาของมีค่าไปให้ชนชั้นสูงย่อมเสริมสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนมีอำนาจ

สำหรับคนพื้นเมืองของอเมริกาถั่วลิสงทรงคุณค่าทางอาหารและมีพลังเสริมสร้างสมรรถนะทางเพศ  ถั่วลิสงมีคุณค่าทางอาหารในด้านความเชื่อของคนพื้นเมือง สถานะที่สูงส่งของถั่วลิสงจะมาจากการที่มีคุณค่าทางอาหารหรือเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสถานะของชนชั้นสูง อะไรเป็นสาเหตุของอะไรก็ไม่ได้ทำให้สถานะของถั่วลิสงตกต่ำลงแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าในสังคมโบราณของโลกลาตินอเมริกาถั่วลิสงจะมีคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะเสริมสร้างพลังทางเพศ แต่ในส่วนของการบริโภคแล้วถั่วลิสงย่อมสู้ข้าวโพดไม่ได้

จากพืชสำหรับพิธีกรรมของชนชั้นนำพื้นเมืองกลายมาเป็นอาหารสำคัญของทาสผิวดำ พวกโปรตุเกสให้ทาสกินถั่วลิสง ทาสทั้งในสหรัฐอเมริกาและแอฟริกาเป็นแรงงานสำคัญในการปลูกถั่ว คนแอฟริกันกินถั่วแบมบาร่า (Bambara Groundnut) โดยพื้นฐานมาก่อนที่จะกินถั่วลิสง  เช่น ซุป ฯลฯ  ในช่วงยุคอาณานิคมและทาสถั่วลิสงเป็นอาหารของคนในแอฟริกาไปจนถึงอเมริกา ภาพลักษณ์ของอเมริกันผูกพันอยู่กับถั่วลิสงอย่างมาก ความนิยมของถั่วลิสงก็เช่นเดียวกันกับที่อื่นๆ ในโลกแห่งศตวรรษที่ 20 ที่ถั่วลิสงกลายเป็นถั่วยอดนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนยถั่ว (Peanut Butter)

ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

สหรัฐอเมริกาเป็นชาติที่พัฒนามาจากรากฐานของพิวริตัน (Puritan) ชื่อก็บ่งบอกแล้วถึงความบริสุทธิ์  ศาสนาโปรเตสแตนต์เป็นรากฐานสำคัญของสังคมอเมริกัน ความต้องการชีวิตที่บริสุทธิ์ผ่านการกินอาหารเป็นวิถีทางศาสนา John Harvey Kellogg (1852-1943) นายแพทย์คนสำคัญของสหรัฐอเมริกาในปลายศตวรรษที่ 19 และ 20 เป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อเนยถั่ว เพราะเรื่องการกินอาหารที่บริสุทธิ์ดีต่อสุขภาพเป็นผลงานที่สำคัญ เช่น การสร้างสปาเพื่อสุขภาพให้กับนิกายเซเวนต์เดย์แอดเวนทิสต์ (Seventh-day Adventist) ผลิตภัณฑ์อาหารแบบคอร์นเฟล็ก (Cornflake)

คอร์นเฟล็กถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมเรื่องความต้องการทางเพศ  คริสต์ศาสนาเป็นศาสนาที่ต่อต้านการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง กลไกทางการแพทย์ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 18 มีส่วนช่วยทำให้คริสต์ศาสนาถูกต้องชอบธรรม เมื่อแพทย์ลงความเห็นว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองทำให้เกิดโรค เช่น สายตาเสื่อม ฯลฯ หมออย่าง John Harvey Kellogg ก็เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง เนื่องด้วยว่าจะทำให้สุขภาพไม่ดีและนำไปสู่ชีวิตที่ไม่ดี  โดยแพทย์ผู้นี้ก็หลีกเลี่ยงที่จะร่วมเพศกับภรรยาตนเอง แม้กระทั่งแต่งงานเขาก็ไม่ได้ประกอบกิจกรรมที่สำคัญตามหลักศาสนาคริสต์คือ “Consummation” เขาและภรรยาแยกกันนอนคนละห้อง ลูกๆ ของเขาก็เป็นเด็กๆ ที่รับเอามาเลี้ยง  สำหรับเขาแล้วการร่วมเพศกับภรรยาเป็นสิ่งที่แย่ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองแย่ยิ่งกว่า  ในหนังสือ Plain Facts for Old and Young: Embracing the Natural History and Hygiene of Organic Life (1887) ได้ระบุถึงโรคมากมายที่เกิดขึ้นจากการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง เช่น อารมณ์แปรปวน ท่ายืนที่ดูไม่สง่างาม  ข้อต่อมีปัญหา สิว ฯลฯ

ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

หนทางที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็คือการควบคุมอาหารที่กิน แพทย์ผู้นี้เสนอให้งดอาหารรสจัด อาหารที่ใช้เครื่องเทศมากๆ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ ฯลฯ  อาหารที่จะลดความกำหนัดก็คืออาหารง่ายๆ ธรรมดาๆ เช่น ถั่วและซีเรียล เป็นต้น  อาหารที่สถานบำบัดของเขาทำจากข้าวโอ๊ตบด ข้าวโพดอบ ผสมรวมๆ กันเรียกว่า “Granula” ปรากฏว่าประสบปัญหาชื่อนี้ เพราะ James Caleb Jackson คิดผลิตภัณฑ์ควบคุมอาหารภายใต้ชื่อนี้เช่นกัน จนทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น “Granola” ท้ายที่สุดการหาผลิตภัณฑ์ในการควบคุมการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็ได้คอร์นเฟล็กมา

John Harvey Kellogg มักอ้างว่าตนเองเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการกำเนิดเนยถั่ว แม้ว่าเขาจะไม่ได้คิดค้นเนยถั่วขึ้นมา แต่การส่งเสริมให้คนกินเนยถั่วของเขาก็ทำให้ความนิยมต่อเนยถั่วแพร่กระจาย ทั้งนี้การทดแทนผลิตภัณฑ์จากสัตว์ด้วยเนยถั่วเป็นหนทางสำคัญของการควบคุมความต้องการทางเพศ จารีตของการเอาเนยทาขนมปังเป็นสิ่งที่ทำกันมาตั้งแต่ยุคกลางเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง  ถึงแม้ว่าการกินมังสวิรัติเป็นกระแสที่มีมาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติอเมริกาแล้ว แต่ในศตวรรษที่ 19 การกินอาหารที่ลดความต้องการทางเพศและทำให้ตัวเองบริสุทธิ์สอดคล้องกับวิถีชีวิตอุตสาหกรรมที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและเป็นภัยต่อสุขภาพ สมาคมมังสวิรัติของสหรัฐอเมริกาตั้งขึ้นในราวกลางศตวรรษที่ 19

ถั่วลิสง : จากเสริมสร้างไปสู่การยับยั้งความต้องการทางเพศ

เนยถั่วเป็นอาหารของคนกินมังสวิรัติมาก่อนที่จะแพร่ไปสู่คนทั่วไป เนยถั่วทาขนมปังเริ่มปรากฏให้เห็นในต้นศตวรรษที่ 20 โดยการกินแซนด์วิชในสหรัฐอเมริกากลายมาเป็นที่นิยมในทศวรรษสุดท้ายของศตวรรษที่ 10 การกินเนยถั่วผสมกับเจลลีที่ให้ความหวานกลายมาเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น แต่เนยถั่วก็ยังมีราคาแพงเกินไปกว่าคนธรรมดาจะกินได้  ในต้นศตวรรษที่ 20 เนยถั่วกินกันในหมู่คนมีฐานะ ซึ่งจะมีบริการในร้านน้ำชามีระดับในมหานครนิวยอร์ก  เมื่อการผลิตเนยถั่วแบบอุตสาหกรรมเกิดขึ้นก็ทำให้เนยถั่วลดฐานะลงมาสู่คนธรรมดาๆ มากขึ้น  จนกระทั่งราวทศวรรษที่ 1920 เนยถั่วกับเด็กๆ จึงเป็นของคู่กัน  แต่การเอาเนยถั่วทาขนมปังกินเป็นแซนด์วิชนั้นสะดวกมากขึ้นเมื่อ Otto Frederick Rohwedder (1880-1960) สร้างขึ้นโดยหั่นขนมปังแล้วบรรจุห่อมาเสร็จในปี ค.ศ. 1928  ด้วยขนมปังที่หั่นเป็นแผ่นๆ แล้วก็ทำให้เด็กๆ สามารถทาเนยถั่วได้ด้วยตัวเอง

ถั่วลิสงในความคิดของคนพื้นเมืองโบราณในอเมริกากินเพื่อเสริมสร้างพลังทางเพศ เมื่อถั่วลิสงมาถึงมือหมอคนผิวขาวเคร่งศาสนาจึงกลายมาเป็นอาหารยับยั้งความต้องการทางเพศ


Tag : World Food, ถั่ว

เรื่องโดย

ความคิดเห็น




Editor’s Pick

Recent

Most Viewed