คุยเรื่องสมองและความจำกับนักกิจกรรมบำบัดเมื่อถึงวัยเอจจิง

วันที่ 28 มีนาคม 2562  5,449 Views

เชื่อว่าหลายคนคงเคยถามตัวเองว่าเอ๊ะ! วันนี้วันอะไร...วันที่เท่าไร? เราเก็บกุญแจไว้ที่ไหน? คนที่พูดด้วยเมื่อตะกี้ชื่ออะไร? หน้าเหมือนกับอีกคนนะ และคำถามเหล่านี้ดูจะถามบ่อยขึ้นเมื่อเรามีอายุมากขึ้น การฝึกสมองและความจำเพื่อให้ใช้งานได้ดีจึงเป็นเรื่องจำเป็น มีคำแนะนำจากผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสมองหลากหลายและที่น่าสนใจคือนักกิจกรรมบำบัด

หลายคนอาจถามว่านักกิจกรรมบำบัดคือใคร ขณะที่คุยกับ ผศ. ดร. ศุภลักษณ์ เข็มทอง หรืออาจารย์ป๊อป อาจารย์นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคม คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล ในห้องตรวจคนไข้ ด้านหลังมีตู้เก็บอุปกรณ์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่ทำจากพลาสติกแข็งรูปทรงต่างๆ บางชิ้นเป็นอุปกรณ์ใส่มือ อาจารย์ป๊อปอธิบายว่านักกิจกรรมบำบัดจะเรียนคู่หรือทำงานไปกับนักกายภาพบำบัดแต่ทำงานส่วนที่เล็กกว่า เช่น ถ้าคนไข้มือไม้อ่อนแรง ไม่มีแรงทำกิจกรรม นักกิจกรรมบำบัดต้องหาอุปกรณ์เสริมคือนำพลาสติกมาดีไซน์ใส่มือเพื่อให้เขียนหนังสือได้ แปรงฟันได้ ทำกิจกรรมต่างๆ ให้เขามีชีวิตปกติ นั่นคือการทำงานส่วนหนึ่ง สำหรับบางคนเราต้องฝึกจนเขาสามารถกลับไปทำงานมีชีวิตในสังคมได้ ถ้าจะพูดให้เข้าใจมากขึ้นคือการทำกิจกรรมเพื่อช่วยบำบัดปัญหาทั้งทางกายภาพและจิตใจ ขณะทำกิจกรรมจิตต้องไม่อยู่ว่าง จิตใจต้องสั่งร่างกายไม่ให้อยู่ว่าง หรือเรียกว่าจิตจดจ่อ

คุยเรื่องสมองและความจำกับนักกิจกรรมบำบัดเมื่อถึงวันเอจจิง

เมื่อถามถึงเรื่องวัยเอจจิงกับการลืมที่มักจะลืมโน่นนี่ว่าเป็นความเสื่อมโดยธรรมชาติหรือไม่ และควรมีการฝึกสมองอย่างไร อาจารย์ป๊อปตอบว่า “สมองเป็นฮาร์ดแวร์ จิตเป็นซอฟต์แวร์ สมองกับจิตไม่แยกกัน เรื่องลืมเหล่านี้เป็นเรื่องเสื่อมตามธรรมชาติ ในบ้านเรามักคิดว่าคนเราจะลืมเมื่อสูงอายุ ถ้าสูงอายุเราจะนับที่อายุสมอง ซึ่งอายุ 25 ปีหรือวัยเบญจเพสนับเป็นสูงอายุของสมองแล้ว พอเราอายุ 25 ปีสมองจะเริ่มเสื่อมไปวันละ 1 มิลลิเมตร นี่คือธรรมชาติ แต่ถ้าพฤติกรรมก่อนอายุ 25 ปีเรามีความคิดลบมากกว่าบวกมันจะไม่ใช่แค่ 1 มิลลิเมตร คิดลบครั้งหนึ่งจะลดลง 2 มิลลิเมตร ถ้าวันนี้เราโกรธก็จะเสื่อมไป 3 มิลลิเมตร เสื่อม 3 เท่า ถ้าเราสะสมมาเรื่อยๆ จนอายุ 25 ปีนี่ก็สุดๆ แล้ว คนที่โกรธมากสมองก็จะเสื่อมเร็วมาก”

อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมว่าสมองมี 4 ส่วน แต่ละส่วนมีหน้าที่แตกต่างกันไป การออกกำลังกายสมองทำได้ในทุกกิจวัตรประจำวันตั้งแต่การมอง การได้ยิน การสื่อสาร การทำให้อารมณ์เราบูด ถ้าเราใช้งานครบทุกส่วนก็จะป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้ สมองซีกขวาเรามักใช้เกี่ยวกับศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหวที่มีจังหวะ เช่น การร้องรำทำเพลง ร้องเพลงโดยไม่ดูเนื้อเลย รำลึกและร้องเพลงเก่าๆ จะทำให้เราทบทวนความจำได้ดี หรือทำอะไรที่เราไม่เคยทำมาก่อน เช่น เขียนหนังสือมือซ้าย การเขียนหนังสือทั้ง 2 มือ ซึ่งจะทำให้สมองซีกซ้ายและซีกขวาสมดุลกัน

การใช้ภาษากายมากกว่าภาษาพูด เช่น สบตานิ่งๆ กับคนที่เราพูดประมาณ 3 วินาที หรือฟังเสียงพูดแล้วเลียนเสียงพูดให้มากที่สุด จะทำให้สมองซีกขวาส่งความรู้สึกได้มากกว่าภาษาพูด

คุยเรื่องสมองและความจำกับนักกิจกรรมบำบัดเมื่อถึงวันเอจจิง

สมองซีกซ้าย คือส่วนที่ใช้ทักษะด้านตัวเลข การใช้เหตุผล ต้องฝึกกิจกรรม เช่น การเขียนตัวเลข ตัวอักษรที่มีลำดับ การเขียนรูปเรขาคณิต หรือใช้มือทั้ง 2 ข้างวาดรูปทรงต่างๆ ซึ่งเหล่านี้จะทำให้มีเหตุผลมากขึ้น

อ่านต่อ


Tag : Aging Gracefully, ผู้สูงอายุ

ความคิดเห็น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed