ศิลปะที่คุณดื่มได้

วันที่ 2 พฤษภาคม 2559  789 Views

บทความและภาพประกอบโดย : ธิดาสะมะพล (tidasamapol@yahoo.com)

“เมื่อมาอังกฤษ...ไม่ได้ดื่มน้ำชายามบ่ายแบบชาวอังกฤษก็เหมือนมาไม่ถึง แม้จะมาถึง...แต่ไม่ได้เยี่ยมหอศิลป์ ชมนิทรรศการงานศิลปะ ก็ถือว่าพลาดการสัมผัสวัฒนธรรมของชาวอังกฤษ”

ชาวอังกฤษเกิดมาพร้อมกับหัวใจที่รักงานศิลปะ เพราะการปลูกฝังให้มองงานศิลปะเหล่านั้นไม่เพียงเฉพาะความงาม แต่เป็นเรื่องราวการแสดงออกด้านความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ เฉลยรากเหง้าของวัฒนธรรม และวิถีชีวิตในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นพวกเขาหอบลูกเด็กเล็กแดงไปเยี่ยมชมแกลเลอรีต่างๆ โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วปิดท้ายวันด้วยธรรมเนียมการจิบน้ำชายามบ่ายตามโรงแรมหรู ภัตตาคาร ร้านน้ำชา คาเฟ่ แต่จะดีแค่ไหนถ้าได้ดื่มน้ำชาควบคู่กับการดื่ม (ด่ำ) งานศิลป์ในเวลาเดียว เรื่องราวนี้เกิดขึ้นได้ที่ sketch

 ศิลปะที่คุณดื่มได้

★ เมื่อย่างก้าวเข้างานศิลป์ 
sketch ตั้งอยู่บนถนน Conduit แยกจากถนน Regent (ถนนชอปปิงใจกลางกรุงลอนดอนที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม เปรียบได้กับถนน Champs Elysees ณ กรุงปารีส)  sketch ตั้งอยู่ในอาคารอนุรักษ์ (Grade II listed) แบบทาวน์เฮาส์หรูหรา 2 ชั้น สร้างในศตวรรษที่ 18 เคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ Royal Society of British Architects และสตูดิโอของห้องเสื้อชื่อดัง Christian Dior ด้านหน้าอาคารมีประติมากรรมรูปสุนัขยืนตระหง่าน แต่ไม่ได้อยู่บนพื้น กลับยืนอยู่บนผนัง หัวทิ่มมองผู้คนเดินผ่านไปมา ป้ายชื่อสถานที่มีเพียงคำว่า sketch คำเดียว โดยไม่มีคำนามขยายพ่วงท้าย เช่น Tearoom หรือแกลเลอรี ฉะนั้นถ้าเดินผ่านหน้าอาคารจะไม่รู้ว่าข้างในเป็นอะไร นอกจากจะศึกษาข้อมูลมาล่วงหน้า

เมื่อย่างก้าวเข้าตัวอาคารจะพบพนักงานต้อนรับคอยสอบถามว่าจะไปห้องไหน ราวกับจะเลือกชมนิทรรศการที่ห้องใด จากนั้นพนักงานจะพาเดินผ่านโถงที่ตกแต่งด้วยงานประติมากรรมและภาพจิตรกรรมอย่างหอศิลป์ทั่วไป แต่แสงสลัวกว่ามาก ลึกลับน่าค้นหา แล้วคำถามก็ผุดขึ้นมาทันทีว่า “sketch คืออะไร?”

★ sketch ภาพร่างแห่งความฝัน 
sketch คือภัตตาคารใช่ไหม? sketch คือห้องแสดงนิทรรศการทางศิลปะหรือไม่? ขณะที่พนักงานพาเดินชมก็ยิงคำถามใส่รัวๆ จนพนักงานหยุดเดินแล้วหันหลังมาตอบว่า “ถูกทุกข้อ” พร้อมให้คำจำกัดความของ sketch ว่าเป็นสถานที่ในฝันเพียงหนึ่งเดียวที่นำอาหารชั้นเลิศ งานศิลปะชั้นดี และดนตรีชั้นนำมารวมตัวกันอยู่ในสถานที่แห่งเดียว สานความฝัน สู่ภาพร่าง จึงกำเนิดเป็น sketch โดย 2 พันธมิตรชาวฝรั่งเศสคือ Mourad Mazouz กูรูด้านภัตตาคาร และ Pierre Gagnaire เชฟระดับมิชลิน 3 ดาวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002  sketch แบ่งออกเป็นห้อง ประกอบด้วย 5 ภัตตาคารและ 1 บาร์ที่มีแนวคิดการออกแบบ การตกแต่งสถานที่ บรรยากาศ อาหาร และดนตรีแตกต่างกัน ได้แก่ ห้อง The Gallery, The Lecture Room & Library, The Parlour, The Glade และ The East Bar แต่ห้องไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกคือ The Gallery

 sketch ภาพร่างแห่งความฝัน

★ The Gallery จุดบรรจบของวิจิตรศิลป์และประยุกต์ศิลป์ 
The Gallery เป็นภัตตาคารบริการอาหารสไตล์ Modern European Gastro-Brasserie ในยามค่ำและน้ำชาในยามบ่าย ขึ้นชื่อติดอันดับ Top 10 ปีแล้วปีเล่า ความพิเศษอยู่ที่ทุก 2 ปีห้อง The Gallery แห่งนี้จะถูกรื้อถอนและเนรมิตใหม่เป็นงานศิลปะชั้นยอด ไม่เพียงแค่งานวิจิตรศิลป์บนผนัง แต่ยังรวมถึงศิลปะประยุกต์ทั้งการตกแต่งภายใน การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ถ้วยชาม อาหาร ดนตรี แม้กระทั่งชุดพนักงานเสิร์ฟ ทุกรายละเอียดทุกองค์ประกอบออกแบบและถ่ายทอดตามแนวคิดของศิลปินแต่ละแขนง ไม่ว่าจะเป็นจิตรกร มัณฑนากร นักออกแบบผลิตภัณฑ์ เชฟปรุงแต่งอาหาร ดีเจที่ผสมผสานเพลงให้เข้ากับบรรยากาศ ดีไซเนอร์เสื้อผ้า ศิลปินทุกแขนงจะถูกเชิญมาร่วมสะท้อนความคิด เพื่อแสดงผลงานในห้อง The Gallery แห่งนี้ ลูกค้าจึงได้ดื่ม (ด่ำ) งานศิลปะและน้ำชาไปพร้อมกัน

ห้อง The Gallery

ศิลปินชาวอังกฤษคนล่าสุดผู้ออกแบบผลงานให้กับ The Gallery คือ David Shrigley เป็นงานศิลปะแบบร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด Clean artwork is good artwork มีจำนวน 239 ชิ้น แสดงอยู่บนผนังห้อง ส่วนการตกแต่งภายในเป็นผลงานของ India Mahdavi เน้นโทนสีเดียวของสีชมพู Salmon Pink แล้วเสริมเสน่ห์ด้วยพื้นหินอ่อนถึง 96 เฉดสี รังสรรค์ห้อง The Gallery ให้สวยหรูมีระดับ ซึ่งผสมผสานกับภาพวาดแนวสนุกสนาน ขบขัน ของนายเดวิดได้อย่างลงตัว ถ้วยชามที่ใช้บริการลูกค้ายังออกแบบให้เรียบง่าย สะอาดตา ตามแนวคิดของนายเดวิดเช่นกัน แต่ที่สร้างสรรค์สุดๆ คือพาน 3 ชั้นใส่ขนมเค้กและแซนด์วิชที่นำจานและแก้วมัคซ้อนต่อกันเป็นชั้นจนกลายเป็นพานขนมสวยเก๋ มีความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร แถมยังมีจำหน่ายให้ลูกค้าที่ชื่นชอบอีกด้วย

ห้อง The Gallery เน้นโทนสีชมพู Salmon Pink

ถ้วยชามสีขาว

นอกจากอาหารแต่ละจานและขนมแต่ละชิ้นจะปรุงแต่งให้ได้รสชาติล้ำเลิศตามแบบฉบับมิชลิน 3 ดาวแล้ว หน้าตายังประดิดประดอยอย่างสวยงามประหนึ่งงานศิลปะบนจานผืนผ้าใบ ทำให้อิ่มตา อิ่มปาก และอิ่มท้องไปพร้อมกัน

เมนูน้ำชายามบ่ายมีให้เลือกทั้งแบบชุดคือ sketch Afternoon Tea หรือแบบมีแชมเปญตามสมัยนิยม ประกอบด้วยแซนด์วิชหลากหลายไส้ อย่างไส้ Con-fed coronation chicken ที่คิดค้นเพื่อเฉลิมฉลองพิธีราชาภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ไส้ Scottish smoked salmon and Jacob’s cream ไส้แตงกวาแบบดั้งเดิม แต่เพิ่มความพิเศษด้วยหน่อไม้ฝรั่ง ไส้ไข่และมายองเนส ตกแต่งด้วยไข่นกกระทาและไข่คาเวียร์ และแซนด์วิชชีสแบบร้อน Croque-monsieur ห่อมาในกระดาษผูกริบบิ้น เสิร์ฟแบบอุ่นๆ ราวกับเป็นของขวัญชิ้นพิเศษ

sketch Afternoon Tea

 Croque-monsieur

จบแซนด์วิชของคาวแล้วตามด้วยสคอน ขนมดั้งเดิมเมืองผู้ดีทั้งแบบธรรมดาหรือลูกเกด ห่อมาในผ้า เสิร์ฟแบบอุ่นเช่นกัน กินกับคลอตเต็ดครีมจากแคว้นคอร์นวอลล์ และแยมสตรอว์เบอร์รีและลูกฟิกแบบออร์แกนิก ปิดท้ายด้วยเค้กชิ้นเล็กชิ้นน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มอย่างเค้ก Vanilla and lemon Battenberg, เค้กChocolate and caramel gateau, เค้ก Chocolate tartlet , เค้กถั่วพิสตาชิโอ ครัมเบิล Rhubarb เพิ่มความฟรุ้งฟริ้งด้วยมาร์ชแมลโลว์ Malabar

 sketch Afternoon Tea

หากกลัวว่าสั่งเมนูแบบเป็นชุดจะทำให้อิ่มท้องเกินไปก็มีเมนู A la carte ให้เลือกบริการตามชอบ อย่างเมนูแซนด์วิชที่อร่อยเหนือชั้นกว่าแซนด์วิชธรรมดามีให้เลือก 4 เมนู ได้แก่ แซนด์วิช Melba brioche reblochon สำหรับชาวเจ หอมหวานด้วยขนมปัง Brioche มีไส้ครีมเห็ดสไตล์ปารีส ชีส Reblochon ผักโขม และผักสลัด แซนด์วิชปลาแซลมอนรมควัน ประกบด้วยขนมปัง Bagel, ครีม Jacob และกะหล่ำขาว Black croque เป็นแซนด์วิชชีสแบบร้อนสไตล์ฝรั่งเศส มีขนมปังสีดำทำด้วยน้ำหมึกจากปลาหมึกแล้วสอดไส้เยิ้มด้วยชีส Mozzarella และน้ำมัน basil ตกแต่งด้วยมะเขือเทศและใบผักโขม และ sketch club เป็นแซนด์วิชที่ทำจากแฮม Serrano และ Paris, กุ้ง, ชีส Emmenthal, หัวหอมเปรี้ยวหวาน, มายองเนส และเจลลีบีตรูตที่เขียนบนจานเป็นคำว่า sketch

sketch club

นอกจากนี้ยังมีเค้กซิกเนเจอร์หลากชนิดให้เลือก เช่น เค้กช็อกโกเลตและคาราเมล Gateau, เค้กชื่อเก๋ที่ชื่อว่า London to Paris ทำจากแป้ง choux ตัวอ้วนกลม อุดมด้วยซอส Praline, กาแฟ, ถั่วเฮเซล และคาราเมล เค้กสำหรับคนรักเลมอนอย่าง Lemon Love มีคุกกี้ Sable Breton รสเค็มมันสไตล์ฝรั่งเศสเป็นส่วนผสม ตัดรสกับเคิร์ดเลมอน เลมอนเคลือบน้ำตาล และเมอแรงก์นุ่มหวาน เค้ก Opera ทำจากบิสกิต Jocande ชุ่มกาแฟ เคลือบช็อกโกแลต ganache และครีมรสกาแฟ เค้ก Mont-Blanc ทำจากครีม บิสกิต เกาลัด แยมแบล็กเคอร์เรนต์ และแบล็กเบอร์รี

London to Paris

เค้ก Opera

★ เค้กเอแคลร์วานิลลา เค้ก choux ถั่วพิสตาชิโอ 
นอกจากนี้ยังมีเค้กที่เอาใจคนรักผลไม้อย่างทาร์ตลูกแพร์ ทาร์ตมะม่วง ทาร์ตสับปะรด และมาการองยอดนิยมหลายรสชาติ ส่วนน้ำชามีให้เลือกหลากหลายกว่า 20 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นชาใบดำอย่างชาอิงลิชเบรกฟาสต์ ชาเอิร์ลเกรย์ ชาอัสสัม ชาดาร์จีลิ่ง หรือชาพิเศษอย่างชาซีลอนกุหลาบ และยังมีชาจากทางตะวันออกอย่างบ้านเราที่กำลังได้รับความนิยมในอังกฤษ ถือว่าเป็นชาหายาก อย่างชาอู่หลง ขาเขียว และชาขาว หรือชาสมุนไพร เสิร์ฟในแก้วชารูปทรงทันสมัย รองด้วยกระดาษเช็ดปากพิมพ์ลายเบอร์โทรศัพท์ของ sketch (หนุ่มๆ หลายคนแอบยืมไอเดียนี้ไปใช้กับเจ้าหล่อนที่หมายปอง)

★ สร้างสรรค์อย่างไม่สิ้นสุด 
นอกจากภัตตาคาร The Gallery แล้ว ภัตตาคารห้องอื่นก็รังสรรค์ด้วยการออกแบบและเมนูที่มีเอกลักษณ์ต่างกัน อย่างห้อง The Glade ซึ่งบริการอาหารเช้า น้ำชายามบ่าย และค็อกเทลยามค่ำสร้างสรรค์จากกระดาษนับพันชิ้นมาจัดพิมพ์ วาดและตัดด้วยมือตามเทคนิคที่เรียกว่า Decoupage แล้วบรรจงติดประดับผนังห้องให้เหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางผืนป่าในเทพนิยายอันแสนโรแมนติก (Modern fairy-tale romance) แล้วเสริมบรรยากาศด้วยเฟอร์นิเจอร์หวายจากฝรั่งเศส

ห้อง The Glade

ห้อง The Parlour บริการอาหารคล้ายห้อง The Glade แต่บรรยากาศมืดสลัว และการตกแต่งที่สุดโต่งกว่าด้วยเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง แบบจัดหนักตามสไตล์สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เยอะแต่ไม่รก ลงตัว

ห้อง The Parlour

ห้อง The Lecture Room & Library จะเน้นเมนูแบบมิชลิน พิถีพิถันเลือกเฟ้นโดยเฉพาะ โก้หรูทั้งบรรยากาศและการแต่งตัวของลูกค้า ตกแต่งห้องแบบเน้นความโล่ง หรูหรา โอ่โถง ห้องสุดท้าย The East Bar บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในตอนค่ำสำหรับลูกค้านั่งดื่มเรียกน้ำย่อยก่อนมื้ออาหารในห้องต่างๆ

The Lecture Room & Library

สุดท้ายสุดชิกกับห้องที่ลูกค้าทุกคนอดใจหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปเสียไม่ได้ ห้องนี้เรียกว่า Pods ซึ่งคือห้องน้ำนั่นเอง ไม่ว่าลูกค้าจะกินอาหารที่ห้องใดจะต้องมาใช้บริการที่เจ้า Pods ที่นี่แห่งเดียว หลังคาภายในตกแต่งด้วยกระจกสี แล้วมีประติมากรรม Pods (หน้าตาเหมือนไข่ฟองยักษ์) ตั้งอยู่หลายใบ ไข่แต่ละใบก็คือห้องน้ำ 1 ห้อง เรียกว่าเข้าไปปลดทุกข์ได้เป็นส่วนตัวจริงๆ

ห้องน้ำ หรือ Pods

ประติมากรรม Pods

การดื่ม (ด่ำ) งานศิลปะควบคู่กับการดื่มน้ำชาที่ sketch นี้มีความพิเศษอย่างบอกไม่ถูก จะเหมือนปาร์ตี้ในแกลเลอรีก็ไม่ใช่ จะเหมือนแกลเลอรีที่อนุญาตให้กินอาหารได้ก็ไม่เชิง

น้ำชาที่ sketch

แต่คำตอบหนึ่งที่ได้จาก sketch ก็คือศิลปะที่คุณดื่มได้


Tag : World Food, งานศิลปะ, ประเทศอังกฤษ

ความคิดเห็น