หลังจากตะลุยโลกของไดโนเสาร์ใน Jurassic World: The Experience กันแบบหนำใจแล้ว วันนี้ถึงทีของสายกินกันบ้างเพราะเราจะพาไปเช็คอิน Fossils & Flame Restaurant ร้านอาหารธีมจูราสสิค เวิลด์ หนึ่งเดียวในเมืองไทย แน่นอนว่าโลเคชั่นยังอยู่ใน Asiatique The Riverfront Destination ตัวร้านสร้างความตื่นตาตื่นใจตั้งแต่ในลิฟต์ที่ฉายอิมเมอร์ซีฟอาร์ตเกี่ยวกับฉากต่างๆ ในหนังแฟรนไชส์ชื่อดังจูราสสิค เวิลด์ ก่อนจะพบเจอโมเดิร์นฝูงแรปเตอร์แบบยิ่งใหญ่อลังการ มาพร้อมเพรียงกันทั้งหัวหน้าทีมอย่าง บลู ตามด้วยลูกทีมพี่น้องอย่าง ชาร์ลี เดลต้าและเอคโค่


เรื่องการตกแต่ง Fossils & Flame Restaurant ได้แรงบันดาลใจมาจากเกาะอิสลา นูบลาร์ (เกาะในหนังจูราสสิค เวิลด์ภาคล่าสุด) ที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ และโต๊ะหินอ่อนและโซฟาหนานุ่มสีเอิร์ธโทน ซึ่งเป็นตัวแทนของดิน หิน ทรายในเกาะ เสริมความเสมือนจริงด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ลิงก์ไปถึงสตอรี่ของหนังแฟรนไชส์ ไม่ว่าจะโคมไฟหินอำพัน โคมไฟหวายรูปภูเขาไฟ แถมมองออกไปยังเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาทอดยาวเสมือนว่าเราไปมาเยือนเกาะอิสลา นูบลาร์จริงๆ


เข้าธีมกับอาหารที่เสิร์ฟจานอร่อยกริลล์สไตล์อเมริกัน-เม็กซิกันคลาสสิกทวิสต์ไทย อย่าง พิซซ่าหน้ากะเพรา พอร์กช็อป เสิร์ฟคู่น้ำจิ้มแจ่ว ปลาย่างไร้กระดูก ซี่โครงเนื้อวัวรมควัน บอกได้เลยว่าทุกจานมาในไซส์บิ๊กเบิ๊ม (เหมือนที่ไดโนเสาร์เขากิน) ผสมผสานการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์เข้ากับมื้ออาหาร สร้างความทรงจำเหนือกาลเวลาให้กับแฟนจูราสสิคได้มากจริงๆ

จานแรกเป็น Tree Top Nacho Tower แป้งนาโชโฮมเมดกรุบกรอบ เรียงรายกันเป็นชั้นๆ เสมือนหอคอยสูง สลับชั้นกับอะโวคาโด สลัดร็อกเก็ต และหมูฉีกปรุงรส เพิ่มความจัดจ้านด้วยซอสชีสฮาลาเปญโญ ก่อนกินบีบมานาวซีกเล็กน้อย


ตามด้วย Grilled Baby Corn Husks ข้าวโพดย่างสไตล์เม็กซิกัน ที่เสิร์ฟมาอย่างอลังการด้วยเปลวเพลิงลุกจ้า ส่งกลิ่นหอมแต่ไกล รสหวานธรรมชาติของข้าวโพดไปด้วยกันได้ดีกับเนยทรัฟเฟิลผสมกระเทียม ออนท็อปด้วยชีสพาร์เมซานแบบล้นๆ

ต่อไปเป็น Free Range Pork Chop สเต็กพอร์คช็อปชิ้นโตเนื้อนุ่มฉ่ำ อาบซอสพริกคั่วกลิ่นควันไฟรสเผ็ดร้อนปนหวานเล็กๆ เสิร์ฟเคียงสลัดสมุนไพร หอมกลิ่นหอมคาจัน คนรักปลาถูกใจ Baked Sea Bass ปลากะพงตัวใหญ่เนื้อสดหวานไร้ก้าง เข้ากันดีกับซอสน้ำพริกแกงแดง รสหวานผสานความเผ็ดระดับพอเหมาะ ตัดด้วยความเปรี้ยวของมะนาวซีก หรือจะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บก็ไม่ติด


สำหรับพิซซ่าเลิฟเวอร์ต้องนี่เลย The Pad Krapao พิซซ่าโฮมเมดแป้งบางกรอบ ผสมกับรสเข้มข้นของผัดกระเพราหมูสับ เพิ่มความฟินอีกระดับด้วยมะเขือเทศสด ชีสมอสซาเรลล่า

ก่อนเดินทางสู่พาร์ทของหวานอย่าง Molten Chocolate Egg หนึ่งในจานดาวเด่นประจำร้าน ช็อกโกแลตไข่ไดโนเสาร์ ที่ภายในซุกซ่อนบราวนี่เนื้อแน่นและมูสช็อกโกแลตเอาไว้ ก่อนกินต้องกะเทาะเปลือกเล็กน้อย ก่อนราดซอสช็อกโกแลตฟินๆ อีกที เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา และเค้กฟองน้ำนุ่มฟู


The Dig Site ก็ขายดีไม่แพ้กัน ภายในกล่องไม้นี้คือคุกกี้ไดโนเสาร์รสช็อกโกแลตรสเข้ม ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในช็อกโกแลตครัมเบิ้ลอีกที เสมือนแหล่งฟอสซิลที่รอให้คนมาค้นพบ ก่อนกินให้ใช้แปรงปัดเป็นกิมมิกน่ารักๆ เสิร์ฟคู่ไอศกรีมกะทิรสชื่นใจ

เครื่องดื่มเราแนะนำ Crimson Crater ม็อกเทลรสเปรี้ยวอมหวานที่เกิดจากการรวมตัวกันของเกรปฟรุตและแครนเบอร์รี่ ปิดจบที่ Blue Ocean ม็อกเทลสีสวยเช่นกัน รสหวานละมุนของไซรัปมะพร้าวผสมน้ำสับปะรด

ไดโนเสาร์เขากินแบบนี้นี่เอง
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์ 2194 ถ. เจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร 10120
12.00 – 15.00 น. เสิร์ฟเฉพาะไอศกรีมและเครื่องดื่มตั้งแต่เวลา 15.00 – 17.00 น. และมื้อค่ำเวลา 17.00 – 24.00 น.
Tag:
Jurassic World, ร้านอาหารนานาชาติ, ร้านอาหารฟิวชั่น, เอเชียทีค
ความคิดเห็น