ทำความรู้จักภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ (Alcohol Intolerance)

วันที่ 11 มิถุนายน 2562  1,462 Views

หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Lactose Intolerance แปลว่าภาวะไม่ทนต่อน้ำตาลแล็กโทส แต่กับคำว่า Alcohol Intolerance หรือภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ มีด้วยหรือและคืออะไร

ทำความรู้จักภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ (Alcohol Intolerance)

หลายคนอาจสงสัยว่ามีด้วยหรือคนแพ้แอลกอฮอล์ หรือเป็นไปได้อย่างไรว่าร่างกายเราจะเกิดภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ การเกิดภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์นั้นคือการที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายแอลกอฮอล์ได้ ทำให้มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยกลไกคือการที่เอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยแอลกอฮอล์คือ Alcohol Dehydrogenase เป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยแอลกอฮอล์ให้เป็นแอซีทาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) และเอนไซม์อีกตัวคือ Acetaldehyde Dehydrogenase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยแอลดีไฮด์ (Aldehyde) ให้เป็น Acetic Acid โดยในกลุ่มผู้ที่มีภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์จะมีระดับเอนไซม์ทั้ง 2 ตัวนี้อยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นจึงส่งผลให้เกิดอาการต่อระบบภูมิแพ้ของร่างกาย อาการที่แสดงออก เช่น ผื่นแดงที่ใบหน้าและลำตัวหลังจากได้รับแอลกอฮอล์เข้าไปในระยะเวลา 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับว่าระดับเอนไซม์มีอยู่มากน้อยเท่าไร

ทำความรู้จักภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ (Alcohol Intolerance)

จากสถิติพบว่าภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์นี้จะเกิดมากในกลุ่มชาวเอเชียมากกว่าชาติตะวันตก บางคนที่มีอาการของระบบภูมิแพ้มากอาจมีอาการอื่นร่วมด้วยนอกจากผื่นแดงตามลำตัว เช่น บวมคันที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณข้อพับต่างๆ และบริเวณที่มีเสื้อผ้ารัดเอาไว้ เช่น ขอบกางเกง ขอบถุงเท้า และมีอาการหอบหืด ท้องเสีย ระดับความดันโลหิตต่ำลง กรดไหลย้อน น้ำมูกไหล คันจมูก จามและไอ เนื่องจากในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการหมักของอาหารหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นการแพ้แอลกอฮอล์อาจรุนแรงในบางรายที่แพ้ส่วนประกอบของอาหารบางอย่างที่มีอยู่ในแอลกอฮอล์ด้วย เช่น ไวน์ อาจมีการแพ้ในส่วนขององุ่น หรือกลุ่มที่แพ้พวกธัญพืชต่างๆ ก็จะทำให้เกิดการแพ้มากขึ้น

แพทย์และนักกำหนดอาหารต่างแนะนำว่าในผู้ที่มีภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ควรหลีกเลี่ยงการดื่มหรือได้รับอาหารที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนประกอบเพราะอาจส่งผลอันตรายต่อร่างกายได้ และยังมีความเชื่อผิดๆ ว่าหากเราแพ้แอลกอฮอล์ให้ดื่มติดต่อกันแล้วอาการแพ้จะหายไปซึ่งอันตรายอย่างมาก  ฉะนั้นคนที่แพ้แอลกอฮอล์ควรเลือกเครื่องดื่มประเภทม็อกเทล (Mocktail) ซึ่งมีวิธีทำคล้ายค็อกเทล แต่แตกต่างกันตรงที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เป็นการผสมระหว่างผลไม้หรือน้ำหวานจากข้าวหมัก และเติมโซดา

ทำความรู้จักภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ (Alcohol Intolerance)

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่มีภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ก็ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณสูง ข้อกำหนดคือไม่เกิน 1 ดื่มสำหรับผู้หญิง และ 2 ดื่มสำหรับผู้ชายต่อวัน ซึ่ง 1 ดื่มมาตรฐานคือเหล้า 45 มิลลิลิตร เบียร์ 360 มิลลิลิตร และไวน์ 140 มิลลิลิตร 

หากผู้ที่มีภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์มีอาการอย่างที่บอกไว้ ร่วมกับมีอาการหายใจลำบากหรือหน้ามืดควรพบแพทย์อย่างเร็วที่สุด เพราะในบางรายอาการนี้อาจส่งผลอันตรายต่อชีวิตได้


Tag : Food for life, แอลกอฮอล์

ความคิดเห็น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed