นับเป็นปรากฎการณ์ความอร่อยที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อสองเชฟยอดฝีมือโครจรมาพบกันในงาน "Four Hands Culinary Experience" ณ ร้านอาหารคำหอม (Khum Hom) เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าบ้านอย่างเชฟเอียน-กิตติชัย ผู้เป็นไอคอนแห่งวงการอาหารไทยสมัยใหม่ เปิดประตูต้อนรับ เชฟมิเชล ปอร์ตอส (Michel Portos) เชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาวจากฝรั่งเศส ผู้ครอบครองรางวัล Cook of the Year จาก Gault & Millau ร่วมกันสร้างสรรค์มื้ออาหารแห่งรสชาติอันเป็นเลิศ โดยดึงวัตถุดิบชายฝั่งทะเลของไทยมาตีความใหม่ผ่านเทคนิกชั้นสูงแบบฝรั่งเศสได้อย่างน่าอัศจรรย์

ค่ำคืนนี้เริ่มต้นด้วยความสดชื่นจากท้องทะเล หอยนางรมจากสุราษฎร์ธานี (Surat Thani Oyster) โดยเชฟปอร์ตอส ที่เสิร์ฟในซอสถั่วเหลืองปรุงรสน้ำมะนาว มีความมันของเม็ดมะม่วงหิมพานต์ พร้อมเครื่องเคียงกรุบกรอบจากผลไม้สดอย่างเรดเคอร์แรนต์ แอปเปิ้ลเขียวและมะม่วง เน้นรสสัมผัสที่ตัดกันอย่างลงตัว

แล้วจึงส่งไม้ต่อให้เชฟเอียนกับ ลาบทูน่าข้าวจี่ (Chopped Tuna) ที่ยกระดับเมนูพื้นบ้านด้วยการใช้ข้าวเหนียวพระยาลืมแกงจากเพชรบูรณ์ ชุบไข่และย่างจนหอมกรุ่น เสิร์ฟกับลาบทูน่าปรุงในสไตล์ไทย ซึ่งเชฟเอียนเลือกใช้ทูน่าจากอะลาสก้า ปรุงด้วยน้ำมะนาว พริกป่น ข้าวคั่วที่ทำจากข้าวพระยาลืมแกงเช่นกัน ออนท็อปด้วยมะนาวคาเวียร์ เพิ่มความอร่อยและให้กลิ่นอายความเปรี้ยวเผ็ดที่ประณีตได้อย่างน่าประทับใจ

ตามด้วย Cannelloni ซึ่งเชฟปอร์ตอสได้แรงบันดาลใจจากเส้นพาสต้า แต่ประยุกต์เป็นแป้งเกี๊ยวห่อไส้ Eggplant Caviar หรือดิปที่ปรุงจากมะเขือม่วงผัดเนยเนื้อละมุน เสิร์ฟพร้อมซอสจากหอยตลับ เพิ่มเท็กซเจอร์ด้วยไชฟ์คาราเมล เป็นจานที่แสดงถึงความละเอียดอ่อนแบบเมดิเตอร์เรเนียนได้งดงาม

ขณะที่ Pan-seared Scallop จากเชฟเอียนนำเสนอหอยเชลล์ฮอกไกโดย่างสุกกำลังดีเนื้อนุ่มเด้งหวาน เสิร์ฟคู่กับแก่นตะวันหรือเยรูซาเล็มอาร์ติโช๊กแปลงร่างเป็นแบบทอดและพูเร เสิร์ฟกับน้ำซุปเบสต้มข่ารสละมุนหอมสมุนไพร โดยต้มน้ำกะทิกับสมุนไพรอย่างตะไคร้ ใบมะกรูด ดรอปด้วยน้ำมันผักชีสีเขียวสวย ช่วยขับเน้นรสชาติของหอยเชลล์ให้เด่นชัดขึ้นจนไม่อยากวางช้อน

มาถึงจานหลัก Phuket Lobster Bourguignonne ที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย เชฟปอร์ตอสใช้กุ้งมังกรภูเก็ตเนื้อเด้งปรุงในสไตล์ "บอร์กิยอง" ราดซอสไวน์แดงเข้มข้นที่ตุ๋นกับหัวล็อบสเตอร์และกระดูกลูกวัว เสิร์ฟเคียงกับพูเรสีส้มสวยรสหวานธรรมชาติ ซึ่งทำจากแครอต ขิง เนย และน้ำส้ม ท็อปด้วยหน่อไม้ฝรั่งย่างน้ำมันมะกอก และแรดิชย่าง เป็นการนำวัตถุดิบพรีเมียมของไทยมานำเสนออย่างหรูหราในสไตล์ฝรั่งเศสที่อร่อยและงดงาม

ส่วนจานหลักของเชฟเอียนก็ดีงามไม่น้อยหน้า Slow-braised Beef Short Ribs ซี่โครงเนื้อตุ๋นสับปะรด เนื้อ Short Ribs จากออสเตรเลียซูวีดและนาบกระทะจนหอม ได้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนแทบละลายในปาก เสิร์ฟกับซอสที่เบสเป็นแกงป่ามีรสของกระชายเด่นและเป็นแกงป่าทางภาคใต้ที่ใส่กะทิด้วย เคียงด้วยผักทอดและยอดสับปะรด เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมหัวบอน ข้าว GI ที่หาทานได้ยากจากเพชรบูรณ์ ทั้งนุ่มและหอมอย่างไม่น่าเชื่อใครชอบกินข้าวรับรองต้องติดใจ

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยโพรงแสม ขนมไทยโบราณและเป็นขนมมงคลในเทศกาลงานแต่งที่เชฟเอียนนำมาตีความใหม่ด้วยแป้งฟิลโลกรอบๆ สอดไส้มะม่วงมหาชนกและลูกหม่อนจากกำแพงแสน ท็อปด้วยเนื้อมะม่วงมหาชนกบดเพิ่มรสชาติและความสวยงาม เป็นขนมหวานที่แปลกใหม่และอร่อยชวนลิ้มลอง

งาน Four Hands Culinary Experience นี้เป็นเพียงครั้งแรกของปี 2026 เท่านั้น ร้านอาหารคำหอม (Khum Hom) เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ ยังมีประสบการณ์สุดพิเศษให้ติดตามได้ตลอดปีที่ FB : Khum Hom หรือ www.khumhomrestaurant.com สอบถามโทร. 0-2666-3311
Tag:
4 HANDS, ดินเนอร์, ร้านอาหารไทย, ห้องอาหารไทย, เชฟมิชลิน
ความคิดเห็น