10 ร้านอร่อย พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้! ที่ The Commons Saladaeng

วันที่ 9 มีนาคม 2563

 2,218 Views

ในที่สุด “The Commons Saladaeng” ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวต่อจาก “The Commons Thonglor”  ที่เปิดไปในปี 2016 แน่นอนว่าคอนเซปต์ของสาขาล่าสุดก็ยังคงละม้ายคล้ายเดิมอยู่ แต่ที่เพิ่มเติมคงต้องยกให้กับการตกแต่งและพื้นที่ของคอมมูนิตี้ที่เน้นการอยู่ร่วมกันของคนในพื้นที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ก๊อกน้ำดื่มที่ให้ทุกคนมารองน้ำกันได้ โต๊ะเก้าอี้ที่สามารถพับขยับปรับเปลี่ยนตามพื้นที่ใช้สอย ไปจนถึงปลั๊กไฟที่แทบมีให้ทุกจุด จนเรียกว่าสามารถไปนั่งทำงาน คุยเล่น กินข้าว ได้อย่างสะดวกสบาย

The Commons ศาลาแดงมีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน โดยชั้นแรกเรียกว่า The Ground อันเป็นที่ตั้งของร้าน Roast ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องบรันช์ ขณะที่ชั้นบนสุดจะเรียกว่า The Platform พื้นที่เอนกประสงค์ที่เตรียมไว้สำหรับกิจกรรม แต่ชั้นที่เรารักและเทใจให้คงไม่พ้นชั้น 2 The Market โซนที่ได้รวบรวมทั้งร้านอาหารร้านใหม่ ร้านสุดฮิต รวมทั้งร้านที่คุ้นเคยจากสาขาทองหล่อก็มากันที่นี่ด้วย แต่จะมีร้านอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย!

★ 1. Pad Pad : เต็มอิ่มกับเมนูผัดฉบับ DIY 

ร้านที่พกพาคอนเซปต์การกินแบบเรียบง่าย แถมยังน่ารักสมกับชื่อ “ผัด ผัด” เมื่อทุกคนสามารถสร้างสรรค์ความอร่อยของตัวเอง เพียงเดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วสั่ง อันดับแรกเขาจะให้เลือกคาร์โบไฮเดรตก่อน ได้แก่ ข้าวหอมมะลิ สปาเก็ตตี้ มักกะโรนี มาม่า ราเมน อุด้ง หรือเป็นผักแทนก็ได้ จากนั้นก็มาเลือกเครื่องเคราที่จะนำมาผัดด้วยกัน เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว กุ้ง ไส้กรอก เบคอน และผักนานาชนิด ต่อด้วยเลือกซอสสูตรเด็ด 7 รสชาติ อาทิ ซอสผัดซีอิ๊วพริกกระเทียม ซอสน้ำจิ้มแจ่ว ซอสผัดไทย ซอสเอ็กซ์โอ (สูตรซิกเนเจอร์) ซอสยากิโซบะ ซอสทัคคาลบี้ และซอสน้ำจิ้มยากินิกุ โดยสนนราคาเริ่มต้นที่ 100 บาท แล้วค่อยๆ บวกตามของที่เลือก

10 ร้านอร่อย พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้! ที่ The Commons Saladaeng

อย่างกล่องนี้เราได้มาในราคา 200 บาทพอดีเป๊ะ เป็นสปาเก็ตตี้ผัดซอสเอ็กซ์โอใส่ไส้กรอก เบคอน กุ้ง และเห็ดหูหนู (เยอะมาก) โรยด้วยหอมเจียวทอดนิดหน่อย ส่วนรสชาติขอบอกว่ากลมกล่อมอูมามิ แถมยังแฝงรสชาติเผ็ดปลายลิ้นมากด้วย เอาเป็นว่าแม้เห็นกล่องเล็กกะทัดรัดแบบนี้ แต่ข้างในแน่นมาก บอกเลย!!

10 ร้านอร่อย พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้! ที่ The Commons Saladaeng

10 ร้านอร่อย พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้! ที่ The Commons Saladaeng
 

★ 2. Fowlmouth : ไก่ทอดรสเผ็ดจี๊ดจากแนชวิลล์ 

ร้านไก่ทอดชื่อดังจากเมืองแนชวิลล์รัฐเทนเนสซี่ที่เปิดตัวครั้งแรกไปกับ The Commons Thonglor ก็ขยับขยายความอร่อยมากันที่นี่ด้วย ซึ่งจุดเด่นคงต้องยกให้กับรสชาติของเครื่องเทศและพริกนานาชนิดที่ผนึกพลังความเผ็ดและความเข้มข้น แถมยังกรุบกรอบหอมมัน เพราะได้ยินมาว่าเป็นการทอดไก่ 2 ครั้งเหมือนไก่ทอดเกาหลี

Fowlmouth : ไก่ทอดรสเผ็ดจี๊ดจากแนชวิลล์

เพื่อประกาศศักดาความเผ็ด ที่นี่เขาจะให้เราสามารถเลือกระดับความจัดจ้านกันได้ โดยมีตั้งแต่ Mild, Medium, Hot และ Extra Hot สำหรับเมนูยอดฮิต Hot Chicken Burger (270 บาท) เบอร์เกอร์ไก่ทอดส่วนสะโพกรสเผ็ดเนื้อในฉ่ำนุ่มที่เราขอลองแค่เผ็ดกลาง ซึ่งก็นับว่าเผ็ดมากแล้ว เสิร์ฟพร้อมเฟรซ์ฟราย โคลสลอว์ และซอสพริกที่มาทั้งความเปรี้ยวและเผ็ดก็ทำให้อร่อยจนยั้งใจไม่อยู่

Fowlmouth : ไก่ทอดรสเผ็ดจี๊ดจากแนชวิลล์
 

★ 3. Crackhouse : อร่อยเน้นๆ กับเมนูไข่ 

ร้านเครือเดียวกับไก่ทอดรสเผ็ดเลยทำให้ทำเลอยู่ติดกันแบบแนบแน่น  แต่สำหรับร้านนี้จะมาในลุคสีเหลืองสดใสพร้อมสารพัดเมนูไข่ในรูปแบบของอาหารเช้ากินง่าย ไม่ว่าจะเป็น แซนวิช เบอร์ริโต้ ไปจนถึงแพนเค้ก สำหรับเมนูเด็ดที่เขาบอกมาก็ต้องลอง Crackgriddle (220 บาท) เบอร์เกอร์ไข่ที่เปลี่ยนขนมปังบันเป็นแพนเค้กเนื้อนุ่มหอมเนย ส่วนข้างในก็อัดแน่นไปด้วยไส้กรอก ออมเล็ต ชีสเชดดาร์ และเนย ซึ่งรสชาติทั้งหมดมันเข้ากันได้ดีสุดๆ จนเราต้องกัดเพิ่มอีกหลายๆ คำ

Crackhouse : อร่อยเน้นๆ กับเมนูไข่

Crackhouse : อร่อยเน้นๆ กับเมนูไข่

Crackhouse : อร่อยเน้นๆ กับเมนูไข่

ที่สำคัญที่นี่เขามีกาแฟโคลด์บริวจากร้าน Roots เสิร์ฟกันอีกด้วยนะ
 

★ 4. Soho Pizza : พิซซ่าแป้งบางสไตล์นิวยอร์ก 

สำหรับใครที่อยากอิ่มครบจบในคราวเดียว ขอแนะนำให้มุ่งหน้ามาที่ Soho Pizza ร้านที่พกพาความอร่อยของพิซซ่าแป้งบางสไตล์นิวยอร์กชิ้นโตขนาด 18 นิ้ว ในรูปแบบสไลซ์ที่เรารับประกันว่าเพียงแค่สไลซ์เดียวก็อิ่มแปล้ และที่ดีงามก็คือพิซซ่าทุกสไลซ์เค้าอุ่นในเตาถ่านและเสิร์ฟกันร้อนๆ เรียกว่ามาแบบควันฉุยชีสยืด

Soho Pizza : พิซซ่าแป้งบางสไตล์นิวยอร์ก

ที่เราลองเป็น Cheese (120 บาท) พิซซ่าหน้าชีสอร่อยหนุบหนับในแป้งบางขอบกรุบกรอบกับ Pepperoni (150 บาท) พิซซ่าหน้าเปปเปอโรนีที่ความเปรี้ยวเข้าคู่กับความเข้มข้นของชีสได้อย่างเหมาะเจาะ

Soho Pizza : พิซซ่าแป้งบางสไตล์นิวยอร์ก
 

★ 5. The Lobster Lab : อร่อยกับล็อบสเตอร์และหลากเมนูซีฟู้ด 

คนรักล็อบสเตอร์และซีฟู้ดห้ามพลาดจดร้านนี้ไว้ในลิสต์ เพราะเขาได้ยกความอร่อยจากท้องทะเลมาให้ทุกคนได้เลือกอร่อยอย่างเต็มอิ่มในรูปแบบของซีฟู้ดบาร์ที่ทำให้เราได้เข้าใกล้ความอร่อยกันได้ง่ายยิ่งขึ้น

The Lobster Lab : อร่อยกับล็อบสเตอร์และหลากเมนูซีฟู้ด

เมนูแนะนำแน่นอนว่าคงไม่พ้น Signature Boston Roll ความอร่อยระดับไฮเอนด์ในราคาน่ารัก แถมยังมาเป็นเซ็ตประกอบด้วย ขนมปังบริยอชโฮมเมดยัดไส้เนื้อล็อบสเตอร์ชิ้นโตๆ เคี้ยวเด้งสู้ลิ้นคลุกเคล้ากับซอสสูตรลับรสเข้มข้นหอมมันที่เสิร์ฟมาพร้อมหอมทอดร้อนๆ และสลัดผักเพิ่มความสดชื่นให้มากินคู่กัน

The Lobster Lab : อร่อยกับล็อบสเตอร์และหลากเมนูซีฟู้ด

 

★ 6. Bun Meat & Cheese x Pit Master : เต็มคำกับเบอร์เกอร์และเนื้อรมควัน 

หลังจากประสบความสำเร็จจาก Homeburg เบอร์เกอร์สุดโด่งดังที่มีขายเพียงไม่กี่ชิ้นและไม่กำหนดราคา ก่อนจะกลายมาเป็น Bun Meat & Cheese ที่ทุกคนหลงรัก และตอนนี้ในทำเลใหม่ก็ได้พันธมิตรใหม่อย่าง Pit Master ที่เด่นในการทำเนื้อไทยนุ่มๆ ด้วยการนำมารมควันก่อนย่างอีกครั้งจนหอมกรุ่น จนเรากล้าพูดเลยว่านี่คือการรวมตัวที่คนรักเนื้อห้ามพลาด!

Bun Meat & Cheese x Pit Master : เต็มคำกับเบอร์เกอร์และเนื้อรมควัน

แน่นอนว่าเมนูที่ต้องสั่ง Bun Meat & Cheese (เนื้อ 320 / หมู 300)​ เบอร์เกอร์ซิกเนเจอร์ที่นำเอาคู่ซี้อย่างเนื้อเบอร์เกอร์ย่างหอมๆ กับชีสรสเข้มมาเจอกัน ส่วนขนมปังทางร้านก็เลือกใช้ขนมปังญี่ปุ่นที่มีทั้งความนุ่มหนึบและไม่ฝืดคอ แต่ใครที่ชอบเนื้อล้วนๆ ก็สามารถสั่งมากินคู่กันได้ เพราะที่นี่เขาได้เลือกเนื้อหลากหลายส่วนที่จัดว่าเด็ดๆ ทั้งนั้น อาทิ ลิ้นวัว ซี่โครง และเสือร้องไห้

Bun Meat & Cheese x Pit Master : เต็มคำกับเบอร์เกอร์และเนื้อรมควัน

Bun Meat & Cheese x Pit Master : เต็มคำกับเบอร์เกอร์และเนื้อรมควัน
 

★ 7. Yum Cha : ติ่มซำสูตรอร่อยตำรับฮ่องกง 

ร้านติ่มซำร้านล่าสุดของกรุงเทพฯ ที่นำเสนอความอร่อยของติ่มซำรสชาติดั้งเดิม แต่เสริมความเป็นโมเดิร์นลงไปในหน้าตาให้ดูเทรนดี้และน่าแชะภาพมากขึ้น แต่ที่เรารักมากๆ ก็คือทุกเมนูเรียกว่าทำและนึ่งสดๆ หลังร้าน ทำให้ต้องใช้เวลารอกันสักหน่อย

Yum Cha : ติ่มซำสูตรอร่อยตำรับฮ่องกง

เมนูแนะนำคงไม่พ้น Ha Gau (135 บาท) ฮะเก๋าแป้งบางหนึบสอดไส้กุ้งชิ้นโตที่แฝงความมันของมันกุ้งและรสชาติกลมกล่อมหอมหวานในคำเดียว หรือจะลอง Hung Yau Chau Sau (135 บาท) เกี๊ยวหมูลวกเนื้อแน่นราดด้วยซีอิ๊วน้ำมันพริกที่ให้รสเผ็ดๆ ปลายลิ้นก็กินเพลิน แล้วอย่าลืมสั่ง Cold Brew Hibicus Mint Tea (90 บาท) ชาดอกชบารสหวานละมุนที่เติมความซ่านิดๆ ด้วยใบมินต์

Yum Cha : ติ่มซำสูตรอร่อยตำรับฮ่องกง

Yum Cha : ติ่มซำสูตรอร่อยตำรับฮ่องกง

Yum Cha : ติ่มซำสูตรอร่อยตำรับฮ่องกง
 

★ 8. PAAK : ครบเครื่องเรื่องน้ำผักและเมนูเพื่อสุขภาพ 

เพียงแค่เห็นชื่อ “ผัก” คงไม่ต้องเอ่ยให้มากความว่าร้านนี้ต้องการสื่ออะไร เพราะถ้าใครเป็นคนรักสุขภาพก็ขอให้ลองแวะร้านนี้ หากใครชอบกินผักก็ให้แวะมาร้านนี้ หรือถ้าอยากลองกินผักก็ให้แวะมาร้านนี้ เมื่อที่นี่เขาได้เปลี่ยนเมนูผักๆ ให้ดูกินง่ายขึ้น ด้วยเมนูของหวานและน้ำผักรสชาติดี

PAAK : ครบเครื่องเรื่องน้ำผักและเมนูเพื่อสุขภาพ

อย่างเมนูนี้มีชื่อว่า W&M (120 บาท) ที่นำส่วนผสมที่หลายคนคิดว่าไม่เข้ากันอย่าง “แตงโม” และ “มินท์” ให้มาเจอกัน จนออกมาเป็นความหวานเย็นที่ติดรสซ่าตรงปลายลิ้น จนเราอดแปลกใจกับรสชาติไม่ได้ บอกได้แค่ว่า “ดีงาม” จริงๆ นะ

PAAK : ครบเครื่องเรื่องน้ำผักและเมนูเพื่อสุขภาพ
 

★ 9. Guss Sundae Bar : ไอศกรีมซันเดย์สุดอร่อยของ Guss Damn Good 

เชื่อว่าแฟนคลับของคนรักไอศกรีมรสชาติไม่เหมือนใครของ Guss Damn Good น่าจะดีใจกันยกใหญ่ เพราะร้านไอศกรีมที่หลายคนรักได้เผยแตกไลน์ไอศกรีมซันเดมาให้ลองชิมกันแล้วชื่อ Guss Sundae Bar ที่ได้รวมไอศกรีมซันเดหลากรสชาติมาให้เลือก หรือถ้าใครอยากลองเลือกไอศกรีมที่ชอบ พร้อมกับซอสและท็อปปิงที่ใช่ก็ไม่ถือว่าผิดกติกา

Guss Sundae Bar : ไอศกรีมซันเดย์สุดอร่อยของ Guss Damn Good

ความอร่อยที่เราขอแนะนำก็ต้อง Two Tone (185 บาท) ไอศกรีมที่จะพาวัยเด็กของทุกคนให้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ด้วยไอศกรีมรสนมผสมกับไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รี่ที่มาพร้อมกับเจลลี่สตรอว์เบอร์รี่สีแดงชิ้นใหญ่ ก่อนจะราดด้วยซอสเบอร์รี่และข้าวพองเคี้ยวกรุบกรอบ ตักกินเพลินสุดๆ

Guss Sundae Bar : ไอศกรีมซันเดย์สุดอร่อยของ Guss Damn Good
 

★ 10. Lykke : อร่อยได้สุขภาพจากโยเกิร์ตสุดเข้มข้น 

ร้านเล็กไซส์กะทัดรัดสีสดใสที่นำโยเกิร์ตมาทำให้ดูน่ารักน่าอร่อย และที่สำคัญส่วนผสม ไม่ว่าจะเป็น กรีกโยเกิร์ต ผลไม้แห้ง ไปจนถึงกราโนล่า ทางร้านเขาทำเองหมักเองกันทั้งหมด ส่วนวิธีสั่งโยเกิร์ตจะเริ่มต้นที่ 120 บาท ก่อนจะให้เราจับคู่กับส่วนผสมและผลไม้ที่ชอบลงไป

Lykke : อร่อยได้สุขภาพจากโยเกิร์ตสุดเข้มข้น

แต่ถ้าใครคิดไม่ออกก็มีเมนูซิกเนเจอร์ให้เลือกอย่าง Starwberry Honeycomb ที่นำเอาสตรอว์เบอร์รี่สดมาจับคู่กับน้ำผึ้งกันหวานอมเปรี้ยวกันถึงใจ แต่ถ้าชอบรสชาติสดชื่นก็ต้อง Mango Tropical ที่มีทั้งเนื้อมะม่วง น้ำผึ้งหอมๆ ร่วมด้วยมะพร้าวอบแห้งให้เคี้ยวกันกรุบกรอบ

Lykke : อร่อยได้สุขภาพจากโยเกิร์ตสุดเข้มข้น

พิกัด : The Commons Saladaeng 30 ซอยศาลาแดง 1 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
โทร. 080 281 8339
FB : The Commons Saladaeng


Tag: , รวมร้านอร่อย, ศาลาแดง,

เรื่องโดย

ความคิดเห็น