หม่อนเบอร์รี่ชีสเค้ก (Mulberry Cheesecake)

วันที่ 11 พฤษภาคม 2563  235 Views (0 รีวิว)

เรื่องโดย ป้าเจี๊ยบ

ประเภท ของหวานและไอศกรีม

หม่อนเบอร์รี่ชีสเค้ก (Mulberry Cheesecake)

ป้าแอ๋วข้อเท้าหักค่ะ ใส่เฝือกเหมือนรองเท้าบูตสีขาวสะอาดตา แต่ถูกสมาชิกในครอบครัวเขียนคำอวยพรให้หายเจ็บไวๆ แถมด้วยรูปการ์ตูนฝีมือเด็กๆ ใส่ลงไปจนมีลวดลายเต็มไปหมด

ตอนที่โทรศัพท์ไปถามอาการ ลุงโจ้บอกว่าป้าแอ๋วเดินไม่ได้เลย ต้องนอนโรงพยาบาล คงงดมาร่วมรายการกินกันวันเสาร์ ป้าเจี๊ยบจึงบรรยายรายการอาหารที่จะทำให้ป้าแอ๋วทราบ แล้วบอกพี่ชายว่าเสาร์นี้ตั้งใจจะเลี้ยงวันเกิดให้ป้าแอ๋วด้วย ไม่มาได้อย่างไร ถ้าเดินไม่ได้ก็อุ้มมาสิ ได้ยินเสียงจากปลายสายว่า “อือ” ก็ แสดงว่าวันครอบครัวของเราพร้อมหน้าตามเคยค่ะ

 แต่ลุงโจ้ไม่ได้อุ้มป้าแอ๋วอย่างที่แนะไว้หรอกค่ะ ให้ขี่หลังมาแทน พอกินเสร็จก็รีบพากลับไปส่งคืนที่โรงพยาบาล พวกเรานินทาว่าลุงโจ้โชคดีที่มีศรีภรรยาตัวเล็ก เพราะป้าแอ๋วตัวเล็กที่สุดในครอบครัว สูงแค่ 150 เซนติเมตรเท่านั้นเอง มีเสียงแหย่ต่อไปว่าถ้าเป็นป้าปุ๊ ลุงจั่นจะแบกไหวไหมนี่ ป้าเจี๊ยบได้ยินเสียงแว่วๆ ว่าถ้าไม่เข็นก็คงต้องลากมา!?!

พูดถึงคู่นี้แล้วทำให้นึกถึงตอนที่ลุงจั่นพาป้าปุ๊กับพี่มิ้นท์ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติภูเรือที่จังหวัดเลยค่ะ ขากลับผ่านมาทางไร่กำนันจุล ลุงจั่นซื้อมัลเบอร์รี่กวน (Mulberry Topping) บรรจุกระป๋องมา แล้วโฆษณาสรรพคุณว่าเป็นอะไรที่รสชาติอร่อยลิ้นกว่าบลูเบอร์รี่หลายเท่า อยากให้ป้าเจี๊ยบทำชีสเค้กแบบเดียวกับที่ราดหน้าด้วยบลูเบอร์รี่ให้หน่อย จะเอาไว้ราดมัลเบอร์รี่แทน

ป้าเจี๊ยบบอกว่าเคยกินแล้วจ้ะ ซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพฯ นี่เอง เอามาทำมัลเบอร์รี่เครป (Mulberry Crêpe) เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมเมื่อคราวเลี้ยงคริสต์มาสที่บ้านเพื่อน

บ้านป้าแจงที่กลางดงก็มีมัลเบอร์รี่อยู่ต้นหนึ่ง ออกลูกทีไรเด็กๆ แย่งกันกินทุกที น้องแพรเรียกหม่อนเบอร์รี่ค่ะ เอาคำภาษาไทยคือ “ลูกหม่อน” มาผสมกับ “มัลเบอร์รี่” ในภาษาอังกฤษ

พอน้องชายแจ้งความประสงค์ ป้าเจี๊ยบก็สนองตอบค่ะ ออกไปจ่ายตลาดเพื่อเตรียมวัตถุดิบ ปรากฏว่าได้ของทุกอย่าง ยกเว้นครีมชีส แล้วจะทำชีสเค้กอย่างไร ตรวจดูบริเวณชั้นวางอย่างละเอียดก็ไม่มี เลยสักก้อน เห็นแต่ครีมชีสสเปรด (Cream Cheese Spread) วางอยู่หลายยี่ห้อ

ด้วยความขี้เกียจเสียเวลาไปหาที่อื่น ก็เลยตัดสินใจหยิบครีมชีสสเปรดมาแทน เลือกแบบบรรจุขวดที่ผลิตในเมืองไทย จะได้เข้ากันกับหม่อนเบอร์รี่ของไทยไงคะ

พอถึงบ้านก็เปิดชิมเพื่อดูว่าจะต้องทำอย่างไรจึงจะให้รสชาติของชีสเค้กออกมาใกล้เคียงกัน เนื้อของครีมชีสสเปรดมีลักษณะเป็นครีมข้นเพราะนิยมนำมาทาขนมปัง ไม่ค่อยมีรสเปรี้ยวเท่าไร ดังนั้นเห็นจะต้องลดนมข้นลงนิดและเพิ่มมะนาวอีกหน่อยจากสูตรเดิมที่เคยทำ 

ป้าเจี๊ยบเริ่มทำแป้งครัสต์ (Crust) ด้วยการนำขนมปังเอบีซีที่ตำให้เป็นเม็ดหยาบๆ 1 ¼ ถ้วยตวง คลุกเคล้ากับเนยสดรสเค็มที่ละลายแล้ว ¼ ถ้วยตวง แล้วกรุอัดแน่นในถาดพายขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 8 นิ้ว ใส่ในตู้เย็นเพื่อให้แป้งจับกันแข็ง

ตักครีมชีสสเปรดจากขวดซึ่งมีปริมาณบรรจุ 200 กรัมใส่ลงในชาม พร้อมกับนมข้นหวาน 1/3 ถ้วยตวง ใช้เครื่องผสมอาหารไฟฟ้าตีจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วใส่น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะลงไป คนให้เข้ากันอย่างรวดเร็วแล้วรีบเทลงถาดแป้งครัสต์ เพราะถ้าคนนานเกินไป ส่วนผสมมักจะไม่แข็งตัวค่ะ เมื่อเกลี่ยหน้าจนเรียบแล้วก็แช่ตู้เย็นอีกครั้ง จากนี้ไปอีกประมาณ 4-5 ชั่วโมงก็พร้อมที่จะเสิร์ฟหลังอาหารเย็น

ลุงจั่นมาถึงพร้อมกระป๋องหม่อนเบอร์รี่ทอปปิงตามที่บอกไว้ค่ะ ป้าเจี๊ยบเป็นคนตัดแจก ตอนที่ยกชิ้นเค้กออกจากถาดก็ดีใจไปหนึ่งเปลาะที่เห็นเนื้อชีสเค้กแข็งอยู่ตัวเป็นอย่างดี ตักหม่อนเบอร์รี่ราดหน้าแล้วส่งให้ลุงจั่นเป็นคนแรก แล้วจึงเสิร์ฟสมาชิกคนอื่นๆ พร้อมกับบอกว่าหนนี้ใช้ครีมชีสสเปรดทำนะ ไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือเปล่า

แต่แล้วก็ยิ้มออกค่ะเมื่อลุงจั่นบอกว่า “ต่อไปทำอย่างนี้ได้เลย อร่อยกว่า” ทุกคนสนับสนุนค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าอร่อยจริงหรือเปล่า ก็ลองทำกินกันนะคะ


Tag : ของหวาน, ชีสเค้ก

คะแนนและรีวิว


0.0 จาก 5

ให้คะแนนและเขียนรีวิว

ยังไม่มีรีวิว

ความคิดเห็น



Editor’s Pick

Recent

Most Viewed