เมื่อไม่นานมานี้เราได้รู้จักกับศาสตร์หนึ่งที่ชื่อว่า Sand Mandala ดูคล้ายของเล่นทรายสีของเด็ก ก่อนจะรู้ความเป็นมาที่ทำให้สนใจอยากลองทำด้วยตนเอง


เดินทางมากันที่ Gompa Studio แถวบางรัก สตูดิโอของคุณจิรายุ อริยาดิเรก และคุณนิชาพร อัศวบุญทรัพย์ ซึ่งก่อนเริ่มเวิร์กช็อปจะมีการเล่าให้ฟังถึงรายละเอียดของศาสตร์ Sand Mandala ว่าต้นกำเนิดมาจากทิเบต โดยคำว่า Mandala (มัณฑละ) เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า ศูนย์กลาง แต่ความหมายที่เกี่ยวกับศาสนาหมายถึง จักรวาลแห่งการตรัสรู้


แนวคิดการทำ Sand Mandala เกิดขึ้นในอินเดียมานานมากราว 2,500 ปี จากนั้นจึงแพร่หลายสู่ทิเบต และที่แห่งนี้เองที่ความเชื่อในศาสตร์นี้เข้มข้นมาก จนได้รับการสืบทอดต่อกันมากลายเป็นวิถีของศาสนาพุทธแบบทิเบต โดยพระสงฆ์จะฝึกบำเพ็ญเพียรเพื่อให้เข้าใจแก่นแท้ของชีวิตผ่านการเททรายลงบนโต๊ะ กระดาน หรือผ้าใบ

แต่สำหรับเวิร์กช็อปครั้งนี้เราจะได้เททรายลงบนเพลตกาวตามรูปทรงที่กำหนด โดยสามารถเลือกได้ 1 ลาย จากทั้งหมด 4 ลาย ซึ่งล้วนแล้วมีความหมายในตัว ไม่ว่าจะเป็น
- ลาย Mantra บนจักรวาล - ช่วยทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจ
- ลายจักรวาล - กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การมองภาพกว้าง
- ลาย Mantra บนดอกบัว - ช่วยสร้างความผ่อนคลาย และเพิ่มความมั่นใจ
- ลายดอกบัว - แก้เครียด ลดอารมณ์ขุ่นมัว

เมื่อเลือกลายได้แล้วจะมีการสอนโดยใช้อุปกรณ์ตักและเททรายที่เรียกว่าจักปูร์ (Chak-pur) ลักษณะเป็นกรวยโลหะ และแท่งโลหะสำหรับถูกับกรวยเพื่อให้ทรายไหลออก และยังสามารถใช้เกลี่ยทรายที่ล้นออกมานอกกรอบได้อีกด้วย


จังหวะที่แท่งโลหะขูดกับกรวยจนเกิดเสียงกังวาน และเม็ดทรายไหลลงเพลต เป็นช่วงเวลาที่เรารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ในช่วงแรกจะเริ่มต้นด้วยความทุลักทุเลเพราะควบคุมทรายไม่ค่อยได้ แต่เมื่อทำไปเรื่อยๆ จะเริ่มจับจังหวะและควบคุมปริมาณได้ดีขึ้น

Sand Mandala ยังมีรายละเอียดเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ในแต่ละกลุ่มสีหลักของทราย ได้แก่ สีน้ำเงินและดำ แทนองค์ประกอบของท้องฟ้าและอวกาศ ซึ่งสื่อถึงความมั่นคง สติปัญญา สีขาวแทนธาตุน้ำ สื่อถึงความรู้ ความบริสุทธิ์ สีเขียวแทนธาตุลม สื่อถึงการกระทำของมนุษย์ สีเหลืองแทนธาตุดินและโลก สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ และสีแดงเป็นตัวแทนธาตุไฟ สื่อถึงความรัก โดย 5 สีนี้ก็ยังมีสีอื่นๆ แตกย่อยออกมา เช่น สีชมพู สีส้ม สีเขียวอ่อน ซึ่งเราสามารถลงสีได้ตามความรู้สึก ไม่มีกฎเกณฑ์ในการเลือกและไม่จำเป็นต้องใช้ครบทุกสี



ใช้เวลาชั่วโมงกว่าๆ ผลงานที่ตั้งใจก็เริ่มถูกเติมสีเข้าไปจนครบทุกช่องในเพลต น่าทึ่งเหมือนกันที่เราสามารถมีสมาธิจดจ่ออยู่กับกิจกรรมเดิมๆ ได้ค่อนข้างนาน และความรู้สึกที่ตามมาคือความภาคภูมิใจเพราะได้ทำงานศิลปะสำเร็จหนึ่งชิ้น

แต่สุดท้ายแล้วต้องกลับมาสู่ความจริงที่ว่า เม็ดทรายเหล่านั้นจะต้องถูกกรีดและเททิ้งตามหลักคำสอนของพุทธทิเบตในเรื่องการปล่อยวาง และเพื่อให้พึงระลึกไว้เสมอว่าไม่มีสิ่งใดในโลกจีรังยั่งยืน วิธีการทำลายคือการใช้อุปกรณ์เรียกว่าวัชระ หรือ Dorje กรีดผลงานทรายสีของเราด้วยตัวเราเองก่อนเท หรือจะข้ามขั้นตอนนี้แล้วเททิ้งเลยก็ได้ ระหว่างนั้นทางเจ้าของสตูดิโอจะเขย่าระฆังให้เกิดเสียงกังวานทั่วห้องเพื่อกำหนดสติและเป็นการภาวนาจิตไปด้วย

ถึงแม้จะทำใจมาแล้วแต่แอบเสียดายผลงานเล็กน้อย ยังดีที่เป็นเพลตกาวจึงมีทรายที่เราเทติดอยู่เพื่อให้เก็บกลับบ้านไปเป็นที่ระลึก

ประสบการณ์ครั้งนี้ถือว่าใหม่สำหรับเรา แต่เพลินมาก ใครไม่ถนัดนั่งสมาธิเฉยๆ ลองมาทำ Sand Mandala ก็สามารถสร้างสมาธิได้เหมือนกัน
ติดตามรายละเอียดและสอบถามรอบเวิร์กช็อปได้ที่ Instagram : gompa_studio, Facebook : Gompa Studio, TikTok : Gompa Studio, www.gompastudio.com, อีเมล gompastudio.contact@gmail.com (ระยะเวลา 2 ชั่วโมง/รอบ)
ข้อมูล
- พิกัด : Gompa Studio ชั้น 3 ของร้าน KEFI ถนนสี่พระยา แขวงมหาพฤฒาราม เขตบางรัก กรุงเทพฯ
- เวลาทำการ : เปิดบริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์
- ราคา : 690 บาท
Tag:
การบำบัด, เวิร์กช็อป
ความคิดเห็น