ก่อนหน้านี้หลายคนอาจรู้สึกว่าการกินอาหารจากพืช (Plant-Based) เป็นวิถีการกินที่ยุ่งยากและไกลตัว แต่ในช่วงหลัง เทรนด์การกินแพลนต์เบสกลับได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งในกลุ่มคนรักสุขภาพและคนรุ่นใหม่ที่มองว่าอาหารการกินไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติเท่านั้น แต่เป็นการกินดีเพื่ออยู่ดีอย่างแท้จริง

Plant-Based-Vegetarian-Vegan
ว่าด้วยวิถีการกินที่ทั้ง “กรีน” และ “คลีน”
หลายคนยังสงสัยว่าการกินแบบแพลนต์เบสแตกต่างจากการกินแบบมังสวิรัติและวีแกนอย่างไร ในเมื่อเน้นกินผักและผลไม้เป็นหลัก? โดยทั่วไปแพลนต์เบส (Plant-Based) หมายถึงการกินอาหารจากพืชผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว และเมล็ดพืชเป็นหลัก อาจมีหรือไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์เลยก็ได้ แตกต่างจากการกินแบบมังสวิรัติ (Vegetarian) แนวทางการกินผักเก่าแก่ในประวัติศาสตร์ ซึ่งละเว้นการกินเนื้อสัตว์ แต่ยังบริโภคไข่และนม ในขณะที่วีแกน (Vegan) นับเป็นวิถีการกินที่เคร่งครัดที่สุด เพราะงดผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด

แพลนต์เบสนับเป็นน้องเล็กในวงการ เมื่อเทียบกับการกินแบบมังสวิรัติที่มีมาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อและศาสนา อย่างในอินเดียเป็นไปตามหลักอหิงสา (Ahimsa) หัวใจหลักอยู่ที่การไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิต ส่วนฝั่งกรีก พีทาโกรัส (Pythagoras) นักคณิตศาสตร์ผู้โด่งดังของโลกก็ละเว้นการกินเนื้อสัตว์เช่นกัน ด้วยเหตุผลด้านจิตวิญญาณและสุขภาพ โดยมีกลุ่มผู้ติดตามที่เรียกว่า Pythagoreans ปฏิบัติตามแนวทางนี้อย่างเคร่งครัด
แนวทางการกินมังสวิรัติชัดเจนขึ้นในศตวรรษที่ 19 มีการก่อตั้งสมาคมมังสวิรัติ (The Vegetarian Society) ที่เมืองแมนเชสเตอร์ในอังกฤษอย่างเป็นทางการ ส่วนการกินวีแกนเกิดขึ้นหลังจากนั้นโดยสมาชิกกลุ่มเดิมที่แยกตัวมาก่อตั้ง The Vegan Society นำโดยโดนัลด์ วัตสัน (Donald Watson) ที่ส่งเสริมการกินมังสวิรัติแบบเข้มข้น ไม่มีเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์เพื่อเหตุผลด้านจริยธรรม จนกลายเป็นแนวทางการกินอีกแนวหนึ่งที่ได้รับความนิยมจนปัจจุบัน

Whole Food, Plant-Based
กินดีเพื่ออยู่ดี
หลังจากได้รู้จักความแตกต่างของ Plant-Based - Vegetarian - Vegan ไปแล้ว ถึงเวลาเจาะลึกเทรนด์การกินมาแรงแห่งยุคอย่างแพลนต์เบส โฮลฟู้ดส์ (Plant-Based Whole Foods) ที่เน้นวัตถุดิบอย่างเทมเป้ (ถั่วเหลืองหมัก) เป็นโปรตีนจากพืชทดแทนเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืชแบบเต็มเมล็ด สมุนไพร และเครื่องเทศต่างๆ การกินแบบนี้ไม่เพียงดีต่อสุขภาพ แต่ยังเหมาะกับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วน และมะเร็ง เพราะอาหารเหล่านี้มีไฟเบอร์สูง ไขมันดี และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

การกินแพลนต์เบสเป็นที่ยอมรับในวงกว้างจากงานวิจัยของ ดร. ที. โคลิน แคมป์เบลล์ (Dr. T. Colin Campbell) นักชีวเคมีและนักโภชนาการชาวอเมริกัน เจ้าของหนังสือ The China Study ที่นำเสนองานวิจัยด้านโภชนาการของประชากรในจีน แล้วพบว่าการบริโภคอาหารจากพืชในปริมาณสูงสัมพันธ์กับการเกิดโรคเรื้อรังที่ต่ำลง ส่วนแนวการกิน Whole Food, Plant-Based ที่เราเริ่มได้ยินกันบ่อยขึ้นในช่วงหลัง หมายถึงการกินอาหารจากพืชในรูปแบบใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผักสด ผลไม้สด ธัญพืชแบบเต็มเมล็ด พืชหัว รวมถึงถั่วต่างๆ ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ต่างจากอาหารแปรรูปหรือผ่านการขัดสี

หากจำกันได้ G&C เคยนำเสนองานวิจัย Plant-Based Thai Diet ของ ดร. ชลิดา เถาว์ชาลี ตันติพิภพ ว่าด้วยเรื่องอาหารไทยแพลนต์เบส ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย อาทิ น้ำพริกลงเรือเทมเป้ และแซนด์วิชพะแนงเทมเป้ อร่อยและดีต่อสุขภาพไม่แพ้การกินแบบ Mediterranean Diet ของชาวฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีอาหารหลักเป็นผัก ผลไม้ ธัญพืช น้ำมันมะกอก และอาหารทะเล หรือจะเป็นการกินดีเพื่ออายุยืนยาวแบบ Okinawa Diet ที่มีวัตถุดิบหลักเป็นผัก ข้าว ธัญพืช ชาเขียว อาหารทะเล มิโซะ มะระญี่ปุ่น และมันหวาน

ทั้งนี้ทั้งนั้น การกินแพลนต์เบสต้องกินให้ครบทั้งโปรตีน ไขมัน คารโบไฮเดรต และวิตามิน ในสัดส่วนที่เหมาะสม จะกินแต่ผักกับผลไม้อย่างเดียว ไม่นับเป็นแพลนต์เบสนะ!
เอื้อเฟื้อผลิตภัณฑ์สำหรับถ่ายภาพ
บริษัท สามพรานฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ HappyMate
18/4 หมู่ที่ 2 ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
โทร. 0-2420-6078
Tag:
การดูแลสุขภาพ, วีแกน, อาหารเพื่อสุขภาพ, อาหารแพลนต์เบส
ความคิดเห็น