5 เมนูอาหารจีน กินแล้วเฮงในวันตรุษจีน!

วันที่ 21 มกราคม 2563  639 Views

เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงที่ชาวไทยเชื้อสายจีนพร้อมใจเตรียมอาหารไหว้บรรพบุรุษกันพร้อมเพรียง ซึ่งนอกจากจะมีเป็ด ไก่ กันตามปกติแล้ว G&C ขอเพิ่มเติมสูตรอาหารมงคลที่ทำกินอร่อยแถมยังเฮงรับเทศกาลตรุษจีนอีกด้วย ว่าแต่จะมีเมนูอะไรบ้าง เตรียมกระดาษมาจดสูตรแล้วลุยกันเลย!

1. หยี่ซาง
อาหารประจำในวันปีใหม่ของจีน ผักหลากสีสันสวยงามและเนื้อปลาสด คล้ายกับสลัด วิธีคลุกต้องคลุกผักให้สูงๆ อันหมายถึงขอให้การค้าเจริญรุ่งเรืองและการเงินคล่อง

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
•ต้นหอมญี่ปุ่น (เฉพาะส่วนลำต้นสีขาว) 30 กรัม
•มันแกว 40 กรัม
•ขิง  20  กรัม
•แครอต   50  กรัม
•เซเลรี  50 กรัม
•ผักกาดดองเสฉวน (แช่น้ำสักพัก) 30  กรัม
•บีตรูต 30 กรัม
•พริกหวานแดง  40 กรัม
•พริกหวานเหลือง  40  กรัม
•หัวไช้เท้า  40 กรัม
•ส้มโอ 15 กรัม
•ใบมะกรูดซอย   1 ใบ
•เนื้อปลาแซลมอนสำหรับทำซาชิมิหั่นบาง 400  กรัม
•งาขาวสำหรับโรยหน้า

ส่วนผสมสำหรับราดปลา
•น้ำมันงา น้ำมันพริก น้ำมะนาว อย่างละประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
•เครื่องเคียงสำหรับโรยหน้า เส้นหมี่ทอดกรอบ ปาท่องโก๋ตัวเล็กหั่นสั้น ถั่วลิสงคั่วบุบหยาบ อย่างละประมาณ 1/4 ถ้วย

ส่วนผสมซอส
•น้ำมันงา น้ำมันพืชหรือน้ำมันถั่วลิสง โชยุ (คิโคมาน) ซอสบ๊วย น้ำมะนาว น้ำตาล

วิธีทำ
•ผสมส่วนผสมซอสให้เข้ากันจนได้รสเปรี้ยว เค็ม มัน และมีรสหวานนิดๆ

วิธีทำหยี่ซาง
•ซอยผักทุกอย่างเป็นเส้นบางยาวให้ยาวใกล้เคียงกัน
•จัดเนื้อปลาใส่จาน โรยงาให้สวยงาม  และวางผักต่างๆ ล้อมรอบปลาให้สวยงาม โรยหน้าด้วยใบมะกรูดซอย

วิธีกิน
ราดน้ำมันงาลงบนเนื้อปลาและคลุกเพื่อไม่ให้เนื้อปลาติดกัน ราดน้ำมันพริกและน้ำมะนาว คลุกให้ทั่ว ราดซอสที่เตรียมไว้ คลุกส่วนผสมทั้งหมดโหย่งๆ ให้เข้ากัน ขณะคลุกให้พูว่า “ โหลวเฮ” อันหมายถึงขอให้การเงินคล่องและการค้าเจริญรุ่งเรือง ก่อนกินโรยหมี่ทอด ปาท่องโก๋ และถั่วลิสงคั่ว (ต้องใส่หลังสุดเพราะจะได้กรอบ)  และกินร่วมกันทันที

2. หอยนางรมตากแห้งกับสาหร่ายเส้นผมและเห็ดหอม
อาหารมงคลในเทศกาลตรุษจีน นำหอยนางรมตากแห้งที่มีความหมายว่าเรื่องดีๆ มาตุ๋นกับสาหร่ายเส้นผมที่หมายถึงโชคลาภ เมนูนี้จึงน่าจะทำให้โชคดีตลอดทั้งปี

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
• หอยนางรมตากแห้งตัวใหญ่ประมาณ  10  ตัว
• เห็ดหอมแห้ง 5-6 ดอก
• สาหร่ายเส้นผม  20  กรัม
• ผักกาดแก้ว 1  ต้น

ส่วนผสมซอสน้ำแดงและวิธีทำ
• น้ำสต๊อกไก่ 1 ถ้วย น้ำที่นึ่งหอยนางรม ซอสเป๋าฮื้อ (นำเป๋าฮื้อมาต้มจนนุ่มกรองน้ำมาทำซอส) 1/4 ถ้วย น้ำมันหอย 1/4 ถ้วย ซีอิ๊วดำเล็กน้อย น้ำตาลเล็กน้อย แป้งมันฮ่องกงละลายน้ำเล็กน้อย

วิธีทำซอส
• ผสมส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน (ยกเว้นแป้งมันฮ่องกง) ตั้งไฟจนร้อน ชิมรส ใส่แป้งและคนจนข้นเหนียวเตรียมไว้

วิธีทำ
• แช่หอยนางรมตากแห้งจนนุ่ม (ประมาณ 6 ชั่วโมง) ใส่น้ำสต๊อกไก่ น้ำมันหอย น้ำตาลเล็กน้อย
• ขิงหั่นแว่น ต้นหอม 2-3 ต้น ใส่น้ำจนท่วม นำไปตั้งไฟจนเดือดประมาณ 20 นาทีจนน้ำงวด แล้วนำไปนึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง  เตรียมไว้
• แช่เห็ดหอมจนนุ่ม ใส่น้ำสต๊อกไก่พอท่วม น้ำมันหอย แล้วนำไปตุ๋นประมาณ 1 ชั่วโมงจนนุ่ม
• แช่สาหร่ายเส้นผมจนนุ่ม ใส่น้ำสต๊อกไก่ เกลือ นำไปตุ๋นจนนุ่ม
• ผัดผักกาดแก้วกับน้ำมันเล็กน้อย ใช้ไฟแรงจนสลด ตักใส่จาน เรียงหอยนางรมที่เตรียมไว้ให้สวยงาม วางสาหร่ายเส้นผม และราดซอสน้ำแดงให้ชุ่มท่วม กินทันที

3. บะหมี่กระเพาะปลาสดราดซอสเป๋าฮื้อ
กระเพาะปลาเป็นยาอายุวัฒนะช่วยบำรุงร่างกายให้อบอุ่นและเลือดลมไหลเวียนดี เสิร์ฟพร้อมบะหมี่และราดซอสเป๋าฮื้อ

ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)
• กระเพาะปลาสด
• บะหมี่ลวก
• สาหร่ายเส้นผม
• ผักกวางตุ้ง
• ส่วนผสมซอสเป๋าฮื้อ
• ไก่แก่ 1/2  ตัว
• ซี่โครงหมู   1  กิโลกรัม
• ตีนไก่ 1  กิโลกรัม
• กระดูกหมู  1 กิโลกรัม
• กังป๋วย 50  กรัม
• เป๋าฮื้อ  2  กิโลกรัม
• น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ
• ต้มกระเพาะปลาในน้ำที่ใส่จนท่วมนาน 40 นาที เทน้ำออก ตักกระเพาะปลาใส่ในน้ำเย็นผสมน้ำแข็งทันที พักไว้จนหายร้อน
• นำกระเพาะปลากลับไปต้มต่อในน้ำเดือดอีก 30 นาที เทน้ำออก ตักใส่ในน้ำเย็นผสมน้ำแข็งอีกครั้ง ตักขึ้น พักไว้ แล้วนำไปนึ่งรอ
• ทำซอสโดยทอดไก่แก่ ซี่โครงหมู ตีนไก่ กระดูกหมู ในน้ำมันพืชร้อนจัด ทอดเร็วๆ (ทอดแยกกันทีละอย่าง) ใส่ทั้งหมดลงในหม้อ ใส่น้ำให้ท่วม ต้มนาน 6 ชั่วโมง ใส่กังป๋วยและเป๋าฮื้อลงต้ม จนมีกลิ่นหอม กรองออก
• ตักกระเพาะปลาใส่จานเสิร์ฟพร้อมกับบะหมี่ สาหร่ายเส้นผม ผักกวางตุ้ง ราดซอสเป๋าฮื้อ

4. ฟองเต้าหู้ห่อกุ้งทอด
เต้าหู้เป็นวัตถุดิบหลักที่เมื่อพูดถึงอาหารจีนมักจะมาเป็นอันดับต้นๆ และนอกจากความอร่อย เต้าหู้ยังมีความหมายว่า ‘ความสุขและความร่ำรวย’

เตรียมส่วนผสม
• เนื้อกุ้ง 350 กรัม
• ไข่ขาว 1 ฟอง
• แป้งมัน 2 ช้อนชา
• พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
• เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
• น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
• เหล้าจีนเชาชิง 1 ช้อนชา
• แห้วหั่นสับ 1/4 ถ้วย
• น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
• โคนต้นหอมซอย 4 ต้น
• ฟองเต้าหู้ตัดชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้า
• น้ำมันพืชสำหรับทอด
• น้ำจิ้มบ๊วยสำหรับเสิร์ฟ

การเตรียมไส้
เนื้อกุ้งจะใช้วิธีสับหรือปั่นให้ละเอียดก็ได้ หรือใช้มีดใหญ่ตบกุ้งกับเขียงเพื่อให้เนื้อแหลกก่อนสับจะทำให้เนื้อกุ้งเหนียวหนึบ ส่วนเหล้าจีน น้ำมันงา และโคนต้นหอมเป็นอีกเคล็ดลับที่ใส่เพื่อให้ไส้ติ่มซำมีกลิ่นหอมชวนกิน เมื่อเตรียมส่วนผสมแล้วนำทั้งหมดมาขยำและนวดให้เข้ากันจนเหนียว พักไว้

เตรียมฟองเต้าหู้
ใช้ฟองเต้าหู้สด (หาซื้อได้ที่ตลาดสดร้านขายเต้าหู้หรือร้านน้ำเต้าหู้ มีกลิ่นหอมของเต้าหู้) ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 3 x 4 นิ้วเตรียมไว้

การห่อ
ตักไส้ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะใส่บนฟองเต้าหู้แล้วพับ กดให้แบนเล็กน้อยเพื่อให้ทอดสุกได้ง่าย ใช้ไม้จิ้มฟันกลัดริมไว้ทั้ง 2 ด้าน

การทอด
ตั้งกระทะหรือหม้อสำหรับทอด ใส่น้ำมันให้ท่วม ใช้ไฟปานกลาง พอน้ำมันร้อนใส่ฟองเต้าหู้ลงทอด ต้องคอยเขี่ยและพลิกไม่ให้ฟองเต้าหู้ติดกระทะ ทอดนานประมาณ 2-3 นาทีจนสุกเหลืองทั่ว ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ดึงไม้จิ้มฟันออก หั่นครึ่ง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มบ๊วย

5. ก้ามปูนึ่งซอสไข่ขาวกับเก๋ากี้
คนจีนเชื่อว่าเม็ดเก๋ากี้ หรือผลโกจิเบอร์รี เป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางอาหารสูงที่สุดในโลก กินแล้วดีต่อทุกส่วนของร่างกาย

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
• ก้ามปูทะเลนึ่งแกะเปลือก 4 ก้าม
• น้ำสต๊อกไก่ 1 1/2 ถ้วย
• แป้งมันฮ่องกง 2 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ขาว 2 ฟอง
• เก๋ากี้แช่น้ำจนนุ่ม 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
• ทำซอสโดยต้มน้ำสต๊อกให้เดือด ใส่แป้งมันฮ่องกงละลายน้ำเล็กน้อย ต้มจนข้น
• เทไข่ขาวผ่านกระชอนกรองให้เป็นเส้นๆ ลงในซอส ใส่เก๋ากี้ ต้มพอสุก ปิดไฟ
• วางก้ามปูในถ้วยสำหรับนึ่ง ราดซอสไข่ขาวและเก๋ากี้ให้ทั่ว นึ่งไฟแรงสักครู่จนร้อนทั่ว ยกลง เสิร์ฟ

ความคิดเห็น