8 สูตรชีสเค้กสุดอร่อย ถูกใจสายหวาน

วันที่ 13 สิงหาคม 2563  286 Views

หนึ่งในของหวานที่สวีตเลิฟเวอร์เทใจให้ไม่มีเบื่อ นั่นก็คือ “ชีสเค้ก” ที่ตอนนี้เป็นที่นิยมทั้งชีสเค้กหน้าไหม้ และชีสเค้กรูปเนยแข็ง ทอม แอนด์ เจอร์รี่ หรือชีสเค้กผลไม้ธรรมดาก็ยังป็อปปูล่าอยู่ วันนี้ G&C เลยจะมาแจกสูตร 8 ชีสเค้กแสนอร่อย สายหวานรู้แล้วก็เตรียมวอร์มเตาอบรอไปได้เลย

ชีสเค้กหน้าไหม้ต้นตำรับ
นาทีนี้คงไม่มีขนมอะไรฮ็อตไปกว่า “ชีสเค้กหน้าไหม้” ผิวด้านบนถูกเบิร์นจนหอม ส่งกลิ่นฟินๆ ที่น่าลิ้มลองเป็นที่สุด ครีมชีสเน้นๆ อร่อยอย่าบอกใคร แถมทำไม่ยากอย่างที่คิดด้วยนะ

ส่วนผสม

  • ครีมชีสพักไว้ในอุณหภูมิห้อง 400 กรัม
  • น้ำตาลทราย 130 กรัม
  • ไข่ไก่เบอร์หนึ่ง 3 ฟอง
  • แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผงวานิลลา 2 ช้อนชา
  • วิปปิงครีม 3/4 ถ้วย
  • พิมพ์เค้กขนาด 3 ปอนด์ (หรือขนาด 8 นิ้ว)

วิธีทำ  

  • ตีครีมชีสกับน้ำตาลด้วยเครื่องตีไฟฟ้าจนเนียนเข้ากัน
  • ใส่ไข่ทีละฟอง ตีให้เข้ากัน ใส่วิปปิงครีมตีต่อให้เข้ากันจนฟูเป็นครีมข้นๆ
  • ใส่แป้งข้าวโพดและผงวานิลลา ตะล่อมเบาๆให้เข้ากัน
  • เทใส่พิมพ์เค้กที่รองด้วยกระดาษรองอบ เคาะเบาๆ
  • อบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสประมาณ 50-60 นาที ปิดไฟเตาอบ พักไว้ในเตา 10 นาที ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น นำไปแช่ตู้เย็นก่อนเสิร์ฟ 1 ชั่วโมง
  • ตัดเป็นชิ้น จัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มตามชอบ

ชีสเค้กหน้าไหม้แบบกรอบนุ่ม
นี่ก็ชีสเค้กหน้าไหม้เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างที่เนื้อสัมผัส ใครที่ชอบเนื้อเค้กแบบนุ่มๆ ฟูๆ แต่ผิวด้านบนกรอบล่ะก็ ชีสเค้กตัวนี้ตอบโจทย์ อีกทั้งยังหอมกลิ่นนม กลิ่นเนย จิบคู่กับน้ำชาอร่อยสุดๆ ไปเลย

ส่วนผสม

  • ครีมชีส 140 กรัม
  • เนยสด 40 กรัม
  • นมสด 60 กรัม
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 50 กรัม
  • แป้งข้าวโพด 15 กรัม
  • ไข่แดง 5 ฟอง
  • ไข่ขาว 5 ฟอง
  • น้ำตาลทราย 100 กรัม
  • ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/4 ช้อนชา
  • กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
  • พิมพ์เค้กขนาด 3 ปอนด์ (หรือขนาด 8 นิ้ว)

วิธีทำ

  • ใส่เนยสด นมสด และครีมชีสลงในอ่างผสม ยกตั้งบนหม้อน้ำร้อน คนเรื่อยๆ จนส่วนผสมเข้ากันจนเนียน ยกลง
  • ใส่ไข่แดงและกลิ่นวานิลลา คนให้เข้ากัน ร่อนแป้งสาลีและแป้งข้าวโพดใส่ คนด้วยตะกร้อมืออีกครั้งให้เข้ากัน
  • ตีไข่ขาวด้วยเครื่องตีไฟฟ้า ใส่ครีมออฟทาทาร์ตีจนเริ่มเป็นฟองเล็กๆ ค่อยๆ ใส่น้ำตาล ตีต่อให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายหมดและไข่ขาวเป็นโฟมละเอียดตั้งยอดแข็ง
  • ตักไข่ขาวครึ่งหนึ่งใส่ลงในส่วนผสมไข่แดง ตะล่อมพอเข้ากัน เทส่วนผสมใส่ลงในไข่ขาวที่เหลือ ตะล่อมให้เข้ากัน
  • เทใส่พิมพ์เค้กที่รองด้วยกระดาษรองอบ ยกพิมพ์เคาะกับโต๊ะ 2-3 ทีเพื่อไล่อากาศ (ถ้าเป็นพิมพ์ถอดก้นให้ห่อก้นพิมพ์ด้วยฟอยล์) ยกพิมพ์วางในถาดน้ำร้อนแล้วยกเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ไฟบน-ล่าง เวลา 45-60 นาที ปิดไฟเตาอบ พักชีสเค้กไว้ในเตาอบ 10 นาที ยกออกจากเตา
  • พักชีสเค้กไว้ให้เย็น ตัดเป็นชิ้นเสิร์ฟ

ชีสเค้กรูปเนยแข็ง
ชีสเค้กรูปเนยแข็ง หรือที่ในสื่อโซเชียลเขาเรียกกันว่า ชีสเค้กทอม แอนด์ เจอร์รี่ เค้กรูปเนยแข็งสุดน่ารัก ที่ด้านในอัดแน่นไปด้วยครีมชีส บอกเลยว่าเมนูนี้ทั้งคิ้วท์ทั้งอร่อย

ส่วนผสม

  • ครีมชีส 250 กรัม
  • เนยสด  50 กรัม
  • วิปปิงครีม 1 ถ้วย
  • น้ำตาลไอซิง 1/3 ถ้วย
  • เจลลาตินแผ่น 5 แผ่น
  • สีผสมอาหารสีเหลืองมะนาว 1/4 ช้อนชา
  • พิมพ์ซิลิโคนรูปชีสขนาดเล็ก 6-8 อัน

วิธีทำ

  • แช่แผ่นเจลลาตินในน้ำธรรมดาให้นิ่ม
  • ใส่ครีมชีส เนยสด วิปปิงครีม 1/2 ถ้วย ลงในชามผสม ตั้งบนหม้อน้ำร้อน คนจนส่วนผสมเข้ากัน ใส่แผ่นเจลลาตินแช่น้ำ คนให้เข้ากันจนเนียน ยกลง พักไว้
  • ตีวิปปิงครีมที่เหลือกับน้ำตาลไอซิ่งจนเป็นโฟมอยู่ตัว ผสมกับส่วนผสมครีมชีส ตีให้เข้ากันจนเนียนอยู่ตัว ใส่สีผสมอาหารสีเหลือง คนต่อให้เข้ากัน
  • ตักใส่พิมพ์รูปชีส เคาะเบาๆ แช่ช่องแช่แข็ง จนอยู่ตัว แกะออกจากพิมพ์แล้วแช่เย็นต่อในช่องแช่ธรรมดา จนกว่าจะเสิร์ฟ   

หม่อนเบอร์รี่ชีสเค้ก (Mulberry Cheesecake)
“มัลเบอร์รี่” หรือหม่อเบอร์รี่ รสเปรี้ยวอมหวาน ผสานกับครีมชีสและครัมเบิ้ล กินเพลินเลยล่ะ

ส่วนผสม

  • ขนมปังเอบีซีที่ตำให้เป็นเม็ดหยาบๆ 1 ¼ ถ้วยตวง
  • เนยสดรสเค็มที่ละลายแล้ว ¼ ถ้วยตวง
  • ครีมชีสสเปรดจากขวดซึ่งมีปริมาณบรรจุ 200 กรัม
  • นมข้นหวาน 1/3 ถ้วยตวง
  • น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
  • หม่อนเบอร์รี่ทอปปิง

วิธีทำ

  • เริ่มทำแป้งครัสต์ (Crust) ด้วยการนำขนมปังเอบีซีที่ตำให้เป็นเม็ดหยาบๆ คลุกเคล้ากับเนยสดรสเค็มที่ละลายแล้ว
  • ตักครีมชีสสเปรดจากขวดใส่ลงในชาม พร้อมกับนมข้นหวาน ใช้เครื่องผสมอาหารไฟฟ้าตีจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน
  • แล้วใส่น้ำมะนาวลงไป คนให้เข้ากันอย่างรวดเร็วแล้วรีบเทลงถาดแป้งครัสต์ เพราะถ้าคนนานเกินไป ส่วนผสมมักจะไม่แข็งตัว
  • เมื่อเกลี่ยหน้าจนเรียบแล้วก็แช่ตู้เย็นอีกครั้ง จากนี้ไปอีกประมาณ 4-5 ชั่วโมงก็พร้อมที่จะเสิร์ฟ
  • ตักหม่อนเบอร์รี่ราดหน้า

Pumpkin Marble Cheesecake
ชีสเค้กหินอ่อนฟักทอง ฐานล่างเป็นโอริโอเข้ากันดีสุดๆ

ส่วนผสมฐานเค้ก

  • คุกกี้โอรีโอ (Oreo Cookies) 20 คู่
  • เนยละลาย 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำไส้คุกกี้โอรีโอออก 15 คู่ แล้วบดคุกกี้ทั้งหมดใน Food Processor จนละเอียด ใส่เนย คนให้เข้ากัน กรุใส่พิมพ์กลม 9-10 นิ้ว ตบให้แน่น นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียสนาน 12 นาที ยกออกมาพักไว้ให้คลายร้อน

ส่วนผสมตัวเค้ก

  • ครีมชีสพักไว้ให้นุ่ม 680 กรัม
  • น้ำตาลทรายละเอียด 300 กรัม
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 4 ฟอง
  • วิปปิงครีม 3/4 ถ้วย
  • เกลือป่น  1/2 ช้อนชา
  • วานิลลา 1 ช้อนชา
  • เนื้อฟักทองนึ่งสุกและบดละเอียด 1 ถ้วย
  • ผงอบเชย 3/4 ช้อนชา
  • ผงออลสไปซ์ (Allspice) 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • ตีครีมชีสด้วยหัวตีใบพายจนฟูเนียน ใส่น้ำตาลและแป้งสาลี ตีต่อจนเนียน ใส่ไข่ทีละฟองจนหมด
  • ใส่วิปปิงครีม เกลือ และวานิลลา ตีให้เข้ากัน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนเตรียมไว้
  • ในอ่างผสมอีกใบผสมฟักทอง อบเชย และออลสไปซ์ ใส่ส่วนผสมครีมชีสส่วนหนึ่งที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน พักไว้
  • เทส่วนผสมครีมชีสอีกส่วนลงในพิมพ์คุกกี้โอรีโอ แล้วเทส่วนผสมครีมชีสฟักทองใส่ ใช้ไม้คนให้เป็นลวดลายเหมือนลายหินอ่อน
  • ใช้ฟอยล์ห่อก้นพิมพ์ไว้ (เนื้อเค้กอาจจะไหลออกมาได้ขณะอบ) นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียสนาน 10 นาที ลดอุณหภูมิลงเหลือ 160 องศาเซลเซียส อบต่ออีก 50-60 นาทีจนสุก (วิธีเช็กให้เขย่าถาดเบาๆ ถ้าเนื้อเค้กตรงกลางไม่กระเพื่อมถือว่าสุกแล้ว) ปิดไฟ แง้มประตูเตาอบไว้ 20 นาทีจึงค่อยนำเค้กออกจากเตา วางบนตะแกรง พักไว้จนเย็น นำเข้าตู้เย็นอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมงก่อนยกออกจากพิมพ์ แล้วจึงตัดเป็นชิ้นได

Cheese Mousse Cake
ใช้ Mousse Cheese มาทำชีสเค้กซึ่งให้สัมผัสที่เบากว่า เนีบยกว่าชีสริคอตตา และครีมชีส และที่สำคัญคืออร่อยกว่าด้วย

ส่วนผสมฐานชีส (Crust)  

  • ขนมปังบุหรี่ป่น  1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย    60 กรัม
  • ผงอัลมอนด์     60 กรัม
  • เนยละลายประมาณ   60 กรัม
  • อุปกรณ์ พิมพ์ Spring Form 9 นิ้ว ทาเนย กรุด้วยกระดาษไข

วิธีทำ

  • ใส่ขนมปังป่น ผงอัลมอนด์ และน้ำตาลในเครื่องปั่น Food Processor ปั่นให้เข้ากัน
  • ค่อยๆ เทเนยละลายใส่ ปั่นต่อจนเข้ากัน (อาจไม่ต้องใส่เนยทั้งหมด เพราะถ้าใส่มากไปเวลาอบน้ำมันจะเยิ้มได้)
  • เทใส่พิมพ์ กดให้แน่นและมิดขอบพิมพ์ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 175 องศาเซลเซียสนาน 15 นาที ยกออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงจนเย็น

ส่วนผสมตัวขนม

  • ชีสริคอตตา    450  กรัม
  • มูส                450  กรัม
  • น้ำตาลทราย  250  กรัม
  • ผิวเลมอน      3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเลมอน      4 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่เบอร์ 0  3  ฟอง

วิธีทำ

  • ตีชีสริคอตตาและมูสเข้าด้วยกันจนฟู ใส่น้ำตาล ตีต่อจนเนื้อเบาเนียน
  • ใส่ผิวเลมอน น้ำเลมอน และไข่ทีละฟอง ตีจนส่วนผสมเข้ากันดี
  • เทใส่ฐานพายที่พักไว้จนเย็นแล้ว ยกเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียสนาน 70-80 นาที
  • ยกออกจากเตา พักไว้บนตะแกรงจนเย็น จากนั้นนำมาแช่ตู้เย็นไว้อย่างน้อย 6 ชั่วโมงจึงตัดเป็นชิ้น

แครอตชีสเค้ก
เคยชิมแต่เค้กแครอต แต่นี่เป็นชีสเค้กแครอต โดยใช้แครกเกอร์ป่นกรุบกรอบเป็นฐาน โปะด้วยครีมชีสมหาศาลและโรยหน้าด้วยแครอตสีส้มสดใส น่าหม่ำฉะมัด!

ส่วนผสม

  • แครอตฝอย 1 ถ้วยตวง
  • เนื้อสับปะรดเป็นชิ้นเล็กมากๆ 1/2 ถ้วยตวง
  • ฟิลาเดลเฟียครีมชีส 2 ก้อน (ขนาดก้อนละ 8 ออนซ์)
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 1/2 ถ้วยตวง
  • ผงฟู 1 ช้อนชา
  • โซดาไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • ผงอบเชย 1 ช้อนชา
  • ไข่ไก่เบอร์สอง 2 ฟอง
  • น้ำตาลทรายละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำมันคาโนล่า 1/2 ถ้วยตวง
  • วานิลลา 1 ช้อนชา
  • นมข้นหวาน 1ถ้วยตวง
  • น้ำมะนาว 1/3 ถ้วยตวง

วิธีทำ

  • ปอกแครอตออสเตรเลีย แล้วขูดเป็นเส้นเล็กๆ
  • สับเนื้อสับปะรดเป็นชิ้นเล็กมากๆ วางพักไว้
  • หยิบฟิลาเดลเฟียครีมชีส 2 ก้อนจากตู้เย็นออกมาวางเตรียมไว้ให้ได้อุณหภูมิห้อง
  • เตรียมชามแห้งมีแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู โซดาไบคาร์บอเนต เกลือ ผงอบเชย ใช้ตะกร้อมือคนให้ส่วนผสมเข้ากันแล้ววางพักไว้
  • ใช้ตะกร้อไฟฟ้าที่ตั้งความเร็วปานกลางหรือเบอร์ 3 ตีไข่ไก่เบอร์กับน้ำตาลทราย จนน้ำตาลละลาย แล้วค่อยๆ โรยน้ำมันคาโนล่าลงไปทีละนิดๆ ขณะที่ตีส่วนผสม จนได้ครีมข้นๆ คล้ายน้ำสลัด
  • ปรับเครื่องตีเป็นความเร็วต่ำหรือเบอร์ 1 เทแครอต สับปะรด และชามแห้งลงไป  พร้อมกับวานิลลา
  • ตีส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันโดยใช้เวลาประมาณ 2-3 นาที แล้วเทส่วนผสมลงในถาดอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่รองก้นถาดด้วยกระดาษไข นำเข้าเตา ตั้งปุ่มไฟบน-ล่าง ปุ่มความร้อน 175 องศาเซลเซียส และปุ่มเวลา 35 นาที
  • ใช้ตะกร้อไฟฟ้าตีครีมชีสจนเนื้อเนียน แล้วค่อยๆ โรยนมข้นหวาน ลงไปทีละนิดขณะที่ตีจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน นำไปพักไว้ในตู้เย็น
  • ได้ยินเสียงติ๊งของเตาอบดังขึ้น เปิดเตาอบหยิบถาดเค้กออกมาวางพักไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงนำเค้กออกจากถาดมาผึ่งบนตะแกรง
  • ใช้ลวดตัดเค้กตามแนวนอน เพื่อแบ่งเนื้อเค้กเป็น 2 ชั้น นำชั้นแรกไปปูในถาดแก้ว จากนั้นนำครีมชีสออกมาจากตู้เย็น ใส่น้ำมะนาวตวงลงไป แล้วใช้พายซิลิโคนคนส่วนผสมจนเข้ากันดี
  • ลงมือทำชามเปียกโดยใช้ตะกร้อไฟฟ้าที่ตั้งความเร็วปานกลางหรือเบอร์ 3 ตีไข่ไก่เบอร์สอง 2 ฟองกับน้ำตาลทรายละเอียด จนน้ำตาลละลาย แล้วค่อยๆ โรยน้ำมันคาโนล่าลงไปทีละนิดๆ ขณะที่ตีส่วนผสม จนได้ครีมข้นๆ คล้ายน้ำสลัด
  • จากนั้นป้าเจี๊ยบปรับเครื่องตีเป็นความเร็วต่ำหรือเบอร์ 1 เทแครอต สับปะรด และชามแห้งลงไป  พร้อมกับวานิลลา
  • แบ่งครีมชีสออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใส่ลงบนเค้กแครอตชั้นแรก เกลี่ยให้เรียบ แล้วเอาเค้กแครอตชั้นที่สองวางทับลงไป ครีมชีสอีกส่วนใส่ทับเค้กแครอตชั้นที่สอง ต้องรีบทำอย่างเร็ว เพราะครีมชีสที่ผสมน้ำมะนาวจะเริ่มแข็งตัว ถ้าไปคนอีกก็จะไม่จับตัวกันอีกเลย
  • นำแครอตชีสเค้กไปพักไว้ในตู้เย็น

ชีสเค้กและมูส
ชีสเค้กนุ่มๆ กินกับเคิร์ดส้มยูซุรสเปรี้ยวอมหวาน และมูสผลไม้ที่เป็นรูปหุ่นยนต์น่ารักสดใส เหมาะสำหรับเป็นของว่างน้องๆ หนูๆ

ส่วนผสมชีสเค้ก

  • ครีมชีส 300 กรัม
  • น้ำตาลไอซิง 125 กรัม
  • เนยจืด 125 กรัม
  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • ฝักวานิลลา 1/4 ฝัก
  • น้ำเลมอน 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  • ตีครีมชีสจนนุ่มเนียน ใส่น้ำตาลไอซิงและเนยลงตีต่อจนเนื้อเนียนเข้ากัน ขณะตีใส่ไข่ไก่ทีละฟอง พอเข้ากันขูดฝักวานิลลาแล้วใส่ในเครื่องผสม ใส่น้ำเลมอน เทใส่พิมพ์ อบโดยมีถาดหล่อน้ำอีกใบ อบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียสนาน 30-40 นาทีจนสุก พักไว้
  • ส่วนผสมมูสแบล็กเคอร์เรนต์
  • น้ำแบล็กเคอร์เรนต์เข้มข้น 200 มิลลิลิตร น้ำตาลทราย 40 กรัม เจลาติน 8 แผ่น วิปปิงครีม 400 มิลลิลิตร

วิธีทำ

  • แช่เจลาตินในน้ำเย็นจนนุ่ม บีบน้ำออก ต้มน้ำแบล็กเคอร์เรนต์และน้ำตาลจนน้ำตาลละลาย ใส่เจลาติน ต้มต่อให้ละลายทั้งหมด พักให้เย็น ตีวิปปิงครีมจนตั้งยอดอ่อน ใส่วิปครีม ตะล่อมให้เข้ากับส่วนผสมน้ำแบล็กเคอร์เรนต์ เทใส่พิมพ์ซิลิโคน แช่ในช่องแช่แข็งจนแข็งตัว
  • ส่วนประกอบอื่นๆ
  • เคิร์ดส้มยูซุ เอิร์ลเกรย์ครัมเบิล เมอแรงก์คิส เจลมินต์ ซอสมิกซ์เบอร์รี และไวต์ช็อกโกแลตสโนว์ ดอกไม้กินได้ชนิดต่างๆ ไมโครกรีน ช็อกโกแลตบอล ช็อกโกแลตรูปหิน และเบอร์รีสดตามชอบ

ความคิดเห็น