8 ขนมไทยสีสันสดใส เห็นแล้วเพลินตา รสชาติเพลินใจ

วันที่ 26 พฤษภาคม 2563  683 Views

รวมสูตรขนมฝรั่งมาเยอะแล้ว คราวนี้ G&C หันมาหาขนมไทยสีสันสดใส น่ารับประทานบ้างดีกว่า ทั้งชื่อ รูปร่างหน้าตา และรสชาติ รวมแล้วไม่ด้อยกว่าขนมสัญชาติอื่นๆ เลยนะ

1. ลูกชุบ
ขนมไทยชวนรับประทาน จำลองผัก-ผลไม้ขนาดมินิ ภายในเป็นถั่วกวนหวาน ถูกใจทั้งผู้ใหญ่และเด็ก

ส่วนผสมถั่วกวน (สำหรับ 4-6 ที่)

  • ถั่วเขียวเราะเปลือกนึ่งสุก 1 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • กะทิกลาง  1 ถ้วย
  • ส่วนผสมวุ้นสำหรับเคลือบ
  • ผงวุ้น 2 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำเปล่า2 1/2  ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 1/2ถ้วย
  • ไม้จิ้มฟันและสีผสมอาหาร

วิธีทำ

  • ปั่นถั่วเขียวกับน้ำตาลและกะทิกลางจนละเอียดดี เทใส่กระทะตั้งไฟกลางกวนจนส่วนผสมข้นสามารถปั้นได้ พักไว้ให้เย็น
  • ปั้นถั่วกวนเป็นรูปผลไม้หรือผักขนาดเล็กแล้วลงสีให้เหมือนจริง
  • ทำวุ้นเคลือบโดยผสมผงวุ้น น้ำ และน้ำตาลเข้าด้วยกันในหม้อ เคี่ยวจนส่วนผสมข้น
  • ชุบถั่วกวนที่ปั้นไว้ในวุ้นสำหรับเคลือบขณะยังมีอุณหภูมิอุ่นๆ อยู่ประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วพักไว้จนเย็นสนิท ตกแต่งด้วยใบไม้ให้สวยงาม

2. อัญมณีหลากสี (ทับทิมกรอบ)
เติมสีสันให้สดใสพร้อมรสหวานเย็นชื่นใจไปกับทับทิมกรอบ ทำจากแห้วหั่นชิ้นเล็กๆ นำมาคลุกกับสีผสมอาหารตามชอบหรือน้ำหวานรสและสีต่างๆ แล้วนำไปคลุกกับแป้งมัน

ส่วนผสม

  • แห้วดิบหรือสุกหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ 1 ถ้วย
  • แป้งมัน 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทราย 160 กรัม
  • น้ำสำหรับทำน้ำเชื่อม 1 ถ้วย
  • กะทิ 1/2 ถ้วย
  • ขนุนหั่นชิ้นพอดีคำ 1/2 ถ้วย
  • ใบเตย 3 ใบ
  • สีผสมอาหาร

วิธีทำ

  • ผสมน้ำกับสีผสมอาหารตามชอบ คนให้เข้ากัน ใส่แห้วลงไปแช่ประมาณ 5-10 นาทีหรือจนสีติด
  • ตักแห้วขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ คลุกกับแป้งมันให้ทั่ว ร่อนด้วยกระชอนเอาเศษแป้งออก พักไว้
  • ตั้งน้ำให้เดือด ใส่แห้วที่คลุกไว้ลงต้ม 3 นาที หรือจนลอยขึ้นมา แล้วตักแช่ในน้ำเย็น ให้คลายร้อน ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  • ต้มน้ำกับน้ำตาลและใบเตยจนเป็นน้ำเชื่อม พักไว้ให้เย็น ต้มน้ำกะทิพออุ่น
  • เวลาเสิร์ฟ ตักเม็ดทับทิมกรอบ ขนุน น้ำแข็ง และน้ำเชื่อมใส่ถ้วย ราดกะทิ

2. ขนมน้ำดอกไม้
ขนมไทยสีสวย มีกลิ่นหอมๆ แป้งนุ่ม อร่อย แต่ปัจจุบันหารับประทานยากแล้ว

ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)

  • แป้งข้าวเจ้า 3/4 ถ้วย
  • น้ำลอยดอกมะลิ 300 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
  • สีผสมอาหารเล็กน้อย
  • ดอกมะลิ

วิธีทำ

  • ผสมน้ำลอยดอกมะลิกับน้ำตาลทราย ยกขึ้นตั้งไฟ ต้มจนน้ำตาลละลาย พักไว้ให้เย็น ใส่ดอกมะลิและปิดฝาไว้ 5-6 ชั่วโมง หยิบดอกมะลิออกและกรอง จะได้น้ำเชื่อมกลิ่นดอกมะลิ
  • ผสมแป้งข้าวเจ้ากับน้ำเชื่อม นวดให้เนียน แบ่งแป้งมาผสมสีตามชอบ (ผสมให้สีอ่อนๆ เมื่อนึ่งสุกแล้วสีจะเข้มขึ้น)
  • นึ่งถ้วยตะไลประมาณ 10 นาทีให้ร้อนจัด หรี่ไฟลง หยอดแป้งใส่ถ้วย (ขณะที่ถ้วยยังอยู่ในลังถึง) ประมาณ 3/4 ของถ้วย เปิดไฟแรงนึ่งนาน 20 นาทีจนขนมสุก แป้งตรงกลางจะบุ๋ม พักไว้ให้เย็นแคะขนมออกจากถ้วย

3. ขนมถ้วยฟู
ขนมไทยที่ให้ความหมายมงคล หมายถึง ทำกิจการอะไรก็จะเฟื่องฟู ขนมมีกลิ่นดอกมะลิและข้าวหอมมะลิใหม่ เนื้อฟูๆ กินเพลินๆ

ส่วนผสม (สำหรับ 6-8 ที่)

  • แป้งข้าวเจ้า 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 240 กรัม
  • ยีสต์ 1 ช้อนชา
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • ข้าวหอมมะลิใหม่หุงสุก 250 กรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 450 มิลลิลิตร
  • สีผสมอาหารเล็กน้อย

วิธีทำ

  • ปั่นข้าวหอมมะลิกับน้ำลอยดอกมะลิให้เนียนละเอียด พักไว้
  • ผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ยีสต์ และผงฟูเข้าด้วยกัน ใส่ข้าวที่ปั่นแล้วลงไปผสม พักไว้ 20 นาทีหรือจนกว่าข้าวจะขึ้นเป็นฟองเม็ดเล็กๆ จากนั้นแบ่งใส่สีตามชอบ
  • นึ่งถ้วยตะไลประมาณ 10 นาทีให้ร้อนจัด หรี่ไฟลง หยอดส่วนผสมใส่ถ้วย (ขณะที่ถ้วยยังอยู่ในลังถึง) นึ่งไฟแรงปานกลางค่อนข้างร้อนนาน 20 นาทีจนหน้าขนมแตกฟูสวย
  • ยกลง พักไว้ให้เย็น แคะขนมออกจากถ้วย

4. ขนมกลีบลำดวน
ขนมไทยมีกลิ่นหอมจากการอบควันเทียน แถมสวยด้วย (รูปดอกลำดวน) เนื้อขนมร่วนเบาละลายในปาก กินคู่กับน้ำชาเข้ากันได้ดี

ส่วนผสม (สำหรับ 4-8 ที่)

  • แป้งเค้ก 200 กรัม
  • น้ำตาลไอซิง 150 กรัม
  • น้ำมันพืช 120 กรัม
  • เทียนอบสำหรับอบขนม

วิธีทำ

  • ร่อนแป้งเค้กและน้ำตาลไอซิงรวมกัน 1 ครั้ง ใส่น้ำมันพืชจนเกือบหมด ใช้มือเคล้าให้เข้ากันเบาๆ แล้วเติมน้ำมันเพิ่มให้พอปั้นได้
  • ปั้นเป็นก้อนกลม ใช้มีดแบ่งเป็น 4 กลีบ แตะน้ำมันพืชที่ปลายกลีบเล็กน้อยแล้วนำมาติดกัน 3 กลีบให้เป็นกลีบดอก กลีบที่เหลือแบ่งครึ่งปั้นเป็นก้อนกลม และทำให้เป็นทรงหยดน้ำนำมาติดตรงกลางเป็นเกสร ใช้มีดบากเป็นกากบาท
  • เรียงใส่ถาด นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียสนาน 10 นาทีจนก้นขนมมีสีเหลืองนวลๆ ยกออกจากเตา พักไว้ให้เย็น
  • เรียงใส่โหลแก้วหรือภาชนะที่ปิดสนิท จุดเทียนอบขนมให้ติดไฟ วางไว้ในภาชนะและดับไฟจะมีควันไฟคอยคลุ้ง ปิดฝาไว้ 1 คืน ขนมจะมีกลิ่นหอม

5.ขนมเรไร
ขนมโบราณหากินได้อยากแล้ว เนื้อขนมเป็นเส้นเล็กนุ่มๆ รวมกันเป็นชิ้นพอดีคำคล้ายรังนกเล็กๆ ราดกะทิและมะพร้าวขูดด้วยยิ่งอร่อยเลย

ส่วนผสมแป้ง

  • แป้งข้าวเจ้า 300 กรัม
  • แป้งเท้ายายม่อม 25 กรัม
  • แป้งมันสำปะหลัง  25  กรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ  500  กรัม
  • หางกะทิ  250 กรัม
  • กะทิสำหรับทาพิมพ์ 125 กรัม
  • สีผสมอาหารเล็กน้อย เช่น สีชมพู ฟ้า เขียว

ส่วนผสมและวิธีทำหน้ากะทิ

  • หัวกะทิ  125 กรัม เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • ต้มหัวกะทิกับเกลือใช้ไฟอ่อน หมั่นคนเพื่อไม่ให้กะทิแตกมัน ต้มจนเดือด ยกลง พักไว้ให้เย็น
  • ส่วนผสมและวิธีทำน้ำตาล
  • น้ำตาลทราย 50  กรัมผสมกับงาขาวคั่วยีพอแตก 50 กรัม
  • ส่วนผสมและวิธีทำมะพร้าว
  • มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 150 กรัม เกลือป่น 1 ช้อนชา
  • โรยเกลือบนมะพร้าวขูด เคล้าให้ทั่ว นึ่งประมาณ 5 นาที

วิธีทำ

  • นวดแป้งทั้ง 3 ชนิดกับหางกะทิทีละนิดจนนุ่มมือ (ประมาณ 15 นาที) ใส่น้ำลอยดอกมะลิทั้งหมด เทใส่กระทะทองเหลืองกวนด้วยไฟแรงปานกลางให้สุกประมาณ 70 % แป้งจะเริ่มจับตัวเป็นก้อนและล่อนจากกระทะ (กระทะจะมีคราบขาว) ยกลง
  • แบ่งแป้งให้เท่าๆ กันใส่ถุงพลาสติก ใส่สีผสมอาหารตามชอบ ขยำแป้งผ่านถุงพลาสติกจนสีเข้ากันดี ปั้นเป็นก้อนกลมเล็กขนาด 1 นิ้ว แช่ในน้ำกะทิ พักไว้
  • ทากะทิบนพิมพ์เรไรให้ทั่ว วางแป้งที่ปั้นไว้และกดพิมพ์ให้แป้งบีบผ่านรูออกมาเป็นเส้นเหมือนรังนก นึ่งไฟอ่อนนาน 5 นาที (รองด้วยผ้าขาวบาง) จนสุก ยกลง
  • จัดขนมใส่จาน ราดกะทิ โรยมะพร้าวขูดและน้ำตาลผสมงา

6. ขนมชั้น
ขนมชั้นเนื้อนุ่มเหนียวเพราะต้องนวดแป้งกับกะทิก่อน แต่ละสีจะเป็นกลิ่นที่แตกต่างกันออกไป อาทิ สีเขียว (ใบเตย) สีน้ำตาล (กาแฟ) สีฟ้าหรือม่วง (อัญชัน)

ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่)

  • แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
  • แป้งมันสำปะหลัง 100 กรัม
  • หัวกะทิ 400 มิลลิลิตร
  • หางกะทิ 180 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลทราย 280 กรัม
  • สีผสมอาหารเล็กน้อย

วิธีทำ

  • ต้มหัวกะทิ หางกะทิ และน้ำตาลด้วยไฟแรงปานกลางค่อนข้างอ่อนจนน้ำตาลละลาย พักไว้ให้เย็น
  • ผสมแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันสำปะหลังเข้าด้วยกัน ใส่น้ำกะทิทีละน้อยให้พอนวดได้ นวดนานประมาณ 20 นาที จากนั้นจึงใส่น้ำกะทิที่เหลือทั้งหมด แบ่งแป้งผสมสีตามชอบ
  • นึ่งพิมพ์ขนมชั้นด้วยไฟแรงจนร้อนจัด ลดไฟอ่อน แล้วจึงหยอดแป้งชั้นแรก (แป้งบาง) จากนั้นใช้ไฟปานกลางค่อนข้างแรง นึ่งนานประมาณ 3 นาที
  • หยอดแป้งชั้นต่อไปโดยชั้นที่ 2 นึ่งนาน 4 นาที ชั้นที่ 3-4 นึ่งนาน 5 นาที และชั้นที่ 5-6 นึ่งนาน 6 นาที เมื่อหยอดครบและขนมสุกดีแล้วยกลง พักไว้ให้เย็น แคะขนมออกจากพิมพ์

7. ขนมเสน่ห์จันทน์
ขนมมงคลหารับประทานยากที่เรารัก เนื้อหนึบหนับ รสหวานเล็กๆ แถมหอมกลิ่นอบคงันเทียน สีเหลืองทองอร่ามสวยเชียว

ส่วนผสม

  • หัวกะทิ 250 กรัม
  • หางกะทิ 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 250 กรัม
  • ใบเตย 2 ใบ
  • ไข่แดงไข่ไก่ 6 ฟอง
  • แป้งข้าวเจ้า 40 กรัม
  • แป้งข้าวเหนียว 40 กรัม
  • แป้งสาลีอเนกประสงค์ (คั่วไฟอ่อนสักครู่) 200 กรัม
  • น้ำก้านดอกกรรณิการ์ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ
  • ผงโกโก้และลูกจันทน์ป่นอย่างละเล็กน้อย

วิธีทำ

  • ต้มหัวกะทิ หางกะทิ และน้ำตาลรวมกันจนเดือด ใส่ใบเตย ต้มต่อ 3-4 นาทีจนมีกลิ่นหอม หยิบใบเตยออก พักไว้ให้เย็นหรือพออุ่นๆ
  • ใส่ไข่แดง คนให้เข้ากันด้วยตะกร้อมือ ใส่แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี และน้ำก้านดอกกรรณิการ์ กวนทั้งหมดในกระทะทองเหลืองด้วยตะกร้อมือ ใช้ไฟแรงปานกลาง พอเริ่มข้นจึงเปลี่ยนใช้ไม้พาย คนจนล่อนไม่ติดกระทะ (ก้นกระทะจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) ยกลง
  • ทำขั้วของลูกจันโดยแบ่งเนื้อขนมออกมาเล็กน้อย ผสมผงโกโก้ 1 ส่วนกับเนื้อขนม 3 ส่วน ใส่ลูกจันทน์ป่น ผสมกันจนเนื้อเป็นสีน้ำตาล ปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ เตรียมไว้
  • ปั้นขนมเป็นลูกกลมประมาณ 1 นิ้ว ใช้มือคลึงให้ผิวเรียบ กดให้แบนเล็กน้อย วางขั้วที่ปั้นเตรียมไว้ ใช้ไม้ปลายแหลมจิ้มให้ขั้วและตัวขนมติดกัน

ความคิดเห็น