พาชมโครงการหลวง เดินตามรอยเกษตรกรตัวจริง : เชียงใหม่ (ตอนที่ 1)

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563  467 Views

เรื่องโดย ANNDIMZ

รู้กันอยู่แล้วว่า “โครงการหลวง” มีแต่ผลิตผลคุณภาพที่ปลอดสารพิษ และยังสร้างอาชีพ รายได้ให้แก่เกษตรกรบนที่ราบสูงอย่างยั่งยืน งานนี้ทาง Siam Paragon จึงจัดให้สื่อมวลชนได้เยี่ยมชมและศึกษาผลผลิตต่างๆ จากโครงการหลวงอย่างใกล้ชิด อาทิ ดอกไม้กินได้ บลูเบอร์รี ฟักทองญี่ปุ่น ซึ่ง G&C ก็ได้มีโอกาสร่วมเดินทางครั้งนี้ด้วยเช่นกัน (ตื่นเต้น)

แรกเริ่มเยี่ยมชมงานที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2523 เพื่อส่งเสริมด้านเกษตรกรรมแก่เผ่าม้งและกะเหรี่ยง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มสลับเนินเขา รายล้อมด้วยภูเขาชัน มีความสูงระดับน้ำทะเล 600 เมตร อากาศเย็นสบายช่วงเดือนพฤศจิกายน-มีนาคมจึงเป็นเดือนที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว

ผลผลิตที่โดดเด่นของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึกส่วนใหญ่เป็นพืชเมืองหนาว ได้แก่ แคนตาลูป ผักสลัด ผักกาดหอม และที่ขาดไม่ได้เลยคือ เคปกูสเบอร์รี ผลไม้ที่ปลูกทดแทนฝิ่นนั่นเอง

เคปกูสเบอร์รี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “โทงเทงฝรั่ง”  เป็นผลไม้เมืองหนาว ปลูกง่าย ไม่ต้องบำรุงรักษามากนัก เมื่อสุกเต็มที่จะมีผลสีเหลืองชวนกินเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตได้ต่อเนื่องกันเป็นเวลา  3  เดือนเลยทีเดียว นิยมรับประทานสด แต่ก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นแยม อบแห้ง หรือแม้จะนำไปทำขนมหวานอย่างเค้กก็ยังได้

นอกจาก เคปกูสเบอร์รี จะมีรสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่นแล้ว ยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์ต่างๆ ที่ดีต่อร่างกาย อาทิ ช่วยป้องกันโรคหวัด โรคโลหิตจาง และโรคมะเร็งบางชนิด บำรุงสายตา มีสารต้านอนูมูลอิสระ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ทั้งอร่อยและยังดีต่อสุขภาพ สุดยอดจริงๆ

จากนั้นเราออกเดินทางไป “สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง” เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวต่างๆ มีความสูงระดับน้ำทะเลอยู่ที่ประมาณ 1,400 เมตร อากาศหนาว (สุดๆ) จนเกิดปรากฏการณ์น้ำค้างแข็งเลยทีเดียว ใครที่ชอบท่องเที่ยวสถานที่หนาวเย็นคงถูกใจไม่น้อย

ผลผลิตเลื่องชื่อของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ได้แก่ ดอกไม้กินได้หลากชนิด ที่สวยสง่าอยู่ในสวน 80 มีทั้งดอกดาวเรือง ผีเสื้อ ไวโอล่า บีโกเนีย และดอกหอม เป็นต้น เบ่งบานสดใสสุดลูกหูลูกตา ชวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

มาชมแปลง ลินิน พืชที่โครงการหลวงเริ่มปลูกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 กินพื้นที่ถึง 6 ไร่ เมล็ดสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมัน ซึ่งมีมูลค่าค่อนข้างสูง กากที่เหลือจากการสกัดใช้ทำปุ๋ยหรือเลี้ยงสัตว์ ลำต้นมีเส้นใยที่สามารถนำไปทำผ้า เชือก กระดาษ หรือวัสดุทนความร้อน เรียกได้ว่ามีประโยชน์ตั้งแต่ต้นจนจบจริงๆ

ถัดมาเป็นเป็นไร่ บลูเบอร์รี ซึ่งโครงการหลวงได้ศึกษาแล้วว่าพันธุ์ Biloxi สามารถเติบโตได้ในประเทศไทย รสชาติดี เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลาปลูกค่อนค้างนาน กินเวลาถึง 2 ปีเต็ม จึงสามารถเก็บผลผลิตได้ เห็นพื้นดำๆ ไม่ต้องตกใจ เพราะเจ้าหน้าที่ปูพลาสติกไว้เพื่อกันวัชพืชนั่นเอง

ขยับขึ้นไปสูงอีกสักนิดเพื่อดู ไร่ชาอินทรีย์ ซึ่งก็เป็นพืชอีกชนิดที่ทำรายได้ให้เกษตรได้ดีเช่นกันในปี พ.ศ.2542  กรมพัฒนาที่ดิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กรมชลประทานฯ ได้ร่วมมือกับโครงการหลวงเพื่อปลูกชาจีน เนื่องจากพื้นที่สูงมีสภาพอากาศเหมาะต่อการเจริญเติบโต และคุณภาพของต้นชา ปัจจุบันมีผลผลิตชา 4 ชนิด ได้แก่ ชาเขียว  ชาอู่หลงก้านอ่อน  ชาอู่หลงเบอร์12  และชาแดง  รสนุ่ม กลิ่นหอม ดื่มแล้วติดใจจนต้องซื้อกลับบ้าน

เหนื่อยมาทั้งวันเติมพลังด้วยมื้อเย็นชุดใหญ่ที่ ร้านสวัสดิการอ่างขาง กันดีกว่า มีทั้ง สลัดผัก กรุบกรอบสดใหม่จากสวน ยำสตรอว์เบอร์รี ครบรส น้ำพริกอ่างขาง หอมมัน กินคู่กับผักสดต่างๆ เต้าหู้ยูนนาน กรอบนอกนุ่มในร้อนจี๋  หมั่นโถว นุ่มๆ ฟินถูกใจ ปิดท้ายด้วยของหวานสุดสดชื่นอย่าง ลูกพีชลอยแก้ว อิ่มแล้วเข้าที่พักเตรียมลุยวันต่อไป

หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเหมาะอย่างยิ่งที่จะเริ่มวันใหม่ด้วย โจ้ก ร้อนๆ ใส่ไข่สุดอร่อย สลัดผัก สดๆ จากแปลง กรุบกรอบเคี้ยวดังกร๊อบ สโคนงาดำ เนื้อแน่น หอมกรุ่น ครัวซองต์ ขนาดกำลังดี นุ่มๆ กินเพลิน จบด้วย ชาอู่หลง ร้อนๆ รสนุ่ม ถูกใจทีเลิฟเวอร์อย่างเราเป็นที่สุด

หลังจากจุใจกับมื้อเช้าแล้วก็ได้เวลาไปดู ไร่สตรอว์เบอร์รี เขียวขจีสุดกว้างใหญ่ สตรอว์เบอร์รีที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขางนี้ได้ปรับปรุงพันธุ์เพื่อคุณภาพที่ดีกว่า ผลผลิตทนต่อโรคและวัชพืชต่างๆ ทำให้ลูกโต รสชาติดี

 โดยชาวบ้านจะคัดเลือกลูกที่ตรงตามมาตรฐานเข้าโครงการหลวง ส่วนลูกที่เหลือจะขายนักท่องเที่ยวทั้งแบบสดและแบบแปรรูปต่างๆ อาทิ แยม ไวน์ หรืออบแห้ง มีหลายคนอยู่เหมือนกันที่ได้สตรอว์เบอร์รีๆ ติดมือกลับไปเป็นของฝาก แน่นอนว่าเราก็ไม่พลาดเช่นกัน

ก่อนกลับแวะ แปลงกุหลาบตัดดอก ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นดอกไม้ในเขตอบอุ่นแต่โครงการหลวงได้พัฒนามาปลูกในโรงเรือนที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมได้ มีทั้งหมด 6 พันธุ์ เป็นกุหลาบตัดดอก 4 พันธุ์ คือ RPF-Magenta, PinkRPF-Lanna, BeautyRPF-Red, GarnetRPF-Coral Beauty และกุหลาบประดับสวน 2 พันธุ์ ได้แก่ RPF-Crimson และ SweetRPF-Inthanon Pride

กุหลาบหลากสีสันดอกใหญ่ๆ สวยสดงดงาม มากมายละลานตา เดินชมได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ

กระซิบๆ ตอนหน้าจะพาไปชมโครงการหลวงที่ "เชียงราย" รับรองว่าเพลิดเพลินไม่น้อยกว่ากันเลย

อ่านเพิ่มเติม >>พาชมโครงการหลวง เดินตามรอยเกษตรกรตัวจริง : เชียงราย (ตอนจบ)


Tag : สยามพารากอน, เชียงใหม่, โครงการหลวง

ความคิดเห็น