เชฟเอ็ม ธันวา Head Pizzaiolo แห่งร้าน Peppina เชฟระดับรางวัลที่เติบโตในนาโปลี ดินแดนแห่งพิซซา

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568  1,487 Views

TH
EN
CN

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

“พิซซาเป็นสัญลักษณ์ของการแบ่งปัน เป็นช่วงเวลาดีๆ ของครอบครัวและเพื่อนฝูง เป็นข้ออ้างข้อหนึ่งที่คนมาอยู่ด้วยกัน บางทีก็อยากรวมแก๊ง ไม่รู้จะชวนยังไงก็จะบอกว่าไปกินพิซซาด้วยกันไหม จริงๆ อาจจะไม่ได้อยากกินพิซซา แต่อยากมาเจอเพื่อนมากกว่า” เชฟเอ็ม-ธันวา สีแสด Head Pizzaiolo ของ Peppina ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจ

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

Peppina ก่อตั้งโดยเชฟ Paolo Vitaletti และจริงจังเรื่องพิซซามาก ที่นี่เป็นร้านเดียวในไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพิซซานาโปลีแท้ หรือ Associazione Verace Pizza Napoletana (AVPN) ส่วนเชฟเอ็มแม้จะเกิดเมืองไทย แต่ไปเติบโตและใช้ชีวิตในนาโปลีตั้งแต่ 9 ขวบ

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

เชฟเล่าว่านาโปลีเป็นเมืองใหญ่ ผู้คนค่อนข้างเฮฮา มีวัฒนธรรมด้านอาหารที่แข็งแรง มีร้านพิซซาตั้งอยู่แทบทุกหัวมุม “พิซซาเป็นความภาคภูมิใจของคนนาโปลีที่ จากอาหารง่ายๆ ของคนยากจน ปรับเปลี่ยนจนกลายเป็นอาหารยอดนิยมของคนชั้นสูง”

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

ก่อนจะเป็น Head Pizzaiolo ที่นี่ เชฟเริ่มจากการเป็นเด็กส่งพิซซาในนาโปลีอยู่หลายปี ทุกวันหลังจากปิดร้าน พนักงานจะอบพิซซากินกันเอง “เจ้าของร้านบอกว่าถ้าอยากกินพิซซา ให้ทำเองนะ ไม่มีใครสอน เราก็ใช้วิธีสังเกตจากข้างนอก เพราะเด็กส่งพิซซาไม่สามารถเข้าไปในครัวได้ ถึงเวลาปิดร้านเขาก็ปล่อยให้ลองทำ  เราก็ทำพิซซารั่วบ้าง ไหม้บ้าง แต่รู้สึกว่าต้องทำให้เป็น ตอนช่วงออร์เดอร์แน่นๆ ก็พยายามเข้าไปช่วย”

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

จุดเปลี่ยนสำคัญคือวันที่คนอบพิซซาซึ่งเป็นลูกเจ้าของร้านเกิดอุบัติเหตุ เชฟเอ็มจึงเสนอตัวเข้าไปช่วยแล้วก็ทำออกมาได้ดี จากนั้นจากเด็กส่งพิซซาธรรมดาก็ได้เข้ามาทำงานในครัวด้วยฝีมืออันเก่งกาจ เชฟเอ็มทำงานอยู่ที่นั่นราว 5-6 ปี ก่อนจะย้ายไปร้านที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเรียนรู้

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

ความภูมิใจของนาโปลี
พิซซานาโปลีให้ความรู้สึกสดใหม่ แป้งบาง มีขอบพองเบา สูง และนุ่ม มีโพรงอากาศที่เรียกว่า Cornicione เนื่องจากใช้แป้งที่หมักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง อบในเตาที่มีอุณหภูมิราวๆ 450 องศาเซลเซียส ใช้เวลาในการอบ 60-90 วินาที ผลลัพธ์ที่ได้คือแป้งที่นุ่ม รสชาติของวัตถุดิบที่สดใหม่ เพราะอยู่ในเตาไม่นาน เวลากินเราจะแยกรสชาติของมะเขือเทศและของชีสได้

“คนนาโปลีภูมิใจกับวัตถุดิบของตัวเองมากครับ อย่างมะเขือเทศที่ใช้ต้องเป็น San Marzano จากแคว้น San Marzano ได้รับการรับรอง DOP เท่านั้น ส่วนเตามักเป็นเตาโดมก่อด้วยอิฐภูเขาไฟ ซึ่งให้ความร้อนและเก็บความร้อนได้ดี ฟืนก็เป็นไม้ทั่วไปนี่แหละครับ อย่างที่บอกว่าสิ่งสำคัญที่สุดคืออุณหภูมิ”

Pizzaiolo จากนาโปลีมาร่วมงานกับ Peppina ในปี ค.ศ. 2016 เป็นช่วงที่กลับมาเที่ยวเมืองไทยและได้เจอกับร้านพิซซาที่มีจุดยืนเดียวกัน “คนไทยชินกับพิซซาเจ้าตลาดที่บางกรอบ ใส่ซอสมะเขือเทศ ใส่ออริกาโน แต่เราก็พยายามสื่อสารออกไปผ่านโซเชียลว่าพิซซานาโปลีที่จริงเป็นแบบไหน”

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

ก่อนอธิบายเพิ่มว่าแป้งพิซซาของร้านมาจากแป้ง ยีสต์ เกลือ และน้ำ หมักไว้ 24-36 ชั่วโมง ต่างจากพิซซาแนวอเมริกันที่ปริมาณน้ำที่ใช้และเวลาในการหมัก โดยพิซซานาโปลีจะหมักนานกว่า

Peppina เริ่มได้รับรางวัลระดับโลก ในปี ค.ศ. 2022 ได้อันดับ 5 ของ Asia Pacific อันดับ 1 ของไทย และอันดับ 43 ของโลก จาก 50 Best Pizza ต่อมาได้รับการอัปเกรดในหมวด Pizza Artisan / Pizza Art Change ปีล่าสุดได้อันดับที่ 21 ของโลก ซึ่งเชฟบอกว่าเป็นความภูมิใจที่ได้ทำให้คนไทย ทั้งตัวเชฟและน้องๆ ในทีมเป็นที่ยอมรับของคนต่างชาติ

“ตอนนี้พิซซาในไทยมาแรงมาก ในมุมมองผม เทรนด์พิซซานาโปลีในเอเชีย ไทยเป็นรองแค่ญี่ปุ่นและออสเตรเลียเท่านั้น เมื่อก่อนพิซซานาโปลีหากินได้เฉพาะร้านคนอิตาเลียน ตอนนี้หลายร้านมีเจ้าของเป็นคนไทย อุปกรณ์ต่างๆ ก็เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ต้องใช้เตาราคาเป็นล้านบาท แต่ตอนนี้มีเตาราคาจับต้องได้และให้ผลลัพธ์ที่ดี วัตถุดิบหลายอย่างจากอิตาลีที่เคยหายากก็มีขายในไทยแล้ว”

บรรยากาศช่วงกลางวันที่ Peppina ในซอยสุขุมวิท 33 เต็มไปด้วยชีวิตชีวา กลิ่นหอม ของพิซซาอบใหม่และบทสนทนาของลูกค้าหลากสัญชาติ ทำให้ร้านพิซซาสไตล์นาโปลีแห่งนี้มีเสน่ห์มาก

ก่อนเราขอตัวกลับ เชฟทำ Peppina ที่มีวัตถุดิบเป็นมะเขือเทศ San Marzano Piennolo DOP เติบโตเฉพาะในโซนภูเขาไฟ มีรสหวานกลมกล่อม ชีส Buffalo Mozzarella และโหระพา เมนูคลาสสิกที่รสชาติสดชื่นให้เราได้ลอง (แค่เห็นวิธีเชฟสะบัดมือหมุนแป้งก็ทึ่งแล้ว)

ส่วนปีนี้ Peppina จะคว้ารางวัลไหนมาครองจาก 50 Best Pizza ไว้เราจะมาสรุปให้ฟัง


Tag: พิซซา, พิซซานาโปลี, ร้านพิซซา, ร้านอาหารสุขุมวิท, ร้านอาหารอิตาเลียน

เรื่องโดย

ความคิดเห็น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed