คอมฟอร์ตฟู้ด (Comfort Food) อาหารจานโปรดที่เป็นความสุขเล็กๆ บนโต๊ะอาหาร (ตอนแรก)

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563  364 Views
นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับที่ 244 เดือนพฤศจิกายน 2563

ในขณะที่ปี ค.ศ. 2020 กำลังจะผ่านพ้นไป ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปีที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยสถานการณ์โลกที่น่าวิตกกังวล ปริมาณความสุขในชีวิตของหลายๆ คนคงหดหายและลดลงไปพอสมควร ดังนั้นหนึ่งในความสุขที่หาง่ายที่สุดเวลานี้คงหนีไม่พ้นการกินอาหารอร่อยหรืออาหารจานโปรด จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมนูอาหารสไตล์ “คอมฟอร์ตฟู้ด” (Comfort Food) ที่ทำให้ผู้คนคิดถึงความสุขและความทรงจำในวัยเยาว์จึงกลับมาเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมที่เหล่านักกินต่างถวิลหาในเวลานี้

คอมฟอร์ตฟู้ด (Comfort Food)

★ Everybody’s Happy Meal จานอร่อยแสนสุขของทุกคน 
หากเราค้นหาความหมายใน Oxford Learner's Dictionaries คำว่า “Comfort Food” จะหมายถึง Food that makes you feel better, often because it contains a lot of sugar, or because it reminds you of home. หรือแปลว่าอาหารที่กินแล้วรู้สึกดี มักเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาล หรืออาหารที่ทำให้คิดถึงบ้าน สำหรับ Cambridge Dictionary ให้คำนิยามไว้ว่า The type of food that people eat when they are sad or worried, often sweet food or food that people ate as children. ซึ่งหมายถึงประเภทของอาหารที่กินเวลารู้สึกเศร้าหรือวิตกกังวล ส่วนใหญ่มักเป็นของหวาน หรืออาหารที่ชอบกินในวัยเยาว์

ยกตัวอย่างง่ายๆ ในโลกตะวันตกเมนูอร่อยที่กินแล้วสุขใจก็เช่นพิซซา ไก่ทอด มันฝรั่งทอด ซุปข้าวโพด ไอศกรีม โดนัท คุกกี้ ช็อกโกแลตร้อน ฯลฯ ส่วนบ้านเราก็อาจเป็นได้ทั้งเมนูโจ๊กยามเช้า หมูปิ้งและข้าวเหนียว น้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ไปจนถึงข้าวไข่เจียวฝีมือแม่ที่ช่วยเพิ่มพลังในเช้าวันใหม่นั่นเอง

คอมฟอร์ตฟู้ด (Comfort Food)

ทางชีววิทยาค้นพบว่าการกินอาหารแบบคอมฟอร์ตฟู้ดมีความเชื่อมโยงและส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ รวมทั้งมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้จริง เนื่องจากเป็นอาหารที่มักจะอุดมไปด้วยไขมัน น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต หรือที่หลายคนเรียกว่า Guilty Pleasure Foods” ที่อร่อยแต่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มพลังงาน ทำให้เรารู้สึกอิ่มและสั่งการให้สมองหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข (Dopamine) ที่ทำให้รู้สึกพึงพอใจและผ่อนคลายยิ่งขึ้น

ไม่เพียงอาหารจานอร่อยที่อาจทำให้เรารู้สึกผิดนิดๆ เวลากินเท่านั้น แต่คอมฟอร์ตฟู้ดยังหมายรวมถึงอาหารที่กินแล้วกระตุ้นให้นึกถึงความทรงจำที่ดีและมีความสุข เป็นเมนูที่มีความพิเศษต่อจิตใจ เมื่อกินแล้วจึงทำให้เรานึกถึงความทรงจำนั้นๆ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้น Reward System หรือระบบการให้รางวัลของสมองให้ตื่นตัวมากขึ้นอีกด้วย

★ Comfort Food Around The World  จานโปรดของคนทั่วโลก 
สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวผู้เขียนอาหารคอมฟอร์ตฟู้ดที่กินแล้วรู้สึกสุขใจและคิดถึงบ้านคงเป็นขนมปังปิ้งทาเนยชุ่มๆ กินพร้อมไข่ลวกและนมสด ซึ่งเป็นอาหารเช้าประจำโต๊ะอาหารของครอบครัวในวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนเพื่อนและคนรอบข้างต่างมีเมนูคอมฟอร์ตฟู้ดจานโปรดที่แตกต่างกันไปตามพื้นเพและวิถีชีวิต เช่นเดียวกับผู้คนทั่วทุกมุมโลกที่ย่อมมีอาหารแห่งความสุขที่แตกต่างหลากหลายเช่นกัน

คอมฟอร์ตฟู้ด (Comfort Food)

จากเมนูสไตล์ตะวันตกที่กล่าวถึงข้างต้นนั้นอาจจะดูค่อนไปทางอเมริกัน หากเราลงลึกไปอีกนิดจะพบว่าหลายประเทศในทวีปอเมริกาและยุโรปล้วนมีเมนูอาหารเสริมสร้างความสุขที่มีเอกลักษณ์ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น “ปูติน” (Poutine) มันฝรั่งทอดราดซอสเกรวี โรยเนยแข็ง จานโปรดของชาวแคนาดา “วีเนอร์ชนิทเซิล” (Wiener Schnitzel) เนื้อลูกวัวเลาะกระดูกชุบเกล็ดขนมปังทอดซึ่งเป็นเมนูประจำชาติของออสเตรีย “ชีลาห์คีเลส์” (Chilaquiles) อาหารเช้าแบบเม็กซิกันดั้งเดิมที่ประกอบด้วยตอร์ติญา ซัลซา และไข่ดาว ราดครีมชีสแสนน่ากิน ไปจนถึง “ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศส” (French Onion Soup) กินกับขนมปังกรอบ เมนูสุดคลาสสิกของชาวฝรั่งเศส “สปาเกตตีคาร์โบนารา” (Spaghetti Carbonara) เมนูดั้งเดิมจากแคว้นลัตซีโยที่ชาวอิตาเลียนหลงรัก และ “ฟิชแอนด์ชิปส์” (Fish & Chips) ปลาและมันฝรั่งทอดที่นิยมกินกับซอสทาร์ทาร์ของชาวอังกฤษ (ซึ่งความนิยมของเมนูนี้ได้แผ่ขยายไปถึงประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์อีกด้วย)

กลับมาทางฝั่งเอเชียกันบ้าง เมนูสุขใจของชาวแดนภารตะคือ “แกงกะหรี่” (Indian Curry)  และ “แป้งนาน” (Naan) ส่วนเมนูที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นคิดถึงบ้านก็มีทั้ง “ซุปมิโซะ” (Japanese Miso Soup) “ราเมง” (Ramen) และ “อุด้ง” (Udon) ร้อนๆ แต่สำหรับชาวเกาหลีเมนูคอมฟอร์ดฟู้ดที่แท้จริงไม่ใช่กิมจิหรือต็อกบกกี แต่กลับเป็น “ซุปเต้าเจี้ยวเกาหลี” (Doenjang Jjigae) ซึ่งเป็นคำตอบที่คาดไม่ถึงจากคุณเท็ด-แทยองอัน เจ้าของร้าน Changwon Express ที่ยืนยันว่านี่คือเมนูมื้อเช้ายอดนิยมของผู้คนในเกาหลี ทำจากถั่วเหลืองหมักและน้ำสต๊อกเนื้อ มักใส่ท็อปปิงทั้งเต้าหู้ มันฝรั่ง และพริกไทย นอกจากนี้ยังนิยมกินซุปนี้กับข้าวหลังมื้อปิ้งย่างหนักๆ อีกด้วย

คอมฟอร์ตฟู้ด (Comfort Food)

ส่วนชาวจีนนั้นแยกย่อยแตกต่างกันไปตามเชื้อสาย นอกจาก “โจ๊ก” (Chinese Rice Congee) และ “ติ่มซำ” (Dimsum) แล้วยังมี “มะเขือเทศผัดไข่” (Stir-fried Egg and Tomato) ซึ่งพ่อแม่ชาวจีนมักทำให้ลูกๆ กิน สำหรับชาวจีนฮ่องกงต้องเป็น “ซาลาเปาไส้หมูแดง” (Cha Siu Bao) ที่ใช้หมูหมักบาร์บีคิวเป็นไส้ นิยมนึ่งให้แป้งบนหน้าแตกออกเล็กน้อย ต่างกับชาวจีนไต้หวันที่นิยมกิน “เต้าหู้เหม็น” (Stinky Tofu) ที่มีทั้งแบบต้มและทอด แต่สำหรับชาวจีนมาเลย์ เวฟ-คูเป่ยจง พิธีกรหนุ่มมากความสามารถที่เกิดและเติบโตในประเทศมาเลเซียบอกเราว่าต้องเป็น “ก๋วยเตี๋ยวหลอด” (Chee Cheong Fun) แป้งนึ่งสุกราดซอสซีอิ๊วดำที่มีส่วนผสมของเปลือกและหัวกุ้ง โรยงาและหอมเจียว ซึ่งเป็นเมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมตลอดกาลที่หากินได้ตามตลาดอาหารทั่วไปในมาเลเซียนั่นเอง

นอกจากซุปเต้าเจี้ยวเกาหลีแล้ว ไก่ทอดสไตล์เกาหลี (Korean Fried Chicken) ที่กำลังได้รับความนิยมในบ้านเราก็เป็นอีกหนึ่งเมนูคอมฟอร์ตฟู้ด (ยามดึก) เช่นกัน โดยชาวเกาหลีนิยมกินไก่ทอดกับเบียร์เย็นๆ หรือที่เรียกว่า Chimaek” อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ

เอื้อเฟื้อภาพประกอบและสถานที่ : ร้าน Roast สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ โทร. 08-2907-9337 (เมนู Huevos Rancheros และ Truffle Alfredo)
แหล่งข้อมูล


Tag : Cover story, คอมฟอร์ตฟู้ด

เรื่องโดย

ความคิดเห็น




Editor’s Pick

Recent

Most Viewed