ตลอดระยะเวลา 32 ปีแห่งการก่อตั้ง วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาด้านธุรกิจบริการชั้นแนวหน้าของไทยในเครือโรงแรมดุสิตธานี ได้ผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการมากกว่า 10,000 ชีวิต ศิษย์เก่ามากมายหลายคนเติบใหญ่ในวงการและกลายเป็นส่วนหนึ่งของฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ให้แก่ประเทศ ขณะที่ศิษย์เก่าผู้มีชื่อเสียงบางส่วนก็เป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่อยากที่จะก้าวเข้ามามีส่วนร่วมผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นหนึ่งในรายได้หลักของประเทศไทยนี้ด้วย ดังเช่นศิษย์เก่าวิทยาลัยดุสิตธานีทั้ง 5 คนนี้ที่มีผลงานประจักษ์ในวงการธุรกิจอาหารและบริการจนได้รับคัดเลือกให้เป็น “ศิษย์เก่าดีเด่น วิทยาลัยดุสิตธานี”

เชฟอาร์-ธีรภัทร ตียาสุนทรานนท์
ผู้ชนะจากรายการ The Next Iron Chef Thailand Season 2 และรายการ Iron Chef Thailand One on One Battle ปัจจุบันดำรงตำแหน่งคณะกรรมการ Thailand Chef Association, Competition Training in Thailand and Abroad และอีกหลายตำแหน่ง
“ผมชอบทำอาหาร เพราะซึมซับมาจากคุณพ่อที่ชอบเข้าครัว จึงตัดสินใจเรียนสาขาเชฟที่วิทยาลัยดุสิตธานี พอเรียนก็ยิ่งชอบ ยิ่งสนุก ประกอบกับชอบดูเชฟดังๆ ของต่างประเทศ ทำให้เราอยากเป็นแบบนั้นบ้าง จึงตั้งใจเรียนและลงแข่งขันเวทีต่างๆ เพื่อสั่งสมประสบการณ์ จนมีโอกาสเข้าแข่งขันในรายการดังๆ กระทั่งพอมีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อวงการอาหารในระดับหนึ่ง
“ปัจจุบันงานหลักของผมคือเป็น Consultant ให้กับร้านอาหารหลายๆ แบรนด์ และไม่นานนี้จะมีธุรกิจข้าวมันไก่และขนมปังเกลือเดลิเวอรี ข้าวมันไก่ของผมจะแตกต่างจากแบรนด์อื่นตรงที่ใช้ไก่สายพันธุ์พิเศษจากอินโดนีเซีย ผสมผสานระหว่างความเป็นข้าวมันไก่สิงคโปร์กับไทยจนเป็นสูตรเฉพาะตัว โดยสร้างความโดดเด่นด้วยสตอรีของสินค้าซึ่งมีที่มาที่ไป
“ผมภูมิใจมากที่ได้รางวัลศิษย์เก่าดีเด่น โชคดีที่ผมได้ทำหลายอย่าง เป็นที่ปรึกษา ออกสื่อออกรายการต่างๆ มีโอกาสทำประโยชน์และคุณค่าให้สังคม จึงทำให้ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ผมตั้งใจทำดีให้มากยิ่งขึ้นครับ”

เชฟอู๋-สิทธิกร จันทป
เจ้าของร้าน AKKEE ที่เสิร์ฟอาหารไทยตามตำรับแท้ๆ และได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน พร้อมด้วย MICHELIN Guide Young Chef Award ปี 2568
“ผมอยากเปิดร้านอาหารไทยแท้ๆ ที่หารับประทานไม่ได้ง่ายๆ โดยใช้วัตถุดิบภายในประเทศแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะวัตถุดิบของไทยนั้นมีเยอะมากและมีคุณภาพสูง
“นอกจากการใช้วัตถุดิบของไทย 100 เปอร์เซ็นต์จะเป็นจุดเด่นของร้านแล้ว เรายังปรุงตามตำรับไทยแท้ๆ เช่น น้ำมันหมูที่เราเจียวขึ้นเองเหมือนสมัยโบราณ ซึ่งมีกลิ่นหอม ทนความร้อนสูง และดีต่อสุขภาพ ส่วนเมนูเด่นของทางร้านก็มี อาทิ ปลาร้าหลน ที่เราใช้วิธีต้มหัวกะทิในกะลาเพื่อให้ได้ความหอมจากกะลา หรือเมนูน้ำพริกลงเรือซึ่งเป็นสูตรของเจ้าจอมสดับที่ใช้ตะลิงปลิงเพื่อให้ความเปรี้ยวตามสูตรตำรับ
“การเรียนที่วิทยาลัยดุสิตธานีช่วยได้มากในการทำธุรกิจ เพราะได้รับการปูพื้นฐานด้านการทำอาหารมาอย่างดี สามารถนำความรู้มาต่อยอดได้ง่าย อาจารย์ทุกท่านล้วนมีความรู้ความสามารถ และยังได้ฝึกงานเยอะ ซึ่งทำให้พื้นฐานของเราแน่นขึ้นนั่นเองครับ”

เชฟฝ้าย-ศิโรรัตน์ เถาว์โท
เจ้าของร้าน ห-ม-ก ร้านอาหารอีสานแห่งอุบลราชธานี ที่ได้รับรางวัล MICHELIN Bib Gourmand 2023-2025
“ดิฉันใฝ่ฝันอยากมีร้านอาหารที่เป็นเหมือน Destination ของอุบลราชธานีมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม นั่นคือเหตุผลที่ปักธงมาเรียนป.ตรีที่วิทยาลัยดุสิตธานี และตัดสินใจเปิดร้านที่นี่ตามที่เคยใฝ่ฝัน โดยทุกวันก็อธิษฐานขอให้ร้านเราสามารถสร้างชื่อเสียงให้จังหวัด กระทั่งคำอธิษฐานเป็นจริง
“เราเปิดร้านโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ยึดว่าเราอยากขายอะไร จากนั้นก็ออกแบบสินค้าให้ตรงตามความต้องการ จุดเด่นของร้านคือเป็นรสมือแม่ มีความโฮมมีโดยใช้วัตถุดิบในพื้นที่ หน้าตาอาหารและเทคนิคการทำอาจเป็นแบบฟิวชัน แต่รสชาติยังคงดั้งเดิม อนาคตจะเปิดอีกร้านที่ลอนดอน โดยเสิร์ฟอาหารอีสานแท้ๆ เช่นเดิม แต่ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นนั้นๆ เพราะวิถีของคนอีสานก็คือการกินอยู่ตามวิถี หาอะไรในพื้นที่ได้ก็นำมาประยุกต์ใช้
“ดิฉันได้ใช้ทุกวิชาที่เรียนมาจากวิทยาลัยดุสิตธานี บางวิชาตอนเรียนสงสัยว่าเรียนทำไม แต่พอมาอยู่ในโลกธุรกิจพบว่าทุกวิชาสามารถต่อยอดในทุกๆ สายงานอุตสาหกรรมอาหารได้ค่ะ”

เจย์-ธนากร บอร์ทอฟ
เจ้าของรางวัล MICHELIN Guide Thailand 2024 Sommelier Award ปัจจุบันเป็นหัวหน้าซอมเมอลิเยร์ที่ห้องอาหาร INDDEE ซึ่งได้รับรางวัล One MICHELIN Star 2025
“ซอมเมอลิเยร์ (Sommelier) คือ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไวน์ ไม่ใช่แค่ใส่สูทดูดีแล้วเสิร์ฟไวน์ แต่ต้องศึกษาเรื่องไวน์อย่างลงลึก เพื่อที่จะบริการลูกค้าและจัดไวน์โปรแกรมได้อย่างเหมาะสม
“ผมสนใจเป็นซอมเมอลิเยร์ตอนเรียนวิทยาลัยดุสิตธานีปี 3 ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องเลือกสายของตัวเอง ตอนนั้นผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับไวน์เล่มหนึ่ง ทำให้รู้ว่าอาชีพนี้ไม่ใช่อาชีพที่ง่าย ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา และมีโอกาสเติบโตในหลายรูปแบบ จากอยู่บนฟลอร์เปิดไวน์ ก็อาจขึ้นไปเป็น Head ของแผนก F&B หรือบางคนก็ผันตัวไปเป็นอาจารย์ ในขณะที่หลายๆ บริษัทก็จ้างซอมเมอลิเยร์มาเป็น Wine Director ที่คอยดูแลร้านอาหารในเครือ
“ผมประทับใจวิทยาลัยดุสิตธานีตรงที่ความรู้และประสบการณ์จากอาจารย์ที่ไม่มีในหลักสูตร อาจารย์หลายท่านพยายามปลูกฝังทักษะชีวิตให้กับเรา โลกภายนอกเป็นอย่างไร เราต้องปรับตัวอย่างไร หรือแม้กระทั่งการทำอย่างไรให้ขึ้นตำแหน่งไปได้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่สามารถหาได้ในตำราครับ”

เชฟแทน-ภากร โกสิยพงษ์
เจ้าของร้าน GOAT Bangkok ซึ่งได้รับ 1 ดาวมิชลิน และร้าน LAAD Phuket ที่ไม่ได้ใส่ใจแค่อาหาร แต่รักษ์โลกด้วย
“ตอนม.ปลายผมได้มีโอกาสไปเรียนที่นิวซีแลนด์ซึ่งมีวิชาสอนทำอาหาร อาจารย์ที่นั่นพูดถึง Career Path ของอาชีพเชฟ บวกกับการชอบทำอาหารเป็นการส่วนตัว ทำให้เป็นแรงบันดาลให้ผมอยากเป็นเชฟ
“ตอนนี้ผมมี 2 ร้านคือ ร้าน GOAT Bangkok ซึ่งใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นและในประเทศทั้งหมด เน้นใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล อีกแห่งคือ LAAD Phuket ซึ่งเสิร์ฟอาหารใต้ผ่านมุมมองของคนกรุงเทพฯ และเชฟชาวอเมริกัน โดยใช้วัตถุดิบในท้องที่เช่นกัน นอกจากเรื่องรสชาติแล้ว ยังใส่ใจเรื่องการลดปริมาณขยะด้วย เพราะการประกอบธุรกิจต้องคำนึงถึงในทุกๆ ด้าน จึงพยายามปลูกฝังเรื่องนี้กับทีมงานของร้านเพื่อให้เขานึกถึงเรื่อง Waste Management จนเป็นอุปนิสัย
“การเรียนที่วิทยาลัยดุสิตธานีทำให้ผมมีพื้นฐานด้านการประกอบอาหารที่แน่น เพราะเรียนปฏิบัติและฝึกงานเยอะ เมื่อเข้าสู่การทำงานจริงก็จะทำได้เร็ว ปัจจุบันทีมงานของผมแทบทั้งหมดก็เรียนจบจากวิทยาลัยดุสิตธานี เพราะน้องๆ มีความแน่วแน่ตั้งใจและมีแพสชันในอาชีพครับ”
Tag :
วิทยาลัยดุสิตธานี, อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ความคิดเห็น