ชวนกินอาหารไทยอร่อย 10 ร้าน พร้อมบรรยากาศดีๆ

วันที่ 5 กันยายน 2561  3,159 Views

เรื่องโดย การะเกด

เราไม่อาจปฏิเสธว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่เราคุ้นเคยกันดี กินเท่าไรก็ไม่มีเบื่อ เพราะอาหารไทยมีรสชาติจัดจ้าน เข้มข้น กลมกล่อม ครบรส อร่อยแถมยังมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน วันนี้เรามีร้านอาหารไทยแสนอร่อยมาแนะนำให้คุณพาครอบครัว คนรัก เพื่อนฝูง ไปอิ่มอร่อยกันให้เต็มที่ มีที่ไหนกันบ้างตามมาชิมกันเลย

★ 1. Supanniga Eating Room ★

Supanniga Eating Room

Supanniga Eating Room

ขึ้นชื่อว่า “สุพรรณิการ์” รับรองว่าเราจะได้กินอาหารไทยรสชาติอร่อยแน่นอน แถมยังมีวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ ในมุมสวยให้นั่งชมกันอย่างเพลิดเพลิน พร้อมทั้งทอดอารมณ์ไปกับสายน้ำของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าจะนั่งมุมไหนด้านในที่มีกระจกใสล้อมรอบ หรือบรรยากาศเอาต์ดอร์ที่มีลมโชยเย็นๆ ก็ทำให้อาหารมื้อนี้อิ่มท้องและอิ่มใจไปพร้อมกัน

Supanniga Eating Room

นั่งมองสายน้ำเพลินๆ ก็เริ่มหิวแล้วล่ะ เราสั่งขนมครกสุพรรณิการ์มากินเรียกน้ำย่อย ขนมครก 7 ฝามีทั้งหน้ากุ้ง ข้าวโพด เผือก และผัก กินพร้อมเนื้อกะทิที่นึ่งมาร้อนๆ หอมมันอร่อย แต่เมนูนี้มีเสิร์ฟเฉพาะที่สาขาท่าเตียนเท่านั้นนะ

Supanniga Eating Room

จากนั้นมาอิ่มอร่อยกับอาหารไทยต้นตำรับที่เราขอบอกเลยว่าต้องสั่ง ชุดอาหารทานเล่นสุพรรณิการ์ มีทั้งม้าฮ่อบนส้มสด เมี่ยงหย็อง และข้าวตังน้ำพริกเผากากหมู เป็นเมนูอาหารไทยโบราณหากินยากที่อิ่มคุ้มในเซ็ตเดียว

Supanniga Eating Room

ต่อด้วยเมนูหนักท้องอย่างหมูชะมวง เมนูประจำภาคตะวันอออกที่ใช้สันคอหมูเคี่ยวกับใบชะมวงย่างหอมๆ รสชาติออกเปรี้ยวกลมกล่อม น้ำขลุกขลิก กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยลืมอิ่ม

Supanniga Eating Room

แล้วอย่าลืมสั่งกะหล่ำทอดน้ำปลาดีที่ใช้น้ำปลาอย่างดีและน้ำปลาแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ผัดกับผักกะหล่ำ ได้รสเค็มๆ หวานกรอบจากผัก ไข่ลูกเขย อีกหนึ่งเมนูฮิตกับไข่ต้มยางมะตูม ไข่แดงนุ่มๆ ราดซอสสามรสหวานเค็มเปรี้ยว กินกับหอมเจียวและพริกแห้งทอดที่โรยมาคู่กันอร่อยเป็นที่สุด และน้ำพริกไข่ปูจิ้มกับผักสดมากินด้วยล่ะ รับรองว่าอร่อยลืมอิ่มฟินทุกเมนูจริงๆ

Supanniga Eating Room

พิกัด : ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.30-22.30 น.
โทร. 0-2015-4224, 0-2714-7608
FB : https://www.facebook.com/SupannigaEatingRoom/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 2. อรรถรส (At-Ta-Rote) ★

อรรถรส

อาหารไทยร้านนี้เป็นสูตรตำรับอาจารย์ศรีสมร คงพันธ์ สูตรโบราณที่เจ้าของร้านปรับหน้าตาอาหารให้ดูน่ากินขึ้นและคงรสชาติดั้งเดิมเอาไว้ เน้นอาหารไทยที่ดีต่อสุขภาพ รสไม่จัด เหมาะสำหรับลูกค้าทุกเพศทุกวัย ส่วนบรรยากาศภายในร้านกว้างขวางในโทนสีขาว-น้ำตาล ตกแต่งผนังด้วยรูปภาพสมัยโบราณ ถ้วยโถโอชาม และตะกร้าสานให้กลิ่นอายแบบย้อนยุค

อรรถรส

เริ่มด้วยอรรถรสฟรายส์ มะรุมอ่อนชุบแป้งบางๆ แล้วทอด โรยเกลือ รสชาติหวานอมขม เนื้อสัมผัสไม่เหมือนมะรุมที่อยู่ในแกงส้ม กินดีเคี้ยวเพลิน แต่ขอบอกก่อนว่าเมนูนี้จะมีช่วงฤดูกาลของมะรุมเท่านั้นนะจ๊ะ

อรรถรส (At-Ta-Rote)

อร่อยต่อกับเมี่ยงคำบัวหลวง ส่วนผสมมีใบชะพลู กลีบดอกบัว เกสรดอกบัว กินกับน้ำเมี่ยงที่มีส่วนผสมของกะปิ เราว่าอร่อยและแปลกใหม่ดี ใครที่ยังไม่เคยกินกลีบดอกบัวต้องลองนะขอบอก

อรรถรส (At-Ta-Rote)

อาหารโบราณอีกจาน แสร้งว่ากุ้ง ใช้กุ้งยำกับตะไคร้ ขิง ใบมะกรูด แถมยังใส่เนื้อปลากรอบลงไปด้วยได้รสชาติกลมกล่อม ไม่จัดมาก กินได้เพลินๆ

อรรถรส (At-Ta-Rote)

หากยังไม่อิ่มลองสั่งไข่พะโล้หมูฮ้อง รสชาติไม่หวานเกินไป เนื้อไข่ฉ่ำน้ำพะโล้ ขนมจีนซาวน้ำ ขนมจีนกินกับเครื่องเคียงอย่างสับปะรด ขิง กระเทียม กุ้งป่น ได้รสชาติหวานเค็มปะแล่ม แนมด้วยแจงลอน อยากให้หนักท้องหน่อยต้องลองข้าวปลาทูหอม ข้าวคลุกกับเนื้อปลาทูและดอกกุหลาบชุบไข่ทอด กินกับน้ำพริกมะม่วง

อรรถรส (At-Ta-Rote)

อรรถรส (At-Ta-Rote)

อรรถรส (At-Ta-Rote)

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างเปียกปูนอ่อนกับไอศกรีมสังขยา และกล้วยบวชชี-กล้วยบวชเถร ได้ยินชื่อครั้งแรกก็สะดุดหูเพราะรู้จักแต่กล้วยบวชชี ทางร้านบอกว่ากล้วยบวชชีคือกล้วยในน้ำกะทิน้ำตาลอ้อย ส่วนกล้วยบวชเถรคือกล้วยในน้ำตาลโตนด ให้รสหวานแตกต่างกัน มัน เค็ม เป็นการจบมื้อนี้อย่างสมบูรณ์

อรรถรส (At-Ta-Rote)

อรรถรส (At-Ta-Rote)

พิกัด : ถนนสุขุมวิท ซอย 39 กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.30-22.00 น.
โทร. 06-4249-4244, 0-2262-0178
FB : https://www.facebook.com/attarote.eatery/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 3. Bangkok Bold Kitchen ★

Bangkok Bold Kitchen

Bangkok Bold Kitchen

ใครอยากกินอาหารไทยพื้นบ้านต้องมาที่นี่ เพราะมีอาหารไทยหลากหลายให้ได้ลิ้มลองกัน ไม่ว่าจะเป็นยำใบบัวกุ้งสดสูตรทางใต้ ส้มตำถาดจากอุดรฯ ที่ส่งปลาร้ามาให้ แกงขนุนอ่อนขมิ้นจากทางเหนือ  แกงส้มปลาสลิดใบแมงลักจากโคราช ข้าวแห้งและปลาช่อนนึ่ง เมี่ยงคำผลไม้และน้ำพริกกุ้งสด

Bangkok Bold Kitchen

Bangkok Bold Kitchen

มาแล้วต้องสั่งชะอมผัดปลาทูกากหมูพริกสด เนื้อปลาทูผัดกับกระเทียม พริกเหลือง ชะอม และกากหมูกรอบอร่อย สั่งมากินกับข้าวสวยฟินมาก

Bangkok Bold Kitchen

ต่อด้วยข้าวแห้งไก่ ข้าวสวยราดน้ำซุปที่คล้ายน้ำพะโล้ ใส่หมูและกุ้งทอด คลุกเคล้ากินด้วยกันอร่อยมาก แนมด้วยแตงกวากรอบๆ กินเพลิน

Bangkok Bold Kitchen

อิ่มของคาวแล้วก็จัดของหวานอย่างขนมไข่ใบเตยมะพร้าวอ่อนมาชิมสักหน่อย อิ่มสบายท้องจัง

Bangkok Bold Kitchen

พิกัด : ชั้น 2 Riverside Plaza ถนนเจริญนคร กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 11.00-22.00 น.
โทร. 09-6626-4519
FB : https://www.facebook.com/bangkokboldkitchen/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 4. ศรีตราด ★

ศรีตราด

ศรีตราด

แวะมาร้านนี้เราจะได้กินอาหารไทยของภาคตะวันออกซึ่งเป็นสูตรอาหารไทยที่คุณแม่เจ้าของร้านนำสูตรมาจากร้านอาหารสวนปูของคุณยาย โดยปรับรสชาติให้ถูกปากคนที่บ้าน เราเลยได้กินอาหารไทยที่รสชาติเหมือนกินข้าวบ้านเพื่อน ไม่ใส่สีผสมอาหารและผงชูรส เน้นรสชาติค่อนข้างจัดกลมกล่อม ใช้วัตถุดิบจากตราดทั้งน้ำปลาตรากระต่าย กะปิเกาะช้าง ปลาเค็มเจ้าประจำ สมุนไพร ทุเรียน ระกำ ใบชะมวง และกระวาน

https://mbseminar.wixsite.com/mysite

ศรีตราด

เริ่มด้วยหมูสับปลาเค็มตราด เป็นสูตรจากเขมร หอมปลาเค็ม มีเนื้อหมูเชื่อมรสชาติ กินกับหอมแดง ใบมะกรูด พริก มะนาว รสชาติจัดจ้าน แกงมัสมั่นไก่ทุเรียน ใช้ทุเรียนห่ามแกงกับเนื้อไก่จนนุ่ม ใส่มันฝรั่ง อร่อยได้รสมันของทุเรียน 

ศรีตราด

ศรีตราด

ต่อด้วยสำรับของคนตราดที่จะขาดไม่ได้ น้ำพริกกะปิกุ้งสด ใช้กะปิเกาะช้างปรุงกับน้ำปลาตรากระต่าย กินกับผักลวก ผักสด หรือจะสั่งน้ำพริกระกำก็อร่อย ใช้ระกำให้รสเปรี้ยวแทนมะนาว ไก่ผัดเผ็ดกระวาน เมนูหากินยาก รสชาติจัดจ้าน ได้รสเย็นซ่าจากกระวาน

ศรีตราด

ศรีตราด

แล้วอิ่มปิดท้ายกับเมี่ยงปลาทับทิม น้ำเมี่ยงออกใสหวานหอมน้ำตาลอ้อย สั่งค็อกเทลโอเลี้ยงเก๋ๆ ที่สื่อถึงความเป็นตราดมาดื่มคู่กันฟินสุดๆ

ศรีตราด

พิกัด : ถนนสุขุมวิท ซอย 33 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 12.00-23.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ ปิดบริการ 01.00 น. (หยุดวันอังคาร)
โทร. 0-2088-0968}
FB : https://www.facebook.com/sritrat/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 5. Vapor Seafood Bar & Restaurant ★

Vapor Seafood Bar & Restaurant

Vapor Seafood Bar & Restaurant

ใครชอบอาหารทะเลเป็นทุนเดิมต้องชอบร้านนี้แน่นอน เพราะเจ้าของร้านสรรหาวัตถุดิบจากทะเลมาปรุงเป็นเมนูเด็ดให้ได้ชิมกัน และยังมีเมนูอาหารของทางบ้านที่คุณยายทำให้กินอีกด้วย นอกจากนี้เจ้าของร้านยังนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ถนอมอาหารเพื่อให้ได้วัตถุดิบอาหารทะเลที่มีคุณภาพดีที่สุด เราก็จะได้กินอาหารทะเลสดใหม่อร่อยถูกใจด้วยเช่นกัน

Vapor Seafood Bar & Restaurant

Vapor Seafood Bar & Restaurant

หิวแล้วสั่งเลยกุ้งแม่น้ำย่างแบบอยุธยา กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ขนาด XL 3 ตัว 1 กิโลกรัม และขนาด XXL ตัวละ 5-7 ขีดย่าง มันกุ้งเต็มหัว เนื้อกุ้งแน่นอร่อย เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หัวน้ำปลา และน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ด เวลากินก็ตักมันกุ้งวางบนข้าว ตามด้วยหัวน้ำปลา คลุกเคล้าก่อนตักเข้าปาก แล้วตักน้ำจิ้มซีฟู้ดราดอีกนิด โอ้ย! ดีงาม

Vapor Seafood Bar & Restaurant

สำหรับคนชอบน้ำพริกต้องนี่เลย น้ำพริกปลาทูก้างนิ่ม ไม่ต้องกังวลว่ากินก้างแล้วจะติดคอ เพราะที่นี่ใช้หม้อแรงดันทอดปลาทูจนกรอบกินได้ตั้งแต่หัวจรดหาง กินพร้อมข้าวคลุกน้ำพริกกะปิ แมงดาในครกหิน น้ำพริก ชะอมทอด และผักลวก อร่อยฟินมากมาย

Vapor Seafood Bar & Restaurant

ยังไม่อิ่มก็ต่อด้วยก๋วยเตี๋ยวคั่วผัดเนื้อปูกระทะร้อน เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดกับมันปู เนื้อปู หัวหอม แครอต ไข่แดงไข่เป็ด และซอสมันกุ้ง อร่อยพุงกางไปอีก

Vapor Seafood Bar & Restaurant

นอกจากนี้ยังมีเมนูปลาทะเลอร่อยๆ ให้ลิ้มลองอีกด้วย เช่น ปลาโฉมงามผัดพริกไทยดำ ซึ่งเนื้อปลาทะเลจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลนำมาผัดพริกไทยดำอร่อยๆ หรือจะเป็นปลากะพงทองทอดกระเทียม เนื้อแน่นฟูได้รสหวานจากเนื้อปลาแท้ๆ ไม่ต้องจิ้มก็อร่อย

Vapor Seafood Bar & Restaurant

Vapor Seafood Bar & Restaurant

พิกัด : หมู่บ้านนิชดาธานี ซอยสามัคคี 29 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 10.00-24.00 น.
โทร. 0-2832-0055, 0-2004-8127
FB : https://www.facebook.com/vaporbangkok/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 6. เฬอรส ★

เฬอรส

ร้านอาหารไทยสูตรต้นตำรับอยุธยาที่เจ้าของร้านนำเมนูรสมือแม่มาให้เราได้ชิมความอร่อยกัน แถมขั้นตอนการปรุงยังละเมียดละไมคงคุณค่าของอาหารไทยไว้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยโบราณไปจนถึงอาหารท้องถิ่นที่หากินยาก รับรองว่าเมื่อได้กินแล้วจะอดใจไว้ไม่ไหว...ต้องกลับมากินอีกหลายครั้งแน่นอน

เฬอรส

เริ่มเมนูแรกกับแกงระแวงเนื้อ หน้าตาคล้ายแกงเขียวหวาน แต่เป็นแกงชวาเนื้อน่องลาย น้ำขลุกขลิก ไส่ตะไคร้ ขมิ้น กลิ่นหอมชวนกิน

เฬอรส

ต่อด้วยหมูย่างใบกะเพรา ข้าวเหนียวตองหอม หมูหมักซอสกะเพราและใบกะเพราย่างมาหอมๆ กินกับข้าวเหนียวปิ้งหอมกะทิที่ห่อใบตองมาคู่กัน น้ำจิ้มแจ่วรสจัดจ้าน และผักแนมต่างๆ อร่อยชวนลองเลยล่ะ

เฬอรส

แล้วมาจัดเต็มกับข้าวคลุกกะปิเฬอรส ข้าวคลุกกะปิเสิร์ฟมาในครกหินภูเขาไฟคล้ายเมนูกระทะร้อน จัดเต็มด้วยเครื่องเคียงอย่างหมูหวาน กุ้งแห้ง ไข่เจียวหั่นฝอย มะม่วงซอย ถั่วฝักยาวซอย และหอมแดงซอย จากนั้นราดน้ำหมูหวานลงไปจะได้ยินเสียงฉ่าที่มาพร้อมกินหอมๆ ชวนกิน

เฬอรส

จบท้ายมื้อด้วยของหวานกับขนม 4 ถ้วย เป็นขนมไทยโบราณ มีเม็ดแมงลัก ลอดช่อง ข้าวเหนียวดำ และข้าวตอก ใส่น้ำกะทิหอมหวานกลมกล่อม และขนมเขียวมะพร้าวน้ำหอม กรอบนอกนุ่มใน หอมน้ำมะพร้าว มีทั้งรสใบเตยและอัญชันให้ลิ้มลอง อิ่มพุงกางไปเลยจ้า

เฬอรส

เฬอรส

พิกัด : ชั้น 2 The Crystal Veranda เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา กรุงเทพฯ
เปิดบริการ  11.00-22.00 น.
โทร. 0-2021-3558, 09-2416-2244
FB : https://www.facebook.com/LeroseTH/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 7. Khao (ข้าว) ★

Khao (ข้าว)

Khao (ข้าว)

ร้านอาหารไทยในรูปแบบเชฟเทเบิลที่ต้องจองคิวล่วงหน้า 1 เดือน เป็นร้านที่เชฟวิชิต มุกุระ เจ้าของร้านตั้งใจสร้างแปลงนาขนาดย่อมไว้ปลูกข้าวเลยทีเดียว ส่วนด้านหลังมีพืชผักสวนครัวที่ลงมือปลูกเอง จะหยิบใช้เมื่อไรก็เด็ดมาทำสดๆ กันเลย ตัวร้านออกแบบคล้ายกับยุ้งข้าวผสมฉางเกลือ ล้อมรอบด้วยกระจกใสให้แสงสว่างกำลังดี ส่วนเมนูอาหารเน้นอาหารภาคกลาง ไม่เปรี้ยวจัด ไม่เผ็ดจัด แต่กลมกล่อม รับรองว่าถูกปากแน่นอน

Khao (ข้าว)

Khao (ข้าว)

เรียกน้ำย่อยด้วยของว่างรวม ของว่าง 4 อย่าง หมี่กรอบโบราณ เส้นหมี่ทอดด้วยเทคนิคพิเศษ กินแล้วไม่กระด้าง ใส่ผิวส้มซ่า รสกลมกล่อมครบเครื่อง เมี่ยงปลาทู เนื้อปลาทูทอดคลุกเคล้ากับขิง มะพร้าว พริก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว ห่อผักสดแล้วกิน อร่อยเข้ากัน ทอดมันกุ้งปลาหมึก ใช้ดีปลาหมึก เนื้อปลาหมึก และกุ้งผสมกัน ทอดออกมาจะได้สีดำสลับขาวเหมือนหินแกรนิต กินกับซอสมะม่วง และยำส้มโอ ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งคลุกเคล้ากับน้ำยำปรุงสด ได้รสเปรี้ยวเค็มเผ็ด หอมมันกะทิ

Khao (ข้าว)

อิ่มอร่อยกันต่อกับแซ่บทรงเครื่อง ไส้กรอกข้าวหั่นเต๋าทอดจนหอม ใส่ขิง ถั่ว มะนาวหั่นเต๋า คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ห่อกินกับใบชะพลูที่เสิร์ฟมาด้วยกันแซ่บอร่อยจริงๆ

Khao (ข้าว)

ต่อด้วยเป็ดซอสมะขามส้มซ่า เชฟนำส่วนอกของเป็ดไปทอดจนเหลืองน่ากินแล้วปล่อยให้สุกในซอสมะขามที่มีกลิ่นส้มซ่า ส่วนสะโพกเป็ดก็ตุ๋นจนนุ่ม กินเคียงกับเม็ดมะรุมลวกเข้ากันดีทีเดียว

Khao (ข้าว)

จากนั้นสั่งขนมถั่วแปบมากินปิดท้ายมื้อ ขนมถั่วแปบเหนียวนุ่ม สีสวยด้วยอัญชันและใบเตย โรยมะพร้าว งาคั่วตำ และน้ำตาล กินคู่กับไอศกรีมกะทิ เป็นอันจบมื้ออย่างสวยงาม

Khao (ข้าว)

พิกัด : ซอยเจริญมิตร เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
เปิดบริการ 12.00-14.00 น. และ 18.00-23.00 น.
โทร. 0-2381-2575, 09-8829-8878
FB : https://www.facebook.com/khaogroup/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 8. โรงสีริมน้ำ 

โรงสีริมน้ำ

โรงสีริมน้ำ

ร้านนี้เป็นอาหารไทยซีฟู้ดในสไตล์  Authentic Thai Seafood ในเครือ Iberry ตั้งอยู่ในโครงการล้ง 1919 สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิปย่านคลองสานนี่เอง เมื่อย่างก้าวเข้าไปในร้านเราจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ผสมผสานกลิ่นอายแบบจีนเอาไว้ ส่วนรสชาติอาหารรับรองว่าจัดจ้านแบบไทย โดยเน้นหนักที่อาหารทะเลนานาชนิดสดใหม่ เอาใจคนชอบซีฟู้ดที่ไม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดไกลๆ ก็ได้กินอาหารทะเลอร่อยๆ แล้ว

โรงสีริมน้ำ

เรียกน้ำย่อยกับเมี่ยงกลีบบัว เมนูนี้เก๋มากเลย เพราะนำกลีบดอกบัวหลวงมาห่อกับเครื่องเมี่ยงต่างๆ แทนใบชะพลู กลีบบัวเรียงมาเรียบร้อยหยิบกินง่าย กินกับน้ำจิ้มเมี่ยงสูตรเด็ดที่เคี่ยวจนข้น

โรงสีริมน้ำ

ต่อด้วยห่อหมกขนมครกเนื้อปูก้อน ใช้เนื้อปู เนื้อปลากะพง และพริกแกงโขลกเองของร้าน เสิร์ฟมาบนจานดินเผาเหมือนเตาขนมครกให้เปิดฝาตักกินกันเองอร่อยๆ

โรงสีริมน้ำ

ต่อกันที่เมนูแซ่บๆ ตำถาดอโยธยา มาพร้อมกุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่สดหวาน เผาตามสั่งแบบร้อนๆ มันกุ้งเยิ้มๆ เสิร์ฟพร้อมส้มตำไทยใส่กุ้งแก้วตัวโต หมูยอ ไหลบัว ขนมจีน และผักสด

โรงสีริมน้ำ

ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยแกงส้มเหลืองปลากะพงไหลบัวดอกขจร ปลากะพงเนื้อแน่นเข้ากันได้ดีกับไหลบัวกรุบกรอบ มีดอกขจรให้ได้เคี้ยวไม่เหม็นเขียว รสชาติจัดจ้านอร่อย กินกับข้าวสวยสักจานรับรองอิ่มฟินทีเดียว

โรงสีริมน้ำ

พิกัด : โครงการล้ง 1919 เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
เปิดบริการ : 10.00-23.00 น.
โทร. 0-2408-4719
FB : https://www.facebook.com/rongsibangkok/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 9. บ้านแม่ยุ้ย 

บ้านแม่ยุ้ย

ร้านอาหารไทยในบ้านหลังเก่าสีขาวอายุกว่า 50 ปี รอบร้านเป็นเรือนกระจกใสดูสะอาดตา นอกจากเราจะได้กินอาหารไทยสูตรตำรับซอยราชครูอร่อยๆ แล้ว ที่นี่ยังคงคอนเซ็ปต์ครัวเปิดให้เราได้เห็นเชฟทำอาหารให้กิน ส่วนเรื่องรสชาติไม่ต้องกังวล เพราะทางร้านเน้นรสชาติกลางๆ รสไม่จัด กินได้ทั้งครอบครัว แถมยังไม่ใส่ผงชูรสอีกด้วย เรียกว่าเสิร์ฟที่บ้านอย่างไร ลูกค้าก็จะได้กินอย่างนั้นด้วยเช่นกัน เช่น เขียวหวานเนื้อสูตรป้าจำเนียร ข้าวกุ้งทอดกระเทียม ผัดไทยกุ้งแม่น้ำ

บ้านแม่ยุ้ย

รองท้องกันเลยกับขนมจีบทอดกากหมู ขนมจีบกุ้งคำโต ไส้แน่น ทอดด้านนอกกรอบ โรยกากหมูเจียว ชิ้นเล็ก กินง่าย ทำใหม่ทุกวันไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นหืน กินกับน้ำจิ้มรสเผ็ดนิดๆ เข้ากันดีทีเดียว

บ้านแม่ยุ้ย

จัดหนักกันต่อกับมันกุ้งทรงเครื่อง ใช้เนื้อกุ้งผัดกับมันกุ้งแม่น้ำแท้ๆ กระเทียม พริกไทย กินกับข้าวสวยร้อนๆ และผักสดอร่อยมาก

บ้านแม่ยุ้ย

ต่อด้วยมัสมั่นซี่โครงหมู เครื่องแกงหอมเข้มข้นซึมเข้าซี่โครงหมูที่นุ่มล่อนออกจากกระดูกรสออกหวานนิดๆ กลมกล่อม

บ้านแม่ยุ้ย

ปิดท้ายด้วยหมูสะเต๊ะคนละไม้ 2 ไม้ ย่างมาแบบชิ้นหนาๆ นุ่มๆ ไม่ผอมแห้ง เพราะใช้ส่วนสันคอหมักเครื่องเทศอย่างดี นุ่มมัน กินคู่น้ำจิ้มและอาจาด อิ่มมากๆ จนหนังท้องตึง หนังตาก็ชักจะหย่อนๆ เลยล่ะ  

บ้านแม่ยุ้ย

แถมท้ายอีกนิดสำหรับใครที่สนใจเมนู Chef’s Table ทางร้านก็มีบริการสามารถสั่งจองได้  ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์มีเมนูพิเศษหรือเชฟรับเชิญมาสลับสับเปลี่ยนทำอาหารอร่อยๆ ให้ได้ลิ้มลองกัน และทุกคืนวันศุกร์-เสาร์จะมีดนตรีสดมาขับกล่อมให้เพลิดเพลินยิ่งขึ้นตั้งแต่ 19.00-22.00 น.

พิกัด : ซอยราชครู ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ
เปิดบริการ : 11.00-22.00 น.
โทร. 0-2279-9849
FB : https://www.facebook.com/-Mae-Yui--154384687922514/

▷▷▷▷ ▷▷ ◀ ◀◀ ◀ ◀ ◀

★ 10. เสือใต้ 

เสือใต้

เสือใต้

มาหรอยอย่างแรงกับอาหารสูตรปักษ์ใต้กับร้านสุดท้ายจาก “เสือใต้” ร้านอาหารสีน้ำเงินทะเลที่ตกแต่งด้วยลวดลายของผ้าปาเต๊ะ ภาพวาดน้องเสือบนกำแพงคาบพริกสีแดง ต้นตำรับอาหารปักษ์ใต้ที่คนภาคกลางหรือภาคไหนๆ ก็กินได้ เพราะเขาปรุงรสให้ออกกลางๆ กินได้อร่อยทุกคน หายห่วงเรื่องกินไปเป่าปากไป แต่ยังคงความหอมและเข้มข้นด้วยพริกแกงและเครื่องเทศสูตรปักษ์ใต้ไว้เช่นเดิม

เสือใต้

หิวแล้วสั่งหมูทอดเมืองคอนมากินเรียกน้ำย่อยกันดีกว่า สันคอหมูติดมันนิดๆ หมักเกลือแล้วทอด ราดซอสสูตรเด็ดที่มีส่วนผสมของเครื่องพะโล้ เนื้อหมูกรอบนอกนุ่มใน ได้รสหวานมันเค็ม

เสือใต้

ต่อด้วยพิซซาโรตีคั่วกลิ้ง แป้งโรตีแผ่นบางกรอบจับกินถนัดมือ กินกับท็อปปิงคั่วกลิ้งรสเผ็ด เข้าคู่กันดีกับชีสยืดๆ ที่มาตัดรสด้วย บอกเลยว่ารสชาติลงตัวทีเดียว

เสือใต้

มาเติมพลังกันต่อกับแกงเนื้อปูใบชะคราม แกงเหลืองรสเผ็ดเข้มข้นกับเนื้อปูคำโต ได้รสชาติเค็มๆ หวานๆ จากใบชะคราม

เสือใต้

แล้วมาต่อกับแกงไตปลาที่โดดเด่นจัดจ้านด้วยพริกแกงใต้ ผสานความหวานของผักและเนื้อปลาโอ ใส่ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ หน่อไม้ ส่วนคนไม่กินเผ็ดก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะเขาปรุงให้เผ็ดน้อยลง กินได้สบายหายห่วง

เสือใต้

กินเผ็ดไปแล้วอยากได้อะไรมาตัดรสบ้างก็สั่งเลยพะโล้ไข่เค็มไชยามากินด้วยกันก็เข้าทีดี ไข่เค็มไชยาเยิ้มๆ กับหมูสามชั้นนุ่มๆ ในน้ำพะโล้หอมๆ อร่อยฟินกินพุงกางเลยทีเดียว

เสือใต้

จากนั้นปิดท้ายด้วยโรตีกรอบที่เสิร์ฟมาในจานใบโต โรยน้ำตาลและนมข้นหวาน กรอบอร่อย และวุ้นเสือใต้ วุ้นมะพร้าวที่มีทั้งมันเชื่อมมะพร้าว ถั่วแดงมะพร้าว ลอดช่อง ลูกชุบ ฝอยทอง และทองหยิบ อร่อยครบจบมื้อแบบสวยๆ

เสือใต้

เสือใต้

พิกัด : ชั้น 6 โซน Helix Quartier ศูนย์การค้า The EmQuartier ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ
เปิดบริการ : 11.00-22.00 น.
โทร.  0-2003-6314
FB : https://www.facebook.com/southtigerrestaurant/


Tag : รวมร้านอร่อย, อาหารไทย, เชฟเทเบิ้ล

ความคิดเห็น