รวม 8 ร้านอาหารฝรั่งเศสที่น่าลิ้มลองที่สุด

วันที่ 5 มีนาคม 2564

 232 Views

เปิดบรรยากาศกันสักหน่อย G&C ชวนมาลิ้มรสความอ่อยของอาหารฝรั่งเศสรสเลิศ หน้าตาหรูหรา แต่รับรองได้เลยว่าต้องมีสักร้านที่ถูกใจ เพราะเรามีให้เลือกตั้งแต่ต้นตำรับ ไปจนถึงอาหารฝรั่งเศสที่ทำออกมาให้กินง่าย และเข้าถึงได้มากขึ้น 8 ร้านอร่อยที่ว่านั้นมีร้านไหนบ้าง ตามเราไปชิมกันเลยค่ะ

★ 1. TWG Tea 
ทีรูมหรูหราที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศสิงคโปร์ บรรยากาศร้านกว้างขวางไม่แออัด มีกลิ่นอายแห่งความหรูหรา มีชั้นวางผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของทีดับเบิลยูจี ทีให้เลือกซื้อกลับบ้าน ส่วนอาหารทางร้านเสิร์ฟเมนูอาหารสไตล์ฝรั่งเศสเลิศรส ขนมโฮมเมด และเครื่องดื่มต่างๆ ล้วนมีความพิเศษจากการใช้ใบชาชั้นดีเป็นส่วนผสม

TWG Tea

TWG Tea

เมนูแนะนำ

  • Tuna & Rocket Salad ทูน่าคุณภาพย่างจนได้เนื้อสีชมพูสวย สุกกำลังพอเหมาะ ไปด้วยกันได้ดีกับผักร็อคเก็ตรสเผ็ดซ่า ราดด้วยน้ำสลัดงาสูตรพิเศษที่ทำมาจาก ชาโตเกียวและสิงคโปร์ หอมกรุ่น รวมเป็นรสชาติเปรี้ยวสดชื่น

TWG Tea

  • Duck Confit ขาเป็ดตุ๋นสไตล์ฝรั่งเศส เนื้อนุ่มฉ่ำใน กินคู่กับกะหล่ำปลีแดงตุ๋นสูตรพิเศษ รสเปรี้ยว ผักโขมอบชีสครีมมี มันบดเนื้อเนียนกินเพลิน และซอสมะขามรสหวานอมเปรี้ยว ที่หอมฟุ้งกลิ่นชาคาราเมล

TWG Tea

  • Matcha Nara เค้กชาเขียวหวานละมุน ด้านในประกอบไปด้วยอัลมอนด์กรุบกรอบ ไวท์ช็อกโกแลต และมัทฉะครีมหอมฟุ้ง ถูกใจทีเลิฟเวอร์อย่างยิ่ง

TWG Tea

พิกัด : 991 ถนน พระรามที่ ๑ แขวง ปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
เปิดบริการ : 10.00 – 22.00 น.
โทร. 02-610-9527
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : TWG Tea ทีรูมหรูหรา เสิร์ฟชารสนุ่มคู่อาหารฝรั่งเศส 
 

★ 2. อยากทำแต่ไม่อยากกิน 
เชฟเทเบิ้ลชื่อกวนๆ ของเชฟบิ๊ก ที่เรียนจบปริญญาโทด้านอาหารจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาโดยเฉพาะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามร้านอาหารดังๆ มาแล้วมากมาย เชฟเทเบิ้ลนี้เหมือนมากินข้าวที่บ้านเชฟ บรรยากาศอบอุ่นรับลูกค้าได้สูงสุดรอบละ 9 คน แต่ถ้ามา 6 คนขึ้นไป เชฟปิดรอบให้เป็นมื้อแบบส่วนตัวเลย อาหารของเชฟเข้าใจง่ายเป็นอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิค เชฟเป็นคนไปตลาดเองดังนั้นไม่กินอะไรหรืออยากกินอะไรก็บอกเชฟก่อนได้

อยากทำแต่ไม่อยากกิน

เมนูแแนะนำ

  • Abalone Escargot เชฟเสิร์ฟหอยเป๋าฮื้ออบเนยกระเทียมสไตล์เอสคาร์โกที่ดั้งเดิมจะใช้หอยทากฝรั่งเศส แต่โดยมากจะเป็นเนื้อหอยกระป๋องเชฟจึงใช้หอยเป๋าฮื้อแทน เนื้อหอยอบมานุ่มไม่เหนียว หอมกลิ่นของเนยกระเทียมและสมุนไพร

อยากทำแต่ไม่อยากกิน

  • Crab Spring Roll แป้งเปาะเปี๊ยะม้วนเป็นโรลกรอบ ไส้เป็นทาร์ทาร์เนื้อกรรเชียงปูก้อนใหญ่เบิ้ม รสหวาน หอมกลิ่นผิวมะนาว เจลมะม่วงและแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวหวานหอมสดชื่น ใส่ไข่แซลมอนเพิ่มเนื้อสัมผัสและความแวววาวสวยงาม

อยากทำแต่ไม่อยากกิน

  • Tiger Prawn Bisque ซุปบิสรสเข้มข้นทำจากกุ้งลายเสือ คลุมถ้วยด้วยแป้งพายชั้นอบจนฟูกรอบส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วห้อง เสิร์ฟมาพร้อมกุ้งลายเสือตัวโต

อยากทำแต่ไม่อยากกิน

พิกัด : ซอยเจริญราษฎร์ 7 แยก 7-6-1 แขวงบางโคล่ แขตบางคอแหลม กทม. 10120
เปิดบริการ : 12.00 น. และ 18.00 น.
โทร. 092-995-5923
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : อยากทำแต่ไม่อยากกิน เชฟเทเบิ้ลอาหารคลาสสิคฝรั่งเศส
 

★ 3. David’s Kitchen 
ร้านอาหารฝรั่งเศสในตัวเมืองเชียงใหม่ที่คว้าหัวใจนักเที่ยวทั่วโลกมาแล้ว โดยอาหารแต่ละจานที่เสิร์ฟเป็นฝีมือของเชฟโอ - อาทิตย์ ดิษฐสุนนท์ เชฟคนไทยที่ได้นำความรู้ที่ได้เรียนรู้จากการทำงานมาตลอดชีวิตสร้างสรรค์ความอร่อย อีกทั้งยังมีการสร้างสมดุลของรสชาติในแต่ละจานจนออกมาเป็นอาหารฝรั่งเศสที่กินง่ายทั้งหน้าตาและรสชาติ

David’s Kitchen

เมนูแนะนำ

  • Fettucine with Truffle Cream, Lobster Claw and Sliced Summer Black Truffle เฟตตูชินี่เส้นเหนียวนุ่มผัดกับครีมทรัฟเฟิลที่ทำจากเนยฝรั่งเศสและน้ำมันกุ้งจนได้ความหอมละมุน เสิร์ฟพร้อมกับเนื้อล็อบสเตอร์ส่วนก้ามชิ้นโตเนื้อแน่นเต็มคำ

David’s Kitchen

  • Spicy Pomelo with Fried Red Snapper Fish ยำส้มโอสายน้ำผึ้งรสจี๊ดจ๊าดจากรสชาติถึงเครื่องจากการเข้าคู่กันของมะนาว น้ำปลา และถั่วลิสง กินคู่กับปลากะพงแดงจากภูเก็ตแล่บางๆ ก่อนจะห่อด้วยแตงกวาญี่ปุ่นและแครอทเพิ่มความกรอบหวาน

David’s Kitchen

  • Tiramisu ที่ครีมมาสคาโปนทั้งฉ่ำและนุ่มจนเราต้องเทใจให้จริงๆ

David’s Kitchen

พิกัด : 113 ถนนบำรุงราษฎร์ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
เปิดบริการ : 11.30-14.00 น. และ 17.30- 22.00 น.
โทร. 052-088-228
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : David’s Kitchen ร้านอาหารฝรั่งเศสในตัวเมืองเชียงใหม่ที่คว้าหัวใจนักเที่ยวทั่วโลกมาแล้ว
 

★ 4. L'éléphant 
ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับท็อปลิสต์ของเชียงใหม่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงอาหารฝรั่งเศสได้โดยไม่รู้สึกอึดอัดใจ เดิมทีพื้นที่ของร้านเคยเป็นอาร์ตแกลอรีมาก่อน ทุกพื้นที่ด้านในจึงมีกลิ่นอายของงานศิลปะซึ่งช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ในมื้ออาหารได้ดีเยี่ยม

L'éléphant

เมนูแนะนำ

  • L'éléphant Salmon Gravlax ปลาแซลมอนหมักกับเกลือ น้ำตาล ไวน์ขาว และผักชีลาว จัดวางให้เหมือนดอกกุหลาบดอกโต กินกับซอสฮอร์สราดิช กินแล้วกระตุ้นต่อมอยากอาหารได้ดีเยี่ยม

L'éléphant

  • Truffle Cream Soup in Puff Pastry ซุปแบล็กทรัฟเฟิลในพัฟอบกรอบ (เชฟใช้ทรัฟเฟิลตามฤดูกาล) เราชอบที่ซุปมีความครีมมี่และกลิ่นหอมจรุงใจกินกับพัฟกรอบๆ แล้วดีงาม

L'éléphant

  • Mango & Butterfly Pea Panna Cotta สีสวยจากมะม่วงตามฤดูกาล ดอกอัญชัน และท็อปด้วยซอสลาเวนเดอร์มิกซ์เบอร์รี่ให้อารมณ์ฝรั่งเศสเบาๆ

L'éléphant

พิกัด : 7 ถ.ศิริมังคลาจารย์ ซอย 11 จังหวัดเชียงใหม่ 50200
เปิดบริการ : 11:45 - 14:30, 17:30 - 22:00 น. (ปิดวันจันทร์)
โทร. 09-7970-8947
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : L'éléphant อาหารฝรั่งเศสสุดพิถีพิถันในอาร์ตแกลอรีกลางเมืองเชียงใหม่
 

★ 5. Chef’s Table Bangkok 
ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งบนชั้น 61 ของโรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ สีลม จะทำให้คุณใจเต้นตั้งแต่ก้าวแรก เพราะทั้งวิวสวยๆ ของกรุงเทพ และการได้ประจันหน้ากับครัวเปิดที่มีเตาบนเคาท์เตอร์หินอ่อนขนาดใหญ่อยู่กลางร้านดูหรูหรา ให้คุณได้เห็นทีมเชฟปรุงอาหารกันสดๆ ตรงหน้า

Chef’s Table Bangkok

เมนูแนะนำ

  • King Crab Tiramisu เนื้อปูคิงแครปรสหวานเนื้อแน่นเสิร์ฟกับผลไม้อย่างมะม่วง มะละกอ ซอสพริกหวานสีส้ม Piquillos จากประเทศสเปน สลับกับสีขาวจากครีมทีรามิสุ เชฟตกแต่งจานมาสวยงามอย่างมีศิลปะ เป็นจานเรียกน้ำย่อยที่สดชื่นเริ่มต้นมื้อได้ดี

Chef’s Table Bangkok

  • John Dory, Caviar Impérial de Sologne ปลาจอนดอรี่โพชเนื้อนุ่มรสเค็มอ่อนๆ กับหอยหลอดและคาร์เวียร์ เสิร์ฟพร้อมวอเตอร์เครสซอสสีเขียวเข้มรสมัน ตัดรสเปรี้ยวด้วยมะนาวหั่นชิ้นเล็ก

Chef’s Table Bangkok

  • Duo of Challans Duck จานนี้เสิร์ฟเป็ดชาลลองจากฝรั่งเศสใน 2 สไตล์คือ เนื้ออกเป็ดเซียร์และอบ เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟกับซอสที่เคี่ยวจากกระดูกเป็ดรสเข้มข้นหวานอมเปรี้ยว คู่มากับอาร์ติโชคบดและย่าง ซอสและโฟมทำจากเสจให้กลิ่นหอม อีกแบบคือขาเป็ดกงฟี เนื้อนุ่ม รสเค็ม มีกลิ่นหอมชวนกิน

Chef’s Table Bangkok

พิกัด : โรงแรมเลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์ 1055 ถนนสีลม บางรัก กรุงเทพฯ 10500
เปิดบริการ : 18.00-01.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
โทร. 0-2624-9555
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : Chef’s Table Bangkok ฝรั่งเศสไฟน์ไดนิ่งรางวัลมิชลิน
 

★ 6. เดอะ บราซเซอรี 
ห้องอาหารหลักประจำโรงแรม Waldorf Astoria Bangkok เสิร์ฟอาหารสไตล์ฝรั่งเศสต้นตำรับ เน้นการใช้วัตถุดิบคุณภาพดีเยี่ยมของท้องถิ่นมาผสมผสานกับเทคนิคการปรุงอาหารแบบดั้งเดิม กลายเป็นรสชาติอาหารสุดอร่อยที่ใครได้มากินแล้วประทับใจไปตามๆ กัน

เดอะ บราซเซอรี

เมนูแนะนำ

  • Seafood Plateau อาหารทะเลสดๆ เสิร์ฟแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น หอยเชลล์ฮอกไกโด, หอยนางรม, กุ้งแม่น้ำ,  เนื้อปูอลาสก้า, ล้อบสเตอร์, ปลาหมึกยักษ์ และแซลมอน ทาร์ทาร์ เคียงคู่มากับน้ำจิ้ม 3 แบบ อาหารทะเลสด รสหวาน ทานแล้วสดชื่น

เดอะ บราซเซอรี

  • Seared Foie Gras ฟัวกราส์ย่างมานุ่มกำลังดี เสิร์ฟพร้อมแอปเปิ้ลบด และซอสบัลซามิคหอมกลิ่นองุ่น

เดอะ บราซเซอรี

  • Grilled Australian Rack of Lamb แกะเนื้อนุ่มชิ้นใหญ่ เสิร์ฟมาบนกะหล่ำปลีแดง ทานคู่กับแบล็คการ์ลิคและซอสบัลซามิค ชูรสชาติเนื้อแกะให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น

เดอะ บราซเซอรี

พิกัด : Upper Lobby 151 ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพ
เปิดบริการ : อาหารเช้า 6.30 น. – 11.00 น. / มื้อกลางวันและมื้อค่ำ 12.00 น. – 22.00 น.
โทร. 02-846-8888
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : “เดอะ บราซเซอรี” ห้องอาหารต้นตำรับฝรั่งเศสสุดหรู บนโรงแรม Waldorf Astoria Bangkok
 

★ 7. Second Edition 
ร้านอาหารในซอยสุขุมวิท 31 ที่เชฟแวนบอกให้เห็นภาพในทันทีว่าเป็น “โฟกาซงส์ที่ลดอายุลง” โดยเมนูอาหาร เป็นแนวโฮมคุ้กกิ้ง กินง่าย ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางไปในที่ต่างๆ ของเชฟแวน โดยเฉพาะเมนูย่างที่ทำออกมาได้น่าประทับใจ ใช้เตาถ่านให้มีกลิ่นหอม ใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลและผักออร์แกนิก เสิร์ฟจานใหญ่เพื่อให้แชร์กันได้

Second Edition

เมนูแนะนำ

  • Grilled Flat Bread with Tomato,Parma ham,feta cheese and eggs ทีมองเผินๆ หน้าตาเหมือนพิซซ่าถาดโต แต่ที่จริงแล้วคือแป้งขนมปัง รีดให้แบน แล้วนำไปย่าง ท็อปด้วยมะเขือเทศ พาร์มาแฮม เฟตาชีส และไข่เยิ้มๆ แป้งบางกรอบ

Second Edition

  • Bacon Wrapped Grilled Squid ปลาหมึกกล้วยตัวใหญ่ห่อด้วยเบคอนแล้วนำมาย่าง น้ำมันจากเบคอนจะทำให้ปลาหมึกไม่แห้ง และนุ่ม และมีกลิ่นหอมเพิ่มขึ้น จากนั้นเอาไปผัดกับซอสเบคอนและเวลเปปเปอร์ 

Second Edition

  • Grilled Whole Seabass in Fig Leaves with Chimichurry sauce ส่งกลิ่นหอมมาแต่ไกล จานนี้เชฟทำออกมาดีมาก เนื้อปลาหวาน เบา สุกกำลังดี มีกลิ่นหอมที่ได้จากใบฟิก

Second Edition

พิกัด : อาคาร Siamese Exclusive สุขุมวิท 31
เปิดบริการ : จันทร์-ศุกร์ 11.00-22.00 น เสาร์-อาทิตย์ 08.00-22.00 น.
โทร. 0-2163-4648
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : Second Edition อาหารฝรั่งเศสโฮมคุ้กกิ้งฉบับที่ 2 ของ 4 Garcons
 

★ 8. The Bar Upstairs 
ไวน์บาร์ที่แอบอยู่บนชั้น 3 และ 4 (ต้องปีนบันไดขึ้นไป) ของร้านอาหารฝรั่งเศสสุดฮิต Brasserie Cordonnier ในซอยสุขุมวิท 11 กลายเป็นสถานที่นั่งชิลยามเย็นที่น่านั่งที่สุดในเวลานี้ และอาหารฝรั่งเศสของที่นี่จะถูกนำเสนอออกมาให้เข้าใจง่ายขึ้น กินง่ายขึ้น เฉกเช่นกับบรรยากาศที่จำลองความสวยงามของบ้านร้างในโพร์วองซ์ทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ขึ้นเรียงราย

The Bar Upstairs

เมนูแนะนำ

  • Burgundy Snail หรือที่เรามักเรียกกันว่า Escargot เมนูตำรับแคว้นเบอร์กันดีที่นำหอยทากมาอบในอุณหภูมิต่ำเป็นเวลา 1 คืนเพื่อให้ได้ความนุ่มและหนึบ แถมยังหอมละมุนไปด้วยส่วนผสมของเนยกระเทียมและพาสลีย์สับ

The Bar Upstairs

  • Beef Tartare บีฟทาร์ทาร์ที่นำเอาความอร่อยของเนื้อวากิวจากออสเตรเลียมาปรุงรสชาติด้วยเครื่องเทศนานาชนิด เสิร์ฟพร้อมกับขนมปังกรุบกรอบให้มากินคู่กัน

The Bar Upstairs

  • Croque Minsieur แต่ความจริงแล้วนี่คือกริลล์แซนวิชแฮมชีสแสนอร่อยชิ้นโตเต็มปากเต็มคำฉ่ำชีสและเข้มข้นเปรี้ยวอมหวานด้วยซอสมอร์เนย์

The Bar Upstairs

พิกัด : 33/30 ซอยสุขุมวิท 11 ถนนสุขุมวิท คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ
เปิดบริการ : จันทร์-ศุกร์ 17.00 – 24.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 17.00 – 02.00
โทร. 0-2821-5110
อ่านรีวิวเพิ่มเติม : The Bar Upstairs ไวน์บาร์ลึกลับกับอาหารฝรั่งเศสแสนอร่อย


Tag: รวมร้านอร่อย, อาหารฝรั่งเศส

เรื่องโดย

ความคิดเห็น