สตูแกะสูตรนี้อร่อยและทำง่าย หมักเนื้อแกะกับเครื่องเทศหลายชนิดและเบียร์ดาร์กเอลจนเข้าเนื้อ ตุ๋นจนเนื้อนุ่ม กินกับมันฝรั่งบดเนื้อนุ่มหอมกลิ่นกระเทียม   ส่วนผสมสตู (สำหรับ 4-6 ที่) เนื้อแกะส่วนหัวไหล่หั่นชิ้นพอดีคำ 1 กิโลกรัม เบียร์ดาร์กเอล (Dark Ale) 300 มิลลิลิตร หอมหัวใหญ่สไลซ์ 1 หัว กระเทียมสไลซ์ 2 กลีบ ไทม์แห้ง 1/2 ช้อนชา เปลือกเลมอน 2 ผล น้ำสต๊อกเนื้อ 1 ถ้วย แครอตหั่นแท่ง 1 หัว ลูกพรุน 1 ถ้วย เมล็ดถั่วลันเตา 1 ถ้วย น้ำมันมะกอกสำหรับผัด  ส่วนผสมเครื่องเทศ ยี่หร่าป่น 1 ช้อนชา กระเทียมป่น 1 ช้อนชา ลูกผักชีป่น 1 ช้อนชา พริกคาเยน 1 ช้อนชา ขมิ้นป่น 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา กานพลูป่น 1/2 ช้อนชา อบเชยป่น 1/2 ช้อนชา ลูกกระวานป่น 1/2 ช้อนชา พริกไทยดำป่น ส่วนผสมมันบด มันฝรั่งต้ม 3 หัว กระเทียม 5 กลีบ เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ วิปปิงครีม 1/4-1/2 ถ้วย เกลือและพริกไทยสำหรับปรุงรส วิธีทำ ต้มมันฝรั่งกับกระเทียมจนนุ่ม ปอกเปลือกแล้วบดเข้าด้วยกันขณะยังร้อนๆ ใส่เนยและวิปปิงครีม ผสมให้เข้ากันจนเนื้อเนียน ชิมและปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย หมักเนื้อแกะกับเครื่องเทศทั้งหมดและเบียร์ดาร์กเอล คลุมด้วยพลาสติก แช่ไว้ในตู้เย็น 1 คืน ตั้งหม้อก้นหนา ผัดหอมหัวใหญ่กับน้ำมันมะกอกและกระเทียม ใส่เนื้อแกะลงย่างให้สีสวยทั่ว (เก็บน้ำหมักไว้) ใส่ไทม์ เปลือกเลมอน น้ำสต๊อกเนื้อ เติมน้ำที่หมักแกะเล็กน้อย ปิดฝา ต้มไฟอ่อนประมาณ 45 นาที ใส่แครอตและลูกพรุน ต้มต่อ 30 นาทีจนเนื้อแกะสุกนุ่ม ใส่เมล็ดถั่วลันเตา ต้มต่อจนสุกทั่ว ตักมันบดใส่จาน ราดด้วยสตูแกะ

  เนื้อแกะส่วนซี่โครงมีความนุ่ม นำมาทำเมนูอร่อยได้ง่ายๆ เพียงหมักโชยุและขิง เพิ่มความกรุบกรอบด้วยเกล็ดขนมปังรสขิงที่เข้ากันได้ดีกับเนื้อแกะ   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ซี่โครงแกะ  8 ชิ้น                    โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้งมานูก้า 1 ช้อนชา น้ำเลมอน 1 ช้อนโต๊ะ ขิงขูด 1/2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมขูด 1/2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบอย่างละ 1/2 ช้อนชา ส่วนผสมเกล็ดขนมปังรสขิง กระเทียมสับ 3 ช้อนโต๊ะ เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย ขิงขูด 1 ช้อนโต๊ะ ผักชีสับ 1 ช้อนโต๊ะ พริกป่น 1/2-1 ช้อนชา น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นและพริกไทยป่นอย่างละ 1/2 ช้อนชา ส่วนผสมเครื่องเคียง มะเขือเทศเชอร์รีและสควอชจานบินอบ ผักโขมลวก และถั่วขาวในน้ำเกลือ วิธีทำ ผสมโชยุ น้ำผึ้ง น้ำเลมอน ขิง กระเทียม น้ำมัน เกลือ และพริกไทยให้เข้ากัน ชิมรส ใส่ซี่โครงแกะลงหมักนาน 1-2 ชั่วโมง ทำเกล็ดขนมปังรสขิงโดยเจียวกระเทียมกับน้ำมันจนเหลืองหอม ใส่ขิง ผัดพอหอม ใส่เกล็ดขนมปัง เกลือ พริกไทย พริกป่น และผักชี ใช้ไฟอ่อนผัดเข้าด้วยกันจนหอม แห้ง และกรอบ ตักขึ้น พักไว้ ย่างซี่โครงแกะบนกระทะสำหรับย่าง ใส่น้ำมันเล็กน้อยจนสีสวย เรียงใส่ถาด นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 180-190 องศาเซลเซียสประมาณ 10 นาทีหรือจนสุกตามชอบ เทซอสหมักแกะที่เหลือและน้ำจากที่อบแกะใส่หม้อตั้งไฟทำเป็นซอส จัดซี่โครงแกะใส่จาน ราดซอส โรยเกล็ดขนมปังรสขิง และเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงต่างๆ

  ส่วนผสม ขาหน้าและขาหลังลูกวัวรวมกัน  5 ชิ้น กระเทียม 6 กลีบ หอมหัวใหญ่  1 หัว แครอต 1 หัว เบคอน 5 ชิ้น น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ น้ำซุปเนื้อ 1 ถ้วย ไวน์แดง 1 ถ้วย ใบไทม์ 2 ช้อนโต๊ะ ใบกระวาน 3 ใบ ลูกพรุน 15 ลูก เกลือป่นและพริกไทยป่น อุปกรณ์ หม้อเหล็กหรือหม้อหนาๆ ที่มีฝาปิด แป้งสำหรับยาหรือปิดรอบฝาหม้อ  แป้ง 250 กรัม ไข่ขาว 30 กรัม และน้ำพอที่จะนวดแล้วปั้น แป้งเป็นเส้นยาวได้ ต้องยาไว้รอบปากหม้อเพื่อไม่ให้ความร้อนออก วิธีทำ ใส่น้ำมันมะกอกในหม้อเหล็ก ตั้งไฟให้ร้อนจัด นำเนื้อแกะลงทอดให้เนื้อตึงทุกด้าน ตักออก พักไว้ หั่นเบคอนเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วในหม้อใบเดิมจนน้ำมันออก ตักออก พักไว้ ใส่หอมหัวใหญ่ กระเทียม และแครอต ผัดต่อสักพักจนสลด เติมไวน์แดง ใบไทม์ และใบกระวาน รอจนเดือดและไวน์งวดลง ใส่เนื้อแกะ เบคอน เกลือ พริกไทย และลูกพรุน ชิมรส ใส่น้ำซุปให้ท่วมเนื้อแกะ ใช้แป้งยาปิดฝาให้สนิท อบที่อุณหภูมิ 125 องศาเซลเซียสนาน 7 ชั่วโมง ไม่ต้องเปิดฝาเลย Note ขาลูกแกะมีขายชนิดแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ขาหน้าจะมีเนื้อน้อยกว่าขาหลัง แต่ทำพร้อมกันได้   Gratin Dauphinois ส่วนผสม มันฝรั่งหั่นบาง 1 กิโลกรัม นมสด เกลือป่น พริกไทยป่น จันทน์เทศป่น กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ วิปปิงครีม 1/2 ถ้วย เนย 100 กรัม วิธีทำ ล้างมันฝรั่ง ปอกเปลือก และหั่นบางๆ ใส่นมสดในหม้อ (พอให้ท่วมมันฝรั่ง) ใส่เกลือ พริกไทย จันทน์เทศป่น หอมแดง และกระเทียม ตั้งไฟจนเดือด ใส่มันฝรั่ง ต้มต่อประมาณ 10 นาที ทาเนยที่ภาชนะทนไฟสำหรับอบให้ทั่ว ใส่มันฝรั่ง ราดวิปปิงครีม โรยเนยหั่นเป็นชิ้น เล็กๆ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียสนาน 1 ชั่วโมง หรือจนหน้าเป็นสีเหลืองทอง

  ซี่โครงแกะเนื้อนุ่มหมักกับเครื่องเทศและย่างจนสุก กินพร้อมผักย่าง ขนมปังพิตา และซอสทาฮีนีหรือซอสงาบดของตะวันออกกลาง   ส่วนผสม (สำหรับ 1 ที่) ซี่โครงแกะ 300 กรัม มัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ มะเขือเทศบด (Tomato Paste) 1 ช้อนโต๊ะ พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ขนมปังพิตาและผักย่างเช่น หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ และข้าวโพดสำหรับเสิร์ฟ ซอสทาฮีนี (Tahini) สำหรับเสิร์ฟ วิธีทำ หมักส่วนผสมทั้งหมดกับซี่โครงแกะไว้ 1 คืน ย่างบนเตาถ่านจนสุก เสิร์ฟพร้อมซอสทาฮีนี (ปรุงรสด้วยน้ำเลมอน เกลือ และพริกไทยเล็กน้อย) ขนมปังพิตา และผักย่าง

  เนื้อแกะส่วนสันในเป็นเนื้อส่วนที่นุ่มและไขมันน้อย เมนูนี้ใช้วิธีผัดให้สุกอย่างรวดเร็ว เพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมชวนกินด้วยน้ำมันพริก   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) เนื้อแกะส่วนสันใน 350 กรัม หอมหัวใหญ่หั่นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย ซุกกินีหั่นแว่น ผ่าครึ่ง 1 ถ้วย พริกแห้งเม็ดใหญ่หั่นเป็นชิ้น 5 เม็ด พริกหวานแดงหั่นชิ้นพอดีคำ 1 ถ้วย ไพน์นัตคั่ว 1/4 ถ้วย เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบสำหรับปรุงรส ส่วนผสมและวิธีทำน้ำมันพริก พริกแห้งเม็ดเล็กแช่น้ำจนนุ่มสับละเอียด 1/4 ถ้วย กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันถั่วลิสงหรือน้ำมันพืช 1/2 ถ้วย อุ่นน้ำมันให้ร้อนจัด เทใส่พริกสับผสมกระเทียมสับ แช่และพักไว้จนเย็น นำมากรอง จะได้น้ำมันพริกสีแดงและมีรสเผ็ด วิธีทำ ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมันพริก 1-2 ช้อนโต๊ะ ใส่เนื้อแกะลงผัดพอสุก ตักขึ้น ใช้กระทะใบเดิม ใส่น้ำมันพริกเล็กน้อย ใส่หอมหัวใหญ่ลงผัดพอนุ่ม ใส่ซุกกินีและพริกหวาน พอผักใกล้สุกใส่เนื้อแกะและพริกแห้ง ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ตักใส่จาน โรยไพน์นัต

  ซี่โครงแกะเข้ากับรสชาติของโกโก้นิปที่มีรสขมได้ดี เมนูนี้นำโกโก้นิปมาปั่นผสมกับเนยทำเป็นแผ่น วางบนซี่โครงแกะแล้วอบจนมีกลิ่นหอม กินกับสลัดมะเขือยาวอบเนื้อนุ่มๆ   ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่) ซี่โครงแกะ 1 ชิ้น โกโก้นิปครัสต์ 1 แผ่น ชะเอมเทศ (Liquorice Stick) 2 แท่ง   ส่วนผสมโกโก้นิปครัสต์ เนยจืด (พักไว้อุณหภูมิห้อง) 100 กรัม เกล็ดขนมปัง 80 กรัม โกโก้นิปส์ (Cacao Nibs) 100 กรัม เกลือเล็กน้อย ผสมทั้งหมดในเครื่องบดสับ ปั่นจนเข้ากัน เทลงบนกระดาษพาร์ชเมนต์ปิดด้วยกระดาษอีกแผ่น ใช้ไม้คลึงแป้งคลึงให้เป็นแผ่นบาง 2-3 มิลลิเมตร แช่ในช่องแช่แข็งจนแข็ง ตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม หรือตามขนาดของซี่โครงแกะ ส่วนผสมมะเขือยาวอบ มะเขือยาว 2 ผล กระเทียม 1 กลีบ ผักชีลาวสับ 1 ช้อนชา น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น เกลือและพริกไทยอย่างละเล็กน้อย อบหรือย่างมะเขือยาวจนไหม้ ใส่ชามและคลุมด้วยพลาสติกใสไว้ (จะทำให้ลอกเปลือกออกได้ง่าย) ลอกเปลือกมะเขือยาว หั่นเป็นชิ้นยาว 3 เซนติเมตร เรียงไว้บนถาด ใส่กระเทียม ผักชีลาว เกลือ พริกไทย และน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น เคล้าให้เข้ากันเบาๆ พักไว้ วิธีทำ ปรุงรสซี่โครงแกะด้วยเกลือและพริกไทย ย่างบนกระทะใส่น้ำมันมะกอกเล็กน้อย ใส่ก้านชะเอมเทศ กระเทียมและไทม์ ย่างให้สุกปานกลาง (ประมาณ 55 องศาเซลเซียส) พักไว้ 10 นาที ตัดแผ่นโกโก้นิปส์ครัชต์ให้มีขนาดเท่าซี่โครงแกะ วางบนเนื้อแกะและเข้าเตาย่างใช้ไฟบน 3 นาทีจนมีกลิ่นหอม จัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมมะเขือยาวและแครอตฟองดู

  เนื้อแกะบดใส่เครื่องเทศมีกลิ่นหอมชวนกิน ทอดแล้วเสิร์ฟบนใบบัตเตอร์เฮด ราดซอสไรต้าทำจากโยเกิร์ตให้รสเปรี้ยวสดชื่น   ส่วนผสม (สำหรับ 10-15 ที่) เนื้อแกะบด 600 กรัม กระเทียมสับละเอียด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ ไพน์นัตสับ 1/3 ถ้วย อิตาเลียนพาร์สลีย์สับ 2 ช้อนโต๊ะ ใบสะระแหน่สับ 1/4 ถ้วย เกลือป่น 1/2 ช้อนชา ปาปริกาป่น 1 ช้อนชา ขมิ้นป่น 1/2 ช้อนชา ออลสไปซ์ป่น 1/4 ช้อนชา น้ำมันมะกอกสำหรับทอดเล็กน้อย บัตเตอร์เฮด มะเขือเทศเชอร์รีหั่นชิ้นเล็ก แตงกวา และใบสะระแหน่สำหรับเสิร์ฟ ส่วนผสมซอสไรต้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ แตงกวาญี่ปุ่นสไลซ์บาง ใบสะระแหน่ซอย น้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทย กระเทียมสับ และน้ำเลมอนอย่างละเล็กน้อย วิธีทำ ผสมเนื้อแกะบดกับส่วนผสมทั้งหมด หมักไว้ 1-2 ชั่วโมง ปั้นเป็นก้อนกลม กดให้แบนเล็กน้อย ทอดในกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยจนสุกสีสวย พักไว้ วางเนื้อแกะบนใบบัตเตอร์เฮด ใส่มะเขือเทศ แตงกวา และใบสะระแหน่ เสิร์ฟกับซอสไรต้า

ช่วงสิ้นปีถือเป็นช่วงนาทีทองของวงการอาหาร เพราะเหล่าเชฟร้านอาหารและโรงแรมต่างออกโปรโมชันเรียกลูกค้ากันมากที่สุด รวมทั้งรอต้อนรับมิชลินไกด์ฉบับประเทศไทยที่กำลังจะประกาศในเดือนนี้ด้วย   แน่นอนว่าช่วงนี้บ้านเราเนื้อหอมสุดๆ เพราะเชฟดังต่างอยากมาเปิดร้านอาหารในเมืองไทยกันทั้งนั้น รวมทั้งเชฟเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์จากประเทศอังกฤษ “มาร์ติน บลูโนส” (Martin Blunos) คนนี้ด้วย     หนวดทรงวอลรัส ท่าทางที่ดูขี้เล่นและอารมณ์ดีของเชฟมาร์ติน ทำให้การคุยของเราสนุกและเป็นกันเอง เชฟเล่าว่าเขาเกิดและเติบโตใกล้กับเมืองบาธ (Bath) ประเทศอังกฤษ จุดเริ่มต้นในการทำอาหารเพราะพ่อของเชฟบอกว่า “จงทำงานเกี่ยวกับอาหาร เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนเราก็ต้องกินอยู่ดี” (ข้อนี้เราเห็นด้วยเป็นที่สุด)   เชฟมาร์ตินเคยมีร้านอาหารชื่อว่า “Lettonie” ตั้งอยู่ที่เมืองบริสตอล จากนั้นได้ย้ายไปเมืองบาธ โดยร้านนี้ได้รางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดาว เชฟให้เหตุผลในการได้ดาวว่าเพราะเชฟเป็นคนน่ารักและมีเสน่ห์ (ฮา!) เชฟล้อเล่นแล้วตอบว่าเป็นเพราะเชฟทำงานอย่างหนักและคงมาตรฐานความอร่อยเอาไว้ได้ทุกวันนั่นเอง นอกจากร้านอาหารชื่อดังแล้ว เชฟยังเป็นพิธีกรรายการเกี่ยวกับการทำอาหารหลายรายการ ถือเป็นเซเลบริตีเชฟชื่อดังเลยเชียวนะ   เมนูพิเศษที่เชฟทำให้ชิมในฉบับนี้เป็นคอมฟอร์ตฟู้ดที่ไม่ได้มีควันหรือโฟมซับซ้อนเหมือนอาหารสมัยใหม่ แต่ต้องใช้ประสบการณ์และความพิถีพิถันในการปรุง Slow Cooked Lamb Shoulder with Garlic เนื้อแกะส่วนไหล่ที่มีความเหนียว แต่เชฟใช้เวลาอบนานจนนุ่ม โดยใช้เทคนิคการอบสโลว์คุกด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นเวลานาน จากนั้นจึงเร่งไฟให้แรงขึ้นจนได้เนื้อแกะสีน้ำตาลทองสวย เพียงใช้ส้อม 2 คันฉีกเบาๆ เนื้อแกะก็หลุดออกเป็นเส้นๆ อย่างง่ายดาย และยังคงชุ่มฉ่ำอร่อย กลิ่นหอมมากทีเดียว กินกับมันฝรั่งเปลือกกรอบๆ และกระเทียมที่อบจนนุ่มเข้ากันดีอย่างคู่รัก-คู่รส   ส่วนอีกเมนูเป็นของหวาน Chocolate Roulette ชูซ์ชิ้นเล็กสอดไส้ครีมช็อกโกแลต เชฟเสิร์ฟ 6 ชิ้นแต่จะมี 1 ชิ้นที่แอบใส่พริกป่นเข้าไปด้วย ทำให้ครีมช็อกโกแลตมีรสเผ็ดร้อนแปลกลิ้น จะสนุกมากถ้ามากับเพื่อนแล้วลุ้นว่าใครคือผู้โชคดีได้กินชูซ์ชิ้นนั้น!   ต้องบอกว่าเมนูนี้น่ารักและอารมณ์ดีเหมือนเชฟไม่มีผิด     Slow Cooked Lamb Shoulder with Garlic, Lemon and Rosemary เนื้อแกะส่วนไหล่อบแบบสโลว์คุก   ส่วนผสม (สำหรับ 4-6 ที่) เนื้อแกะส่วนไหล่ติดกระดูก 1 กิโลกรัม กระเทียม 1 หัว เลมอน 1 ผล โรสแมรี่สด 1 กิ่ง ไวน์ขาว 125-150 มิลลิลิตร มันฝรั่ง 200 กรัม เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบเล็กน้อย   วิธีทำ ปรุงรสเนื้อแกะด้วยเกลือ พริกไทย วางบนหม้อก้นหนาหรือภาชนะสำหรับอบ แกะกระเทียมแยกเป็นกลีบๆ (ไม่ต้องแกะเปลือก) และหั่นครึ่งเลมอน วางไว้ข้างๆ เนื้อแกะ รูดใบโรสแมรี่โรยบนเนื้อแกะ ใส่ไวน์ขาวและน้ำเปล่า (ปริมาณเท่าไวน์ขาว) ปิดฝาหรือคลุมด้วยกระดาษฟอยล์ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 165 องศาเซลเซียสนาน 4 ชั่วโมง ต้มมันฝรั่งใส่เกลือเล็กน้อย ปิดฝา ต้มจนเดือดและสุกนุ่ม เทน้ำออก พักไว้ ยกเนื้อแกะออกจากเตา ตักน้ำมันจากเนื้อแกะใส่กระทะ (ให้ได้ประมาณ 75 มิลลิลิตร) นำเนื้อแกะเข้าเตาอบอีกครั้ง (ไม่ต้องปิดฟอยล์) อบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส นำกระทะที่ใส่น้ำมันแกะตั้งไฟปานกลาง ใส่มันฝรั่งลงผัด ใช้หลังช้อนกดให้มันฝรั่งแตกเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดนาน 10 นาที หมั่นพลิกกลับด้านจนเปลือกมันฝรั่งกรอบและเป็นสีเหลืองทอง ตักขึ้น เมื่อเนื้อแกะเป็นสีน้ำตาลทองสวยยกออกจากเตา (ถ้าสียังไม่สวยให้อบต่อที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียสประมาณ 8 นาที) ค่อยๆ ตักเนื้อแกะใส่จานสำหรับเสิร์ฟ วางมันฝรั่ง กระเทียม และเลมอนรอบๆ จาน

  เมนูเต็มอิ่มกับซี่โครงแกะย่างหอมๆ มาพร้อมกับผักย่างนานาชนิด และไฮไลต์อยู่ที่ซอสเห็ดพอร์ชินีรสเข้มข้นที่มีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์   ส่วนผสม (สำหรับ 1-2 ที่) ซี่โครงแกะ 300 กรัม โรสแมรี่สด 2 กิ่ง น้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น 1 ช้อนโต๊ะ เห็ดพอร์ชินี 1 ดอก น้ำจากการย่างแกะ (Lamb Jus) ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผักสำหรับเสิร์ฟ เช่น ฟักทองบด มันฝรั่งหั่นแท่ง เบบี้แครอต เห็ดออรินจิ บรอกโคลินี และมะเขือเทศเชอร์รี เกลือทะเลและพริกไทยดำบดหยาบเล็กน้อย   วิธีทำ หมักซี่โครงแกะกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น โรสแมรี่สับ เกลือ และพริกไทยดำเล็กน้อย ย่างซี่โครงแกะให้สุกตามชอบ พักไว้ ตั้งหม้อซอสให้ร้อน ใส่เห็ดพอร์ชินีลงผัด ใส่น้ำจากการย่างแกะ (Lamb Jus) ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทยเล็กน้อย ย่างผักทุกชนิด เสิร์ฟพร้อมซี่โครงแกะและซอสเห็ดพอร์ชินี

  นอกจากซอสมินต์ที่นิยมกินกับซี่โครงแกะแล้ว ซอสรสเปรี้ยวอมหวานอย่างเชอร์รีและบัลซามิกก็เข้ากันได้ดีเช่นเดียวกัน ทำซอสง่ายๆ โดยใช้เชอร์รีสดผลโตรสหวานต้มกับน้ำส้มสายชูบัลซามิกรสเปรี้ยว   ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่) ซี่โครงแกะ 4-6 ชิ้น เชอร์รีสดผ่าครึ่ง 1  ถ้วย น้ำตาลทราย  1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงสับ 1/4  ถ้วย น้ำสต๊อกเนื้อ  1/2 ถ้วย น้ำส้มสายชูบัลซามิก  2 ช้อนโต๊ะ เนยจืด  1 ช้อนโต๊ะ เกลือทะเลและพริกไทยดำบดอย่างละเล็กน้อย ใบสะระแหน่ตามชอบ   วิธีทำ โรยน้ำตาลบนเชอร์รีให้ทั่ว พักไว้สักครู่ ปรุงรสซี่โครงแกะด้วยเกลือและพริกไทย ย่างในกระทะสำหรับย่างจนสุกตามชอบ พักไว้ ผัดหอมแดงกับน้ำมันมะกอกจนสุกนุ่ม ใส่เชอร์รี น้ำสต๊อก และน้ำส้มสายชู ต้มจนเดือด คนให้เข้ากัน (ถ้ามีน้ำเหลือจากกระทะที่ย่างแกะให้เทใส่ลงต้มด้วย) ลดไฟอ่อนต้มต่อสักครู่ ชิมและปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ใส่เนยและปิดไฟ จัดซี่โครงแกะใส่จาน ราดด้วยซอสเชอร์รี โรยใบสะระแหน่

  เมนูไทยสไตล์อินเตอร์โดยเปลี่ยนจากเนื้อวัวมาเป็นขาหน้าของแกะที่ติดกระดูกทั้งชิ้น นำมาตุ๋นในน้ำแกงมัสมั่นที่หอมถึงเครื่องแกง   ส่วนผสมน้ำพริกแกง (สำหรับ 4 ที่) ลูกผักชี  1 ช้อนชา ยี่หร่า 1 ช้อนชา ลูกกระวาน  2-3  ลูก ก้านอบเชยบุบหยาบ 2 ช้อนชา กานพลู 2-3 ดอก เม็ดพริกไทยขาว 1/2 ช้อนชา พริกแห้งเม็ดใหญ่ 5-7  เม็ด เกลือทะเล 1  ช้อนโต๊ะ กะปิ 1 ช้อนโต๊ะพูน น้ำมันพืช  2 ช้อนโต๊ะ หอมแดงสับละเอียด 1/2  ถ้วย กระเทียมซอยบาง 4 กลีบ ข่าหั่นบาง   2-3  แว่น ตะไคร้ซอยบาง  1/2 ถ้วย รากผักชีสับ  1-2 ราก ผิวมะนาวขูด  1 ช้อนชา ใบมะกรูดหั่นฝอยเล็กน้อย ลูกจันทน์เทศป่นเล็กน้อย ใบตอง   ส่วนผสมแกง น้ำพริกแกงมัสมั่น  1/2 ถ้วย น้ำมันพืช 1/3  ถ้วย กะทิ 1  ลิตร น้ำเปล่า 1 ถ้วย น้ำตาลมะพร้าว 1/3 ถ้วย น้ำมะขามเปียก 11/3  ถ้วย น้ำปลา  1/2 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ ลูกกระวาน  1 ช้อนโต๊ะ ก้านอบเชย  1 แท่งสั้น   ส่วนผสมขาแกะ ขาแกะทั้งกระดูกน้ำหนัก 800 กรัม น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ มันฝรั่งหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใหญ่  1 หัว หอมแดงปอกเปลือกแล้วย่าง 2-3  หัว ผักชีเล็กน้อย   วิธีทำ ทำน้ำพริกแกงโดยคั่วลูกผักชี ยี่หร่า ลูกกระวาน ก้านอบเชย กานพลู เม็ดพริกไทยขาว พริกแห้งและเกลือในกระทะจนพริกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ตักขึ้นใส่ครก ตำจนละเอียด พักไว้ ห่อกะปิด้วยใบตองแล้วย่างจนหอม พักไว้ ผัดหอมแดงกับน้ำมัน ใส่กระเทียม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และกะปิลงผัดจนหอม ตักขึ้น พักไว้ให้เย็นแล้วเทใส่ครก ใส่ลูกจันทน์ รากผักชี และผิวมะนาว ตำให้เข้ากันจนเนื้อเนียน (เก็บใส่กล่องไว้ในตู้เย็นได้นาน 5 วัน) ทำแกงโดยผัดน้ำพริกแกงกับน้ำมันพืชด้วยไฟแรง ใส่กะทิและน้ำเปล่า ต้มจนเดือด ลดเป็นไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก น้ำปลา ลูกกระวาน และก้านอบเชย ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่น้ำมัน ย่างขาแกะให้ทั่ว ตักใส่หม้อแกงต้มนาน 2 ชั่วโมง ใส่มันฝรั่งและหอมแดง ต้มต่อ 30 นาทีจนนุ่ม ยกลง ตักใส่ชาม โรยผักชี