Always Be My Maybe หนังโรแมนติกคอมเมดีที่ส่งความสนุกผ่านถ้อยคำแห่งความอร่อย

วันที่ 22 สิงหาคม 2562  584 Views

คงต้องบอกว่า Always Be My Maybe (2019) ภาพยนตร์โรแมนติกคอมเมดีเรื่องล่าสุดจาก Netflix มาได้ถูกที่ถูกจังหวะจนได้รับกระแสวิจารณ์ทางด้านบวก เพราะนี่คือส่วนผสมอันน่าอร่อยของหนังสุดฮิตอย่าง Crazy Rich Asians (2018) และหนังเพื่อนรักเพื่อนในตำนานอย่าง When Harry Met Sally (1989)

Always Be My Maybe

สิ่งที่สร้างความน่าสนใจยังไม่ได้หมดอยู่แค่นั้น เพราะนักวิจารณ์กล่าวกันว่านี่คือภาพยนตร์เพียงไม่กี่เรื่องที่เลือกใช้บริการนักแสดงเอเชียเป็นนักแสดงนำแทบยกชุด ซึ่งนั่นก็ไม่น่าแปลกใจเพราะผู้กำกับหนังเรื่องนี้ก็คือ Nahnatchka Khan ผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ซิตคอมที่เล่าเรื่องราวแสนวุ่นวายของครอบครัวชาวไต้หวันอย่าง Fresh Off the Boat (2015) ทางช่อง ABC ที่ฉายมาจนเข้าซีซันที่ 6 แถม Randall Park นักแสดงนำจากซีรีส์เรื่องนี้ยังติดตามผู้กำกับมาเป็นนักแสดงนำ พร้อมพ่วงตำแหน่งนักเขียนให้กับ Always Be My Maybe อีกด้วย

Always Be My Maybe

เรื่องราวของ Always Be My Maybe เรียกว่าเข้าเค้าหนังรักสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้ ด้วยการเล่าเรื่องราวของสองเพื่อนซี้สุดสนิทตัวติดกันอย่างซาช่า (Ali Wong) และมาร์คัส (Randall Park) ที่อยู่มาวันหนึ่งความสัมพันธ์ของพวกเขาดันเกิดเกินเลยไปไกลจนต้องมีเหตุให้แยกจากกัน ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาเจอกันหลังจากผ่านไป 16 ปีในฐานะเซเลบริตีเชฟสาวอนาคตไกลกับหนุ่มช่างแอร์ที่มีชีวิตย่ำอยู่กับที่ และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้พวกเขาได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองและความสัมพันธ์กันอีกครั้ง

Always Be My Maybe

แม้ตัวหนังจะดูเดาทางง่าย แต่สิ่งที่ร้อยเรียงเรื่องราวระหว่างทางกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราตกหลุมรักได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยภาพของอาหารที่แฝงความสวยงามของวัฒนธรรมเอเชีย-อเมริกันมาผูกโยงกันได้อย่างแนบเนียน เริ่มตั้งแต่ข้าวกับสแปม (เนื้ออัดกระป๋อง) เมนูที่ซาช่าทำกินคนเดียวอย่างขมขื่น ก่อนจะย้ายไปสู่ความอบอุ่นในห้องครัวของบ้านมาร์คัสที่แม่ของเพื่อนสนิทกำลังทำซุปกิมจิ ก่อนจะสอนวิธีการทำอาหารให้กับซาช่า พร้อมกับคำคมที่ว่า “คนเกาหลีใช้กรรไกรกับทุกอย่าง” ซึ่งในเรื่องเราจะได้เห็นซาช่าตัดหั่นผักด้วยกรรไกรตามแบบฉบับเกาหลีเลยล่ะ

Always Be My Maybe

Always Be My Maybe

นอกจากนี้ยังมีฉากที่น่าประทับใจหลายๆ ฉาก อย่างตอนที่ซาช่ากับมาร์คัสไปกินร้านอาหารร้านเดิมที่เคยกินกันเมื่อสมัยเด็ก ซาช่าแสดงความสงสัยว่าทำไมเพื่อนของเธอถึงทนกับร้านอาหารที่ไม่อร่อยแบบนี้ มาร์คัสกลับบอกเธอว่าให้ลองกินดูก่อน ซึ่งซาช่ากลับพบว่าทำไมอาหารถึงรสชาติดีกว่าตอนเด็ก และมาร์คัสก็ได้ให้คำตอบว่าเธอจะนำชีวิตที่ย่ำแย่ในวัยเด็กมาลงกับอาหารไม่ได้นะ

Always Be My Maybe

Always Be My Maybe

ความสนุกยังไม่หมดแค่นั้น เพราะตัวหนังยังดึงเอาอาหารมาทำเป็นมุกตลกและเสียดสีวัฒนธรรมการกินอาหารสุดโต่งของคนยุคปัจจุบันได้อย่างเจ็บแสบ โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ Keanu Reeves พระเอกขวัญใจใครหลายคนที่แอบย่องหลบจากกอง John Wick : Chapter 3 (2019) มาเป็นนักแสดงรับเชิญยาวกว่า 15 นาทีที่เราขอบอกว่าแย่งซีนแทบทุกฉาก หรือจะเป็นมุกที่เพื่อนว่ามาร์คัสว่าไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง เหมือนการไม่ลองชิมกาแฟโคลด์บริว (Cold Brew Coffee) แต่ท้ายที่สุดแล้วนายก็มาชอบ “กาแฟโคลด์บริว” ที่สุดอยู่ดี

Always Be My Maybe

Always Be My Maybe

แล้วชีวิตคนเราจะไม่เปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?

ภาพประกอบจาก


Tag : Food on Film, Netflix

ความคิดเห็น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed