8 เวลเนสเทรนด์ที่มาแรงรับปี 2019

วันที่ 15 มีนาคม 2562  256 Views

Global Wellness Summit (GWS) เปิดเผย 8 ทอปเทรนด์ในกลุ่มธุรกิจเวลเนสประจำปี 2019 ออกมาเรียบร้อยแล้ว ธุรกิจ “เวลเนส” (Wellness) ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจต่างๆ ที่มาซัพพอร์ตการใช้ชีวิตของเราให้สุขสบายขึ้น อาทิ การแพทย์ การเดินทาง สปา ความงาม ฟิตเนส อาหารเสริม เทคโนโลยี การเงิน และงานสถาปัตย์ เมื่อมาบรรจบกับไลฟ์สไตล์ของคนเจนใหม่ที่ทุ่มเงินทองให้กับการเอาใจใส่ตัวเองทำให้เกิดเงินทุนไหลเวียนในธุรกิจเวลเนสมหาศาล มาดูกันว่าที่สุดของเวลเนสเทรนด์ในปี 2019 มีอะไรบ้าง

8 เวลเนสเทรนด์ที่มาแรงรับปี 2019

★ 1. “เวล” แฟชั่น เพื่อความสุขในระดับสูงขึ้น 

การเชื่อมโยง “สุขภาพ” กับ “แฟชั่น” ทำให้เสื้อผ้ากลุ่ม Athleisure เฉิดฉายได้ในปีที่ผ่านมา แต่ต้องยอมรับว่าน้อยคนที่จะตระหนักได้ว่าการซื้อเสื้อผ้าที่มากเกินไปส่งผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากแค่ไหน แต่มันกำลังจะเปลี่ยนไปในปี 2019 เมื่อเหล่าคนในวงการเริ่มมองหาความหมายของแฟชั่นที่ลึกซึ้งขึ้น เทรนด์ด้านความยั่งยืน (Sustainable) จรรยาบรรณ (Ethical) นวัตกรรมอัจฉริยะ (Intelligent) และการเยียวยา (Healing) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว อันจะนำไปสู่ตลาดแฟขั่นและไมด์เซ็ตของผู้บริโภคที่แสวงหา “ความสุข” ในระดับที่ลึกยิ่งขึ้นกว่าเดิม

★ 2. เทรนด์ท่องเที่ยวแบบเวลเนส 

เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่งกำลังเผชิญกับปัญหานักท่องเที่ยวถล่มเมืองจากเหล่านักเดินทางที่หิวกระหายการเยียวยาจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน จึงเป็นที่มาของเทรนด์ที่กำลังเติบโตคือ “เออร์เบิร์น เวลเนส รีสอร์ต” (Urban wellness resort) ซึ่งแม้จะฟังดูย้อนแย้ง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าแบรนด์เวลเนสชั้นนำของโลกกำลังย้ายตัวเองมาสู่เมืองหลวงเพื่อรองรับลูกค้าที่โหยหาแหล่งพักใจ ทั้งนักท่องเที่ยวและคนในท้องที่เอง

★ 3. เตรียมรับเทรนด์การทำสมาธิ 

การทำสมาธิกำลังวิวัฒนาการจากเรื่องที่ต้องทำเงียบๆ คนเดียวเป็นเรื่องของหมู่คณะ และจะแตกยอดจากคอนเซ็ปต์ดั้งเดิมไปสู่รูปแบบที่หลากหลายขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับโยคะและฟิตเนสที่นำไปก่อนหน้านี้ ตลาดของการทำสมาธิยังนับว่าสดใหม่ (แม้จะมีอายุกว่า 5,000 ปีแล้ว) และยังสามารถต่อยอดได้อีกมากสำหรับธุรกิจเวลเนส

★ 4. ใบสั่งยาที่ชื่อว่า “ธรรมชาติ” 

คนยุคใหม่มีแนวโน้มที่จะทำงานหนักและพิถีพิถันกับเรื่องต่างๆ มากจนเกินไป ถึงเวลาที่ต้องให้ธรรมชาติมาบำบัดแล้วล่ะ ความโหยหาธรรมชาติเป็นเสียงเรียกร้องจากส่วนลึกในตัวเรา ผู้คนจะเรียกร้องหาการรักษาด้วย “ธรรมชาติ” มากขึ้นเป็นเหตุผลให้แพทย์ต้องสั่งยาตัวนี้มากขึ้นด้วย

★ 5. กลิ่นบำบัด 

กลิ่นมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับความรู้สึกสุขสบายของมนุษย์ แม้จะเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสัมผัสทั้ง 5 ที่มีความสำคัญน้อยที่สุด แต่มาวันนี้มีหลักฐานสำคัญว่ากลิ่นส่งผลต่อร่างกายและจิตใจได้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว ในอนาคตกลิ่นจะถูกนำมาใช้ในกลุ่มธุรกิจเวลเนสในแบบที่เราไม่คาดคิด ทั้งสำหรับตัวบุคคลและพื้นที่สาธารณะ

★ 6. จีน ฐานความมั่งคั่งของกลุ่มเวลเนส 

ไม่มีประเทศไหนอีกแล้วที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของกลุ่มธุรกิจเวลเนสทั่วโลกได้มากกว่าจีน ด้วยประชากร 1.4 พันล้านคน ชนชั้นกลางของจีนจะขยายตัวจาก 430 ล้านในวันนี้ไปสู่ 780 ล้านภายในปี 2025 แม้ในตอนนี้ประเทศจีนก็ขับเคลื่อนกว่าครึ่งของอีคอมเมิร์ซในโลก จงจับตาการเติบโตของการเดินทางออกนอกประเทศของคนจีนซึ่งขยายตัวมากกว่า 20 เท่าตั้งแต่ปี 2000 ในปัจจุบันคนจีนเดินทางออกนอกประเทศ 145 ล้านทริปต่อปี และจะเติบโตเป็น 200 ล้านทริปใน 2 ปี และดับเบิลเป็น 400 ทริปในปี 2030 ซึ่งจะเท่ากับ 30% ของตลาดท่องเที่ยวของโลกเลยทีเดียว

★ 7. สารอาหารจำเป็นสำหรับแต่ละคน 

เข้าสู่ยุคสมัยที่เราต้องมีรายการสารอาหารจำเป็นส่วนบุคคลกันแล้ว ยุคที่วิทยาศาสตร์ การทดสอบทางการแพทย์แบบโลว์คอสต์ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นตัวกำหนดว่าอาหารอะไรที่ดีสำหรับเรา ไม่ใช่แค่การควบคุมน้ำหนักเท่านั้น แต่รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและเวลเนสแบบองค์รวมด้วย ในอนาคตเราจะได้รู้อย่างลึกซึ้งว่าระบบนิเวศในร่างกายบอกอะไรกับเราได้บ้าง เช่น นาย ก. ต้องออกกำลังแค่ไหน หรือร่างกายของนาย ข. ตอบสนองต่อสารอาหารแต่ละชนิดอย่างไร กระแสไดเอตรูปแบบต่างๆ เทคโนโลยีใหม่ๆ และ “พลังของ ME” จะผลักดันให้เรื่องสารอาหารส่วนบุคคลเข้าสู่กระแสเมนสตรีม

★ 8. ตายอย่างเป็นสุข 

ยิ่งโลกได้ตระหนักว่าการทำเอ็นบาล์มมิ่ง การฝังศพ และการเผาศพ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเพียงใด เราก็จะได้เห็นการคิดนอกกรอบในการจัดการกับศพที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และจากผลวิจัยว่าการปฏิเสธความตายจะส่งผลลบต่อจิตใจ ทำให้ผู้คนเริ่มเปิดใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับความตายในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเวลเนสมากขึ้น จึงเกิดสื่อออนไลน์ คลาสเรียน เทศกาล และอีเวนต์ต่างๆ ที่จัดขึ้นเพื่อตอบสนองกลุ่มคนที่มองหาพื้นที่เพื่อจะได้พูดคุยเกี่ยวกับความตายเหล่านี้ เช่น Death Café ที่เปิดแล้วใน 64 ประเทศ บ่งชี้ว่าในอนาคต “ความตายที่ดีขึ้น” จะเป็นพาร์ทที่สำคัญของธุรกิจเวลเนสเช่นกัน

เรียบเรียงจากบทความโดย Global Wellness Summit (จากรายงานผลการประชุม GWS ซึ่งเป็นการประชุมระหว่างกลุ่มผู้นำธุรกิจเวลเนสจาก 50 ประเทศทั่วโลก เพื่อหารือถึงอนาคตและทิศทางของกลุ่มธุรกิจเวลเนส)


Tag : เวลเนส

ความคิดเห็น