กาแฟแบบไหน ดีต่อสุขภาพที่สุด?

วันที่ 12 กรกฎาคม 2564  155 Views

กาแฟแบบไหน ดีต่อสุขภาพที่สุด?

ความนิยมที่มีมานานหลายศตวรรษทำให้กาแฟมีตัวเลือกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งในแง่ของรสชาติ เมล็ดกาแฟ การชง และไอเท็มเสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล คาราเมล หรือแม้แต่น้ำผลไม้ ไม่แปลกที่จะเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วกาแฟแบบไหนกันนะ ที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด?

โดยรวมแล้วกาแฟมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริง ๆ มีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นเบาหวาน โรคพาร์กินสัน นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งตับ โรคตับแข็ง และอัลไซเมอร์ และยังมีการศึกษาพบว่าอาจช่วยให้มีชีวิตยืนยาว แต่ในขณะเดียวกัน คาเฟอีนในกาแฟก็ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร การเต้นของหัวใจ และแน่นอนว่าอาจจะทำให้นอนไม่หลับได้เช่นกัน

แต่ด้วยตัวเลือกของกาแฟที่มีเยอะมากพอในปัจจุบัน การตามหากาแฟที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากมาย หากคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็เลือกเครื่องดื่มที่มีแคลอรีต่ำหรือปราศจากแคลอรี หรือถ้าร่างกายไวต่อคาเฟอีน ก็แค่เลือกกาแฟ Decaf ที่แทบจะไม่มีคาเฟอีนหลงเหลืออยู่ แต่ยังได้สารต้านอนุมูลอิสระไม่ต่างจากกาแฟทั่วไป

แล้วอะไรคือปัจจัยหลักในการพิจารณาว่า กาแฟแก้วไหนแฮลท์ตี้ กาแฟแก้วไหนไม่เฮลท์ตี้?

เครื่องเติมรสชาติ
น้ำตาล นม และครีม ที่เป็นตัวเพิ่มแคลอรี่ในกาแฟให้สูงขึ้น และพบว่าครีมเทียมนั้นจะลดการดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อหัวใจด้วย หากเป็นคนติดหวาน แนะนำให้เติมสารให้ความหวานทดแทนจะดีกว่า จึงสามารถตัดสินได้ง่าย ๆ ว่ากาแฟดำนั้นดีต่อสุขภาพมากกว่ากาแฟในนมหรือครีม

วิธีการชง
การต้มกาแฟก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การต้มกาแฟนานเกินไป อาจทำให้สารอาหารต่าง ๆ ละลายหายไปกับน้ำร้อนได้เช่นกัน และวิธีการต้มกาแฟก็ส่งผลต่อสารให้คุณประโยชน์ด้วย จากเทคนิคการชงทั้งหมด 5 วิธี ได้แก่ แอโร่เพรส, ดริป, เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ, เฟรนช์เพรส และการชงกาแฟแบบง่าย ๆ พบว่าพบสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุดจากการชงแบบแอโร่เพรส และพบน้อยสุดในการชงเฟรนช์เพรส

เมล็ดกาแฟ
เมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ยังไม่ได้คั่วมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเกือบสองเท่าของเมล็ดอาราบิก้าที่ยังไม่ได้คั่ว แต่เมื่อผ่านกระบวนการคั่วแล้วก็จะเกิดความแตกต่างอยู่นิดหน่อย โรบัสต้าคั่วอ่อนจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าอาราบิก้าคั่วอ่อน แต่ในระดับคั่วกลางและคั่วเข้ม อาราบิก้ากลับมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าโรบัสต้า

พฤติกรรมของเราเอง
เราไม่ควรบริโภคกาแฟเกิน 2-3 แก้วหรืออย่างมากที่สุดก็ไม่ควรมากกว่า 4-5 แก้วต่อวัน  เท่ากับบริโภคคาเฟอีนในปริมาณ 50 ถึง 100 มิลลิกรัมเพื่อเลี่ยงอาการปวดหัวในตอนเช้า  เลี่ยงน้ำตาล แต่ถ้าอยากเพิ่มรสชาติจริง ๆ ก็ลองใช้เครื่องเทศอย่างขมิ้น อบเชย ลูกจันทน์เทศ หรือผงโกโก้ แทน ก็จะเป็นอีกตัวช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบได้

ลองเลือกเลยว่ากาแฟแบบไหนที่ใช่กับตัวเองมากที่สุด

แหล่งข้อมูล : https://www.besthealthmag.ca/article/types-of-coffee/


Tag: กาแฟ

เรื่องโดย

ความคิดเห็น




Editor’s Pick

Recent

Most Viewed