
ในโอกาสที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่การเฉลิมฉลองครบรอบ 150 ปี ในปี พ.ศ. 2569 โรงแรมได้เปิดบทใหม่ของเรื่องราวอันทรงคุณค่า ที่สะท้อนมรดกและอัตลักษณ์ซึ่งสั่งสมมายาวนาน ควบคู่ไปกับการมองสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์และจินตนาการ ในฐานะโรงแรมหรูแห่งแรกของประเทศไทย โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ได้เปิดตัว Unfolding Legacies โปรแกรมแห่งประสบการณ์อันน่าจดจำตลอดทั้งปี ที่ร้อยเรียงวัฒนธรรม งานฝีมือ และอิทธิพลทางวัฒนธรรมของสายน้ำเจ้าพระยา เข้าด้วยกันอย่างมีความหมาย
ศิลปะการปรุงอาหารคือหนึ่งในใจความสำคัญแห่งการเฉลิมฉลองนี้ Masters of the 150th: An Epicurean Journey รวบรวมเชฟรับเชิญระดับแนวหน้าจากทั่วโลก รวมถึงเชฟมิชลินสตาร์ มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์อาหารผ่าน 4-Hand Dinner ดินเนอร์สุดเอกซ์คลูซีฟที่เชฟ 2 คน มาทำร่วมกันในบรรยากาศใกล้ชิด โดยแต่ละเชฟจะร่วมปรุงอาหารเคียงข้างทีมเชฟของโรงแรม ถ่ายทอดปรัชญา รสชาติ และแนวคิดการทำอาหารอันเป็นเอกลักษณ์

ปฐมบทแห่งการเดินทาง
Chef Richard Ekkebus x Chef Alex Dilling
14 – 18 มกราคม 2569 ณ ห้องอาหาร Alex Dilling at Lord Jim’s
การเดินทางครั้งนี้เปิดฉากด้วยการร่วมงานของสองบุคลากรสำคัญแห่งวงการอาหาร เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง เชฟสองดาวมิชลิน ผู้ถ่ายทอดแนวคิดร่วมสมัยผ่านห้องอาหาร Alex Dilling at Lord Jim’s ร่วมต้อนรับเชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส เชฟผู้อำนวยการฝ่ายอาหารของห้องอาหาร Amber ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล เดอะ แลนด์มาร์ค ฮ่องกง ซึ่งได้รับการยกย่องด้วยสามดาวมิชลิน และรางวัล MICHELIN Green Star
การพบกันครั้งนี้จึงทำหน้าที่เป็นบทเปิดของประสบการณ์การรับประทานอาหารที่สะท้อนถึงฝีมือ มุมมอง และอัตลักษณ์ทางอาหารของเชฟทั้งสองได้อย่างชัดเจนและร่วมสมัย
เชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส หนึ่งในเชฟผู้เป็นกำลังสำคัญของเครือโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ได้รับการยอมรับในฐานะผู้ขับเคลื่อนอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยในเอเชีย ผ่านงานครัวที่เน้นความประณีตและแนวคิดด้านความยั่งยืนอย่างมีชั้นเชิง ขณะที่เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง เป็นที่รู้จักจากความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและแนวทางการปรุงอาหารที่ชัดเจนจากการตีความของเค้า โดยสามารถคว้าสองดาวมิชลินจากร้านของตนในกรุงลอนดอนได้ภายในเวลาเพียงหกเดือน

การร่วมงานของทั้งสองถ่ายทอดออกมาเป็นเมนูอาหารค่ำแบบ 6 คอร์ส จัดขึ้นเป็นระยะเวลา 5 ค่ำคืน ระหว่างวันที่ 14–18 มกราคม ซึ่งผสานรากฐานของอาหารฝรั่งเศสคลาสสิกเข้ากับมุมมองร่วมสมัยอย่างกลมกลืน เมนูไฮไลต์ประกอบด้วย
- Sweetbread จากลิมูแซงรมควัน เสิร์ฟพร้อมทรัฟเฟิลฤดูหนาวและเซเลอรีแอค โดย เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง
- Aka Uni จับคู่ดอกกะหล่ำ ล็อบสเตอร์เจลลี่ และคาเวียร์ Royal Cristal โดย เชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส
- Hunter’s Chicken ไก่จากแคว้นลองด์ เลี้ยงด้วยข้าวโพด เสิร์ฟพร้อมเห็ดป่าและซอสอัลบูเฟรา โดย เชฟอเล็กซ์ ดิลลิง
- Williams Pear and Yellow Bell Pepper Sorbet เสิร์ฟคู่เครมบรูเลหญ้าฝรั่น พร้อมเสาวรส ขิง และน้ำผึ้ง โดย เชฟริชาร์ด เอ็กเคอบัส
เมนูพิเศษนี้ให้บริการสำหรับมื้อค่ำ ในราคา 12,500++ บาทต่อท่าน (เฉพาะอาหาร) พร้อมตัวเลือกไวน์แพริ่งสำหรับผู้ที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ที่ครบถ้วนยิ่งขึ้น ด้วยจำนวนที่นั่งที่จำกัดจึงขอแนะนำให้สำรองที่นั่งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ การโทร. +66 (2) 659 9000 หรืออีเมล mobkk-adlordjims@mohg.com
ข้อมูลเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่ mandarinoriental.com/bangkok
Tag :
4 HANDS, ดินเนอร์, โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ
ความคิดเห็น