
Cross Culture Weekend ในครั้งนี้เป็นการฉลิมฉลองวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวาและหลากหลายของไต้หวัน วันที่ 15 ถึง 16 พฤศจิกายน 2568 นำเสนอการเดินทางที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ผ่านรสชาติของอาหารและเครื่องดื่มของไต้หวัน
ลิ้มรสอาหารของเชฟ Chef Tsai Shih Wei จากร้าน Chai Jia Chai และ Liang Tang Chai Shabu พร้อมให้บริการตลอดสุดสัปดาห์ที่ห้องอาหารพายเวลา 19.00 น. – 23.00 น.
Chef Tsai Shih Wei
เชฟเกิดและเติบโตในไต้หวัน โดยได้เริ่มต้นเส้นทางสายอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย ความหลงใหลในการทำอาหารนำพาเขาเข้าสู่ครัวร้านอาหารขนาดใหญ่ในไทเป ซึ่งให้บริการกว่า 300 โต๊ะต่อวัน เขาเริ่มต้นจากงานพื้นฐาน ได้แก่ การหั่น ล้าง และทำความสะอาด เขาได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนของครัวอย่างลึกซึ้ง ความตั้งใจใฝ่รู้และไม่หยุดพัฒนาทักษะคือรากฐานของความเชี่ยวชาญในวันนี้ ปี 2558 เชฟไฉ่ได้เดินทางออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในต่างประเทศ ทั้งในออสเตรเลีย โปแลนด์ และจีน และหลังจากกว่า 20 ปีบนเส้นทางการทำอาหาร เขาก็ได้สานฝันด้วยการเปิดร้านอาหารของตัวเองในกรุงเทพฯ ในปี 2564 “Chai Jia Chai” นำเสนออาหารจีนร่วมสมัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานเลี้ยงระดับตำนานอย่าง "แมนจู-ฮั่น" (Manchu-Han banquet) ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบหายากและทรงคุณค่ามารังสรรค์เป็นจานเด็ด โดดเด่นด้วยวัตถุดิบหายากและเทคนิคการทำอาหารแบบสร้างสรรค์ นอกจากนี้เชฟยังเป็นเจ้าของร้าน “Liang Tang Chai Shabu” ร้านชาบูแนวสบาย ๆ ที่เน้นความอบอุ่นและคุณภาพของชาบูรสกลมกล่อม ทั้งสองร้านสะท้อนเส้นทางชีวิตของเชฟ ที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้ง ความมุ่งมั่น และการแบ่งปันอาหารดี ๆ ให้ทุกคนได้ลิ้มรส
นอกจากเมนูอาหารแล้ว ผู้ร่วมงานยังสามารถลิ้มรสค็อกเทลชั้นเยี่ยมจากบาร์เทนเดอร์และบาร์ไต้หวันชื่อดัง ในวันที่ 15 และ 16 พฤศจิกายน 2568 ได้ที่บาร์ สาทร เวลา 20.00 น. – 00.00 น.
15 พฤศจิกายน 2568
SUMMER CHEN
Vendor Bar, Taichung (#20 Asia’s 50 Best Bar 2025)
Summer Chen หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบาร์ Vendor เมืองไทจง ถือเป็นหนึ่งในบาร์เทนเดอร์ที่ได้รับการยกย่องและเป็นตัวแทนของคลื่นลูกใหม่แห่งวงการมิกโซโลจิสต์ บาร์นี้โดดเด่นด้วยบรรยากาศสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมนำเสนอประสบการณ์ผสมผสานอาหารสิงคโปร์และมาเลเซียเข้ากับค็อกเทลร่วมสมัยอย่างลงตัว ภายใต้การขับเคลื่อนของทีมงานที่เปี่ยมด้วยแพสชันและรากเหง้าจากสิงคโปร์ รวมถึงแชมป์โลกด้านค็อกเทลถึงสองสมัย บาร์แห่งนี้สามารถถ่ายทอดรสชาติอันจัดจ้านและความคิดสร้างสรรค์อันมีชีวิตชีวาของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่บรรยากาศไต้หวันได้อย่างกลมกลืนและโดดเด่น
SEVEN YI
Le Room, Taipei
บาร์นี้ถูกก่อตั้งโดย SEVEN YI มิกโซโลจิสต์ผู้มากวิสัยทัศน์ บาร์นี้ได้ลบเส้นแบ่งระหว่างศาสตร์แห่งอาหาร ศิลปะการมิกโซโลจี และการแสดง บาร์โดดเด่นด้วยประสบการณ์ที่ผสานรสชาติ กลิ่น และอารมณ์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนด้วยเทคนิคอันประณีต เขามีพื้นฐานจากทั้งวงการอาหารและบาร์ รวมถึงประสบการณ์ที่ Joël Robuchon Taipei และบทบาทผู้ก่อตั้ง MAD by Le Kief เขาจึงสามารถรังสรรค์ค็อกเทลที่ก้าวข้ามขอบเขตรสชาติ สู่ผลงานที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้า สร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจที่เหนือความคาดหมาย
16 พฤศจิกายน 2568
MARS CHANG
Infinity & Beyond, Taipei (#41 Asia’s 50 Best Bar 2025)
ก่อตั้งโดย MARS CHANG บาร์เทนเดอร์มากรางวัลและแชมป์ World Class Taiwan ปี 2564 ประสบการณ์ที่บาร์นี้ได้พาแขกออกเดินทางสู่จักรวาลผ่านประสบการณ์ค็อกเทลอันเหนือจินตนาการ ติดอันดับที่ 52 ใน Asia’s 50 Best Bars ปี 2566 และอันดับที่ 61 ในปี 2567 บาร์แห่งนี้ผสานความคิดสร้างสรรค์ วิทยาศาสตร์ และอารมณ์เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับศิลปะการมิกโซโลจีสมัยใหม่ ด้วยเทคนิคล้ำสมัย อาทิ การกลั่นสุญญากาศและการปั่นแยก ทีมบาร์สามารถสร้างสรรค์รสชาติที่ประณีตและซับซ้อน โดยใช้วัตถุดิบในชีวิตประจำวันเป็นแรงบันดาลใจ แต่ละค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากห้วงอวกาศสะท้อนมุมมองร่วมสมัยของงานศิลป์แห่งการผสมเครื่องดื่ม
TAMARYN COOPER
Dry Wave Cocktail Studio, Bangkok (#5 Asia’s 50 Best Bar 2025)
บาร์นี้ถูกก่อตั้งโดยปาล์ม ศุภวิชญ์ มุททารัตน์มิกโซโลจิสต์มากรางวัล Dry Wave Cocktail Studio คือสนามทดลองแห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ยกระดับวงการค็อกเทลของกรุงเทพฯ ด้วยปรัชญา “Super Classic” ที่ผสานสูตรคลาสสิกเหนือกาลเวลากับงานศิลป์ร่วมสมัยอย่างลงตัว TAMARYN COOPER ถ่ายทอดเทคนิคอันประณีตและพลังงานสดใสเพื่อเติมเต็มวิสัยทัศน์ของปาล์ม สร้างสรรค์เครื่องดื่มที่สมดุลระหว่างมรดกดั้งเดิมและนวัตกรรมใหม่ได้อย่างกลมกลืน
นอกจากประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ภายในงานยังมีการนำเสนอผลงานศิลปะจากศิลปินอย่าง Sunny Hu Chih-Hsin
Sunny Hu Chih-Hsin
Artist
ซันนี่เกิดที่ไต้หวันแต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ เธอเป็นศิลปินสหสาขาที่ได้รับรางวัลมากมาย ผู้สร้างสรรค์งานที่เชื่อมโยงระหว่างภาพวาด ภาพพิมพ์ และงานจัดวาง เธอสำเร็จการศึกษาจาก Slade School of Fine Art, University College London และเคยจัดแสดงงานทั้งในและต่างประเทศ พร้อมได้รับการยกย่องจาก Royal Society of Painter-Printmakers ในด้านความเป็นเลิศด้านภาพพิมพ์ ผลงานของเธอเน้นสำรวจประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลง ความยั่งยืน และความทรงจำร่วมกัน โดยมักใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุเหลือใช้ เช่น เครื่องสำอางหมดอายุและวัตถุที่นำกลับมาใช้ใหม่ ซีรีส์เชิงกวี Blasting Stars of Dust to Dust — Fireworks upon Chao Phraya Sky ที่ถ่ายทอดร่องรอยแห่งความงามส่วนบุคคลให้กลายเป็นภาพสะท้อนร่วมเกี่ยวกับความหวังและชุมชน

สำหรับงาน Cross Culture Weekend นี้เธอนำเสนอผลงานฉายภาพบริเวณด้านหน้าของโรงแรม พร้อมด้วยผลงานจำนวน 15 ชิ้นที่สร้างสรรค์จากกรอบภาพรีไซเคิล ผลงานทั้งหมดสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการฟื้นฟู ความยั่งยืน และสายสัมพันธ์ทางศิลปะ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทั้งในงานของเธอและแก่นของงาน Cross Culture จัดแสดงระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน – 16 ธันวาคม 2568 ที่เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร
พลาดไม่ได้ที่จะมาร่วมงานในช่วงสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยเทศกาลทางวัฒนธรรม ที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับการผสมผสานของอาหาร ค็อกเทล ศิลปะทั้งแบบดั้งเดิมและร่วมสมัยของไต้หวันได้ที่เดอะ เฮ้าส์ ออน สาทร โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ
เตรียมตัวให้พร้อมกับซีรีส์งาน Cross Culture Weekend ที่จะพาคุณไปสัมผัสวัฒนธรรมจากหลากหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินเดีย ศรีลังกา จีน และประเทศอื่นๆ อีกมากมายในเร็วๆ นี้
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่ง กรุณาโทร 02 344 4025 อีเมล thehouseonsathorn@whotels.com หรือจองได้เลยที่ : sevn.ly/xhpdTGOz ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ Facebook : W Bangkok หรือ https://bit.ly/WBangkokHWS
Tag :
W Bangkok, ดินเนอร์, ไต้หวัน
ความคิดเห็น