เปิดวาร์ป 15 ร้านอร่อยเชียงใหม่ต้องไปกิน อัปเดตสุดๆ

วันที่ 11 ตุลาคม 2561  38,278 Views

เรื่องโดย ชมพูภูคา

กรมอุตุฯ พยากรณ์ว่าปีนี้ลมหนาวแรกจะมาเยี่ยมเยือนราวเดือนตุลาคม หลายคนคงเริ่มแพลนกันแล้วว่าสิ้นปีนี้จะไปนอนรับลมห่มดาวกันที่ไหนดี ซึ่งเรามั่นใจเหลือเกินว่าเชียงใหม่ยังคงครองใจมิตรรักนักเดินทาง G&C รีบเปิดวาร์ปก่อนใครไปตามหาร้านอร่อยเชียงใหม่ต้องไปกิน ที่สุดของเมนู ที่สุดของบรรยากาศไว้มากถึง 15 ร้าน ใครไม่อยากเอาท์เก็บกระเป๋าแล้ววาร์ปเลย!   

★ 1. L’éléphant 

L’éléphant

สายกินที่ฟินกับการถ่ายภาพจะถูกใจร้านนี้เพราะอุดมไปด้วยมุมถ่ายรูปชิคๆ เยอะมาก ทั้งด้านนอกและด้านในตกแต่งสไตล์บูติก จัดมุมนั่งเป็นสัดส่วน เงียบสงบ และชวนให้รู้สึกลึกลับนิดๆ ยิ่งได้เฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์คลาสสิกมาจัดวางเข้าคู่กับงานศิลปะที่มีทั้งแนวแอ็บสแตร็กและกราฟิตี้สนุกๆ บรรยากาศแบบนี้ถ่ายรูปไปเจริญอาหารไปไม่รู้ตัว

L’éléphant

ส่วนเบื้องหลังความอร่อยเทใจให้เชฟหนุ่มอารมณ์ดีที่มุ่งมั่นกับการปรุงอาหารฝรั่งเศสรสชาติดั้งเดิม เริ่มจากคัดสรรวัตถุดิบด้วยตัวเอง เลือกแล้วเลือกอีกจนมั่นใจว่าได้ของดีจริงๆ เพราะฉะนั้นเรื่องอาหารไว้ใจได้ ส่วนเรื่องไวน์อยากกระซิบเบาๆ ว่าราคาดีและมีให้เลือกเยอะ สายดื่มมิควรพลาด!

L’éléphant

เริ่มอุ่นเครื่องกับเมนู Yellowfin Tuna Tartare นำปลาทูน่าครีบเหลืองมาบรรจงปรุงแต่งรสชาติอย่างละเมียดละไม แค่ตักเข้าปากก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มเนียนลิ้น รสเผ็ดเล็กน้อยปลุกน้ำย่อยให้ตื่นตัวทีเดียว

L’éléphant

Grilled Sea Bass in Tarragon Lemon Butter Sauce เนื้อปลากะพงขาวสดย่างพอสุกเพื่อคงรสหวานตามธรรมชาติ ผสานรสเค็มมันตามด้วยเปรี้ยวเล็กน้อย

L’éléphant

หากขึ้นชื่อว่าสายเนื้อต้องไปให้สุดแล้วหยุดที่ความนุ่มละมุนของเนื้อเกรดพรีเมี่ยมในเมนู Boeuf Bourguignon สตูเนื้อฝรั่งเศสเสิร์ฟให้กินคู่เส้นเฟตตูชินีที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำเกรวี่สูตรลับ

L’éléphant

เอาใจสายเนื้อกันต่อกับ Grilled Tenderloin Steak in Green Peppercorn Sauce สเต๊กเนื้อสันในวัวพันธุ์ดีจากฝรั่งเศสกริลล์พอสุกนอกฉ่ำใน เสิร์ฟพร้อมความหอมชวนน้ำลายสอ ฟินเกินคำบรรยาย

Grilled Tenderloin Steak in Green Peppercorn Sauce

สุดท้ายล้างปากด้วยของหวานสุดคลาสสิก Mango Panna Cotta Mix Berry Lavender รสหวานอมเปรี้ยวจากซอสมะม่วง เบอร์รี่ และลาเวนเดอร์ ช่วยเติมเต็มมื้อนี้ให้สมบูรณ์แบบ

L’éléphant

พิกัด : 7 ถนนศิริมังคลาจารย์ ซอย 11 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 09-7970-8947
เปิดบริการ 11.30-16.00 น. และ 17.30-21.30 น.

••••••••••

★ 2. Ginger Farm Kitchen 

Ginger Farm Kitchen

สะดุดตากับบรรยากาศของบ้านในชนบทที่อุดมด้วยพืชพันธุ์ธัญญาหารและอุปกรณ์การเกษตร รวมทั้งโต๊ะเก้าอี้หลากรูปแบบและสีสันที่จัดวางเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้านเมนูอาหารนำเสนออาหารพื้นบ้านที่นิยมปรุงกินในครอบครัว เน้นรสชาติแต่เก่าก่อนเพื่อให้ย้อนรำลึกถึงอดีตทุกครั้งที่ตักเข้าปาก แต่ก่อนจะมาเป็นจานเด็ดก็ต้องเริ่มต้นที่วัตถุดิบคุณภาพดีที่ซื้อจากเกษตรกรในท้องถิ่น ทั้งผักออร์แกนิกและเนื้อสัตว์ปลอดสารเคมี ขึ้นชื่อว่าของดีนำมาทำอะไรก็อร่อย!

Ginger Farm Kitchen

Ginger Farm Kitchen

เริ่มที่สปาเก็ตตี้ปูอ่อง เส้นนุ่มๆ ผัดกับเบคอนทอดกรอบ ปรุงรสกลมกล่อมหอมกลิ่นเนย เสริมรสชาติยิ่งขึ้นด้วยปูอ่องรสเค็มๆ มันๆ มีกลิ่นหอมควันไฟเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กระดองเดียวกินแล้วไม่จุใจจะสั่งเพิ่มก็ได้ แม้วัตถุดิบหลักอย่างมันปูจะมีเฉพาะฤดูกาล แต่ทางร้านคอนเฟิร์มว่ามาฤดูไหนก็ได้กิน

Ginger Farm Kitchen

ตำขนุนหมูกรอบตะไคร้ ขนุนอ่อนต้มเปื่อยโขลกรวมกับสมุนไพรหลายชนิด เสิร์ฟมาในถาดพร้อมหมูกรอบชิ้นใหญ่เนื้อเยอะมันน้อย วิธีกินสุดฟินให้ตักตำขนุนโปะบนหมูกรอบ แม้ต้องอ้าปากกว้างไปหน่อยแต่ได้อร่อยครบรสในคำเดียว Digestive Special เครื่องดื่มรวมมิตรสมุนไพร นำมาปั่นจนเข้ากัน เติมไซรัปเพิ่มความหวานชื่น สลับชั้นด้วยวิปครีมกะทิหอมมัน เพิ่มสีสันด้านบนด้วยใบโหระพาและพริกแดง รสนุ่มๆ จิบแล้วกระชุ่มกระชวย

Ginger Farm Kitchen

พิกัด : 1/4 ห้อง C101, C102 ถนนนิมมานเหมินทร์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5208-0928
เปิดบริการ อาหารเช้า 08.30-11.00 น. อาหารทั่วไป 10.00-23.00 น.

••••••••••

★ 3. Rustic & Blue 

Rustic & Blue

Rustic & Blue

คนรักการจิบชาปักหมุดร้านนี้เป็นจุดหมายมานานแล้ว ด้วยขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวบรวมชาชั้นดีจากทั่วโลก จึงเชื้อเชิญให้คนที่หลงใหลได้มารวมตัวแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับชา และแน่นอนว่าอาหารของร้านก็เต็มไปด้วยสีสันไม่ต่างกัน มีให้เลือกหลายเมนูในบรรยากาศร่มรื่นชวนผ่อนคลาย แม้จะตั้งอยู่ใจกลางย่านที่คึกคักที่สุดของเมืองเชียงใหม่ก็ตาม

Rustic & Blue

สุดคูลกับเมนูเฮลท์ตี้ Acai Smoothie Bowl สมูทตี้ชามโตที่มีไฮไลท์อยู่ที่อาซาอิเบอร์รี่ ผลไม้ที่ได้ชื่อว่าลึกลับและน้อยคนในโลกจะรู้จัก แต่กลับเต็มไปด้วยวิตามินแร่ธาตุและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย แค่เบอร์รี่ชนิดนี้อย่างเดียวก็ได้คะแนนไปเต็มๆ นี่ยังมีเมล็ดเจีย เก๋ากี้ มะพร้าวแห้ง กราโนล่า และผลไม้สดจัดเรียงเต็มชาม สั่งเถอะคุ้มกว่านี้ไม่มีแล้ว

Rustic & Blue

แต่ถ้าอยากหนักท้องสักหน่อยสั่ง Green Egg Benedict ไข่เบเนดิกต์ราดซอสอะโวคาโดเข้มข้นบนครัวซองต์ที่ทั้งกรอบและนุ่มชุ่มเนย ตามด้วยเบคอนทอดและผักสดเพิ่มความสดชื่น

Rustic & Blue

อร่อยกันต่อกับ Maple Chicken & Cheddar Cheese Waffle ไก่ทอดได้กรอบกำลังดี กินคู่กับวัฟเฟิลที่มีกลิ่นหอมของชีสเชดด้า ราดด้วยซอสเมเปิ้ลรสกลมกล่อม

Rustic & Blue

ด้านเครื่องดื่มชิคๆ ก็มีให้เลือกเยอะ อาทิ Berry Banana Smoothie ที่สุดของผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ถูกปั่นรวมอยู่ในแก้วนี้แล้ว แถมด้วยกล้วย วานิลลา โยเกิร์ต และกราโนล่า ดื่มก็สดชื่นมองก็แจ่มใสเพราะสีสันสุดคัลเลอร์ฟูล ถ่ายรูปอวดเพื่อนได้สวยจนน่าอิจฉาเลยล่ะ

Rustic & Blue

พิกัด : 2/1 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 7 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5321-6420, 08-6654-7178
เปิดบริการ 08.30-21.30 น.

••••••••••

★ 4. The Salad Concept 

The Salad Concept

The Salad Concept

ยึดมั่นในคอนเซ็ปต์อาหารเพื่อสุขภาพมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน จุดเด่นคือเน้นเสิร์ฟสลัดผักปลอดสารจานใหญ่ให้กินได้อิ่มท้อง อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย ราดด้วยน้ำสลัดโฮมเมดทำวันต่อวันหลากรสชาติ ถัดจากจานหลักยังมีเครื่องดื่มน้ำผักและผลไม้ปั่นที่ผ่านการทดลองและชิมจนได้รสชาติที่ลงตัว เปลี่ยนน้ำผักปั่นที่หลายคนเคยยี้ให้ดื่มได้ง่ายๆ เสียอย่างนั้น

The Salad Concept

สลัดอะโวคาโดธัญพืชรวม ขอเทใจให้จานนี้ก่อนเพราะชอบอะโวคาโดเป็นการส่วนตัว ทางร้านเหมือนรู้ใจจัดชิ้นใหญ่มาให้กินได้เต็มปากเต็มคำ (ความจริงคือเสิร์ฟจานใหญ่อยู่แล้ว ฮา) รายล้อมด้วยผักสดหลากสี เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดสตรอว์เบอร์รี่ เปรี้ยว หวาน มันลงตัว

The Salad Concept

ต่อด้วยสลัดห่อไข่ ผักสดห่อไข่แบบไส้ล้นทะลัก ไข่ทอดแบบไร้น้ำมันที่ยังเลือกได้อีกว่าต้องการเฉพาะไข่ขาวหรือไข่แดง

The Salad Concept

ถ้า 2 จานแรกดูอู้ฟู่เกินไปเกรงว่าจะกินไม่หมด แนะนำให้เลือกซูเปอร์ฟู้ดจานนี้ สลัดควินัว เสิร์ฟไซส์กำลังดีแต่คุณค่าทวีคูณ ไม่เพียงควินัวที่เป็นพระเอกของเมนูยังเสริมทัพผักสดหลายชนิดห่อรวมกันในแผ่นแป้งตอร์ติญา กินคู่น้ำสลัดเต้าหู้ ฟินกระจาย!

The Salad Concept

สำหรับเมนูเครื่องดื่มทางร้านก็มีให้เลือกจนละลานตา ถ้าเลือกไม่ถูกแนะนำ Rainbow Shot มาลองชิมก่อนก็ได้เพราะเสิร์ฟมาในแก้วช็อต 7 รสชาติ ได้แก่ บีทรูท แครอท มะเขือเทศ น้ำต้นอ่อนข้าวสาลี ฝรั่ง แอปเปิ้ล และสับปะรด ถูกใจแก้วไหนค่อยสั่งแก้วใหญ่มาจัดเต็มก็ยังไม่สาย

The Salad Concept

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสีเขียวที่ขนาดคนกินผักยังแอบสตั๊นท์ไป 10 วิ แม้จะดูน่าหวาดหวั่นไปสักหน่อยแต่เราอยากให้ลองจริงๆ Green Smoothies ปั่นจากผัก ผลไม้ และธัญพืชรวมกันจนได้รสชาติที่ลงตัว กินแล้วดีต่อสุขภาพ ที่สำคัญไม่เหม็นเขียวอย่างที่คิดสักนิดเดียว

The Salad Concept

พิกัด : 49/9-10 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5389-4455
เปิดบริการ 11.00-22.00 น.

••••••••••

★ 5. Italics 

Italics

เปิดประสบการณ์แห่งรสชาติของอาหารอิตาเลียนร่วมสมัยที่ปรุงจากวัตถุดิบเลอค่า ส่งตรงจากเกษตรกรในท้องถิ่นและจากโครงการในพระราชดำริ บริเวณห้องอาหารคือพื้นที่เดียวกับล็อบบี้ของโรงแรมอคิรา แมเนอร์ เชียงใหม่ จึงดูคึกคักตลอดเวลา และแม้จะเน้นโทนสีดำเป็นหลักแต่บรรยากาศโปร่งโล่งเพราะเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เป็นใครก็นั่งเพลิน

Italics

Italics

แม้จะเป็นเมนูเรียบง่ายไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งแต่อย่างใด แต่ด้วยวัตถุดิบชั้นดีก็ทำให้ Italics Burrata Salad จานนี้ได้ใจเราไปเต็มๆ เพราะมีทั้งชีสสด เพสโต แฮมปาร์มา พริกหยวกอบ มะเขือเทศทั้งแบบสดและอบแห้ง ท็อปด้วยโพชเอ้กลูกโต

Italics

ฟินกันต่อกับ Truffle Pizza พิซซ่าแป้งบางกรอบโรยชีสแน่นๆ ท็อปด้วยทรัฟเฟิล ราชาแห่งเห็ดทั้งปวงที่ทั้งหอมและอร่อย

Italics

สำหรับเมนูขึ้นชื่อของ Italics ที่ใครมาถึงก็มักไม่พลาดคือสเต๊กนานาชนิด ครั้งนี้เราขอลองท็อปฮิต ได้แก่ Grilled Pork Chop สเต๊กหมูพอร์คชอปและซอสครีมเห็ด เนื้อหมูนุ่มนวลฉ่ำลิ้นกินคู่สปาเก็ตตี้และไข่ออนเซ็น เพิ่มความสดชื่นและย่อยง่ายด้วยสลัดผักชามโต

Italics

พิกัด : 22/2 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 9 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5321-6219, 09-5684-4344
เปิดบริการ มื้อเช้า 07.00-10.00 น. มื้อกลางวัน 11.00-17.00  น. มื้อเย็น 17.00-23.00 น.

••••••••••

★ 6. Ristr8to 

Ristr8to

Ristr8to

ดาเมจแรงมากทั้งรสชาติและบรรยากาศ แต่ก่อนจะมาเป็นร้านกาแฟฮอตฮิตติดลมบนขนาดนี้เรื่องก็มีอยู่ว่ามีชายหนุ่มผู้หลงใหลในกลิ่นรสและการชงกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ มุ่นมั่นกับการเป็นบาริสต้าในต่างแดนหลายปีก่อนตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขัน World Latte Art Championship และคว้ารางวัลมาได้ในปี 2011 และ 2015 หลังจากนั้นก็ดูเหมือนถนนทุกสายจะมุ่งตรงมาทางนี้ ใครก็อยากจิบรสชาติที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์อันยาวนานสู่กาแฟแก้วที่ดีที่สุดกันทั้งนั้น รวมทั้งเราด้วย!

Ristr8to

แก้วแรกชวนลิ้มลองต้องเป็น Satan Latte ที่คว้ารางวัลชนะเลิศจากการแข่งขัน World Latte Art Championship กาแฟแก้วพิเศษที่มากกว่าความนุ่มละมุน เสิร์ฟแก้วโตให้ฟินได้จุใจ

Ristr8to

ต่อด้วยเมนูสุดเท่ที่เสิร์ฟในหลอดทดลอง Shakerato from Hell ลดความดุดันของเอสเพรสโซ่ดับเบิ้ลช็อตด้วยโกโก้ไซรัปผสมนมอุ่น ละมุนขึ้นมากทีเดียว

   

Ristr8to

สำหรับขนมยกให้ Waffle Tower วัฟเฟิลกรอบนอกนุ่มในซ่อนไอศกรีมสีฟ้าลูกโตไว้ด้านใน โปะด้านบนด้วยวิปครีมหวานมัน เรียบง่ายแต่ได้ใจ

Ristr8to

พิกัด : 15/3 ถนนนิมมานเหมินทร์ ระหว่างซอย 3 และซอย 5 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5321-5278
เปิดบริการ 07.00-18.00 น.

••••••••••

★ 7. Sipolle by Chef Dan 

Sipolle by Chef Dan

เชฟใหญ่ใจดีที่ชื่อแดนออกมาต้อนรับเราอย่างอบอุ่น (ความจริงคือถ้าเชฟว่างจากในครัวก็จะเดินออกมาทักทายทุกโต๊ะเป็นปกติ ฮา) ส่วนใหญ่เชฟแดนจะยึดพื้นที่ในครัวเพื่อปรุงอาหารด้วยตัวเอง แต่จะยุ่งแค่ไหนพอว่างปุ๊บก็จะปลีกเวลาออกมาพูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็นกันเอง บางทีก็ช่วยแนะนำไวน์ดีที่จับเข้าคู่กับอาหารแต่ละเมนูได้อย่างลงตัว หลายคนพัฒนาจากลูกค้าขาจรมาเป็นขาประจำที่ต้องแวะมาฝากท้องทุกครั้งที่มีโอกาส

Sipolle by Chef Dan

เริ่มต้นเบาๆ กับเมนู Sea Crab Salad สลัดปูอะโวคาโด เนื้อปูสดไร้กลิ่นคาวกวนใจ เพิ่มความสดชื่นด้วยหน่อไม้ฝรั่ง ราดน้ำสลัดบัลซามิกรสหวานซ่อนเปรี้ยว กินแล้วกระชุ่มกระชวย

Sipolle by Chef Dan

ต่อด้วย Spaghetti Seafood in Black Ink Sauce สปาเก็ตตี้ซีฟู้ดในซอสหมึกดำ ปรุงรสเข้มข้นเผ็ดนิดๆ ติดปลายลิ้น กินแล้วปากอาจเลอะเทอะนิดหน่อย แต่อร่อยจนหยุดไม่ได้จริงๆ

Sipolle by Chef Dan

เอาใจสายเนื้อกันหน่อยกับ Filet Mignon เนื้อพรีเมี่ยมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษพันด้วยเบคอน ราดซอสเห็ดหอมรสชาติกลมกล่อม เมนูนี้สั่งไวน์แดงมาจิบเบาๆ เข้ากั๊นเข้ากัน

Sipolle by Chef Dan

พิกัด : 15/2 ถนนบำรุงบุรี ตำบลป่าสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5201-6087, 08-7912-4892
เปิดบริการ 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น.

••••••••••

★ 8. Da Antonio Ristorante Italiano 

Da Antonio Ristorante Italiano

Da Antonio Ristorante Italiano

ฝันของแฟนพันธุ์แท้ไม่ว่าจะเป็นแฟนอาหารสัญชาติใดก็ตามคือการได้ไปนั่งกินถึงถิ่นต้นตำรับ เพราะได้ดื่มด่ำครบถ้วนทั้งรสชาติและบรรยากาศ (อินเนอร์มาเต็ม) แต่ใครจะเดินทางไปกินถึงถิ่นได้ทุกครั้งที่อยากกินใช่มั้ย Da Antonio Ristorante Italiano รู้ซึ้งถึงหัวใจคนรักอาหารอิตาเลียนเป็นอย่างดี จึงยกครัวและตัวเชฟจากบ้านในอิตาลีมาไว้กลางเมืองเชียงใหม่เสียเลย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง รวมถึงบรรยากาศในร้าน กินไปชิลไปเหมือนนั่งอยู่ในอิตาลียังไงยังงั้น

Da Antonio Ristorante Italiano

กินแบบอิตาเลียนต้องเริ่มเบาๆ ด้วยเมนูสุดคลาสสิก A Selection of Italian Salami and Cheese อิตาเลียนซาลามีและชีสรสชาติเค็มมัน กินคู่มะกอกดองรสเปรี้ยวชวนสดชื่น

Da Antonio Ristorante Italiano

Spaghetti alle Uova Di Gambero จานเด่นขายดียกให้สปาเก็ตตี้ไข่กุ้งพริกสด เป็นเมนูที่มีสีสันสดใสจากไข่กุ้งสีส้ม สัมผัสได้ถึงความกรุบมัน ที่สำคัญใส่ให้เยอะมากจนดูสว่างไปทั้งจาน ทางร้านผัดแบบแห้งๆ ไร้มันเยิ้ม ยิ่งได้รสเผ็ดนิดๆ จากพริกสดจัดเป็นเมนูที่กินแล้วตื่นตัวดีทีเดียว

Da Antonio Ristorante Italiano

Salmon al pepe Verde e Vodka ปลาแซลมอนจากทะเลน้ำลึกนำมาย่างพอสุกเพื่อคงความฉ่ำหวานของเนื้อปลา ราดด้วยซอสเคี่ยวจากน้ำมันมะกอก เหล้าวอดก้า และอาร์ติโชค

Da Antonio Ristorante Italiano

พิกัด : 11/1 ถนนเจริญประเทศ 12 ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5323-3160, 08-7184-9107
เปิดบริการ 11.30-14.00 น. และ 18.00-24.00 น.

••••••••••

★ 9. The Service 1921 

The Service 1921

นึกว่าหลุดเข้ามาในฉากภาพยนตร์เรื่องเชอร์ล็อคโฮล์ม ก็บรรยากาศภายในห้องอาหารแห่งนี้ที่ดูลึกลับเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่ ชวนให้เหล่านักสืบสายกินอย่างเราต้องรีบตรงดิ่งมาค้นหา จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่านอกจากจะมีอาหารไทยรสชาติดี อาหารจีนและเวียดนามก็จัดว่าเด็ดไม่น้อยหน้า แต่ของแบบนี้อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ข้อพิสูจน์จริงมั้ย ว่าแล้วก็ยกพลมานั่งสืบสวนสอบสวนกันให้ครบทุกเมนูเลย

The Service 1921

The Service 1921

เริ่มที่อาหารไทยที่เข้าถึงหัวใจนักกินอย่างเรา ไก่ย่าง+ส้มตำไทย ไก่ย่างหนังแห้งตึงส่วนด้านในยังคงนุ่มนวล กินคู่ส้มตำไทยรสชาติจี๊ดจ๊าดพอตัว มีข้าวเหนียวนุ่มๆ ห่อมาในใบตอง อร่อยครบชุด

The Service 1921

ด้านอาหารจีนแนะนำเกี๊ยวหมูคลุกซอสเสฉวน ใช้แผ่นเกี๊ยวที่มีความบางและนุ่มนวลเป็นพิเศษห่อด้วยหมูสับทรงเครื่อง ก่อนนำไปลวกจนสุกทั่วถึง กินเปล่าๆ ก็กลมกล่อมเข้าที หรือจะเพิ่มดีกรีความอร่อยแบบคูณสองด้วยซีอิ๊วและซอสพริกเสฉวนสูตรต้นตำรับก็ได้

The Service 1921

บะหมี่ดันดัน ส่งตรงของดีจากเมืองเฉิงตูที่ใครได้ลองก็ต้องร้องว้าว นั่นก็คือบะหมี่เส้นแบนที่ผ่านการลวกได้แบบนุ่มนวล ราดด้วยซอสพริกเสฉวนสูตรต้นตำรับและหมูสับพูนๆ เน้นๆ

The Service 1921

มาถึงของหวานกล้วยบวชชี ถ้วยนี้มีดีไม่เหมือนใครเพราะใช้น้ำกะทิคั้นสด เติมน้ำตาลเหยาะเกลือเล็กน้อย รสชาติจึงหวานละมุนแบบพอดีๆ ด้านกล้วยน้ำว้าก็สุกนุ่มเนียนลิ้น เคี้ยวลื่นแทบละลายในปาก กินขนมหวานอุ่นๆ สลับกับของหวานเย็นๆ อย่างไอศกรีมมะพร้าวที่เสิร์ฟมาในชุดเดียวกัน ถึงตอนนี้ความลับที่ตามหาก็ถูกเปิดเผยจนหมดสิ้น ทั้งอร่อยทั้งฟินจริงๆ!

The Service 1921

พิกัด : 123-123/1 ถนนเจริญประเทศ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5325-3383
เปิดบริการ 12.00-14.30 น. และ 17.30-22.00 น.

••••••••••

★ 10. Nakara Jardin 

Nakara Jardin

Nakara Jardin

Nakara Jardin

เมืองคึกคักอย่างเชียงใหม่ไปทางไหนก็มีแต่นักท่องเที่ยว บางครั้งอยากปลีกวิเวกมานั่งชิลกินอาหารในร้านที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและห่างไกลความวุ่นวายแต่ก็นึกร้านไม่ออกทุกที ใครกำลังมองหาร้านสไตล์นี้แนะนำ Nakara Jardin ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่เดียวกับโรงแรมปิงนครา แม้จะอยู่กลางใจเมืองแต่เป็นส่วนตัวและชวนนั่งในบรรยากาศของสวนสวยสไตล์ยุโรป มุมขายดียกให้บริเวณริมแม่น้ำปิงที่มีลมพัดผ่านเย็นสบาย ทางร้านนำเสนออาหารและขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่มีรูปลักษณ์สวยงามชวนกิน ด้านรสชาติยังโดดเด่นเพราะเชฟครีเอทสุดละเมียดละไม มาครั้งแรกก็ประทับใจแล้วล่ะ

Nakara Jardin

ดีต่อสุขภาพยกให้ Fish of the Day เชฟเน้นปลาตามฤดูกาล เพราะช่วงเวลาที่ดีที่สุดย่อมได้ปลารสชาติดีที่สุด อาทิ Haddock ปลาแฮดดอกเนื้อนุ่มส่งตรงจากฝรั่งเศส เข้ากันดีกับซอส Prawn Truffle Bisque

Nakara Jardin

ส่วนสาวๆ ที่ต้องการเมาท์มอยและเอ็นจอยอีทติ้งไปพร้อมกัน แนะนำ Afternoon Tea ชุดน้ำชายามบ่าย เสิร์ฟชุดใหญ่ครบครันทั้งเมนูคาวและหวาน ส่วนเครื่องดื่มชาสามารถเลือกกลิ่นและรสชาติได้ตามชอบ แต่ถ้าคิดไม่ออกลอง Classic English Tea ก็ดีนะ

Nakara Jardin

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ปาร์ตี้ชุดน้ำชาก็เช่นกัน ก่อนกลับปิดท้ายวันอันรื่นรมย์ด้วย Rasberry Soda อีกสักแก้ว เปรี้ยวซ่าชื่นใจ

Nakara Jardin

พิกัด : 11 ถนนเจริญประเทศ ซอย 9 ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5381-8977, 06-1370-6466
เปิดบริการ 11.00-19.00 น.

••••••••••

★ 11. Forest Bake 

Forest Bake

Forest Bake

Forest Bake

“วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า...” แค่เห็นบรรยากาศในร้านเนื้อเพลงติดหูก็เหมือนจะก้องอยู่ในใจ ก็แหม! ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ราวกับเดินเข้ามาในสวนป่าขนาดนี้เป็นใครก็มีเคลิ้มกันบ้าง ไหนจะดอกไม้ใบหญ้า มอส เฟิร์นที่ขึ้นคลุมดินอีกล่ะ สดชื่นสุดๆ ป่าน้อยๆ แห่งนี้ยังต้อนรับทุกคนด้วยขนมอบโฮมเมดที่มีให้เลือกเยอะมาก แต่ละชิ้นมีรสชาติและเสน่ห์เฉพาะตัว คนรักขนมอย่างเรานั่งยาวๆ เลยจ้า

Forest Bake

เปิดตัวด้วยเมนูไฮไลท์ Mango Cream Fruit Cake Set ชุดของหวานที่ทำให้หัวใจเราเต้นแรงกับรสชาติละมุนลิ้นของครีมชีสปั่นกับมะม่วงสด รายล้อมด้วยมวลผลไม้สดรสเปรี้ยวและหวาน เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมโฮมเมดลูกโต

Forest Bake

ส่วนเมนูนี้เห็นหน้าตาเรียบๆ เผลอเดี๋ยวเดียวหมดเกลี้ยงนะจ๊ะกับ Newyork Sticky Bun เด่นที่กลิ่นหอมของซินนามอน ด้านบนเคลือบคาราเมล โรยวอลนัทให้เคี้ยวนุ่มๆ หนึบๆ อร่อยจนต้องซื้อกลับบ้าน

Forest Bake

อีกชิ้นที่ทลายกำแพงคนกลัวอ้วนโดยสิ้นเชิงกับความหวานนุ่มละมุนละไมของ Black Cherry Almond Tart ทาร์ตไส้เชอร์รี่หอมหวานด้วยครีมอัลมอนด์ ราดช็อกโกแลตและโรยอัลมอนด์สไลซ์ ใครอยู่เชียงใหม่ห้ามพลาด ใครอยู่กรุงเทพฯ ก็อย่าเพิ่งน้อยอกน้อยใจ Forest Bake มีสาขาที่กรุงเทพฯ แล้วนะรู้ยัง

Forest Bake

พิกัด : 8/1 ถนนหน้าวัดเกตุ ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 09-1928-8436
เปิดบริการ 10.30-17.00 น.

••••••••••

★ 12. David’s Kitchen 

David’s Kitchen

David’s Kitchen

ตัวจริงเรื่องกินอย่างเราย่อมดิ้นรนตามล่าหาของอร่อยแบบไม่ย่อท้อต่อสายฝนและลมหนาวใดๆ โดยเฉพาะอาหารสไตล์ฝรั่งเศสร้านนี้ เพราะมีดีกรีเป็นร้านดังของเชียงใหม่และยังได้รับการโหวตในเว็บไซต์ Tripadvisor เป็นร้านอันดับ 8 ของโลกมาแล้ว มาถึงเชียงใหม่ทั้งทีอย่าปล่อยให้เสียเที่ยวรีบปักหมุดเป็นจุดพักฝากท้องกันดีกว่า

David’s Kitchen

David’s Kitchen

เริ่มต้นแบบกระชุ่มกระชวยด้วยเมนูฟิวชั่น Spicy Fish Salad with Green Apple ปลาเก๋าคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงทอดในน้ำมันร้อนๆ จนเนื้อกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยสลัดแอปเปิ้ล ปรุงรสแซ่บนัว เด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดี

David’s Kitchen

ถ้าอยากลิ้มรสความสดจากทะเลแนะนำ Oyster “Fine De Claire” หอยนางรมฝรั่งเศสเนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำกินกับน้ำจิ้มรสแซ่บ บีบเลมอนเพิ่มรสยิ่งสดชื่น ได้อารมณ์เหมือนนั่งกินอยู่ริมทะเล

David’s Kitchen

ปิดท้ายกับเมนูขายดี Pan-Seared U.S. Sea Scallops with Mashed Sweet Potato and White Port Wine Sauce หอยเชลล์ย่างวางบนมันม่วงบดราดซอสไวน์ขาว เป็นเมนูที่เคมีเข้ากันดีมาก อร่อยร้อยไลค์เลย

David’s Kitchen

พิกัด : 113 ถนนบำรุงราษฎร์ ตำบลวัดเกตุ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5208-8228-9
เปิดบริการ 17.00-23.00 น.

••••••••••

★ 13. แสนคำเทอร์เรส 

แสนคำเทอร์เรส

แสนคำเทอร์เรส

หากจะกล่าวว่าแสนคำเทอร์เรสคือหน้าตาของเมืองเชียงใหม่ที่มักถูกใช้รับรองแขกคนสำคัญก็คงไม่ผิดจากความเป็นจริงนัก ด้วยองค์ประกอบรวมทั้งรสชาติอาหารและบรรยากาศเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง พื้นที่นี้ยังมีกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมมากมาย อย่างโครงการปลูกข้าวที่ผลผลิตส่วนหนึ่งนำมาใช้ที่ห้องอาหาร อีกส่วนมอบเพื่อกิจกรรมการกุศลต่างๆ จะมีสักกี่ร้านที่เรากินอาหารแล้วรู้สึกอิ่มท้องไปพร้อมกับอิ่มบุญเหมือนร้านนี้

แสนคำเทอร์เรส

แสนคำเทอร์เรส

เริ่มต้นที่เมนูอร่อยและดีต่อสุขภาพ เชื่อว่าหลายคนยังไม่เคยลองแต่ของเขาดีจริงๆ เมนูยำขมิ้นขาวกุ้งสด ขมิ้นขาวเคี้ยวกรุบคลุกเคล้ากับแครอท หอมแดง มะพร้าวคั่ว และกุ้งกุลาดำ ปรุงรสเปรี้ยว เค็มหวาน ใส่พริกขี้หนูซอย ปิดท้ายด้วยโรยเม็ดมะม่วงหิมพานต์และพริกเดือยไก่แห้ง

แสนคำเทอร์เรส

มาถึงเมนูเคี้ยวเพลินยกให้เห็ดหอมแดดเดียว เห็ดหอมคั่วกับซีอิ๊วขาว ใส่น้ำมันหอยนิดพริกไทยป่นหน่อย รสชาติเค็มมันกำลังดี

แสนคำเทอร์เรส

หรือถ้าอยากอิ่มสบายๆ ในชามเดียวแนะนำก๋วยเตี๋ยวน้ำพริกหนุ่ม น้ำซุปกลมกล่อม ปรุงรสด้วยน้ำพริกหนุ่มยิ่งกระชุ่มกระชวย ใส่ผักเชียงดา ไข่ต้ม แคบหมู ซดน้ำซุปร้อนๆ คล่องคอ

แสนคำเทอร์เรส

พิกัด : 199/163 โครงการหมู่บ้านในฝัน ตำบลแม่ทา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5383-8990
เปิดบริการ 11.00-22.00 น.

••••••••••

★ 14. Tengoku de Cuisine 

Tengoku de Cuisine

Tengoku de Cuisine

ร้านอาหารญี่ปุ่นหนึ่งเดียวในทริปนี้ของเราที่เลอค่าจนน่ามาซ้ำ ทั้งรสชาติ คุณภาพ และบรรยากาศส่วนตั๊วส่วนตัวในบ้านโบราณสุดคลาสสิก เหมาะอย่างยิ่งที่จะชวนก๊วนยกแก๊งมาเติมเต็มพื้นที่ว่างในท้องไปพร้อมกับนั่งสนทนากันอย่างออกรส ด้านเมนูอาหารก็มีให้เลือกมากทั้งแบบบุฟเฟ่ต์และเมนูอะลาคาร์ตในราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า

Tengoku de Cuisine

สาวกแดนปลาดิบอะไรจะดีไปกว่าเริ่มวอร์มท้องเบาๆ กับปลาดิบรวม หั่นชิ้นใหญ่ให้กินได้สะใจ มีทั้งแซลมอน อะกามิ และซาบะดอง นอกจากนี้ยังมีปูอัด ไข่หวาน หนวดหมึก ชูรสชาติด้วยโชยุและวาซาบิ จี๊ดจ๊าดขึ้นจมูก

Tengoku de Cuisine

Beef Tataki เนื้อทาทากิสไลซ์เบิร์นพอสุกด้านนอก อวดเนื้อในแดงฉ่ำที่มีลายไขมันชวนกิน แค่เห็นก็น้ำลายสอ เสริมรสด้วยซอสพอนสึ เคี้ยวแต่ละชิ้นก็ฉ่ำลิ้นทุกครั้ง

Tengoku de Cuisine

สลัดสาหร่ายสด ครบครันทั้งความกรอบและสดชื่นได้อารมณ์เหมือนขยับเข้าใกล้ชายทะเลเข้าไปทุกที

Tengoku de Cuisine

มาถึงเมนูของคนรักซูชิ พลาดไม่ได้เลยกับซูชิเนื้อย่าง สัมผัสความนุ่มละมุนของเนื้อชั้นดี แนะนำให้เคี้ยวช้าๆ เพื่อให้รสชาติอบอวลอยู่ในปากนานๆ ก่อนต่อด้วยซูชิเอ็นกาวะ หวานมันละลายในปาก

Tengoku de Cuisine

Tengoku de Cuisine

ปิดท้ายด้วยมะเขือม่วงราดซอสมิโซะ โรยงาเพิ่มความหอม รสชาติหวานฉ่ำถูกใจ

Tengoku de Cuisine

พิกัด : 55/8 หมู่ 1 ซอยวัดบวกครกหลวง ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 0-5385-0111, 0-5385-1133
เปิดบริการ 11.00-14.00 น. และ 17.30-22.00 น.

••••••••••

★ 15. Brandnew Field Good 

Brandnew Field Good

Brandnew Field Good

ร้านสุดท้ายของทริปที่อยากประกาศให้โลกรู้ Brandnew Field Good ในคอนเซ็ปต์ชีวิตติดนา คาเฟ่เก๋ๆ กลางทุ่งนาเขียวขจีที่โอบล้อมด้วยแนวภูเขาแบบรอบทิศ ให้เราได้ยืนยืดตัว กางแขนกว้างๆ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ก่อนเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์ไปบนสะพานไม้ไผ่ขัดกันเป็นแนวยาวจรดร้าน หิวก็มีอาหารและเครื่องดื่มไว้รองรับ นั่งชิลได้ทั้งวัน!

Brandnew Field Good

Brandnew Field Good

เริ่มต้นแบบ Feel Good กับสลัดฟีลกู้ด สลัดผักออร์แกนิกและผลไม้สดตามฤดูกาล ราดด้วยครีมสลัดโฮมเมดเข้มข้น อิ่มสบายท้อง

Brandnew Field Good

แต่ถ้าร่างกายต้องการความหวานแนะนำเครปเค้กเรนโบว์ เค้กสายรุ้งฟรุ้งฟริ้ง หวานนุ่มละมุนลิ้นตัดด้วยรสเปรี้ยวจากซอสสตรอว์เบอร์รี่ คือดีบอกเลย!

Brandnew Field Good

ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวมูนหวานมันกินคู่มะม่วงน้ำดอกไม้รสหวานอมเปรี้ยว ตัดรสด้วยความเค็มของหัวกะทิเข้มข้น

Brandnew Field Good

สำหรับเครื่องดื่มที่เข้ากันดีกับบรรยากาศขอมอบตำแหน่งให้อัญชันมะนาวโซดา เปรี้ยวหวานซาบซ่า จิบทีไรก็ชื่นหัวใจทุกที หรือจะสั่งเป็นลาเต้เย็นๆ สักแก้ว ยิ่งกว่า Feel Good!

Brandnew Field Good

Brandnew Field Good

พิกัด : 210 ตำบลบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
โทร. 09-7978-8456
เปิดบริการ วันจันทร์-ศุกร์ 10.00-19.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ 10.00-20.00 น.


Tag : รวมร้านอร่อย, เชียงใหม่

ความคิดเห็น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed