Sheepshank ร้านริมน้ำสุดเท่บนถนนพระอาทิตย์นี้เกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนและพี่น้องที่สนิท  ที่มีความชื่นชอบในบรรยากาศกรุงเก่าริมน้ำ จึงดัดแปลงอู่ต่อเรือเก่าที่มีเพดานสูงโปร่ง ตกแต่งในคอนเซ็ปต์ Industrail style แฝงกลิ่นอายความเท่ห์ มีกำแพงอิฐ โครงเหล็ก ตะขอเหล็ก โคมไฟ รอก ไม้พาย เข็มทิศเดินเรือ มาประดับตกแต่งให้สมกับชื่อร้านที่แปลว่าเงื่อนที่ใช้ผูกเรือ         นอกจากได้ละเลียดบรรยากาศยามเย็นริมน้ำแล้ว อาหารของที่นี่ก็โดดเด่นน่าลองในสไตล์ New American เน้นเสิร์ฟอาหารทะเลเข้ากับสไตล์ของร้าน เริ่มด้วยเมนูสลัดอย่าง Scallop salad with jamon ham (260 บาท) สลัดหอยเชลล์ที่ย่างมาแบบสุกกำลังดี เนื้อหอยหวานนุ่ม ผักสดกรอบ น้ำสลัดสีเหลืองสดใสรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม มาพร้อมกับ jamon ham กลิ่นหอมมีรสเค็มกำลังดี     Salmon mint tartare with crusty sourdough croutons (240 บาท) แซลมอนรมควันกลิ่นหอม รสเค็มอ่อนๆ คลุกเคล้ากับซอสมิ้นท์และซอสพิเศษของทางร้าน รสเปรี้ยวหวานกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมขนมปังซาวโดว์แผ่นบางกรอบ     Risotto with sun-dried tomato pesto, scallops and parma ham (470 บาท) ข้าวริซอตโตผัดมากับซอสมะเขือเทศอบแห้งเปลี่ยนให้เป็นข้าวสีส้มสวยและรสอร่อย เสิร์ฟพร้อมหอยเซลล์ย่าง และพาร์ม่าแฮมรสเค็มมัน     ต่อด้วยเมนูอิ่มท้องอย่าง Pork belly with poached Asian pear and Madeira sauce (390 บาท) เนื้อหมูส่วนท้องซูวีจนนุ่มละลายในปาก เสิร์ฟพร้อมกับซอสลูกแพรกลิ่นหอมรสหวานเข้ากันได้ดีกับเนื้อหมู และซอสไวน์สไตล์เมอเดียรา แกล้มกับสลัดผักรวมย่างครบเครื่อง     ใครอยากจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ลองสั่ง Caipiroska Twiss (350 บาท) ค็อกเทลสีสวยทำจากวอดก้าราสเบอร์รี่ รสเปรี้ยวหวานด้วยเลมอน น้ำสับปะรด และน้ำเชื่อมมะนาว และ คลาสสิคค็อกเทลอย่าง Mojito (350 บาท) ที่มีกลิ่นหอมรัม รสเปรี้ยวหวานนิดๆ หอมกลิ่นมิ้นท์สดชื่น       จะเลือกนั่งในร้านหรือนั่งนอกร้านเพื่อดูพระอาทิตย์ตกดินพร้อมจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ไปด้วยก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลว

จั่วหัวไว้แบบนี้อย่าเพิ่งตกใจ หญิงใหญ่แค่อยากชวนให้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง นึกถึงความรู้สึกแรกที่ได้อ่านนิทานเรื่องพิน็อคคิโอที่ถูกปลาวาฬยักษ์กลืนลงไปในท้อง แต่ด้วยความฉลาดเจ้าหุ่นไม้ลงมือจุดไฟให้เกิดควัน ปลาวาฬจึงจามฮัดชิ้วเอาพิน็อคคิโอและพ่อออกมา  นี่เป็นคอนเซ็ปต์สุดสนุกของร้านซีฟู้ดน้องใหม่ Burn Whale สยามสแควร์ซอย 2 ของคู่รัก คุณนิว-ธนกร และคุณชิ-ชลธิชา ที่จำลองภายในร้านให้เป็นเรือ ตั้งแต่บันไดวน รวมถึงกิมมิคเป็นฝูงปลา ผ้าใบ สมอเรือ แห ส่วนที่บอกว่าเป็นพุงปลาวาฬก็เพราะร้านนี้มีกุ้ง หอย ปู ปลาให้เลือกสั่งแบบไม่อั้น (เหมือนปลาวาฬที่ซัดสัตว์ทะเลซะเต็มพุง) เลือกได้ทั้งเมนูอะลาคาร์ตและแบบบุฟเฟต์ แนะนำว่าสั่งบุฟเฟต์คุ้มกว่า 599 บาท กินได้ 1 ชั่วโมงครึ่ง จัดเต็มทั้งกุ้งก้ามกราม กุ้งขาว ปูม้า ปูทะเล กั้งกระดาน หมึกกระดอง หมึกหอม หมึกสาย หอยแครง หอยหวาน ฯลฯ ซึ่งทางร้านจะปิ้งมาให้เรียบร้อยพร้อมกิน มีซีฟู้ดให้เลือกหนำใจขนาดนี้ แอบถามคุณนิวถึงได้รู้ว่าที่บ้านของคุณชิ ทำธุรกิจเกี่ยวกับประมงอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี อาหารทะเลจึงส่งตรงจากบ้านแบบรับประกันความสด หญิงใหญ่สายโหยอยู่เป็นทุนเดิมจึงสั่งมาชุดใหญ่อย่างที่เห็น และขอให้คะแนนกั้งกระดานร้านนี้ชนะไปสวยๆ เพราะไซส์ใหญ่ เนื้อแน่นหวานอร่อย ไม่ใช่กั้งจิ๋วเนื้อหด (บางครั้งก็คิดว่านั่นกั้งหรือกุ้ง) ส่วนน้ำจิ้มก็ตำเองทุกวัน ที่นี่จะมีรสหวานนำนิดหน่อยตามสไตล์คนเพชรฯ จิ้มกับซีฟู้ดได้ฟีลไปอีกแบบ อีกเมนูแนะนำคือของกินเล่นอย่างปูนิ่มทอด กรอบอร่อย ไม่อมน้ำมัน และหอยนางรมสด เสิร์ฟเย็นเจี๊ยบ พร้อมน้ำพริกเผาและหอมเจียว ใครจะมาลองชิม ขอกระซิบไว้ว่าที่ร้านมีที่นั่งค่อนข้างจำกัด ควรโทรมาสำรองโต๊ะล่วงหน้าจะได้นั่งกินได้ฟินๆ  จะได้รู้ว่าอร่อยจนต้องเผาปลาวาฬนั้นเป็นอย่างไร