เคยสงสัยไหม? ทำไมวันวาเลนไทน์ถึงต้องให้ช็อกโกแลต

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563  657 Views

พอเอ่ยคำว่า “วาเลนไทน์” ขึ้นมาเมื่อใด คำว่า “ช็อกโกแลต” คงตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย อาจจะเป็นเพราะเราคุ้นชินกันมานมนานจนแยกไม่ออก แต่มีใครเคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงต้องเป็น “ช็อกโกแลต” ด้วยล่ะ

❤ The Luxury Item : ช็อกโกแลตของล้ำค่า 

ก่อนช็อกโกแลตจะถูกสถาปนาว่าเป็นไอเทมแห่งความรักนั้น ช็อกโกแลตนับเป็นอาหารที่มีค่ามีราคาแพงและจำกัดอยู่แค่ในชนชั้นสูง อย่างที่ใครหลายคนรู้กันว่าแหล่งกำเนิดของช็อกโกแลตนั้นอยู่บริเวณอเมริกาใต้และเป็นเครื่องดื่มอันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าโบราณอย่างมายา (Maya) และแอซเท็ก (Aztec) ซึ่งมายาและแอซเท็ก (Maya and Aztec) รู้จักการดื่มเครื่องดื่มจากช็อกโกแลตก่อนใครเพื่อน

จนเวลาล่วงเข้าสู่ศตวรรษที่ 16 ชาวยุโรปก็ริเริ่มบริโภคช็อกโกแลต จากหลักฐานพบว่าราวๆ ปี ค.ศ. 1676 ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก็มีร้านขายช็อกโกแลตเปิดกันแล้วบนถนนเกรซเชิร์ช (Gracechurch Street) ที่โฆษณาว่าช็อกโกแลตเป็นโอสถของชาวอินเดียนตะวันตก ขณะที่ฝรั่งเศสก็มีบันทึกของมาดาม เดอ เซวีเญ (Madame de Sevigne) นักเขียนหญิงคนสำคัญในยุคนี้ก็บอกว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 1671 หรือในช่วงรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (Louis XIV ค.ศ. 1638-1715) เป็นต้นมา ช็อกโกแลตนับเป็นอาหารสุดฮิตในราชสำนักฝรั่งเศส โดยเฉพาะพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 (Louis XV ค.ศ. 1710-1744) เสวยช็อกโกแลตร้อนทุกวันถึงขนาดมีเครื่องชงและสูตรช็อกโกแลต (ผสมไข่) ส่วนพระองค์เอง เช่นเดียวกับสนมลับของพระองค์อย่างมาดาม ดู แบร์รี่ ที่มักใช้ช็อกโกแลตด้วยความเชื่อในคุณสมบัติว่าจะช่วยเพิ่มความสุขให้กับชีวิตรัก

พระนางมารี อ็องตัวแน็ต (Marie Antoinette ค.ศ. 1755 -1763) ราชินีองค์สุดท้ายแห่งฝรั่งเศสก็เป็นอีกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ตัวจริงเสียงจริง เพราะภายหลังจากที่พระนางเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 (Louis XVI ค.ศ. 1754-1793) พระนางก็ได้พาเชฟทำช็อกโกแลต (Chocolate Maker) ส่วนพระองค์ไปด้วย พร้อมมีสูตรลับอย่างช็อกโกแลตผสมดอกกล้วยไม้เพื่อชูกำลัง หรือบางครั้งก็ผสมดอกส้มเพื่อผ่อนคลาย ไปจนถึงช็อกโกแลตผสมนมอัลมอนด์เพื่อช่วยย่อยอาหาร

เคยสงสัยไหม? ทำไมวันวาเลนไทน์ถึงต้องให้ช็อกโกแลต

❤ Cadbury & Hershey : สองตำนานแห่งช็อกโกแลต 

สำหรับคำถามที่ช็อกโกแลตกับวาเลนไทน์มีความสัมพันธ์กันอย่างไร คงต้องบอกว่าต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่จะมาเจอกัน จริงอยู่ที่ช็อกโกแลตมีสรรพคุณเป็นยาโดปเสริมสร้างพลังแห่งรัก แต่ก็ถือว่าเป็นอาหารที่มีมูลค่า ดังนั้นจึงต้องขอบคุณการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นช่วงสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร (Queen Victoria ค.ศ. 1837-1901) ที่ทำให้สามารถผลิตช็อกโกแลตได้มากขึ้น อีกทั้งพระองค์ยังโปรดการให้ของขวัญและบัตรอวยพรในช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งรวมถึงวันแห่งความรักด้วย

ผู้ที่เริ่มลัทธินี้อย่างจริงจังคงต้องยกให้นายริชาร์ด แคดเบอรี (Richard Cadbury) เจ้าของช็อกโกแลตแคดเบอรีชื่อดังสัญชาติอังกฤษ ได้คิดค้นวิธีทำช็อกโกแลตในรูปแบบแท่งให้กินง่ายขึ้น พร้อมกับออกแบบกล่องให้ดูสวยงาม โดยในปี ค.ศ. 1861 เขาได้ออกแบบกล่องรูปหัวใจโดยมีกามเทพหรือคิวปิดน้อยยืนอยู่บนกล่อง และนั่นก็ทำให้ช็อกโกแลตถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรัก

ส่วนฝั่งอเมริกาก็ขอบอกว่าไม่น้อยหน้า เมื่อนายมิลตัน เฮอร์ชีย์ (Milton Hershey) ที่เริ่มธุรกิจด้วยการทำคาราเมล ก่อนจะเปลี่ยนมาทำช็อกโกแลตในปี ค.ศ. 1907 เขาก็ได้ออกช็อกโกแลตที่เรารู้จักกันในชื่อว่า “เฮอร์ชีส์คิสเซส” (Hershey’s Kisses) ช็อกโกแลตรูปหยดน้ำที่ทำให้นึกถึงรอยจุมพิตเล็กๆ และตอกย้ำให้ทุกคนคิดถึงช็อกโกแลตเข้าไปอีกขั้น

เคยสงสัยไหม? ทำไมวันวาเลนไทน์ถึงต้องให้ช็อกโกแลต

❤ A Loved Food : อาหารแห่งความรัก 

ด้วยเหตุนี้จึงบอกได้ว่าช็อกโกแลตเชื่อมโยงกับความรักด้วยการโฆษณาชวนเชื่อก็คงไม่ผิดนัก โดยในแต่ละปีช็อกโกแลตจะถูกจำหน่ายกันในช่วงเวลานี้มากถึง 58 ปอนด์ หรือ 128 ล้านกิโลกรัม อีกทั้งยังครองอันดับ 2 ของของขวัญที่คู่รักมักจะให้กันในช่วงวาเลนไทน์นอกจากการออกไปเดท แต่ใช่ว่าช็อกโกแลตจะไม่ดีเอาเสียเลย

เหตุผลแรกก็คือช็อกโกแลตเป็นอาหารที่เชื่อว่าเป็นอาหารของพระเจ้า (Food for the Gods) มาตั้งแต่ครั้งโบราณ ตามมาด้วยคุณสมบัติที่เพิ่มพลังแห่งรัก อีกทั้งยังเป็นอาหารที่ช่วยให้อารมณ์ดีและมีผลต่ออารมณ์ได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาพบว่ายิ่งช็อกโกแลตเข้มขึ้นมากเท่าไรก็ยิ่งดีต่อสุขภาพมากขึ้นเท่านั้น โดยช่วยลดอัตราความเสี่ยงของโรคมะเร็งและโรคหัวใจ พรั่งพร้อมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ไม่เพียงแค่นั้น ช็อกโกแลตยังสามารถลดความดันโลหิตและปรับการไหลเวียนของเลือดได้ดีอีกด้วย

และเหตุผลสุดท้ายก็คือ “ทุกคนรักช็อกโกแลต” จริงไหม?

แหล่งข้อมูล


Tag : ช็อกโกแลต, วาเลนไทน์

ความคิดเห็น



Editor’s Pick

Recent

Most Viewed