ข้าวไทยมีเป็นร้อยเป็นพันสายพันธุ์ ทำไมเราเคยกินอยู่แค่ไม่กี่ชนิด?
หนึ่งในคำถามที่ทำให้คนรักข้าว 2 คนคือ คุณนพ ธรรมวานิช และคุณกิฟท์-ชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ เดินหน้าทำงานเรื่องข้าวไทยต่อเนื่องจริงจังจนเกิดเป็น Thai Rice Hub

คุณนพและคุณกิฟท์ไม่ได้อยู่ในวงการข้าวโดยตรง คุณนพทำงานด้านแอนิเมชันและการทำแบรนดิงและมีโอกาสทำโปรเจ็กต์เกี่ยวกับ Gastronomy Tourism จนได้พบกับ กลุ่มข้าวหอมดอกฮัง จังหวัดสกลนคร ซึ่งปลูกข้าวมากกว่า 300 สายพันธุ์ ตามมาด้วยโปรเจ็กต์ชิมข้าวในเวลาต่อมา ขณะที่คุณกิฟท์เป็นสถาปนิก ซึ่งในตอนนั้นเป็นผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอนแก่น ที่สนใจเรื่องข้าวไม่แพ้กัน
“ด้วยความที่เราเป็นคนคั่วกาแฟก็เลยทำไกด์ไลน์การชิมข้าวขึ้นมา แบ่งเป็นรสชาติ เนื้อสัมผัส กลิ่นหอม พร้อมคำถามให้ติ๊กด้วยว่าชิมแล้วรู้สึกอย่างไร ซึ่งมีคนมาร่วมงานเกือบร้อยคน รวมถึงพี่กิฟท์ด้วย” คุณนพเล่า
ด้วยแนวคิดเดียวกัน Thai Rice Hub จึงเป็นรูปเป็นร่าง โดยมีเป้าหมายใหญ่คือผลักดันเรื่อง ข้าวประณีต (Khao Praneat) ข้าวไทยสายพันธุ์พื้นเมืองที่ปลูกโดยชาวนาแปลงเล็กให้เดินหน้าต่อไปได้ เมื่อถูกซื้อก็เหมือนอนุรักษ์ไปโดยปริยาย

“ผมกลัวว่าข้าวต่างๆ เหล่านี้จะหายไป” คุณกิฟท์เสริม “ก่อนจะมีคำว่าข้าวประณีต มีคำว่าชาวนาประณีตมาก่อน ชาวนากลุ่มนี้เขาดูแลเอาใจใส่พื้นที่อยู่แล้ว เป้าหมายของเราคือการสร้างตลาดข้าว กาแฟมี Specialty Coffee ไวน์มี Fine Wine เราพยายามที่จะสร้างตลาดข้าวประณีตให้เป็น Specialty Rice Market ของโลกให้ได้ เพื่อให้เกิด Ecosystem ใหม่ๆ ของข้าวขึ้นมา สร้าง Niche Market ที่มีมูลค่า”

มาตรฐานข้าวประณีต
- ระบบการปลูกประณีต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- สายพันธุ์ชัดเจน คุณภาพสูง และปลอดภัยทางชีวภาพ
- เรื่องราวและอัตลักษณ์พื้นที่
- คุณภาพรสชาติ
- ความประณีตหลังการเก็บเกี่ยว
- ความเป็นธรรมและผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชน
- ความพอดี ความพอเพียง และความยั่งยืนของระบบ
นอกจากนี้ Thai Rice Hub ยังมีการคัดเลือกข้าวในชื่อ “Thai Rice Hub Select” และจัดอีเวนต์ชิมข้าวเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับข้าวประณีตและเก็บข้อมูลเรื่องข้าว ความสนุกคือคุณนพและคุณกิฟท์ออกแบบ Rice Flavor Profile แตกแขนงกลิ่น รสชาติ เนื้อสัมผัสของข้าวได้หลากหลาย ทั้งดอกไม้ สไปซ์ วูดดี้ ผ่านกระบวนการชิมที่อธิบายง่ายๆ ว่า “ดู ดม เคี้ยว อม กลืน”
จากการทดลองชิมข้าวมาแล้วเกือบสองร้อยสายพันธุ์ เราอดสงสัยไม่ได้ว่ามีข้าวสายพันธุ์ไหนที่ลืมไม่ลงบ้าง คุณกิฟท์ตอบว่า ข้าวเหนียวหอมคนึงนิตย์ ข้าวเหนียวดำจากกลุ่มชาวนาไทอีสาน เป็นข้าวที่ให้กลิ่นและรสชาติชัดเจน นำไปทำไอศกรีมแล้วอร่อย ส่วนคุณนพนำเสนอ ข้าวหอมหัวบอนกระบี่ ซึ่งแปลกและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เปิดหม้อขึ้นมาเหมือนเผือกอยู่ในนั้น เนื้อสัมผัสก็กำลังดี ไม่แข็งเกินไป อีกชนิดคือ ข้าวเหนียวขาวลายดอกไม้ ที่ได้จากกลุ่มข้าวหอมดอกฮัง
“มันมีทฤษฎีว่าไม่มีวันที่ข้าวจะมีกลิ่นมะลิได้ วันที่เราได้ลายดอกไม้มา เราเปิดหวดขึ้นมา คนที่อยู่อีกฝั่งหันมาพูดเลยว่ามะลิ เหมือนกลิ่นของน้ำลอยดอกมะลิ ข้าวกลิ่นดอกไม้มีอยู่จริงและชัดมาก”

วันที่เราพบคุณนพและคุณกิฟท์ เราได้เห็นทั้ง ข้าวขาวเกยไชย จากนครสวรรค์ เมล็ดสวย หอมนุ่ม เนื้อสัมผัสดี หุงขึ้นหม้อ เป็นข้าวพันธุ์ผสมระหว่างข้าวหอมมะลิและข้าวบาสมาติ ข้าวกล้องปกาอำปึล ของจังหวัดสุรินทร์ หรือข้าวดอกมะขาม หนึบ กลิ่นหอมคล้ายข้าวโพดข้าวเหนียว และมีดัชนีน้ำตาลต่ำ ข้าวทับทิมชุมแพ ขอนแก่น ข้าวลูกครึ่งระหว่างหอมมะลิ 105 กับข้าวเจ้าพันธุ์สังข์หยดพัทลุง เมื่อหุงสุกแล้วนุ่มมาก มีสีแดงคล้ายทับทิม เหมาะกับกลุ่มคนรักสุขภาพ และ ข้าวเหนียวก่ำน้อย ข้าวเหนียวดำจากสกลนคร เมล็ดสั้นป้อม กลิ่นหอม เหนียวนุ่ม
ความฝันของ Thai Rice Hub ยังมองเรื่องการต่อยอดข้าว การแพริ่งกับอาหาร แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างสุราพื้นบ้าน ขนม อาหาร เครื่องสำอาง ที่เพิ่มมูลค่าให้ข้าวได้ รวมถึงอยากเห็นประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มเรื่องข้าวอย่างจริงจัง และเป็นผู้นำโลกในเรื่องข้าว
“อยากให้คำว่าข้าวประณีตเหมือนคำว่า ‘วากิว’ ที่คนทั้งโลกฟังแล้วรู้จักเลยทันที”
Tag:
ข้าว, ข้าวไทย
ความคิดเห็น