ทุกวันนี้การเลือกซื้ออาหารพร้อมรับประทานไม่ได้ตัดสินกันแค่ "เมนูอะไรน่ากิน" อีกต่อไป แต่ยังรวมถึงคำถามว่า จะกินเมื่อไหร่ เก็บได้นานแค่ไหน ดีต่อสุขภาพหรือไม่ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากน้อยเพียงใด

เมื่อผู้บริโภคมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่หลากหลายขึ้น ผู้ผลิตอาหารก็ต้องปรับตัวให้ทันความต้องการที่เปลี่ยนไป หนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจคือการใช้ สีของกล่องอาหาร เป็นเครื่องมือสื่อสาร ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกอาหารได้ง่ายขึ้นตั้งแต่ยังไม่ต้องอ่านรายละเอียดบนฉลาก
เมื่อสีกล่องกลายเป็นภาษาของไลฟ์สไตล์การกิน
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) มองว่าอาหารพร้อมรับประทานไม่ได้เป็นเพียงมื้อที่ช่วยแก้หิว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่แตกต่างกันในแต่ละวัน จึงนำข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคมาพัฒนาทั้งเมนู บรรจุภัณฑ์ และระบบการเก็บรักษา พร้อมแบ่งผลิตภัณฑ์ด้วยสีของกล่อง เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกได้ตรงกับความต้องการมากขึ้น
กล่องสีแดง สำหรับคนที่ต้องการความสะดวกและพร้อมรับประทานทันที
กล่องสีแดงเป็นบรรจุภัณฑ์ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด ภายในเป็นอาหารแช่เย็นที่ผ่านการปรุงสุกและผลิตในระบบปิด ก่อนลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วเพื่อคงคุณภาพ สามารถเก็บในอุณหภูมิ 2-6 องศาเซลเซียสได้นานประมาณ 5-6 วัน เหมาะกับคนทำงานหรือคนเมืองที่ต้องการซื้อแล้วอุ่นรับประทานได้ทันที

กล่องสีขาว สำหรับสายวางแผนและชอบซื้อตุน
ผู้ที่นิยมซื้ออาหารเก็บไว้หลายวันน่าจะคุ้นเคยกับกล่องสีขาว ซึ่งเป็นอาหารแช่แข็งที่สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียสได้นานถึง 6 เดือน ช่วยให้มีอาหารพร้อมรับประทานติดบ้านไว้เสมอ และลดความถี่ในการออกไปจับจ่าย
กล่องสีเขียว สำหรับคนใส่ใจสุขภาพ
กระแสรักสุขภาพยังคงเติบโตต่อเนื่อง ทำให้เมนูในกล่องสีเขียวถูกออกแบบโดยคำนึงถึงคุณค่าทางโภชนาการเป็นหลัก ทั้งการควบคุมโซเดียม ปริมาณพลังงานประมาณ 400-500 กิโลแคลอรีต่อมื้อ พร้อมให้สารอาหารที่สมดุล เหมาะกับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพโดยไม่ต้องเสียเวลาทำอาหารเอง

กล่องสีทอง สำหรับมื้อพิเศษ
สำหรับผู้ที่อยากยกระดับมื้ออาหารขึ้นอีกขั้น กล่องสีทอง (Gold Selection) ภายใต้แบรนด์ EZYGO นำเสนอเมนูระดับพรีเมียมที่ใช้วัตถุดิบคัดสรรและพัฒนาสูตรโดยเชฟมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารทะเลหรืออาหารสไตล์ตะวันตก เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากอาหารพร้อมรับประทานทั่วไป
นอกจากการแบ่งประเภทด้วยสีของบรรจุภัณฑ์แล้ว เทรนด์อาหารของคนไทยก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน แม้เมนูยอดนิยมอย่างข้าวกะเพรายังคงครองใจผู้บริโภค แต่กระแสซีรีส์ต่างประเทศ โซเชียลมีเดีย และคอนเทนต์ด้านอาหาร ทำให้ผู้คนเปิดรับรสชาติใหม่ ๆ จากทั่วโลกมากขึ้น

ซีพีแรมนำเทคโนโลยี Data Analytics มาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อต่อยอดเป็นเมนูที่กำลังได้รับความนิยม เช่น ข้าวหมูสามชั้นย่างซอสบูลดัก ฮอตคิมบับที่ปรับรสชาติให้เข้ากับคนไทย รวมถึงอาหารญี่ปุ่นอย่างโอนิกิริ ซูชิโรล ซูชิเซ็ต ข้าวหน้าหมูย่างเกลือ และเมนูนานาชาติอีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งผ่านการพัฒนาโดยทีมวิจัยและพัฒนากว่า 200 คน

เทรนด์การบริโภคอย่างยั่งยืนและการลดการรับประทานเนื้อสัตว์ ส่งผลให้ตลาดอาหารจากพืชเติบโตต่อเนื่อง ซีพีแรมจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ VG for Love เพื่อรองรับทั้งผู้รับประทานมังสวิรัติ ผู้รับประทานเจ และกลุ่ม Flexitarian ที่เลือกลดการบริโภคเนื้อสัตว์ในบางมื้อ ให้สามารถเข้าถึงเมนูจากพืชได้สะดวกในชีวิตประจำวัน
สีของกล่องอาหารอาจดูเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ แต่เบื้องหลังคือการออกแบบที่สะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภค ตั้งแต่คนที่ต้องการความรวดเร็ว คนที่ชอบวางแผนการกินล่วงหน้า ไปจนถึงผู้ที่ใส่ใจสุขภาพหรือมองหาประสบการณ์ใหม่บนโต๊ะอาหาร
ในวันที่ไลฟ์สไตล์ของผู้คนมีความหลากหลายมากขึ้น การพัฒนาอาหารพร้อมรับประทานจึงไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องรสชาติ แต่รวมถึงการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การคิดค้นเมนูใหม่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการรักษาคุณภาพอาหารให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกมิติ ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่
Tag:
ซีพีแรม, อาหารพร้อมทาน, อาหารแช่แข็ง
ความคิดเห็น