อาหารคือศิลปะที่ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟ็กต์ในแบบเจมส์ แอนโฟเน่ เจ้าของช่อง “James Anfone Channel”

วันที่ 19 มิถุนายน 2569  210 Views

TH
EN
CN

จากเด็กชายลูกดาราที่เราเห็นผ่านหน้าจอมานานกว่า 30 ปี วันนี้ เจมส์ แอนโฟเน่ เติบโตสู่บทบาทอินฟลูเอนเซอร์เจ้าของช่อง “James Anfone Channel” ที่มีผู้ติดตามกว่า 600K ด้วยน้ำเสียงทุ้ม นุ่ม และวิธีเล่าเรื่องที่ชวนให้คนหยุดฟังทุกครั้งที่พูด

อาหารคือศิลปะที่ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟ็กต์ในแบบเจมส์ แอนโฟเน่  เจ้าของช่อง “James Anfone Channel”

เจมส์เล่าว่าเขาหยิบเรื่องรอบตัวและประเด็นสังคมมาเล่าผ่านการทำอาหารในสไตล์เรียบง่ายแต่ชวนคิด ผสมทักษะการตัดต่อจากที่เคยเรียนด้านภาพยนตร์มา โดยตั้งใจลงคลิปประมาณสัปดาห์ละ 4 คลิป ขึ้นอยู่กับแรงบันดาลใจในแต่ละวัน “ทีมงานเบื้องหลังมีคนเดียวคือ ‘เจมส์’ ครับ ตั้งแต่คิดไอเดีย เขียนบท ซื้อวัตถุดิบ ทำอาหาร ถ่ายคลิป ไปจนถึงตัดต่อ เรียกว่าทำเองทุกขั้นตอน ยกเว้นอย่างเดียวที่ไม่ทำคือ ‘ล้างจาน’” (หัวเราะ)

เขาเล่าว่าขั้นตอนที่ยากและใช้เวลาที่สุดคือ “เขียนบท” โดยเฉพาะประโยคเปิดที่ต้องดึงคนดูให้อยู่ตั้งแต่วินาทีแรก เพราะโลกของติ๊กต็อกต้องเร็ว กระชับ และน่าสนใจทันที ช่วงแรกคลิปมียอดดูแค่หลักร้อยซึ่งเขามองว่าเป็นเรื่องปกติ ก่อนที่คลิปประมาณลำดับที่ 5-6 จะเริ่มไวรัล และพาช่องเติบโตแบบก้าวกระโดด

เราถามว่า ดังแล้วเปลี่ยนไปไหม? เขายอมรับว่ามีบางมุมที่เปลี่ยนบ้าง อย่างความขี้เล่นหรือมุกที่แพรวพราวขึ้น แต่ลึกๆ กว่า 90% ยังเป็นคนเดิม แม้ช่องจะเข้าสู่ปีที่ 2 เขาก็ยังทำเองแทบทุกขั้นตอน และไม่ได้ตั้งใจให้ช่องนี้เป็นธุรกิจมากนัก แต่อยากให้เป็น “พื้นที่เล่าเรื่อง” และ “งานศิลปะ” ที่ได้ปล่อยไอเดียและทำในสิ่งที่รัก เพราะสำหรับเขา แค่ได้สร้างสรรค์อย่างมีความสุขก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

ดังเพราะเป็นลูกดาราหรือเปล่า? เจมส์ตอบตรงๆ ว่า “ส่วนหนึ่งก็อาจใช่ครับ” เขายอมรับว่าชื่อเสียงของครอบครัวทำให้คนรู้จักเร็วขึ้น แต่สุดท้ายแล้วถ้าคนดูรู้สึกว่าเนื้อหาหรือวิธีพูดไม่เข้าหู ก็คงไม่เลือกติดตามต่อ ดังนั้นคนที่ยังอยู่และติดตามกันจนถึงวันนี้ เขามองว่าน่าจะเป็นเพราะชอบความคิดเชิงบวก วิธีมองโลก และการใช้ชีวิตในแบบเจมส์ ในขณะที่อีกหลายคนอาจตกหลุมรักความขี้เล่น และเสน่ห์กวนๆ ที่เป็นธรรมชาติ รวมถึงน้ำเสียงทุ้ม นุ่ม ฟังเพลิน ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเหมือนกัน

“สิ่งที่เจมส์อยากสื่อสารกับคนดูที่สุดคือ ‘ความเป็นตัวของตัวเอง’ หากรู้สึกว่าเรื่องไหนควรถูกพูดถึง ก็จะเล่าในมุมของตัวเองโดยไม่ชี้นำใคร คอมเมนต์ทั้งดีและลบผมมองเป็นเรื่องปกติ บางอันปล่อยผ่าน บางอันต่อยอดเป็นคอนเทนต์ใหม่ อยากใช้พื้นที่นี้ส่งพลังบวกมากกว่าสร้างดราม่า” ก่อนทิ้งท้ายแบบติดตลกว่า “แต่ถ้าเกินเบอร์ไปผมสู้กลับนะครับ” พร้อมยอมรับว่าข้อดีของการโตมากับสื่อคือการรับมือกับคำวิจารณ์ได้อย่างดี

เจมส์เล่าว่าเขาชอบทำอาหารมาตั้งแต่อายุ 13 ปี ทำต่อเนื่องเรื่อยมา จนทุกวันนี้เจ้าตัวมักทำอาหารหม้อใหญ่ไว้ที่บ้าน อย่างสปาเกตตีจะทำทีละเยอะๆ ด้วยความที่เป็นครอบครัวใหญ่ ใครหิวก็เดินมาตักกินได้เลย ส่วนเวลาถ่ายคลิปถ้าคุณพ่อคุณแม่อยู่บ้านก็แวะมาชิมบ้าง “ท่านชอบบอกว่าติดเค็ม” เขาเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

สำหรับเจมส์ “อาหาร” คือศิลปะและช่วงเวลาแห่งสมาธิ ทุกครั้งที่เข้าครัวคือการได้อยู่กับสิ่งที่รัก เมนูที่ทำบ่อยคือสปาเกตตี เพราะง่ายและเข้าถึงได้ เจ้าตัวย้ำว่าไม่ได้เป็นเชฟหรือทำช่องสอนทำอาหาร แค่อยากแชร์เมนูง่ายๆ และเล่าเรื่องให้คนดูฟัง จนหลายคนแซวว่าต้องดูคลิป 2 รอบ รอบแรกฟังเรื่องเล่า รอบสองค่อยกลับมาดูว่าใส่อะไรไปบ้าง เขาเล่าขำๆ ว่าบางคลิปก็ไม่ได้เพอร์เฟ็กต์ เคยทำแกงมัสมั่นพัง กะทิใสจนกินไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นคลิปไวรัล เจมส์บอกว่าสำหรับเขา คอนเทนต์ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟ็กต์ แค่นำเสนอความจริงใจก็พอ

อาหารคือศิลปะที่ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟ็กต์ในแบบเจมส์ แอนโฟเน่  เจ้าของช่อง “James Anfone Channel”

ตอนนี้เจมส์โฟกัสกับการทำช่องติ๊กต็อกเป็นหลัก เวลาว่างชอบอ่านหนังสือ ดูยูทูบยาวๆ และออกไปเจอผู้คนตามงานอีเวนต์ เพราะทำให้ได้เจอแฟนคลับที่มีแนวคิดคล้ายกันจนกลายเป็นคอมมูนิตีเล็กๆ ที่คอยให้กำลังใจกัน เขายังแซวตัวเองขำๆ ว่านี่คงเป็นอาชีพที่ได้กอดผู้ชายเยอะมาก เพราะรู้สึกได้ว่าคนยุคนี้เหงากันมากขึ้น และการได้เจอ พูดคุย หรือทักทายกัน ก็ช่วยเติมพลังใจให้ทั้งคนดูและตัวเขาเองเหมือนกัน ชาเลนจ์ต่อไปเจมส์เผยว่าเริ่มมีไอเดียอยากเปิดฟู้ดทรักตามงานอีเวนต์ หลังแฟนคลับหลายคนอยากลองชิมอาหารฝีมือเขาจริงๆ โดยตั้งใจขายเมนูที่ชอบทำอย่างสปาเกตตี แซนด์วิช และเครปเย็นสไตล์ญี่ปุ่น

ถ้าทุกอย่างลงตัวเราอาจได้เห็นโปรเจ็กต์นี้เร็วๆ นี้ก็ได้

เอื้อเฟื้อสถานที่ : Chongdee Teahouse สาขาเมกาบางนา


Tag: Special Guest, อินฟลูเอนเซอร์

เรื่องโดย

ความคิดเห็น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed