หลายคนอาจโฟกัสแค่เรื่องฮีทสโตรกในช่วงอากาศร้อนจัด แต่ความจริงแล้ว “อาการท้องเสีย” ก็เป็นอีกหนึ่งภัยใกล้ตัวที่มากับอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพราะความร้อนคือปัจจัยสำคัญที่เร่งการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในอาหาร ทำให้อาหารที่เราคิดว่าปลอดภัย อาจกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคโดยไม่รู้ตัว

โดย พญ.อุไรวรรณ สิมะพิเชฐ อายุรแพทย์โรคระบบตับและทางเดินอาหาร จาก โรงพยาบาลวิมุต อธิบายว่า อาการท้องเสียในหน้าร้อนมักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเชื้อที่พบบ่อย ได้แก่
- Vibrio จากอาหารทะเลกึ่งสุกกึ่งดิบ
- Salmonella จากเนื้อสัตว์ ไข่ดิบ หรือนมที่ฆ่าเชื้อไม่สะอาด
- E. coli จากน้ำดื่มและผักผลไม้ล้างไม่สะอาด
- Staphylococcus aureus ที่สามารถสร้างสารพิษในอาหารที่วางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง
รวมถึงไวรัสอย่าง Norovirus และ Rotavirus ที่อาจปนเปื้อนมากับน้ำแข็งหรือการสัมผัสที่ไม่สะอาด
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ อาหารปรุงสุกแล้วปลอดภัย 100% แต่ในความเป็นจริง อาหารที่ปรุงสุกแล้ว หากวางทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง ก็มีโอกาสเสียได้ เพราะเชื้อบางชนิดสามารถสร้างสารพิษที่ทนความร้อน ซึ่งแม้จะนำมาอุ่นซ้ำก็ไม่สามารถกำจัดได้หมด
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจาก การปนเปื้อนข้าม (Cross-contamination) จากการใช้อุปกรณ์ร่วมกันระหว่างของดิบและของสุก การเก็บอาหารไม่เหมาะสม รวมไปถึง สารเคมีตกค้างในวัตถุดิบ

5 เมนูยอดฮิตที่ควรระวังในหน้าร้อน
เมนูใกล้ตัวบางอย่างอาจเสี่ยงกว่าที่คิด โดยเฉพาะเมื่อวางทิ้งไว้นาน
- ข้าวมันไก่ / ข้าวหมูแดง : เสี่ยงที่น้ำจิ้มและน้ำราดบูดง่าย
- อาหารกะทิ เช่น แกงเขียวหวาน ขนมหวาน : เสียง่ายในอากาศร้อน
- ผักสด / สลัด : หากล้างไม่สะอาดอาจมีเชื้อปนเปื้อน
- อาหารทะเลกึ่งสุกกึ่งดิบ : เสี่ยงเชื้อ Vibrio สูง
- ข้าวผัดค้างคืน : อาจมีเชื้อ Bacillus cereus ที่ทนความร้อน
ทำไมกินเมนูเดียวกัน แต่ท้องเสียไม่เหมือนกัน?
แม้จะกินอาหารจานเดียวกัน แต่ร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่างกัน เช่นบางคนภูมิต้านทานดีก็อาจทนได้มากกว่า หรือบางคนอาจไม่ได้ท้องเสียจากเชื้อโรคโดยตรง แต่เกิดจากการที่ร่างกายไวต่อสารบางชนิด เช่น แลคโตสในนม หรือแคปไซซินในพริก นอกจากนี้ถ้ากินอาหารจานเดียวกัน แต่เราไปตักโดยส่วนที่มีเชื้อปนเปื้อนมาก ๆ ก็มีโอกาสท้องเสียได้มากกว่า ทำให้แม้จะกินเมนูเดียวกันก็อาจไม่ได้ท้องเสียทุกคน

อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์
- อาการท้องเสียทั่วไปคือถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้ง/วัน แต่หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ทันที
- ไข้สูงเกิน 38.5°C
- อาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้
- ถ่ายมีมูกหรือเลือด
- ปวดท้องรุนแรง
- มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หน้ามืด
- อาการไม่ดีขึ้นภายใน 48 ชั่วโมง
และไม่ควรซื้อยาหยุดถ่าย มากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

กินอะไรดีเมื่อท้องเสีย?
แนะนำอาหารย่อยง่ายตามหลัก BRAT Diet
- กล้วยน้ำว้า
- ข้าวต้ม โจ๊ก ข้าวขาว
- แอปเปิลปอกเปลือก / ซอสแอปเปิล
- ขนมปังปิ้งไม่ทาเนย
ควรหลีกเลี่ยง
- นมและผลิตภัณฑ์นม
- อาหารมันจัด รสจัด
- อาหารไฟเบอร์สูง
- คาเฟอีนและแอลกอฮอล์
ป้องกันง่าย ๆ ด้วย “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

วิธีดูแลตัวเองให้ห่างไกลท้องเสียในหน้าร้อน
- กินอาหารปรุงสุกใหม่
- ไม่วางอาหารทิ้งไว้นาน
- เก็บอาหารเข้าตู้เย็นทันทีเมื่อกินไม่หมด
- อุ่นอาหารซ้ำเพียงครั้งเดียวด้วยความร้อนสูง
- แยกอุปกรณ์ของดิบและของสุก
- ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร
แม้อาการท้องเสียจะดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากปล่อยไว้ก็อาจรุนแรงได้ การเลือกกินอย่างระมัดระวังและใส่ใจสุขอนามัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในช่วงหน้าร้อนนี้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก โรงพยาบาลวิมุต
Tag:
การดูแลสุขภาพ, ผู้บริโภค
ความคิดเห็น