หากใครเคยไปเดินเล่นย่านเมืองเก่าของภูเก็ต คงคุ้นกับ Torry’s ร้านไอศกรีมสีชมพูในตึกชิโนโคโลเนียลของ คุณทอรี่ วงศ์วัฒนกิจ ที่ไม่ใช่แค่ร้านไอศกรีมธรรมดา แต่เป็นเหมือน Living Museum เล่าเรื่องวัฒนธรรมของภูเก็ต ทั้งวิถีชีวิต การแต่งกาย ขนมพื้นเมืองผ่านไอศกรีมโฮมเมด


“เพราะภูเก็ตร้อน เราจึงขายไอศกรีม”
เหตุผลเรียบง่ายที่ทำให้ คุณทอรี่ และพี่สาวซึ่งต่างใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนกลับมาเปิดร้านไอศกรีมที่บ้านเกิดเมื่อ 11 ปีก่อน คุณทอรี่เคยเรียนทำไอศกรีมจาก Berkey Creamery ที่ Penn State University สหรัฐอเมริกา ส่วนพี่สาวอยู่เบื้องหลังคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ทุกขั้นตอน ร้านไอศกรีมจึงเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจที่ว่าอยากทำธุรกิจที่มีคุณค่า ไม่ใช่แค่เรื่องกำไร โดยนำอัตลักษณ์ของบ้านเกิดมาเล่าผ่านไอศกรีม ประเดิมด้วยเทศกาลกินเจ กับไอศกรีมวีแกน 30 รสชาติ และได้การต้อนรับอย่างดีเยี่ยมจนเปิดร้านสีชมพูขึ้นมาในที่สุด

“ไอศกรีมของเราจะสะท้อนความเป็นภูเก็ต เรานำขนมพื้นเมืองกลับมาเล่าใหม่ เพราะตอนนี้คนไม่ค่อยนิยมกินแล้ว จะทำอย่างไรให้เขากลับมาสนใจก็เลยทำเป็นไอศกรีม กินแล้วนึกย้อนไปถึงรสชาติของขนมสมัยเด็ก ผู้ใหญ่เองก็อยากรู้ว่าการเอาขนมมาทำไอศกรีม รสชาติจะเป็นอย่างไร

“ล่าสุดภูเก็ตจัดงานไหว้เทวดา เราก็ทำไอศกรีมรสผลไม้บนโต๊ะไหว้ซึ่งมีความหมายมงคล มีป้ายให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวว่าเมื่อก่อนคนอพยพมาจากเมืองจีนด้วยเรือสำเภา เงยหน้าไปเห็นแค่ท้องฟ้า สิ่งที่ทำได้มีเพียงการขอพรจากเทวดาให้เดินทางถึงแหลมจังซีลอนอย่างปลอดภัย”

อะไรซ่อนอยู่ใน Torry’s
เราชอบที่ Torry’s ใส่ความ Magical ในแบรนด์ด้วย ตั้งแต่ป้าย Torry ’s Phuket Wonders หน้าร้านที่ชวนเข้าไปสู่อีกโลก โลโก้ที่มองเผินๆ เหมือนเป็นแบรนด์จากต่างแดน แต่ซ่อนความเป็นภูเก็ตเอาไว้ผ่านคาแรกเตอร์ลายเส้นสวย จระเข้สวมชุดนายเหมือง เป็นตัวแทนคุณพ่อที่เกิดในตระกูล “เข้” ซึ่งหมายถึงจระเข้ ส่วนคุณแม่ผู้อยู่เบื้องหลังไอศกรีมรสบี๊โก่หมอย แทนด้วยแมว สวมชุดบาบ๋าที่กำลังทำขนมอยู่ในครัว
พี่สาวของคุณทอรี่แทนด้วยนก สวมชุดครุยหรือชุดเจ้าสาวพื้นเมือง สวมมงกุฎดอกไม้ไหวและเครื่องประดับกรรไสย ข้างๆ มีโต๊ะวางชุดน้ำชายามบ่ายแบบภูเก็ต สตาฟของที่ร้านแทนด้วยภูเก็ตล็อบสเตอร์ 7 สี ที่กำลังง่วนอยู่กับตู้ไอศกรีมโบราณ ส่วนคุณทอรี่แทนด้วยแพะ สวมชุดนักเรียนนอก มีลูกโลกและเรือสื่อถึงการเดินทาง บนปกเสื้อติด “ปิ่นตั่ง” เครื่องประดับของคนภูเก็ต

ต่าวซ้อ-ซี่ต่าวซ้อ-บี๊โก่หมอย : ขนมพื้นเมืองในไอศกรีม
คุณทอรี่เปรียบเทียบความยากในการทำไอศกรีมว่าเหมือนการเรียนเคมี บางครั้งจุดเยือกแข็งไม่เท่ากัน หรือบางครั้งขนมในไอศกรีมแข็งเกินไป จึงต้องพัฒนาสูตรไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลงตัวที่สุด ขนมพื้นเมืองเด่นๆ ที่อยากแนะนำให้รู้จักคือ ต่าวซ้อ ซี่ต่าวซ้อ และ บี๊โก่หมอย ซึ่งที่ร้านทำเอง
“ต่าวซ้อ มาจากคำว่า ‘ต่าว’ แปลว่าถั่ว ‘ซ้อ’ หมายถึงขนมอบกรอบ ต่าวซ้อจึงเป็นขนมอบทรงกลม ขนาดพอดีคำ ไส้ทำจากถั่วเขียวเราะเปลือกครับ” ส่วน ซี่ต่าวซ้อ ที่ออกเสียงคล้ายกัน มีอีกชื่อว่าขนมหน้าแตก หน้าตาคล้ายคุกกี้ (ซี่ เพี้ยนมาจากคำว่า ‘ชุ่ย/ซุ่ย’ ซึ่งแปลว่าร่วนซุย) โดยที่ร้านเพิ่มความกรุบกรอบและความมันด้วยถั่วแมกคาเดเมียและนำมาทำไอศกรีมรส Phuket Cookies n’ Cream ซึ่งขายดีมาก

ส่วน บี๊โก่หมอย ซิกเนเจอร์ของทางร้านมาจาก “บี๊โก่” คือขนมหวานที่ทำมาจากข้าว และ “หมอย” แปลว่าต้ม เมื่อมารวมกันจึงเป็นข้าวเหนียวเปียกดำที่คุณแม่ของคุณทอรี่ทำทุกขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมกะทิอัญชันในกระทะสีทองที่นำกลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้ด้วย

อีกเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้ ที่ผ่านมาคุณทอรี่พาไอศกรีมไปคอลแลบกับแบรนด์ระดับโลกมามากมายไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Christian Louboutin, YSL, Celine, Cartier, Tiffany & Co ฯลฯ รวมถึงปีก่อนเรายังได้เห็นการร่วมงานกับ CP ALL พาบี๊โก่หมอยของภูเก็ตไปเป็นไส้แซนด์วิชวางขายใน 7-eleven ทั่วประเทศ และยังมีโปรเจ็กต์ใหญ่อีกมากมายรออยู่
มารอฟังข่าวดีไปด้วยกัน
สั่งซื้อไอศกรีมและขนมพื้นเมืองของ Torry’s ผ่าน www.torrys.com และ Line Shopping จัดส่งทั่วประเทศ
Tag:
Special Guest, ภูเก็ต, ร้านไอศกรีม, ไอศกรีม
ความคิดเห็น