เครื่องบรรจุอัตโนมัติคืออะไร มีกี่ประเภท เลือกใช้งานอย่างไร

วันที่ 5 มิถุนายน 2567  713 Views

สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม การเลือกใช้เครื่องจักรในกระบวนการผลิตมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะทำให้การผลิตมีความรวดเร็ว ถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารคือการบรรจุภัณฑ์ ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับเครื่องบรรจุอัตโนมัติกันเลย

เครื่องบรรจุอัตโนมัติคืออะไร มีกี่ประเภท เลือกใช้งานอย่างไร

เครื่องบรรจุอัตโนมัติคืออะไร
เครื่องบรรจุอัตโนมัติ คือเครื่องจักรที่ใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ลงในบรรจุภัณฑ์ หรือหีบห่อต่างๆ โดยทำงานอัตโนมัติ ช่วยลดแรงงานคน และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เครื่องบรรจุอัตโนมัติมีหลายประเภท ได้แก่

  1. เครื่องบรรจุแบบหนึบ (Vacuum Packaging Machine) ใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์โดยดูดอากาศภายในบรรจุภัณฑ์ออก เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา
  2. เครื่องบรรจุแบบผนึกพลาสติก (Form Fill Seal Machine) ใช้สำหรับบรรจุและผนึกซองพลาสติกแบบต่าง ๆ เช่น บรรจุของเหลว ผง หรือกึ่งแข็ง
  3. เครื่องบรรจุแบบกล่องกระดาษ (Cartoning Machine) ใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ลงในกล่องกระดาษ เหมาะสำหรับอาหารพร้อมรับประทาน
  4. เครื่องบรรจุแบบขวด (Bottle Filling Machine) ใช้สำหรับบรรจุของเหลวลงในขวดแก้ว หรือขวดพลาสติก
  5. เครื่องบรรจุแบบกระป๋อง (Canning Machine) ใช้สำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ลงในกระป๋องเหล็กหรืออะลูมิเนียม

5 เคล็ดลับเครื่องบรรจุอัตโนมัติเลือกใช้งานอย่างไร

  1. พิจารณาประเภทผลิตภัณฑ์ เช่น ของแห้ง ของเหลว หรือกึ่งแข็ง เพื่อเลือกเครื่องบรรจุที่เหมาะสม สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภทของแห้ง เช่น ข้าวโพด ขนม ควรเลือกเครื่องบรรจุแบบถุงหรือซอง ผลิตภัณฑ์ประเภทของเหลว เช่น นมพร้อมดื่ม น้ำผลไม้ เครื่องดื่มชนิดต่างๆ เหมาะกับเครื่องบรรจุแบบขวด สำหรับผลิตภัณฑ์กึ่งแข็ง เช่น ยำ แกงกระป๋อง เนื้อสัตว์กระป๋อง ควรใช้เครื่องบรรจุแบบกระป๋อง
  2. คำนึงถึงปริมาณการผลิต ถ้าต้องการผลิตในปริมาณมาก ควรเลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง สำหรับโรงงานผลิตขนาดใหญ่ที่ต้องการผลิตในปริมาณมาก ควรเลือกเครื่องบรรจุอัตโนมัติขนาดใหญ่ มีความเร็วในการผลิตสูง แต่ถ้าเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ที่ผลิตในปริมาณไม่มากนัก อาจเลือกเครื่องบรรจุขนาดเล็ก ประหยัดพื้นที่และต้นทุนได้
  3. ศึกษาขนาดและรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ เพื่อเลือกเครื่องที่สามารถรองรับได้ บรรจุภัณฑ์ทรงกระบอก เช่น กระป๋อง ขวด จะต้องเลือกเครื่องบรรจุที่เหมาะสมกับขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง และบรรจุภัณฑ์แบบซอง ถุง ต้องเลือกเครื่องบรรจุที่สามารถรองรับขนาดความกว้างและยาวได้อย่างพอดีพอเหมาะ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนัก ความหนาของบรรจุภัณฑ์ด้วย เพื่อให้เครื่องบรรจุสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. คำนวณต้นทุนการลงทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุนพิจารณาราคาเครื่องบรรจุ ค่าติดตั้ง ค่าบำรุงรักษา ค่าแรงงาน รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เปรียบเทียบกับการจ้างแรงงานคนในกรณีไม่มีเครื่องจักร วิเคราะห์ระยะเวลาคืนทุน เพื่อประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน
  5. พิจารณาคุณสมบัติและฟังก์ชันการทำงานของเครื่อง เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานมากที่สุด ระบบควบคุมการทำงาน ควรเลือกเครื่องที่มีระบบอัตโนมัติสมบูรณ์ หรือควบคุมด้วยระบบดิจิทัลได้ ความสามารถในการตรวจสอบและคัดแยกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ความปลอดภัยของอุปกรณ์ ควรเป็นไปตามมาตรฐานโดยมีฝาครอบป้องกันชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้ ความสามารถในการรองรับการปรับเปลี่ยนหรือขยายกำลังการผลิตในอนาคต

ด้วยการพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ ผู้ประกอบการจะสามารถเลือกใช้งานเครื่องบรรจุอัตโนมัติที่เหมาะสมกับประเภทผลิตภัณฑ์ ปริมาณการผลิต งบประมาณ ตลอดจนวัตถุประสงค์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด


Tag: อุตสาหกรรม

เรื่องโดย

ความคิดเห็น

Editor’s Pick

Recent

Most Viewed