5 พิกัดชมงานสตรีทอาร์ตทั่วกรุงเทพฯ เที่ยวง่าย ถ่ายรูปสวย

วันที่ 28 ตุลาคม 2564  407 Views
นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับที่ 255 เดือนตุลาคม 2564

สตรีทอาร์ตเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพและความคิดสร้างสรรค์อย่างไม่จำกัด ไม่ใช่แค่นั้น ทุกวันนี้สตรีทอาร์ตยังทำหน้าที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางเสาะแสวงหา จึงไม่แปลกที่แทบจะทุกๆ เมืองทั่วโลกจะมีงานศิลปะแขนงนี้ปรากฏอยู่ตามมุมต่างๆ เพื่อคอยเรียกแขก ในกรุงเทพมหานครเองก็มีมุมที่ว่านี้อยู่ไม่น้อย ที่รอคอยให้ทุกคนแวะเวียนมาเก็บภาพความประทับใจกันได้ตลอดเวลา

1. คลองโอ่งอ่าง
กลายเป็นหนึ่งในพิกัดน่าเดินเล่นแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ นับตั้งแต่การพลิกภาพสะพานเหล็กที่เคยอุดอู้กลายเป็นลำคลองใจกลางเมืองที่มีชีวิตชีวา หนึ่งในสีสันที่แต่งแต้มคลองโอ่งอ่างให้น่าเดินเที่ยวชมมากยิ่งขึ้นก็คืองานสตรีทอาร์ตนี่เอง

คลองโอ่งอ่าง

คลองโอ่งอ่าง

งานภาพวาดริมทางเดินคลองโอ่งอ่างมาจากการสร้างสรรค์โดยฝีมือของกลุ่มศิลปินชาวไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง  ไม่ว่าจะเป็น ALEX FACE, Bigdel, Pakorn BNA, กลุ่ม Happening, Asin, Joker EB, Bonus TMC และ Mauy&MSV

คลองโอ่งอ่าง

คลองโอ่งอ่าง

ด้วยรากเหง้าดั้งเดิมของพื้นที่แห่งนี้ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างวัฒนธรรมไทย จีน และอินเดีย สตรีทอาร์ตที่คลองโอ่งอ่างจึงเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตผู้คนที่อยู่อาศัยในแถบสำเพ็ง เวิ้งนาครเขษม รวมถึงสะพานหัน บอกเล่าเรื่องราวผ่านการขายผ้า ขายเพชรพลอย เครื่องดนตรี เกม และโมเดลตัวการ์ตูน ซึ่งเป็นการทำมาหากินของคนในละแวกนี้มาตั้งแต่อดีตจวบจนถึงทุกวันนี้

2. เจริญกรุง
นับตั้งแต่ TCDC (ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ) ก้าวเข้ามาประจำการ ณ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก จนเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการบุกรุก (BUKRUK) ที่ขนเอาศิลปินทั้งไทยและต่างชาติมาเนรมิตพื้นที่ย่านเจริญกรุงให้กลายเป็นศูนย์กลางงานศิลปะอย่างเต็มตัว

เจริญกรุง

เริ่มต้นได้ที่บริเวณซอยเจริญกรุง 32 ติดกับที่ทำการไปรษณีย์กลางก็จะพบกับงานศิลปะบนกำแพงทั้งสองฝั่ง โดยซอยนี้จะเชื่อมต่อกับพื้นที่ Warehouse 30 คอมมูนิตีที่มีทั้งร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านขายสินค้างานสร้างสรรค์ ไปจนถึงแกลเลอรี ซึ่งสามารถเดินลัดไปยังซอยเจริญกรุง 30 ได้อีกด้วย

เจริญกรุง

เจริญกรุง

หนึ่งในไฮไลต์ของซอยเจริญกรุง 30 นั้น นอกจากจะเป็นภาพวาดลายเส้นบนกำแพงของโรงแรม P&R แล้ว ยังมีอีกหนึ่งงานศิลปะบนกำแพงของสถานทูตโปรตุเกสที่มีชื่อว่า วิลส์ (Vhils) โดยอเล็กซานเดอร์ ฟาร์โต ศิลปินชาวโปรตุเกส ที่แปลกตาไม่ซ้ำใคร เพราะไม่ใช่งานศิลปะที่เกิดจากการพ่นสีลงบนกำแพง แต่เป็นการกระเทาะพื้นผิวส่วนนอกของกำแพงออกจนเป็นลวดลายที่โดดเด่น กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตรอกกัปตันบุชมาตั้งแต่ปี 2017

3. ตลาดน้อย
ย่านจีนเก่าแก่นี้เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งในห้วงเวลาเดียวกับย่านเจริญกรุง ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งคั่นกลางระหว่างบางรักและไชน่าทาวน์อันเปี่ยมด้วยเรื่องราวประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ทำให้ตลาดน้อยกลายเป็นอีกหนึ่งย่านเก่าที่คนรุ่นใหม่ถวิลหา

ตลาดน้อย

ตึกแถวอายุเหยียบร้อยปีในตลอดน้อยกลายเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีใครเหมือน ในตรอกซอกซอยอันคดเคี้ยวมีอัญมณีซ่อนอยู่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ เก๋งจีน โซว เฮง ไถ่ บ้านชาวจีนฮกเกี้ยนหลังสุดท้ายที่ยังคงอนุรักษ์ไว้จนทุกวันนี้

ตลาดน้อย

ตลาดน้อย

ด้วยการเข้ามาของโครงการบุกรุก (BUKRUK) เพื่อปรับเปลี่ยนโฉมหน้าย่านเก่าให้กลายเป็นย่านสร้างสรรค์ ตึกแถวในตลาดน้อยจึงได้รับการปะแป้งแต้มสีเสียใหม่ จนกลายเป็นหนึ่งในพิกัดชมสตรีทอาร์ตอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ที่มีภาพวาดสะท้อนวิถีชีวิตลูกหลานคนไทยเชื้อสายจีนที่ยังคงสืบทอดวัฒนธรรมและสายสัมพันธ์ไว้อย่างเหนียวแน่น

4. ชุมชนหัวตะเข้
มุ่งหน้าออกไปยังชานเมือง ดินแดนในย่านลาดกระบังนั้นไม่ได้มีแค่มหาวิทยาลัยชื่อดัง และไม่ได้อยู่ใกล้แค่สนามบิน บริเวณริมคลองประเวศบุรีรมย์อันเงียบสงบนั้นเป็นที่ตั้งของชุมชนเก่าแก่นับร้อยปีที่มีชื่อว่า “ชุมชนหัวตะเข้” ที่เป็นทั้งตลาดเก่าและบ้านไม้ริมคลอง ราวกับว่ากาลเวลาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานที่แห่งนี้ได้เลย

ชุมชนหัวตะเข้

ชุมชนหัวตะเข้กลายมาเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างเสน่ห์วันวานและปัจจุบัน ด้วยสภาพบ้านเรือนที่ให้บรรยากาศย้อนยุคราวกับไม่ได้อยู่ในเขตกรุงเทพฯ แต่กลับสอดแทรกไปด้วยการเข้ามาของคนรุ่นใหม่ ภายในตลาดจึงมีทั้งร้านอาหารที่อยู่คู่ชุมชนมาช้านานสลับไปกับคาเฟ่และเกสต์เฮาส์ที่คนรุ่นใหม่นิยมชมชอบ รวมไปถึงสีสันของงานศิลปะตามกำแพงที่มีพระเอกเป็นจระเข้ สอดคล้องกับชื่อของชุมชน ประดับประดาอยู่ตามกำแพง

ชุมชนหัวตะเข้

อันที่จริงแล้วศิลปะนั้นมีเรื่องราวความเป็นมาอยู่คู่กับชุมชนมานาน ด้วยเหตุผลหนึ่งคือชุมชนนั้นตั้งอยู่ไม่ไกลจากวิทยาลัยช่างศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ตลาดแห่งนี้จึงเป็นทั้งแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ให้นักเรียนศิลปะมานั่งวาดรูปเล่น และยังเป็นที่ตั้งของบ้านสามครู พื้นที่ที่เปิดให้คนเข้ามาใช้เวลากับงานศิลปะได้อย่างเต็มที่

5. ล้ง 1919
ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรีกลายเป็นพิกัดของคนรุ่นใหม่ที่น่าจับตามองขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ The Jam Factory คอมมูนิตีศิลปะเริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้นมา จากนั้นก็ตอกย้ำกันอีกรอบด้วย ล้ง 1919 ศูนย์การค้าแนวใหม่ที่เกิดขึ้นมาจากการรีโนเวตอาคารสถาปัตยกรรมจีนทั้งหมด โดยส่วนหนึ่งนั้นเคยเป็นโกดังเก่าของตระกูลหวั่งหลี เจ้าของพื้นที่ และศาลเจ้าหม่าโจวอันเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนในย่านคลองสาน

ล้ง 1919

ตัวอาคารก่ออิฐถือปูนเชื่อมต่อกันสามด้าน เป็นลักษณะนิยมเมื่อสมัยรัชกาลที่ 3 ปรากฏร่องรอยงานศิลปะลายเส้นจีนบนฝาผนังอยู่ตามวงกบหน้าต่าง ประตู ที่บอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตของชาวจีนในอดีตบางส่วน ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจนกลับมางดงามอีกครั้ง และงานศิลปะบางส่วนในพื้นที่ของล้ง 1919 ก็ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นจุดถ่ายภาพที่ไม่ว่าใครมาเยือนก็ต้องหยุดแวะเก็บภาพความประทับใจ

ล้ง 1919

พื้นที่ประวัติศาสตร์ไทย-จีนแห่งนี้ นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแกลเลอรีกลางแจ้งไว้อวดโฉมงานศิลปะจีนที่ดั้งเดิมและเก่าแก่แล้ว ยังมีร้านค้างานคราฟต์ ร้านอาหาร และอาคารจัดงานในโกดังเก่า และลานตรงกลางก็เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมที่มักจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลใหญ่ของคนไทยเชื้อสายจีนด้วย

งานศิลปะไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียงแค่เป็นอาหารตาเท่านั้น แต่สิ่งที่เป็นมากกว่าคือการร้อยเรียงประวัติศาสตร์ และความเป็นไปในแต่ละพื้นที่ ให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับเรื่องราวได้เพียงแค่เดินผ่านกำแพง


Tag: travel, สตรีทอาร์ต

เรื่องโดย

ความคิดเห็น




Editor’s Pick

Recent

Most Viewed