ความเป็นมาและเรื่องราวที่น่าสนใจของ “น้ำผึ้ง” ความหวานอันล้ำค่าจากธรรมชาติ

วันที่ 8 มีนาคม 2564  98 Views
นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับที่ 247 เดือนกุมภาพันธ์ 2564

ประวัติศาสตร์ของน้ำผึ้ง

★ ประวัติศาสตร์ของน้ำผึ้ง 
มนุษย์ใช้น้ำผึ้งเป็นสารให้ความหวานเป็นครั้งแรกในตอนไหน? หากอ้างอิงด้วยบันทึกเรื่องราวการใช้ประโยชน์จากน้ำผึ้งที่เก่าแก่ที่สุดนั้น ในเมืองวาเลนเซีย ประเทศสเปน ปัจจุบันมีการค้นพบภาพวาดบนก้อนหิน ปรากฏรูปชายหนุ่มที่กำลังปีนไปเก็บรังผึ้งบนต้นไม้ โดยมีผึ้งบินอยู่รอบๆ สันนิษฐานว่ามีอายุราว 7,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถือเป็นหลักฐานแรกที่พบว่ามนุษย์ใช้ประโยชน์จากแมลงตัวจิ๋วมาตั้งแต่โบราณ

อีกหนึ่งประวัติศาสตร์ของน้ำผึ้งที่มีบันทึกไว้ต้องย้อนเวลากลับไปที่ 2,400 ปีก่อนคริสต์ศักราช ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เพราะสำหรับชาวอียิปต์โบราณน้ำผึ้งถือเป็น “ทุกอย่าง” ตั้งแต่ทำหน้าที่เป็นสินค้าแลกเปลี่ยน นำไปปรุงอาหารให้มีรสหวาน ใช้รักษาบาดแผล จ่ายภาษี ไปจนถึงการดองศพทำมัมมี่ พวกเขาเชื่อว่า “รา” เทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์สร้างแมลงอันศักดิ์สิทธิ์นี้ขึ้นมาจากน้ำตาของพระองค์เพื่อเชื่อมต่อกับโลกหลังความตาย ยิ่งไปกว่านั้นภายในสุสานทองคำของฟาโรห์ตุตันคาเมนก็มีการค้นพบน้ำผึ้งฝังอยู่ใกล้หลุมศพพร้อมกับเหล่าเครื่องประดับล้ำค่าและไวน์ เห็นได้ว่าน้ำผึ้งเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณชาวอียิปต์อย่างแท้จริง

ในอีกมุมหนึ่งของโลก น้ำผึ้งได้รับการยกย่องให้เป็น “The Food of the Gods” ของชาวกรีก พวกเขาจึงมีวัฒนธรรมการเลี้ยงผึ้งและการผลิตน้ำผึ้งมาไม่น้อยหน้าใครๆ จวบจนทุกวันนี้ น้ำผึ้งชั้นเลิศจากเกาะธาสซอส (Thassos) จึงเป็นหนึ่งในน้ำผึ้งที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดของโลก โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมและรสหวานอันเป็นเอกลักษณ์ และในอารยธรรมของชาวไมนอสหรือไมนวน (Minoan Civilization) พบว่ามีการรังสรรค์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไวน์น้ำผึ้งหมัก (Mead) ขึ้นมาก่อนไวน์องุ่นเสียอีก ชาวกรีกเลยยังใช้คำว่า “Honey-intoxicated” หรือเมาน้ำผึ้งเป็นคำเรียกพวก “ขี้เมา” มาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับชาวตะวันออกในอารยธรรมจีนโบราณน้ำผึ้งถือเป็นยารักษาโรคที่ปรากฏในบันทึกโบราณที่มีอายุกว่า 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ตามตำราแพทย์จีนน้ำผึ้งเป็นสารที่มีความสมดุล มีพลังแห่งธาตุดินที่ช่วยบำรุงปอด ม้าม และลำไส้ใหญ่ มีผู้ค้นพบบันทึกเกี่ยวกับไวน์ผสมน้ำผึ้งอยู่ในกวีนิพนธ์ของชู (The Poetry of Chu) ซึ่งเขียนไว้ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจวในช่วง 223 ปีก่อนคริสต์ศักราช และหลังจากนั้นไม่นานในสมัยราชวงศ์ฉินก็มีการบันทึกตำราแพทย์แผนจีนเอาไว้ว่า “รับประทานน้ำผึ้งบ่อยๆ สามารถรักษาอาการอาหารไม่ย่อยได้”

ประวัติศาสตร์ของน้ำผึ้ง

★ ประเภทของน้ำผึ้ง 
มีน้ำผึ้งหลากหลายชนิดที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก นอกจากออสเตรเลียแล้วในหลากหลายประเทศทั่วโลกอย่างนิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และแคนาดานั้นล้วนเป็นแหล่งผลิตน้ำผึ้งที่มีชื่อเสียงและมีคุณภาพดีไม่แตกต่างกันและน่ารู้จัก เช่น

  • น้ำผึ้งโคลเวอร์ (Clover Honey) มีต้นกำเนิดมาจากนิวซีแลนด์และแคนาดา ให้รสชาติหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย จึงได้รับความนิยมอย่างมาก เหมาะนำไปทำเมนูอบซอสและน้ำสลัดต่างๆ ที่สำคัญยังมีคุณสมบัติในการต้านสารอนุมูลอิสระ และมีฟลาโวนอยด์สูงช่วยในการทำงานของปอดและหัวใจ
  • น้ำผึ้งอะคาเซีย (Acacia Honey) ส่วนใหญ่มาจากทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป มีสีอำพันอ่อนๆ หอมกรุ่นด้วยกลิ่นดอกไม้จึงเป็นหนึ่งในน้ำผึ้งที่ได้รับความนิยมสูง กินกับข้าวโอ๊ตหรือชาร้อนได้โดยไม่ทำลายรสชาติของกันและกัน อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนชื่นชอบคือมีระดับกลูโคสต่ำและมีฟรักโทสสูง ทำให้เก็บไว้ได้นานโดยไม่ตกผลึก และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน บางคนเชื่อว่าน้ำผึ้งชนิดนี้สามารถยับยั้งแบคทีเรียได้จึงนำไปรักษาหรือป้องกันการเกิดสิว
  • น้ำผึ้งมานูก้า (Manuka Honey) ขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำผึ้งหายากแห่งนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย จะเติมความหวานให้ชาแก้วโปรด ราดเป็นน้ำสลัดผักเพื่อสุขภาพ หรือผสมนมอุ่นและดื่มก่อนนอนก็ได้ทั้งนั้น จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าน้ำผึ้งมานูก้ามีคุณสมบัติลดการอักเสบในลำไส้และโรคปอดได้ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาอาการเจ็บคอได้อีกด้วย
  • น้ำผึ้งตูเปโล (Tupelo Honey) คนนิยมนำไปผสมกับซอสบาร์บีคิว หรือไม่ก็ราดบนไอศกรีม นอกจากรายละเอียดของรสชาติที่น่าทึ่ง น้ำผึ้งสีเหลืองอำพันนี้ยังมีราคาสูงลิ่วเพราะหายากกว่าน้ำผึ้งอื่นๆ ต้องผลิตจากต้นไม้ที่เติบโตในที่ราบลุ่มแม่น้ำ Apalachicola ในรัฐฟลอริดาและหนองน้ำ Okefenokee ในรัฐจอร์เจียเท่านั้น แถมยังมีปริมาณฟรักโทสสูงดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดและไม่ตกผลึก

ประวัติศาสตร์ของน้ำผึ้ง

★ น้ำผึ้งของไทย 
“ที่ไหนมีดอกไม้ ที่นั่นมีน้ำผึ้ง” คุณยุ้ยบอกกับเราเช่นนั้น แน่นอนว่าในประเทศไทยเองก็มีการผลิตน้ำผึ้งอย่างจริงจังมาเป็นเวลาเนิ่นนาน และน้ำผึ้งที่ผลิตในประเทศไทยก็มาจากดอกไม้หลากหลายชนิดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น...

  • น้ำผึ้งดอกลำไย ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดาน้ำผึ้งของไทยทั้งหมด สีน้ำตาลเหลืองเข้มๆ บ่งบอกได้ถึงรสชาติที่หวานจัดพร้อมกลิ่นที่เข้มข้น แหล่งผลิตสำคัญอยู่บริเวณภาคเหนือในพื้นที่สวนลำไย เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์
  • น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ราวกับถอดแบบมาจากผลลิ้นจี่ มีสีอ่อนกว่าน้ำผึ้งดอกลำไย เป็นผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อทางภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ขณะเดียวกันก็มีการผลิตน้ำผึ้งชนิดนี้ในพื้นที่สมุทรสงครามและชุมพรด้วยเช่นกัน
  • น้ำผึ้งดอกสาบเสือ ดอกสาบเสือเป็นสมุนไพรที่พบได้ทางภาคเหนือของประเทศไทย จะออกดอกเฉพาะช่วงฤดูหนาวเท่านั้น รสชาติของน้ำผึ้งที่ได้จะเปี่ยมด้วยความละมุน ไม่หวานแหลมเท่ากับน้ำผึ้งดอกลำไย เมื่อเก็บใหม่ๆ น้ำผึ้งชนิดนี้จะมีสีสวยใสน่ารับประทาน แต่เมื่อเก็บไว้นานเกิน 6 เดือนจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มและตกผลึก
  • น้ำผึ้งดอกทานตะวัน ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดลพบุรี สระบุรี และเพชรบูรณ์ เป็นน้ำผึ้งที่ค่อนข้างหวานแต่กลับมีความขมสอดแทรกมานิดๆ หน่อยๆ ขณะเดียวกันก็มีกลิ่นหอมหวานคล้ายดอกเก๊กฮวย เพราะดอกทานตะวันเป็นดอกไม้ตระกูลเดียวกับเก๊กฮวยนั่นเอง
  • น้ำผึ้งดอกมะพร้าวน้ำหอม เป็นน้ำผึ้งชนิดใหม่ล่าสุดในปี ค.ศ. 2020 ที่ผ่านมา ผลิตขึ้นเป็นครั้งแรก ภายในสวนมะพร้าวออร์แกนิกแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี คุณยุ้ยแอบกระซิบว่ารู้สึกดีทันทีที่ได้ลอง เพราะมีกลิ่นหอมนวล ไม่หวานมาก และกินง่าย

นอกจากนี้ยังมีน้ำผึ้งที่เป็นผลพลอยได้จากการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น น้ำผึ้งดอกกาแฟและน้ำผึ้งดอกแมกคาเดเมียมาสร้างสีสันให้ตลาดน้ำผึ้งและคนชอบกินน้ำผึ้งได้มีตัวเลือกมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน


Tag: Cover story, น้ำผึ้ง

เรื่องโดย

ความคิดเห็น




Editor’s Pick

Recent

Most Viewed