ใครกำลังคิดถึงเมนูโบราณหากินยากอย่างไส้กรอกปลาแนมเนื้อฟูนุ่มรสละมุน หรือขนมจีนซาวน้ำรสกลมกล่อม แนะนำให้ตามไปที่ห้องอาหาร มิสสยาม (Miss Siam) โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ (Hua Chang Heritage Hotel) ที่กำลังจัดโปรโมชั่นพิเศษ บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ในราคา 850 บาทเน็ต ซึ่งนอกจากจะมีหลากหลายความอร่อยแล้ว ยังชูโรงด้วยเมนูโบราณหากินได้ยากที่เป็นพระเอกของไลน์บุฟเฟ่ต์อย่าง ไส้กรอกปลาแนม ให้ได้ลิ้มลองความอร่อยคุ้มค่าคุ้มราคาด้วย


เชฟบอมเบย์ - ไพโรจน์ ประไพรักษ์ Executive Chef เล่าว่า แม้บุฟเฟ่ต์จะเป็น All you can eat แต่เชฟเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว แขกจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเข้าปาก อาหารทุกคำจึงต้องมีคุณค่า ซึ่งนอกจากเมนูในไลน์บุฟเฟ่ต์แล้วเชฟได้คัดสรรเมนูไฮไลต์ระดับพระเอก นางเอก และนางรอง ที่จับคู่ทานด้วยกันแล้วอร่อยจนห้ามพลาดเมื่อมาเยือนมิสสยามไว้มากมาย

ก่อนจะเข้าสู่มื้ออาหาร เชฟจะเสิร์ฟสำรับออร์เดิร์ฟที่มีแรงบันดาลใจจาก "พานเชี่ยนหมาก" ของคนโบราณ ซึ่งเป็นกุศโลบายและธรรมเนียมไทยในการต้อนรับผู้มาเยือนอย่างนอบน้อม โดยแทนค่ากรวยด้วยใบตองแทนใบพลู มีแตงกวาแกะสลักสวยงามอยู่ภายในบ่งบอกถึงความละเมียดละไม ให้แขกได้เสพทั้งความอิ่มอร่อยและอรรถศิลป์ไปพร้อมกัน รวมถึงงานแกะสลักดอกไม้ทุกอย่างในห้องอาหารล้วนแกะสดใหม่ชิ้นต่อชิ้น โดยไม่มีการรียูสเด็ดขาด เพราะเชฟตั้งใจฝึกจรรยาบรรณทีมงานและสื่อให้แขกสัมผัสได้ถึงความประณีตบรรจงตั้งแต่แรกเห็น



ในสำรับประกอบด้วย ลูกแก้วเผือก ที่ดัดแปลงมาจากเมนูโบราณอย่าง "ค้างคาวเผือก" แต่เชฟนำมาปั้นเป็นลูกกลมๆ เพื่อสื่อความหมายมงคลตามหลักฮวงจุ้ยของความไร้อุปสรรค ข้างในสอดไส้กุ้งเน้นๆ หอมกลิ่นพริกไทย ช่วยเปิดรับรสเตรียมรับความอร่อยในคำถัดไป เป็ดม้วนผักชี เป็น Cold Cut ในแบบไทยๆ ที่ใช้เนื้อเป็ดม้วนหอมผักชีกินคู่กับสับปะรดและน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่เน้นรากผักชีและข่าเข้มข้น รสชาติจัดจ้าน สมกับเป็นภูมิปัญญาคนไทยโบราณ ปูห่อ หรือหอยจ๊อปูที่ปรับสูตรให้เข้ากับเมืองร้อน โดยการลดปริมาณมันหมูลงเพื่อไม่ให้เลี่ยนจนเกินไป แต่ยังคงความหอมกลมกล่อมของรากผักชีและวัตถุดิบสไตล์ไทย-จีนไว้อย่างลงตัว และหมี่กรอบ เสิร์ฟมาในถ้วยแก้วทรงสวยพร้อมกุ้งชุบแป้งทอด เส้นหมี่ไม่ได้ฟูยวบเหมือนหมี่กรอบราดหน้า แต่ใช้เทคนิคโบราณในการฟอกสีชมพูสวยจากไข่แดงเป็ด แล้วสะบัดด้วยน้ำส้มสายชูก่อนนำไปทอดให้กรอบ เคี้ยวเพลิน และเป็นเมนูคลาสสิกที่ครองใจแขกมายาวนานจนและหายไปจากไลน์บุฟเฟ่ต์ไม่ได้

มาถึงเมนูพระเอก ไส้กรอกปลาแนม ตำรับโฮมเมดที่เตรียมการนานถึง 2 วันครึ่ง เป็นสูตรจากอาม่าของเชฟบอมเบย์ที่ไม่ได้เน้นความหรูหราแบบชาววัง แต่เน้นความประณีตของคนปรุง ความพิเศษคือขั้นตอนการทำที่พิถีพิถัน อย่างปลาแนม ที่นี่เลือกใช้เป็นปลาช่อน และล้างน้ำสารส้มกว่า 20 น้ำจนหมดเมือก แล้วล้างต่อด้วยเกลือแกงให้หมดคาว รอให้แห้ง ก่อนนำไปฉาบหัวกะทิแล้วย่าง แกะเนื้อมาตำจนขึ้นฟู คลุกเคล้าและมูนกับน้ำ Dressing ที่มีทั้งน้ำส้มซ่าและน้ำมะนาวโดยกลิ่นของมะนาวต้องไม่กลบกลิ่นส้มซ่า ส่วนความหวานละมุนได้จากน้ำดองกระเทียมโทนที่เชฟต้องดองเอง ส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างคือ ข้าวคั่ว ที่ต้องใช้ข้าวสวยซึ่งเป็นข้าวอ่อน (ข้าวใหม่) ผ่านกรรมวิธีแช่น้ำข้ามคืน ผึ่ง ตากแดด และคั่ว กระบวนการนี้ใช้เวลายาวนานถึง 2 วัน แต่ได้ข้าวคั่วที่ทานแล้วเนื้อสัมผัสฟูนุ่ม เวลาทานจะไม่สะดุดรู้ว่าส่วนไหนคือข้าวหรือส่วนไหนคือปลา ไม่มีฝืดคอ และไม่ติดฟันเหมือนปลาแนมทั่วไป ส่วนไส้กรอกสูตรเชฟจะเป็นไส้กรอกถั่ว (Peanut Sausage) ที่มีเนื้อสัตว์ผสม ซึ่งมีทั้งไส้กรอกหมู ไก่ และเนื้อ ซึ่งหากเป็นไส้กรอกหมู เชฟก็เลือกใช้ส่วนของสามชั้นไม่ติดหนังบดช่วยให้ไส้กรอกนุ่มขึ้นเมื่อผสมอยู่ในไส้กรอกถั่วที่มีความดราย (Dry) และน้ำพริกแกงของตัวไส้กรอกก็มีความต่างกันเล็กน้อย อาทิ ไส้กรอกเนื้อจะหนักไปทางเครื่องเทศมากหน่อย เมื่อกินกับปลาแนมที่ฟูนุ่มจึงลงตัวมาก ใครชื่นชอบปลาแนมเป็นต้องหลงรัก


ต่อกันที่จานนางเอกอย่าง ข้าวผัดปลาทูมัน แนะนำให้กินคู่กับ หมูมะตูม เป็นการจับคู่ที่เฟอร์เฟ็กต์ เชฟใช้ปลาทูไทยตัวอ้วนเนื้อนิ่ม นึ่งน้ำเค็มแล้วนำมาจี่ไฟ (ไม่ใช่น้ำมันท่วม) จากนั้นใช้มือหยิบแกะเนื้อปลาแบบคนโบราณเพื่อเช็กก้าง ผัดกับเครื่องสมุนไพรเจียว ทั้งขิงเจียว หอมเจียว กระเทียมเจียว และพริกเจียว จานนี้ต้องใช้ข้าวหุงแยกหม้อพิเศษสำหรับทำข้าวผัดโดยเฉพาะ เมล็ดข้าวจะเหนียวนุ่ม เรียงเม็ดสวย แห้ง และที่สำคัญ ต้องไม่มีกลิ่นไหม้กระทะ เพราะเชฟคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นหลัก

หมูมะตูม เป็นจานที่ต้องตักมากินคู่ข้าวผัดปลาทูมันโดยเฉพาะ เครื่องพะโล้รสละมุนที่เชฟได้เคล็ดลับมาจากแม่ค้ากวยจั๊บในย่านบางกรวย ความพิเศษคือ ไม่ใส่ซีอิ๊วดำ แต่ใช้มะตูมแห้งสไลซ์มาเคี่ยวจนได้น้ำซุปสีแดงสวยตามธรรมชาติและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว แถมมะตูมยังเป็นยาเย็นที่ช่วยตัดพิษร้อนของเนื้อสัตว์ได้อย่างชาญฉลาด

จานนางรองห้ามพลาดแนะนำ ขนมจีนซาวน้ำ รสฉ่ำดับร้อน และยังเป็นเมนูโบราณขวัญใจผู้ใหญ่ เชฟคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีมาเสิร์ฟ โดดเด่นด้วยเครื่องปรุงหลัก 3 อย่าง คือ น้ำตาลมะพร้าวแท้เคี่ยว หวานนวลละมุนตามสไตล์มะพร้าวสวนภาคกลาง น้ำพริกยำข้นสวยที่ใช้พริกชี้ฟ้า 3 สี (เขียว แดง เหลือง) ปั่นกับเกลือและน้ำกระเทียมโทนดอง ช่วยเพิ่มธาตุไฟให้จานนี้มีรสจัดจ้านคลุกคลิก และน้ำยำ ที่มีรสชาติเค็มเปรี้ยวหวานจากการผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาว เป็นเบสที่ลงตัว แค่เติม 3 เครื่องปรุงนี้ก็ครบรสความอร่อย และขาดไม่ได้กับสับปะรดปัตตาเวียฝานสับเนื้อฉ่ำรสหวานอมเปรี้ยวที่ต้องนำไปหมักเกลือข้ามคืนเพื่อช่วยดับฤทธิ์กัดลิ้น เป็นอีกจานที่กินอร่อยเพลินใจ


ในบุฟเฟ่ต์ไลน์ยังมีเมนูอร่อยมากมายครบครันให้กินได้ยาวๆ จนอิ่มแปร้ ในราคาเพียง 850 บาทสุทธิ


บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันเปิดบริการเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป
ที่ตั้ง : ห้องอาหารมิสสยาม (Miss Siam) โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพ (เดินทางสะดวก ใกล้ BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ / ราชเทวี)
สำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 0-2217-0721
Tag:
ร้านอาหารไทย, อาหารไทย, อาหารไทยโบราณ
ความคิดเห็น