ชวนมาสัมผัสคาเฟ่บรรยากาศน่ารัก ย่านนวมินทร์ ที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจไปกับอาหารและเครื่องดื่มสไตล์โฮมเมด ด้วยรสมือคุณแม่วัยเกษียณที่มีใจรักในการทำอาหาร พร้อมต้อนรับนักชิมทุกท่านที่อยากแวะมาเติมพลังในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์     ตัวร้านรีโนเวทมาจากบ้านเก่า 2 ชั้น อายุราว 30 ปี โดยยังคงโครงสร้างเดิมเอาไว้ เพื่อเก็บกลิ่นอายของความโฮมมี่ สามารถเลือกนั่งได้ทั้งโซนห้องแอร์ที่ตกแต่งแบบเรียบง่ายสบายตา และโซน Outdoor ที่จะได้ความร่มรื่นจากต้นไม้น้อยใหญ่รอบๆ บริเวณบ้าน       ส่วนชั้น 2 ของบ้าน คุณกุ๊ก อำนวยศิลป์ (เจ้าของร้าน) จัดสรรพื้นที่ให้กับ คุณเกลียวยศ  ช่างภาพหนุ่มรุ่นน้องที่หลงใหลในกาแฟดริป ได้มีโอกาสเปิดหน้าร้าน ขันติโก สโลว์บาร์ บาร์กาแฟสุดเก๋า ที่ผสมผสานเสน่ห์ของบ้านเก่าและความดิบเท่ของสีดำไว้อย่างลงตัว เหมาะแก่การมานั่งทอดอารมณ์กับกาแฟแก้วโปรดเป็นที่สุด       เมนูแรก หมี่กะทิพุมเรียงกุ้งสด (125.-) ผัดหมี่ใต้หน้าตาคล้ายผัดไทย ราดด้วยซอสสูตรพิเศษที่ทำจากมะขามและกะทิ คลุกเคล้ากับเครื่องเคียงและกุ้งตัวโตเนื้อเด้ง ออกมาได้รสชาติเปรี้ยว หวานกลมกล่อม     ต่อด้วยคอมฟอร์ตฟู้ดอย่าง กะเพราหมูพริกเหลืองไข่เป็ดดาว (95.-) กะเพราสูตรเด็ดทำจากพริก 3 ชนิด คือ พริกขี้หนู พริกเหลือง และพริกแห้ง สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ ท็อปด้วยไข่เป็ดกรอบนอกฉ่ำใน อร่อยจัดจ้าน     ข้าวไก่ตุ๋นน้ำจิ้มซีฟู้ด (90.-) เมนูประจำครอบครัวที่หยิบเอาน่องไก่ชิ้นใหญ่มาราดน้ำซอสหวานหอม กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด จี๊ดจ๊าดถึงใจ     ต่อด้วย Brown Candy Latte Coffee (95-.) เมนูลาเต้รสนุ่มนวลที่ใช้ความหวานจากคาราเมลกรอบ สัมผัสกรุบๆ เคี้ยวเพลิน หรือจะเลือกเป็น Yuzu Coffee with Special Pop (120-.) กาแฟดำรสเข้มข้นผสานมากับความหอมหวานของน้ำส้มยูซุและน้ำส้มเขียวหวาน เพิ่มสัมผัสขณะรับประทานด้วย ไข่มุกป๊อปรสลิ้นจี่ ดื่มแล้วสดชื่น       ในส่วนของ Drip Coffee ขันติโก สโลว์บาร์ ใช้เมล็ด Single Origin ทั้งในไทยและต่างประเทศ อย่างแก้วนี้เราเลือกเป็น เมล็ดจากบราซิล กลิ่นหอมหวานคล้ายกับช็อกโกแลต    

ยินดีต้อนรับสู่ Home Culinary Studio ของเชฟฝีมือดี (และอารมณ์ดี) ที่หลายคนคุ้นหน้า “คุณแบงค์ เจตะสานนท์” หรือ “เชฟแบงค์-มาสเตอร์เชฟ” ที่ตั้งชื่อร้านตามชื่อลูกชายสุดรัก “น้องไทม์-ดวิณณ์”           ตัวร้านเป็นเรือนกระจกแยกออกจากตัวบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัว ด้านในตกแต่งสไตล์ Cozy Industrial Loft เรียบ เท่ แต่อบอุ่น พร้อมไลท์ติ้งสวยๆ ให้อารมณ์แตกต่างทั้งในช่วงกลางวันและค่ำคืน เสิร์ฟอาหารสไตล์โฮมคุกกิ้งทั้งเอเชียและตะวันตกที่เชฟถนัด กับจำนวนโต๊ะเพียง 1 ตัวให้ทุกคนได้เห็นเชฟลงมือทำเมนูซิกเนเจอร์กันใกล้ๆ           เริ่มมื้อนี้ด้วย Chef’s secret garden สลัดผักและหอยเชล์โฮตาเตะตัวอวบจากฮอกไกโด ราดด้วยน้ำสลัด Balsamic Berries สูตรพิเศษที่เชฟทำจากเบอร์รี่หลายสายพันธุ์จากเชียงราย กินแล้วสดชื่น ต่อด้วย The Golden Fried Rice แม้ชื่อไทยคือข้าวผัดไข่ปูมหาชัย แต่เมื่อเห็นหน้าตาก็สร้างความประหลาดใจได้อีกขั้น ด้วยการนำข้าวผัดไข่ปูมาห่อด้วยไข่แล้วหั่นเป็นคำๆ ให้อารมณ์ญี่ปุ่นนิดๆ เคียงข้างด้วยซอสไข่เค็มลาวาทรงเครื่องรสเข้มข้น นัว และกลมกล่อม พร้อมด้วยปูนิ่มทอดกรอบไว้กินด้วยกัน         The one and Only –Thyme’s signature grand platter เชฟเล่าอย่างสนุกว่าเมนูนี้ใครมาก็กล่อมให้ลองชิม เพราะนี่คือ Surf&Turf สุดอลังการอันเป็นไฮไลต์ เนื้อออสเตรเลี่ยนวากิวโทมาฮอว์ก ซูวีดหลายชั่วโมงจนนุ่มฉ่ำ มาพร้อมเหล่าทะเลไซส์คัดสรร ทั้งกุ้ง ปลาหมึก ปู ผัดในซอส Red Hot Signature (ที่เชฟเล่าว่ามีส่วนผสมเกือบ 30 ชนิด) ทั้งหมดกินคู่กับเกลือสโมค เกลือหิมาลายัน เกลือหินลาวา และดอกเกลือแม่กลอง หรือจะลองจับคู่กับซอส Red Wine Reductiong , Chimichurri หรือจะลองซีฟู้ดรสจัดจ้าน และน้ำจิ้มแจ่วแบบไทยก็เสริมรสกันดี         ปิดท้ายด้วยของหวาน Mix them all and make it thai มองแล้วเดาไม่ถูกว่านี่คือ “รวมมิตร” ขนมไทยที่เชฟแยกข้าวโพดมาทำเป็นพานนาคอตต้า ซอสขนุนหอมๆ และไอศกรีมใบเตย พร้อมด้วยครัมเบิลกรุบกรอบ ละมุนชื่นใจมาก เช่นเดียวกับ d.c. memoir แอปเปิลครัมเบิลแนวใหม่ เข้ากับไอศกรีม Cheesy Banana โฮมเมดอย่างที่สุด    

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าในเขตของกรุงเทพมหานครจะยังมีพื้นที่สวนผักผลไม้ริมคลองซ่อนอยู่ ชื่อของ “ภูมิใจการ์เด้น” นั้นเป็นความภาคภูมิใจสมชื่อจากน้ำพักน้ำแรงของคุณพรทิพย์ เทียนทรัพย์ ผู้พลิกฟื้นที่ดินสวนเก่าของตระกูลให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมกับเปิดต้อนรับให้คนเข้ามาเยือนด้วยห้องรับแขกของสวนที่มีชื่อว่า Natura Cafe       บรรดาต้นไม้พันธุ์พื้นเมืองกว่า 100 ชนิดในพื้นที่ราว 7 ไร่นี้กลายเป็นแหล่งวัตถุดิบชั้นดีในการสร้างสรรค์เมนูอาหาร ขนมหวาน และเครื่องดื่มของร้าน ไม่ว่าจะเป็นตะลิงปลิง ใบชะพลู มะเฟือง ส้มซ่า ต้นขี้เหล็ก ต้นทองหลาง และอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณพรทิพย์บอกว่า “ปลูกครั้งเดียวกินได้ตลอดชีวิต”       ตะลิงปลิงดูจะเป็นพระเอกของสวนแห่งนี้ เพราะปรากฏกายให้เห็นในหลาย ๆ เมนูของร้าน เช่น น้ำตะลิงปลิง ที่ได้ความหวานจากการแช่อิ่มนำมาผสมเข้ากับเนื้อตะลิงปลิงปั่น เหมาะสำหรับการจิบคลายร้อนด้วยรสชาติที่หวานสดชื่น รวมถึงเมนู เค้กตะลิงปลิง ถึงจะออกรสเปรี้ยวกว่าแต่ก็คอยตัดความเลี่ยนของเนื้อเค้กครีมได้ดีทีเดียว       อีกเมนูไฮไลต์คือ เมี่ยง ที่มาพร้อมใบชะพลูและใบทองหลางสำหรับห่อ เสริมความเปรี้ยวด้วยตะลิงปลิง แต่ถ้าช่วงไหนที่ตะลิงปลิงหมดทางร้านจะเปลี่ยนเป็นมะเฟืองแทนเพราะให้รสเปรี้ยวได้เหมือนกัน เข้ากับไส้เมี่ยงรสกลมกล่อมที่ทำจากมะพร้าว กุ้งแห้ง ส้มซ่า หัวหอม ขิง และถั่วลิสง     อีกหนึ่งต้นไม้ไฮไลต์ของสวนคือต้นทองหลาง ที่นอกจากจะนำมาห่อในเมนูเมี่ยงแล้ว ยังนำมาประยุกต์ใหม่เป็นเมนู ใบทองหลางผัดไข่ ที่ให้รสชาติใกล้เคียงกับเมนูอาหารใต้อย่างใบเหลียงผัดไข่ นั่นเอง     ถ้าสังเกตรอบ ๆ จะเห็นเลยว่าทั่วพื้นที่สวนแห่งนี้ปลูกต้นชะพลูไว้เยอะมาก นอกจากจะช่วยประดับประดาเพิ่มสีเขียวชอุ่มแล้ว ยังเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในเมนูต่อมาด้วยคือ แกงปูใบชะพลู กินกับข้าวสวยได้รสชาติสมุนไพรจากน้ำพริกแกงคั่วในน้ำกะทิเข้มข้น เข้ากับวัตถุดิบสด ๆ ทั้งส่วนของเนื้อปูและใบชะพลู ส่วนอีกเมนูที่ใช้น้ำพริกแกงคั่วแบบเดียวกันคือ แกงขี้เหล็กหมูย่าง ที่รสชาติไม่ขมรับประทานง่ายแถมยังได้หมูย่างเนื้อนุ่มมาเสริมทัพความอร่อย       นอกจากนี้ที่ร้านยังมีเมนูอาหารไทยคลาสสิคประจำบ้านอย่าง ไข่พะโล้โบราณ ที่ใช้กรรมวิธีดั้งเดิมในการต้มจนได้ไข่ขาวสัมผัสกรอบนอก รวมถึง มัสมั่นไก่ ที่ได้รสชาติเครื่องเทศเต็มคำ       และที่สำคัญ คาเฟ่ยังมีโซนริมคลองให้ไปนั่งรับลมชิลล์ ๆ อีกด้วย เป็นโอเอซิสเล็ก ๆ ของกรุงเทพฯ ชวนให้ผ่อนคลายด้วยอาหารท้อง อาหารตา และอาหารใจ  

‘เขียง’ อุปกรณ์เตรียมอาหารที่ทุกครัวเรือนต้องมี ถูกเลือกมาเป็นชื่อร้านอาหารจานไทยด่วน รสจัดจ้าน ถึงเครื่อง ถึงใจอย่าง “เขียง บาย ตำมั่ว” ในเครือ ZEN เสน่ห์ของร้านแห่งนี้คือเสิร์ฟเมนูไทยสตรีทฟู้ดส์เรียบง่าย กินอร่อย ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบคุณภาพ อาทิ อาหารทะเลที่ได้จากแหล่งซีฟู้ดชั้นเลิศ ไก่เบญจา เนื้อไก่ระดับพรีเมียม และข้าวหอมมะลิจากบ้านสำราญ ทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดร้อยเอ็ด อันเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การปลูกข้าว เนื่องจากมีดินดี ทำให้ข้าวหอมมะลิที่นี่มีเมล็ดเรียวยาว นุ่ม และให้กลิ่นหอม     ด้วยคอนเซ็ปต์เสิร์ฟอาหารไทยตามสั่งที่คุ้ยเคย เข้าใจง่าย และราคาที่ไม่แพง ทำให้ปัจจุบันร้านเขียง บาย ตำมั่ว เติบโตจนสามารถขยายสาขาไปมากกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ทั้งตั้งอยู่ในปั้มน้ำมัน สถานีรถไฟฟ้า รวมไปถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ อาทิ สาขา Gaysorn Village (Bts ชิดลม) บริเวณชั้น B ที่เราแวะมาในครั้งนี้     อันดับแรกเอาใจแฟนคลับซีฟู้ดกับเมนู ข้าวกะเพราโคตรเจ้าสมุทร (150 บาท) กะเพราปลาหมึกชิ้นโตเนื้อหนึบหนับ และกุ้งเนื้อหวานไซส์บิ๊กเบิ้ม รสเผ็ดดุดัน กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยถูกใจ     ข้าวกะเพรากุ้งแม่น้ำ (250 บาท) จานนี้เราชอบมาก กุ้งแม่น้ำเนื้อสดเด้ง จากแหล่งอาหารทะเลคุณภาพ คลุกเคล้ากับซอสกะเพราเข้มข้นรสเผ็ดร้อน ราดข้าวสวยสุดอิ่มเอม     สายเนื้อต้องเลิฟ ข้าวกะเพราเนื้อออสเตรเลีย (220 บาท) เนื้อคุณภาพสัญชาติออสเตรเลีย สัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ผัดพร้อมใบกะเพรา ปรุงรสให้จัดจ้าน     หรือจะลอง ข้าวไก่ซุปเปอร์ผัดพริกเผา (ไก่เบญจา) (120 บาท) ไก่เบญจาคุณภาพ ที่เลี้ยงด้วยข้าวกล้องคัดพิเศษ ทำให้ได้เนื้อที่นุ่มและแน่น ได้รสหวานกลมกล่อมจากพริกเผา แกมเผ็ดเล็กๆ อย่าลืมสั่ง ข้าวไข่ข้นปู (250 บาท) รสนุ่มนวล อร่อยถูกใจ เนื้อปูชิ้นใหญ่ๆ รสหวาน เข้ากันดีกับไข่ข้นกินอร่อย    

ชวนมาสัมผัสความอร่อยของอาหารสไตล์ Modern European ที่ Bundle of Joy Bangkok ร้านลับสุดน่ารักในโครงการ Bambini Villa สุขุมวิท 26 ซึ่งโดดเด่นด้วยการใช้วัตถุดิบพรีเมียมที่สลับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล มารังสรรค์เป็นเมนูรสชาติเยี่ยมให้เหล่านักชิมได้ลิ้มลอง     ภายในร้านเลือกใช้โทนสีครีมเรียบง่าย สบายตา เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลอ่อนที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างดี เสริมความอบอุ่นด้วยแสงธรรมชาติที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้บรรยากาศสไตล์โฮมมี่ เสมือนนั่งกินอาหารที่บ้าน       นอกจากโซนรับประทานอาหารแล้วยังมีโซน Grocery สำหรับขายวัตถุดิบคุณภาพดีทั้งในไทยและต่างประเทศ สามารถมาเลือกช้อปกันได้แบบจุใจ       เริ่มมื้ออร่อยด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Foie-rayaki Caviar (800.-) ฟัวกราส์รสละมุนชิ้นพอดีคำท็อปด้วยคาเวียร์ เสิร์ฟมาในแป้งโดรายากิหอมนุ่ม อร่อยลงตัว     ต่อมาเป็น Potato Millefeuille (450.-) มันฝรั่งสไลซ์เรียงมาเป็นชั้นสวยงาม ที่ใช้เวลาอบนานถึง 5 ชั่วโมงก่อนจะนำไปทอดจนเหลืองกรอบ รสชาติเค็มมันกินเพลิน     ต่อด้วย Hotaru ika and Uni lingunie (450.-) เมนูพาสต้าสุดพิเศษที่ 1 ปีอาจจะมีให้กินสักครั้งด้วยความพิเศษของหมึกโฮตารุที่จะมีเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น มาพร้อมกับอูนิ คลุกเคล้าเข้าด้วยกันได้รสชาติหอมมัน กลมกล่อม     ใครเป็นสายเนื้อเราแนะนำ Orzo Wagyu Beef Cheek (450.-) เนื้อแก้มวัวตุ๋น หอมมันเสิร์ฟมาบนพาสต้าเมล็ดข้าวผัดครีมซอส ท็อปด้วยทรัฟเฟิลหอมกรุ่น     Whole Kinmedai Nduja Rice (2400.-) จานนี้มีพระเอกเป็นปลาคิมเมได หรือสุดยอดปลาญี่ปุ่นที่นำไปย่างถ่านออกมาได้เนื้อสุกกำลังดี กินพร้อมกับข้าวอบสเปนและหมึกโฮตารุ     ตบท้ายด้วย Flourless Chocolate Cakes เค้กช็อกโกแลตไร้แป้งหวานกำลังดี เสิร์ฟพร้อมครีมที่นำไปตีจนได้สัมผัสคล้ายไอศกรีม รสชาติเข้มข้น ถูกใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์แน่นอน  

Casa Pasta ซอยสุขุมวิท 101/1 หรือ ซอยวชิรธรรมสาธิต 9 ร้านอิตาเลียนเล็กๆ ที่ให้อารมณ์ร้านใกล้บ้านบรรยากาศอบอุ่นมากินพร้อมกับครอบครัวได้บ่อยๆ อาหารอร่อยที่เราคุ้นเคยดีด้วยฝีมือของเชฟที่มีประสบการณ์กว่า 15 ปี จากร้านอาหารอิตาเลียนชั้นนำ ที่อยากทำร้านอาหารอิตาเลียนดีๆ ในราคาที่ไม่แพง       ด้วยประสบการณ์ของเชฟ และการเลือกใช้วัตถุดิบนำเข้าคุณภาพดีจากอิตาลี และการปรุงที่สดใหม่ ที่นี่เสิร์ฟอาหารสไตล์อิตาเลียนดั้งเดิม ทำแป้งพาสตาและพิซซาเอง โดยมีพาสตาเส้นสด 4 แบบให้เลือก       เมนูที่ห้ามพลาดคือ Fresh Homemade Black Spaghetti Seafood White Wine (290 บาท) จานขายดีของทางร้าน สปาเก็ตตี้เส้นสดผสมหมึกดำ เส้นนุ่มหนึบทำใหม่สดทุกเช้า ผัดกับน้ำมันมะกอกและซีฟู้ดแบบเต็มๆ ใส่ไวน์ขาว ให้กลิ่นหอมชวนกิน     ส่วนจานสลัดที่น่าลองคือ Casa Salad (260 บาท) สลัดสูตรพิเศษที่นำเห็ด 3 ชนิด แฮม ซาลามี และถั่ววอลนัต มาผัดกับน้ำมันมะกอก ใส่สมุนไพรอย่างโรสแมรีทำให้มีกลิ่นหอมน่ากิน ราดบนสลัดผักสดๆ เติมรสเข้มข้นด้วยบัลซามิกเดรสซิ่ง     ร้านนี้พิซซาก็เด็ด ที่ควรสั่งคือ Pizza Halfmoon (340 บาท) พิซซาหน้าปิด แป้งพับครึ่งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว พิซซาแป้งบางภายในอัดแน่นไปด้วยแฮม เห็ด ชีสมาสคาร์โปน และชีสมอซซาเรลลา นัวๆ นุ่มๆ หอมกลิ่นน้ำมันทรัฟเฟิล     ส่วนใครที่ชอบซีฟู้ดลองสั่ง Pizza Black Ocean (380 บาท) พิซซาแป้งบางกรอบสไตล์อิตาเลียน ผสมน้ำหมึกจากปลาหมึกให้แป้งเป็นสีดำสนิท มีกลิ่นหอมของทะเล ราดซอสมะเขือเทศสูตรเฉพาะ และซอสเพสโตสีเขียวเข้มกลิ่นหอม กับเครื่องซีฟู้ดแบบเต็มๆ ถาด     มาถึงอาหารจานหลักเราชอบเมนู Fish in the bag (390 บาท) เมนูสุดเฮลตี้ที่นำปลากะพงมาย่าง แล้วห่อด้วยกระดาษไข อบพร้อมกับน้ำมันมะกอก สมุนไพร และผักต่างๆ ยกมาเสิร์ฟและตัดห่อกระดาษที่โต๊ะ ได้กลิ่นหอมฟุ้งกระจาย เนื้อปลาที่อบในกระดาษเนื้อนุ่ม หวานและหอม     อีกจานคือ Baked Sea Bass in Salt Crust (470 บาท) เมนูสำหรับครอบครัว ปลากะพงขนาดพอดีพอกด้วยเกลือทะเล นำไปอบจนเนื้อสุกนุ่ม หนังร่อน พนักงานจะมาเคาะเกลือออกที่โต๊ะ เผยให้เห็นเนื้อปลาหวานนุ่มไร้ก้าง จานนี้รออบประมาณ 20 นาที แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย       เป็นร้านบรรยากาศสบาย เสิร์ฟเมนูอร่อยที่คุ้นเคยเหมาะกับทุกคนในครอบครัว   Special Menu หากไม่อยากนั่งที่ร้านก็มีเมนูอร่อยเหมาะกับซื้อกลับบ้านอย่าง Ready to eat เป็นเมนูอบชีสอย่างเช่น ลาซานญ่าหมู ผักโขมอบชีส มะเขือม่วงอบชีส และกราแตงแฮมเห็ด ใส่ถ้วยฟอลย์ขนาดพอดี อุ่นในไมโครเวฟได้ หรือเข้าเตาอบก็อร่อย เก็บไว้ได้นาน 5 วัน หรือในฟรีซได้เป็นเดือน     อีกตัวเลือกให้ #อร่อยฟินเหมือนกินที่ร้าน คือ DIY Italian dish เชฟจะจัดเซตพาสต้าเส้นสดอย่างเฟตตูชินี กับซอสโบโลเนส หรือซอสอาราเบียตต้า ให้เราได้ไปลวกเส้นและอุ่นซอสเอง ทำตามขั้นตอนง่ายๆ ข้างซอง ก็อร่อยร้อนๆเหมือนกินที่ร้านแล้ว     ช่องทางการสั่งซื้อ :  Line @casapasta เดลิเวอรี Lineman, Grab, Robinhood, Gojek

The Karaked (เดอะ การะเกด) ร้านอาหารไทยคอมฟอร์ตฟู้ดของ “คุณเจลลี่ - นันจนา สุขสดมภ์” ที่เริ่มต้นจากการจำหน่ายอาหารทางโลกออนไลน์จนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม จึงตัดสินใจเปิดร้าน และขยายกิจการกระทั่งปัจจุบันมี 3 สาขา นั่นคือ สุขุมวิท 36 สยามสแควร์วัน และเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณชั้น 7 ที่จัดป๊อปอัพสโตร์ (Pop-up Store) และ G&C มีโอกาสแวะมาชิมในครั้งนี้     จุดเด่นของร้าน The Karaked คือเสิร์ฟอาหารไทยรสเด็ด ประเภทคอมฟอร์ตฟู้ดที่เข้าถึงง่าย อาทิ ข้าวไข่ข้น ยำรสแซ่บ ผัดมาม่า หมูทอด ทั้งยังมีขนมหวานที่มาในคอนเซ็ปต์เรียบง่ายเช่นกัน  ได้แก่ เค้กฝอยทองลาวา ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา ซึ่งทุกเมนูรังสรรค์จากวัตถุดิบคุณภาพ ผ่านกรรมวิธีตามสูตรลับฉบับของคุณเจลลี่ และที่สำคัญคือจำหน่ายในราคาที่ไม่สูง ทุกคนสามารถจับต้องได้     เรียกน้ำย่อยกันด้วย ยำหมูยอไข่แดงเค็ม (190 บาท) หมูยอคุณภาพชิ้นพอดีคำ ไข่แดงเค็มมันและเส้นบุกกรุบๆ คลุกเคล้ากับน้ำยำรสเปรี้ยวกลมกล่อม เผ็ดกำลังดี ได้รสเค็มนัวจากน้ำปลาร้าอีกด้วย     ต่อกันที่เมนูซิกเนเจอร์อย่าง ผัดมาม่ากุ้งไข่กุ้งล้น  (190 บาท) เส้นมาม่าสุกกำลังดี ผัดพร้อมกุ้งตัวโตเนื้อหวาน และซอสสูตรพิเศษของทางร้าน รสเค็มละมุน เสิร์ฟพร้อมไข่กุ้งกรุบกรับปริมาณมหาศาลกินเพลิน     เอาใจคนรักเนื้อกับ ข้าวหน้าเนื้อย่างไข่ดอง (240 บาท) เนื้อริบอายชั้นดีสัญชาติออสเตรเลีย ความสุกระดับมีเดียมแรร์ ให้สัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำ กินคู่กับไข่ดองฟินๆ และน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด ต้มยำหมูสับ (180 บาท) หนึ่งในเมนูดาวเด่นของร้าน หมูสับกินเพลินอยู่ในน้ำแกงต้มยำรสนุ่มนวล เผ็ดกำลังดี       ล้างปากด้วยขนมหวานขายดีประจำร้าน ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา (250 บาท) แป้งเปี๊ยะนุ่มๆ สอดไส้ไข่เค็มลาวาเยิ้มๆ รสหวานมันกำลังดี  แซนด์วิชโบราณ (100 บาท) ขนมปังเนื้อนุ่ม กัดพร้อมหมูหยองคัดสรรพิเศษ โบโลน่า และน้ำสลัดสูตรลับ รสไม่หวานจัด กินแล้วไม่เลี่ยนแต่อย่างใด       เค้กภูเขาเยิ้มช็อกโกแลต (320 บาท) เค้กช็อกโกแลตเนื้อฟองน้ำนุ่มๆ ราดด้วยซอสช็อกโกแลตรสเข้มพอเหมาะ โรยผงโกโก้คุณภาพ เค้กภูเขาเยิ้มนมฮอกไกโด (320 บาท) ซอสนมฮอกไกโดรสหวานครีมมี มีส่วนผสมของคุกกี้โอริโอ ไปด้วยกันได้ดีกับเค้กช็อกโกแลตเนื้อฟู    

“อลัง ดูคาส” เชฟชาวฝรั่งเศสชื่อดังระดับตำนาน เจ้าของรางวัลมากที่สุดคนหนึ่งของโลก และเป็นอาจารย์เชฟผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เชฟระดับมิชลินสตาร์มากมาย ร้านของเขาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกต่างได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ที่ถือเป็นรางวัลอันมีเกียรติที่เชฟต่างหมายปอง       Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารสไตล์ร่วมสมัยตั้งอยู่ในโซนไอคอนลักซ์ ไอคอนสยาม เป็นร้านอาหารแห่งแรกในประเทศไทยที่บริหารงานโดย อลัง ดูคาส ที่นี่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผสมผสานทั้งตำรับคลาสสิค และสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว จนเมื่อเร็วๆ นี้ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินไปได้ตามความคาดหมาย       เมื่อก้าวเข้าสู่ร้านจะพบบริเวณต้อนรับ ตามด้วยเลานจ์ที่ประดับด้วยโคมไฟทำจากไม้วอลนัต และทองเหลืองที่ได้แรงบันดาลใจจากสวนสไตล์ฝรั่งเศสในพระราชวังแวร์ซาย ส่วนบริเวณรับประทานอาหารโดดเด่นด้วยโคมระย้าประดับด้วยผ้าอัดพลีตสีครีม ผนังสีน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์ตามชื่อร้าน พร้อมหน้าต่างกระจกบานใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานเปิดรับวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา     สาขาประเทศไทยนี้ได้ เชฟวิลฟริด ฮ็อคเกต เอ็กเซกคิวทีฟเชฟผู้มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ทำงานในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์มาแล้วมากมาย รวมทั้งร้านดังอย่าง ‘Le Louis XV by Alain Ducasse’ ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 3 ดวง ที่โรงแรม Hotel de Paris Monte Carlo     อาหารของที่นี่เสิร์ฟทั้งเมนูตามสั่งแบบอะลาคาร์ท แต่ถ้าอยากได้รับประสบการณ์ความอร่อยเต็มรูปแบบ แนะนำให้สั่ง Blue Experience ที่มีให้เลือกทั้งแบบ 5 คอร์ส และ 7 คอร์ส เริ่มจาก amuse-bouche คำเล็กคำน้อยที่เสิร์ฟมาสวยงามน่ากิน อาทิ แตงกวาม้วนกับซอสสีเขียวท๊อปด้วยครีมอะโวคาโด ครอสตินี่ฟัวกราส์เทอร์รีน และพาร์เมซานแครกเกอร์รสเค็มมัน       คอร์สแรก Blue crab and gold caviar จานซิกเนเจอร์ของร้านที่มีเสิร์ฟทุกสาขาทั่วโลก เป็นคอนซอมเม่ปูรสหวานที่ทำเป็นเจล โรยแครปพาวเดอร์ปูป่นให้กลิ่นหอมและรสปูที่ชัดเจน ข้างในเป็นเนื้อปูม้าหวานๆ ด้านบนมีคาร์เวียร์เม็ดใหญ่กินแล้วเค็มมัน     Pan-seared duck foie gras, beet and tamarind ฟัวกราส์ที่ใช้ตับเป็ดจากบ้านเกิดของเชฟอลัง  ฟัวกราสย่างมาอย่างดี เสริมรสด้วยซอสสีชมพูม่วงทำจากบีทรูทและน้ำมะขามเปียก ให้รสเปรี้ยวอมหวาน มีรสเปรี้ยวจากบีทรูทดองสไลด์บางๆ โรยเม็ดธัญพืช Amaranth grain กรุบกรอบ     “Upside down” aged comté cheese soufflé ชีสซูเฟ่ต์ กลิ่นหอมและรสเข้มข้นจากชีส 3 ชนิด ไส้ทำจากเห็ดชานเทอเรล (Chanterelles) ราดซอสเนื้อนุ่มฟูเบาหอมกลิ่นทรัฟเฟิล กินแล้วได้รสของเห็ดและชีสอุ่นอยู่ในปาก น่าประทับใจ     Steamed line-caught sea bass with seaweed, turnips ปลากะพงจากแคว้นบริตานี ฝรั่งเศส เนื้อแน่น เด้งและนุ่มกว่าปลากะพงบ้านเรา นำมาหมักกับสาหร่ายคอมบูแล้วนึ่ง ปลาเนื้อสีขาวนวลเสิร์ฟพร้อมซอสสีเขียวที่ทำจากพาร์สลีย์และสาหร่าย ให้กลิ่นสดชื่นจากทะเล ซอสสีขาวมีรสเค็มจากมิโสะ เป็นจานที่มีสีสันเรียบง่ายแต่มีรสชาติหลายมิติ     Wagyu beef, chicory in the fireplace เนื้อวัววากิวจากเรนเจอร์วาเลย์ (Ranger Valley) ประเทศออสเตรเลีย เนื้อย่างมาแบบสุกปานกลางพอดี นุ่มและมีกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมกับใบชิโครีรสขมซ่อนเนื้อตุ๋นไว้ข้างใน ซอสรสเข้มออกเค็มทำจากเนื้อและทรัฟเฟิลดำ     หลักจากจานหลักรสหนักๆ แล้ว ตามมาด้วย Passion fruit, mint and lavender, almond foaming เป็นผลไม้รสเปรี้ยวที่มีวนิลาเจลลี่ เสาวรสเชอเบทเย็นชื่นใจ อัลมอนด์โฟมอิลมันชั่นสีขาวกลิ่นหอม ได้รสละมุนเบาของลาเวนเดอร์ เป็นจานล้างปากที่ตัดรสเลี่ยนจากคอร์สก่อนหน้าได้เป็นอย่างดีจนเราต้องยกนิ้วให้     สุดท้ายคือ Chocolate from our manufacture in Paris, cocoa nib ice cream ที่ใช้ช็อกโกแลตที่ผลิตเองของเชฟอลัง ช็อกโกแลตทาร์ตที่ได้รสเข้มข้นของโกโก้ โรยโกโก้นิฟกรุบกรอบ ได้รสขมและหวานน้อยๆ     ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของคนชอบรับประทานอาหารแบบไฟน์ไดนิ่ง   อ่านเพิ่มเติม : Blue by Alain Ducasse ขนมอร่อยที่ร้านของเชฟอลัง ดูคาส @ไอคอนสยาม

แหนมเนือง เฝอ ก๋วยจั๊บญวน เป็นชื่ออาหารเวียดนามที่คนไทยคุ้นหู แต่อันที่จริงแล้ววัฒนธรรมอาหารเวียดนามก็มีความประณีตไม่ได้น้อยหน้าอาหารชาติใด ๆ เช่นกัน เพราะตามประวัติศาสตร์แล้ว เวียดนามก็เคยปกครองโดยราชวงศ์มาก่อน แต่เมื่อก้าวสู่ระบอบการปกครองคอมมิวนิสต์ ตำรับตำราอาหารราชสำนักจึงค่อย ๆ รางเลือนไปจากความทรงจำของคนเวียดนามเอง จนเหลือแค่เพียงอาหารชนชั้นกรรมาชีพ ที่เน้นความเรียบง่าย ให้สารอาหารเยอะ       Thuyen (เถวี่ยน) เป็นร้านอาหารเวียดนามในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 37 ที่เลือกหยิบเอาอาหารเวียดนามตำรับราชสำนักมานำเสนอให้คนไทยได้รู้จัก ผ่านการนำเสนอที่ทันสมัยและยังคงความซับซ้อนในการกินไว้อย่างเต็มเปี่ยม       เริ่มต้นด้วยเมนูยอดนิยม หอยเชลล์ย่างสไตล์เวียดนาม ที่ร้านเลือกใช้หอยเชลล์จากฮอกไกโด ย่างแล้วปรุงรสด้วยขมิ้นและถั่วได้รสชาติกลมกล่อมแบบไม่ต้องพึ่งน้ำจิ้ม แต่ถ้าอยากได้รสชาติจี๊ดจ๊าดทางร้านก็มีน้ำจิ้มซีฟู้ดเสิร์ฟมาให้พร้อมกัน     ต่อด้วย แหนมเนือง จัดเป็นคำมาอย่างสวยงามทั้งแผ่นแป้ง ผักสด หมูยอโฮมเมด และเครื่องเคียงครบครัน จุดเด่นอยู่ที่น้ำจิ้มแหนมเนืองสูตรพิเศษที่ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวและเผ็ดจากพริกอย่างลงตัว       จากนั้นเป็นเมนู บุ่นจ๋า เซ็ตใหญ่ประกอบไปด้วยเนื้อหมูบดปั้นเป็นก้อน หมูสามชั้นย่าง ปอเปี๊ยะทอด เส้นขนมจีน ผักสด พริก กระเทียม มะนาว เสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อน ๆ ใส่มะละกอดิบชิ้นเล็ก ๆ วิธีกินเมนูนี้ต้องใส่ส่วนประกอบทุกอย่างลงไปในถ้วยน้ำซุป โดยใส่เนื้อหมูบดก้อนลงไปก่อนเพื่อให้น้ำหมักซึมไปกับน้ำซุป ตามด้วยส่วนที่เหลือลงไปให้ครบแล้วกินคล้ายก๋วยเตี๋ยวน้ำ     ต่อมาเป็นเมนู จ่า ก๋า ลา หว่อง ปลากะพงคลุกเคล้าสมุนไพรนานาชนิดเสิร์ฟมาในกระทะร้อนสำหรับผัด เมื่อผัดเสร็จเรียบร้อยก็นำเนื้อปลาที่ได้มาใส่ในชามขนมจีน ปรุงรสชาติด้วยซอสเปรี้ยวหวาน กะปิ พริก และมะนาว คลุกเคล้าจนเข้ากัน ได้รสและกลิ่นสมุนไพรเต็มปากเต็มคำ       ส่วนเมนูยำที่เป็นเมนูเด็ดของร้านต้องยกให้กับ ยำหัวปลี รสชาติกลมกล่อมมาพร้อมกุ้งตัวโต ๆ กินเล่นได้เพลิน ๆ คลุกเคล้าน้ำยำรสเปรี้ยวหวานที่เป็นดั่งหัวใจสำคัญของอาหารเวียดนาม     และที่ขาดไม่ได้สำหรับเครื่องดื่มก็คือ กาแฟเวียดนาม ที่มีให้เลือกทั้งร้อนและเย็น โดยแบบร้อนนั้นเสิร์ฟมาในอุปกรณ์ดริปตามแบบฉบับกาแฟเวียดนามท้องถิ่นแท้ ๆ       นับเป็นประสบการณ์ลิ้มลองอาหารเวียดนามที่เปี่ยมด้วยความซับซ้อนแต่ก็มาพร้อมอรรถรสที่แตกต่างจากอาหารเวียดนามที่คุ้นเคยได้อย่างน่าประทับใจ แถมยังมาพร้อมบริการเดลิเวอร์รี่ให้อิ่มอร่อยได้ที่บ้านเช่นกัน

“Mister Lobster” ร้านล็อบสเตอร์โรลสูตรดั้งเดิมจากประเทศสหรัฐอมเริกาซึ่งมีความพิเศษคือล็อบสเตอร์ทุกตัวนำเข้าจากรัฐเมนที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของดินแดนเสรีภาพและขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งกุ้งล็อบสเตอร์เนื้อสดหวานที่สุดในโลก ทางร้านรังสรรค์ ‘Lobster Roll’ เป็นเมนูซิกเนเจอร์ซึ่งมีด้วยกัน 3 รส ได้แก่ รสออริจินอล เสิร์ฟพร้อมกับเลมอนออร์แกนิก รสสลัด และรสเห็ดทรัฟเฟิล ให้คุณเลือกฟินได้ตามใจชอบ       นอกจากล็อบสเตอร์แล้วที่ร้านยังมีวัตถุดิบคุณภาพมากมาย พร้อมครีเอทเป็นเมนูรสชาติดี อาทิ กุ้งทะเลเนื้อเด้ง ปูเนื้อหวาน แซลมอนจากประเทศนอร์เวย์ สุดยอดเนื้อวากิวอย่าง ทาจิมะวากิวที่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย เนื้อพรีเมียมจากประเทศนิวซีแลนด์ และสะโพกไก่ ไม่ว่าเป็นสายซีฟู้ด สายเนื้อ ก็เลือกอร่อยได้อย่างเต็มที่ ใครอยากลิ้มลองเราขอเชิญที่ห้งสรรพสินค้า CentralPlaza Lardprao’ ชั้น G เลยจ้า     ไปถึงแล้วห้ามพลาดเมนูดาวเด่นอย่าง Lobster Roll รสออริจินอล ขนมปังโฮมเมดเนื้อนุ่ม ย่างจนหอม กัดพร้อมล็อบสเตอร์เนื้อแน่น สดหวานสัญชาติอเมริกัน ราดซอสครีมสลัดรสเปรี้ยวละมุน     Lobster Roll รสเห็ดทรัฟเฟิล ก็ดีงาม ล็อบสเตอร์คุณภาพเนื้อแน่นๆ เข้ากันดีกับขนมปังทำเอง และทรัฟเฟิลสดหอมฟุ้ง ส่วนใครที่อยากชิมโรลอื่นๆ ที่ร้านก็มี เช่น Salmon Roll แซลมอนคุณภาพจากประเทศนอร์เวย์ ปรุงอย่างดีทำให้เนื้อยังคงความฉ่ำใน ไปด้วยกันได้ดีกับขนมปังโรล       สาวกปูต้องเลิฟ Crab Roll ขนมปังโรลโฮมเมดสอดไส้เนื้อปูรสหวานปริมาณมหาศาล ใส่ซอสพริกศรีราชารสเปรี้ยวเผ็ด เข้ากันดี และ Shrimp Roll แซนด์วิชไส้กุ้งทะเลเนื้อเด้ง  บีบน้ำเลมอนสักเล็กน้อยอร่อยเลย แต่สำหรับใครที่เลือกไม่ได้เราแนะนำ Mister Lobster Trio ให้คุณเลือกอร่อยไปกับโรล 3 ไส้แน่นๆ ทั้งล็อบสเตอร์ ปู และกุ้ง เรียกได้ว่าอิ่มเอมกันสุดๆ          นอกจากนั้นยังมีเมนูน่าลิ้มลองอย่าง Wagyu Steak ที่ใช้เนื้อวากิวทาจิมะชั้นดีจากประเทศออสเตรเลีย ย่างอย่างพิถีพิถันจนได้ความสุกระดับมีเดียม ชิ้นพอดีคำ เนื้อนุ่ม ฉ่ำใน โดนใจสายเนื้อ     ตามด้วยเมนูขายดี Wagyu Beef Rice เนื้อวากิวคุณภาพ ให้สัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นพริกไทยอ่อนๆ เสิร์ฟพร้อมไข่ดองที่เรารัก ข้าวสวยอิ่มเอม ราดพอนซึรสเปรี้ยวกลมกล่อม พริกน้ำปลาสไตล์ไทยๆ และซอสเกรวีรสเข้มข้น     ยังมี ชุดสเต๊กแซลมอน ที่ประกอบไปด้วย สเต๊กแซลมอนชิ้นโตจุใจ มันบดเนื้อเนียน (สามารถเปลี่ยนเป็นข้าวได้) ผักย่าง ซุปปลาดาชิ และน้ำลิ้นจี่อิตาเลียนโซดา หรือใครชอบเมนูสไตล์ไทย ต้องนี่เลย กะเพราแซลมอนจัมโบ้ ขอบอกว่าขายดีมาก แซลมอนเนื้อหวานชิ้นพอดีคำ รสเผ็ดพอเหมาะ       Lobster Soup รสเข้มข้น กลมกล่อม หอมกลิ่นเนย Fresh Truffle Soup รสครีมมีอย่าบอกใคร ถูกใจแฟนคลับทรัฟเฟิลแน่นอน แถมยังท็อปด้วยทรัฟเฟิลสไลซ์ ส่วนฟู้ดดี้คนไหนอยากกินของทอดอร่อยกรุบกริบต้องนี่ Hash Brown มันบดผสมหอมหัวใหญ่จากนั้นนำไปทอด กินคู่กับซอสทาร์ทาร์     Fish Fingers แท่งใหญ่เนื้อแน่น Waffle Fries มันฝรั่งทอดรูปวาฟเฟิล กินเพลิน Crispy Salmon หนังแซลมอนทอด และ Salmon Ball แซลมอนลูกกลมๆ ทอดอย่างดี ไม่อมน้ำมัน ราดซอสสูตรพิเศษของทางร้าน รสเปรี้ยวเล็กๆ เข้ากันดี     ทำเอาสาวกล็อบสเตอร์อย่างเรานี่ฟินไปเลย

ยกให้เป็นร้านครองใจสายสุขภาพที่ไม่เพียงมีจานเด็ดให้เลือกมาก แต่ยังมีกิมมิกไม่เหมือนใครคือเมนูตามกรุ๊ปเลือดซึ่งเป็นหนึ่งในโภชนาการทางเลือก  อยากรู้ว่าเมนูไหนที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดของเราให้ถามพนักงานที่พร้อมประจำการให้ข้อมูล หรือจะดูจากสัญลักษณ์กรุ๊ปเลือดที่ระบุไว้ในเมนูก็ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าเราจะเชื่ออาหารตามกรุ๊ปเลือดหรือไม่ แต่มั่นใจได้ว่าถ้ามาถึงร้านแล้ว รับรองต้องอิ่มพุงกางกลับบ้านแน่นอน       เรียกน้ำย่อยกันที่จานแรกเมี่ยงปลากระพงทอดสมุนไพร (กรุ๊ป O, A) ปลากระพงทอดในน้ำมันรำข้าว หั่นเป็นชิ้นให้หยิบวางบนใบชะพลูได้สะดวก ตามด้วยเครื่องเคียงสมุนไพร ได้แก่ ตะไคร้ หอมแดง พริก มะนาว มะพร้าวคั่ว และอัลมอนด์บด ราดด้วยน้ำเมี่ยงสมุนไพรสูตรพิเศษเคี่ยวจากน้ำตาลโตนด ใส่ปลาเห็ดโคนแทนกุ้งแห้ง และอัลมอนด์แทนถั่วลิสง อร่อยนัวไปอีกแบบ     ต่อด้วยเมนูสีสันคัลเลอร์ฟูล ยำวุ้นเส้นอัญชันเห็ด 3 อย่าง (กรุ๊ป O,A,B,AB) จานโปรดของคนชอบเห็ด มีทั้งเห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดออรินจิ เห็ดหูหนูดำ ราดน้ำยำรสจัดจ้านหอมกลิ่นมะนาวสด     ยำหัวปลีกุ้งสดและอกไก่สับ (กรุ๊ป O) เสิร์ฟในกลีบหัวปลี เครื่องแน่นรสแซ่บมาก ทีเด็ดคือหัวปลีซอยเคี้ยวสดกรอบ สบทบด้วยปลาเห็ดโคนอบ มะพร้าวคั่ว หอมเจียว และกุ้งสดลวก โดยสะระแหน่เพิ่มสีสันและกลิ่นหอมๆ     ข้าวยำ 3 สี (กรุ๊ป O,A,B,AB)  เมนูอุดมด้วยผักสมุนไพรหากินยากอย่างยอดผักปลัง ผักแขยง ดอกขจร  กินกับข้าว 3 สี ราดน้ำบูดูเคี่ยวจากน้ำอ้อยชัน น้ำตาลโตนด มะพร้าวคั่ว ตะไคร้ หอมแดง ใส่เนื้อปลาทูเน้นๆ คลุกเคล้ากับเครื่องเคราอย่างมะพร้าวคั่ว ปลานิลอบ ปลาเห็ดโคนอบ ครบรสเหมือนยกมาจากภาคใต้     ผละจากของคาวมาต่อกันที่ของหวาน โดดเด่นเรียกแขกต้องยกให้ กล้วยแขกทอด กล้วยชุบแป้งสเปลท์ทอด โรยงาหอมๆ กรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน นอกจากเสิร์ฟร้อนๆ ที่ร้าน ยังมีบรรจุแพกเกจให้ซื้อไปทอดกินเองที่บ้านอีกด้วย     อีกเมนูสุดโปรดของครอบครัวยกให้วัฟเฟิลหอมๆ กินกับไอศกรีมโฮมเมด วิปครีม และกล้วยหอมหั่นแว่น     ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกจุใจไม่น้อยหน้า อาทิ Forever Young (กรุ๊ป AB) น้ำปั่นสุดเข้มข้นจากผลไม้รสเปรี้ยว ดื่มแล้วกระชุ่มกระชวย       แนะนำพอเป็นไอเดีย เพราะไปถึงร้านแล้วอาจเลือกไม่ถูก แต่ละเมนูครีเอทได้ยั่วน้ำลายสายกินทั้งนั้น

หลังจากที่คุณจ้อ-พัชรินทร์ เหมอังกูร เดินทางไปทั่วโลกเพื่อตามหาวัตถุดิบระดับพรีเมียมส่งตรงให้กับร้านอาหาร โรงแรม และห้างสรรพสินค้ามานานหลายปี ก็ถึงเวลาเปิดครัวของตัวเองเพื่อนำของดีในมือทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด ทรัฟเฟิล คาร์เวีย ฟัวกราส์ และอื่นๆ มาปรุงอาหารจานเด็ดที่รสชาติโดดเด่นไม่เหมือนใครจากฝีมือของ 2 เชฟชาวสเปนและอิตาเลียน ในบรรยากาศแสนสบายในโทนสีเขียวมะกอกสุดอบอุ่น       โดยมีมุมไฮไลท์ที่ดึงดูดสายตาเกือบตลอดเวลาคือตู้กระจกที่จัดวางวัตถุดิบอิมพอร์ตไว้มากมาย จนหลายคนอดใจไม่ไหวต้องซื้อติดมือกลับบ้าน       หลังจากหามุมหย่อนกายได้ลงตัวก็ถึงเวลาของความสุขโดยเริ่มที่ Burrata Salad จานเด็ดเรียกน้ำย่อยที่ตกแต่งน่ารักชวนกิน ตรงกลางวางบูราตาครีมชีสที่ทำเป็นลูกกลม เหยาะน้ำมันทรัฟเฟิลด้านบนเพิ่มกลิ่นหอมกระตุ้นความอยากอาหาร เวลากินให้ใช้มีดจิ้มเบาๆ ครีมชีสด้านในจะไหลเยิ้ม รสชาติกลมกล่อมหอมมัน กินกับพาร์มาแฮม ผักสลัด และมะเขือเทศ Heirloom รสเปรี้ยวอมหวานนำเข้าจากฝรั่งเศส ก่อนส่งเข้าปากอย่าลืมแตะโอลีฟออยที่ปาดไว้ขอบจานจะเพิ่มระดับความฟินแบบทบเท่าทวีคูณ     ส่วนจานหลัก Paella Carabineros Prawn ข้าวผัดเสปนหน้าตาคล้ายริซอตโต ปรุงรสกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของการ์ลิคออย ท็อปด้วยกุ้งแดงจากสเปนที่มีเฟเวอร์เข้มข้นเป็นเอกลักษณ์     อีกจานคือ Roasted Patagonian Tooth Fish เชฟเลือกใช้ปลาแบ็กค้อดซึ่งเป็นปลาน้ำลึกจากอาร์เจนตินา เนื้อนุ่มแน่นไร้กลิ่นคาวกวนใจ ใครชอบทรัฟเฟิลจะยิ่งปลื้มเพราะไม่เพียงได้รสสัมผัสหวานฉ่ำตามธรรมชาติของเนื้อปลา ยังได้อิ่มเอมไปกับรสชาติสุดเข้มข้นของซอสไวท์ทรัฟเฟิลบัตเตอร์ที่แทรกซึมอยู่ทุกอณู อร่อยจนอยากบอกต่อเพื่อน     ปิดท้ายที่พระเอกของร้าน Wagyu Striploin No.4-5 Westholme เนื้อพรีเมียมวากิวอิมพอร์ตที่ทางร้านใช้เวลาบ่มนานถึง 45 วัน ก่อนนำมากริลล์ระดับมีเดียมแรร์เพื่อรักษารสชาติสุดเข้มข้นในช่วงเวลาที่ดีที่สุดเอาไว้ สมทบด้วยมันบดเนื้อเนียนที่กินเข้ากันกว่านี้ไม่มีแล้ว       ในช่วงที่เราไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ แวะมาที่ Sooooo Goood Gourmet ร้านเดียวก็เหมือนได้เที่ยวทั่วโลกผ่านอาหารจานเด็ดแล้ว

คนรักซีฟู้ดต้องชอบใจเมื่อได้รู้ว่า “JUMBO Seafood” ร้านซีฟู้ดเก่าแก่ของประเทศสิงคโปร์ ที่เสิร์ฟรสชาติต้นตำรับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2530 ได้ขยายสาขามาที่ห้างใจกลางมหานครอย่าง ‘สยามพารากอน’ ชั้น G แล้ววันนี้!     ร้านโล่งกว้างในสไตล์ร่วมสมัยเน้นการตกแต่งด้วยสีเอิร์ธโทน ซึ่งสื่อถึงความเป็นธรรมชาติของทะเลแหล่งกำเนิดของซีฟู้ดเนื้อสดหวาน เข้ากันกับตู้ปลาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลสดไซส์จัมโบ้สมชื่อร้าน อาทิ ปูอลาสก้า ปูเนื้อ ปูดันเจนนิส อันเป็นวัตถุดิบหลักที่ขาดไม่ได้ และยังเสริมทัพด้วยปูทะเล กุ้งล็อบสเตอร์ กุ้งมังกรเจ็ดสี กุ้งทะเล ปลากุดสลาด ปลาเก๋า หอยงวงช้าง อีกด้วย       พื้นปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์เปรียบราวกับทรายริมหาด โซฟาเบาะนุ่มสีฟ้าสดใสเหมือนน้ำทะเล ผนังไม้สีครีมแทรกด้วยภาพกราฟฟิกประเทศสิงคโปร์ขนาดใหญ่ สื่อให้หลายคนทราบถึงต้นกำเนิดของร้านว่ามาจากที่ใด มีครัวเปิดให้คุณได้เห็นทีมเชฟมืออาชีพทำงานอย่างขะมักเขม้น พร้อมเสิร์ฟซีฟู้ดรสชาติดี ซึ่งมีจุดเด่นที่ทุกจานต้องเป็น ‘Live Products’ อาหารทะเลสดใหม่ซีฟู้ดแบบ ‘เป็นเป็น’ ที่ทางร้านคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากประเทศต่างๆ ทั้งในเมืองไทยและต่างแดน ให้คุณเลือกอร่อยคู่กับซอสสูตรพิเศษ 12 ชนิด เช่น ซอสปูผัดพริกผสมถั่ว ซอสน้ำพริกผสมกุ้งแห้ง ซอสน้ำผึ้งผสมพริกไทย และ ซอสกาแฟมอคค่า ที่ส่งตรงจากประเทศสิงคโปร์อีกด้วย       เริ่มต้นกับเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ปูผัดซอสพริก ปูทะเลไซส์บิ๊กเบิ้ม เนื้อสดหวาน ผัดพร้อมซอสพริกสูตรเฉพาะ สไตล์สิงคโปร์ที่ประกอบไปด้วยเครื่องเทศกว่า 10 ชนิด ไข่ ถั่ว และซอสมะเขือเทศ รสหวานละมุน กินคู่กับซาลาเปาทอดเนื้อแน่น นุ่มฟู ไม่อมน้ำมันแต่อย่างใด     ต่อด้วยเมนูที่คุณหนูๆ ชื่นชอบ กุ้งทอดคลุกซีเรียล กุ้งตัวโตเนื้อสดเด้ง คลุกเคล้ากับซีเรียลชั้นดีจากประเทศสิงคโปร์ ทอดจนเป็นสีเหลืองทองชวนหิว รสหวานกลมกล่อม กินเพลิน     ซี่โครงหมูคั่วซอสมอคค่า ก็น่าอร่อย ซี่โครงหมูคุณภาพหมักกับสมุนไพร และเครื่องเทศต่างๆ ซึ่งเป็นสูตรลับฉบับของทางร้าน ทำให้ได้เนื้อที่นุ่มล่อน ฉ่ำใน เคลือบด้วยซอสมอคค่ารสเข้มข้น หอมกลิ่นกาแฟเบาๆ โรยด้วยอัลมอนด์แผ่นกรุบกรอบ     ปิดท้ายด้วย เต้าหู้หน้าผักโขมกับเนื้อปู เต้าหู้โฮมเมดเนื้อเนียนนุ่ม ทอดอย่างพิถีพิถัน ไม่อมน้ำมันแต่อย่างใด ท็อปด้วยผักโขมสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ทำมาจากเนื้อปูที่เรารักและไข่ขาว     JUMBO Seafood มีติ่มซำด้วยนะเผื่อใครยังไม่รู้

ขอต้อนรับสู่ Mad Sugar x Pasta ร้านพาสตาเส้นสดน้องใหม่สุดอาร์ตในซอยเจริญกรุง 28 ก่อนหน้านี้เราอาจได้ยินชื่อ Mad Sugar บ่อยครั้งในฐานะร้านเค้กออนไลน์ที่ดีไซน์แต่ละชิ้นออกมาได้อย่างเก๋ไก๋ ซึ่งคุณตูน เจ้าของร้านเล่าให้เราฟังว่าได้มีโอกาสเรียนทำเส้นพาสตาจากผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ บวกกับประสบการณ์การทำงานในร้านอาหารมานานร่วม 10 ปี ร้านพาสตาเล็กๆ แต่อบอุ่นของเธอจึงเกิดขึ้นได้ดั่งฝัน               เพราะยังอยู่ในช่วง Soft Opening เมนูของที่ร้านจึงเน้นที่ Classic Pasta อย่าง Arrabiata, Pesto, Carbonara และ Garlic and Chlii ส่วนเส้นมีเส้นแบบเดียวคือ Fettuccine ทีคุณแม่ช่วยลงมือทำด้วย แต่อดใจอีกไม่นานคุณตูนจะเพิ่มเมนูใหม่ๆ ซึ่งจะเผยโฉมออกมาในแต่ฤดูกาล         เมนูไฮไลต์ของที่ร้านต้องยกให้ Seafood Arrabiata ความโดดเด่นอยู่ที่ซอส Arrabiata ทำจากมะเขือเทศสดจำนวนมากเคี่ยวกับสมุนไพรและผักจนเข้มข้น คุณตูนใส่พริกแห้งทอดลงไปด้วยเพื่อให้ได้รสเผ็ดชวนให้เจริญอาหาร       ส่วน Bacon Carbonara ก็ยังติดอันดับเมนูที่ลูกค้าโปรดปรานที่ใครมาเยือนเป็นตั้งสั่งมาลิ้มลองจนได้ รสเข้มข้นได้จากไข่แดงพาสเจอไรซ์ พาร์เมซานชีส เบคอน และใส่เบคอนกรอบปิดท้ายให้เคี้ยวสนุก       พลาดไม่ได้กับ Prawn butter lemon chili ที่ร้านใช้กุ้งตัวโตส่งตรงจากฟาร์ม เนื้อสดหวานผัดพริกแห้งให้หอมฉุย บีบเลม่อนลงไปให้จี๊ดจ๊าด ท็อปด้วยพาร์เมซานชีส และผิวเลม่อนอีกนิด จบครบความอร่อย     คนรักพาสตาอย่าพลาดเชียว   ขอขอบคุณภาพจากร้าน Mad Sugar x Pasta

หนึ่งในร้านโปรดของคนรักซูชิเพราะรวมแต่วัตถุดิบชั้นเลิศจากญี่ปุ่นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว แถมเชฟยังใจป้ำเสิร์ฟให้กินคำโต ๆ แบบไม่หวงของ ทั้งหน้าตาและรสชาติจะต้องอ้าปากกว้างแค่ไหนเราก็ยอม             เริ่มที่ Shirauo Salad สลัดปลาเงินทอดกรอบ ไม่ต้องห่วงเรื่องความมันเลี่ยนเพราะเชฟทอดปลาได้แห้ง เคี้ยวกรุบกรอบ รสชาติเค็ม มัน กำลังดี ราดด้วยซอสหวานและมายองเนส ด้านบนโรยไข่กุ้งให้เคี้ยวกรุบๆ ยกให้เป็นที่สุดของจานอุ่นเครื่องที่ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสให้พร้อมทำงานอย่างเต็มที่       ต่อด้วยเมนูของคนรักปลาดิบ Matsu Sashimi รวมของดี 8 อย่าง ได้แก่ โอโทโร, อะกามิ, ฮามาจิ, คัมปาจิ, ชิมะ, ท้องแซลมอน, หอยเชลล์ชูรสด้วยอิคุระ และอามาเอบิหรือกุ้งหวานญี่ปุ่น แต่ละชิ้นใหญ่มาก!       สายเนื้อแนะนำ Kobe 200g Steak เนื้อโกเบ A4 ราดด้วยซอสเสต๊กและหัวหอมสับที่ช่วยดึงรสสัมผัสของเนื้อโกเบได้ถึงแก่นยิ่งขึ้น ใครหลงใหลความฉ่ำนุ่มที่มาพร้อมกลิ่นหอมๆ สั่งเลยไม่ผิดหวัง       อีกไฮไลท์คือ Foie Gras ซูชิฟัวกราส์ เสิร์ฟคำโตให้เราเพลินใจไปกับฟัวกราส์เกรดพรีเมียมเคลือบด้วยซอสสูตรลับรสชาติหวานหอม เป็นใครก็อยากละเลียดช้าๆ เพื่อซึมซับความละมุนฉ่ำลิ้นให้อบอวลอยู่ในปากนานๆ แหม ไม่อยากให้หมดจานเลยจริงๆ       ปิดจ๊อบด้วย Salmon Creamcheese Rolls ข้าวห่อปลาแซลมอนเบิร์นไฟ แต่ละชิ้นอัดแน่นด้วยคุณภาพ ด้านในมีอะโวคาโด ครีมชีส ฟัวกราส์ และปลาไหล ราดด้วยซอสสไปซีและซอสหวาน ตกแต่งด้วยอิคุระเม็ดกลมสวย     อร่อยเต็มคำแบบนี้ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม!

ร้านอาหารซีฟู้ดสไตล์ฮ่องกงเปิดใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่บรรยากาศยังกินขาดเพราะตั้งอยู่ริมทะเลสาบเมืองทองธานีให้เราเอ็นจอยกับอาหารทะเลปรุงสดใหม่สไตล์ฮ่องกง ส่วนคนรักอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งและแต้จิ๋วก็ไม่น้อยหน้าเพราะมีให้สั่งอย่างจุใจเหมือนกัน         ทั้งหมดปรุงโดยเชฟหนุ่มสุดยอดฝีมือชาวฮ่องกง “แจ็คกี้ ชาน” ที่เคยฝากผลงานในโรงแรม 5 ดาวมาแล้วมากมายทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 40 ปี       โดยเฉพาะเมนูปรุงจากอาหารทะเลสดใหม่ในรูปแบบง่ายๆ แต่พิถีพิถัน ในทุกขั้นตอน เริ่มที่ไฮไลท์ห้ามพลาดเป็ดย่างฮ่องกงไม้ลิ้นจี่ เชฟเลือกเป็ดเชอร์รี่ไซส์ 3 กิโลกรัมมาผ่านกรรมวิธีการปรุงเป็นพิเศษจนได้เนื้อเป็ดสุดนุ่มหนังตึง มีกลิ่นหอมของผลไม้ กินเปล่าๆ ก็อร่อย หรือจะชูรสชาติด้วยซอสเนยถั่วก็ยิ่งถึงเครื่องถึงรสแบบยกกำลัง       กุ้งแชบ๊วยผัดพริกเกลือ เมนูหอมๆ ที่ทำเอาน้ำลายสอตั้งแต่แรกเห็น เชฟเลือกเฉพาะกุ้งไซส์บิ๊กปรุงรสเค็มมันเจือเผ็ดเล็กน้อย ชุบเกล็ดขนมปังทอดกรอบ ไม่ต้องห่วงเรื่องความมันเลี่ยนเพราะแห้งสนิท กินพร้อมกับกระเทียม พริกขี้หนู โรยผักชีเพิ่มกลิ่นหอม อร่อยจนไม่อยากวางตะเกียบ       แต่ถ้ารักหมดใจยกให้หม้อนี้ ซุปปลากระพงสไตล์แต้จิ๋ว น้ำซุปกลมกล่อมซดคล่องคอเคี่ยวจากปลาตาเดียวตากแห้ง ในหม้ออุดมด้วยเครื่องเคราอย่างเนื้อปลากระพงที่ทั้งสดและหวาน หั่นชิ้นใหญ่ๆ ใส่ให้กินจุใจ ที่สำคัญไร้กลิ่นคาวกวนใจ เคล็ดลับความอร่อยยังอยู่ที่ใส่เผือกทอดลงในน้ำซุปเพิ่มรสหวานหอม ตามด้วยขิงที่ให้รสเผ็ดร้อนนิดๆ อิ่มที่ร้านแล้วยังต้องสั่งกลับไปกินต่อที่บ้าน       ปิดท้ายมื้อแบบหอมปากหอมคอด้วย ไข่มุกแปะก๊วยลำไยสีทอง ของหวานสไตล์ฮ่องกง ที่ไม่เพียงอร่อยแต่ยังช่วยบำรุงกำลังและสุขภาพ     อยากละเลียดซีฟู้ดริมทะเล ไม่ต้องไปไหนไกล แค่เลี้ยวรถเข้าเมืองทองธานีก็ได้ฟินแล้ว

ถ้าชอบอาหารเวียดนาม ต้องไม่พลาด Le Dalat ร้านอาหารเวียดนามสูตรต้นตำรับที่ถูกยกให้เป็นระดับตำนานของไทย วันนี้ส่งไม้ต่อสู่ทายาทรุ่นที่ 3 เคยอร่อยอย่างไรก็ยังอร่อยเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยน           ไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องรสชาติเพราะบรรยากาศของร้านสุดร่มรื่นดุจโอเอซิสที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมือง แม้จะถูกล้อมรอบด้วยอาคารสำนักงานและการจราจรอันพลุกพล่าน แต่เมื่อเดินเข้ามาที่นี่เรากลับรู้สึกถึงความสงบผ่อนคลายไม่เคยเปลี่ยน การตกแต่งด้านในเน้นประดับประดาด้วยของสะสมซึ่งมาดามเจ้าของร้านรุ่นแรกได้หอบหิ้วมาจากเวียดนาม ทั้งสวยงามและทรงคุณค่าเพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวและประวัติอันยาวนาน โดยเฉพาะภาพเขียนรูปหญิงสาวชาวเวียดนามที่ดูอ่อนหวานมีเสน่ห์ เดินชมเพลินๆ ก็เผลออมยิ้มได้แบบไม่รู้ตัว           หากมาครั้งแรกยังไม่รู้จะสั่งอะไร พนักงานจะแนะนำรายละเอียดของเมนูต่างๆ ที่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกหิว คราวนี้อยากกินทุกเมนูเลย (ฮา) อย่างไรก็ตาม แนะนำให้เริ่มที่เมนูเรียกน้ำย่อย Hue Flute (เว๊ ฟลุท) ขลุ่ยปูสอดไส้เนื้อปู (250 บาท) แป้งกรุบกรอบทอดได้แห้งไร้น้ำมันส่วนเกิน ด้านในอัดแน่นด้วยเนื้อปูปรุงรส จานนี้ไม่มีน้ำจิ้ม เพราะอร่อยครบรสอยู่แล้ว     Bun Rieu (บุ๊ง เรียว) ขนมจีนน้ำซุปทะเล (280 บาท) น้ำซุปสดชื่นได้กลิ่นอายของท้องทะเล เพราะมีทั้งเนื้อปูและกุ้ง ประโคมใส่ให้กินอย่างจุใจ ปรุงรสชาติกลมกล่อม ซดเพลินทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ถ้าใครอยากเพิ่มความจัดจ้านก็มีกะปิ มะนาว พริกสด ให้เพิ่มรสได้ตามชอบ     Ga roti (ก่า โรตี) ไก่อบอินโดจีน (360 บาท) ไก่ตุ๋นกับน้ำมะพร้าว เนื้อไก่นุ่มฉ่ำรสเค็มอ่อนๆ เจือรสหวานหอมของน้ำมะพร้าว กินเคียงกับสลัดเวียดนามโรยไข่กุ้งรสเปรี้ยวสดชื่น และเฟรนฟรายส์ทอดร้อนๆ รสเค็มนิดๆ     ปิดท้ายด้วย My tho carp (หมี่ ท้อ คาร์พ) ปลาทอดตั้งได้ (900 บาท) ปลาแรดไซส์บิ๊กทอดทั้งตัว เสิร์ฟกับผักหลากชนิด เสริมรสด้วยซอสเวียดนามและซอสมะขาม วิธีกินเหมือนแหนมเนือง เป็นเมนูที่ได้ครบทั้งรสชาติและสุขภาพที่ดี     ที่ร้านยังมีอีกหลายเมนูถูกปาก จนใครก็อยากกลับมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ

กระแสพาสตาเส้นสดกำลังมาแรง หนึ่งในร้านที่เป็นผู้นำปลุกกระแสนี้ก็คือ Nam Nam ที่อ่านว่า ยัมยัม หมายถึงอร่อยในภาษาสเปน เป็นร้านเล็ก ๆ สไตล์โฮมมี่ที่ซ่อนตัวอยู่ใน ซ.ศูนย์วิจัย ถ.เพชรบุรี       เชฟน้ำ ปุณฑริก พงษ์พานิช หยิบจำเอาทุกอย่างที่เธอชื่นชอบมาทำเป็นร้านอาหารร้านนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจจะมีเมนูหลากหลายสัญชาติ หลากหลายสไตล์อยู่ในร้าน ทั้งพาสตาจากอิตาลี ทาปาสจากสเปน ไปจนถึงการฟิวชั่นพาสตากับอาหารสัญชาติอื่น เช่น กิมจิจากเกาหลี     พาสต้าเส้นสดของ Nam Nam มี 2 แบบด้วยกัน แบบแรกใช้แป้งเซโมลินาในการทำ ด้วยเนื้อแป้งที่มีความหยาบเล็กน้อย เส้นสดที่ได้จะมีสัมผัสเด้งดึ๋ง ส่วนอีกแบบใช้แป้งดับเบิ้ลโอผสมไข่ หน้าตาคล้ายบะหมี่ ด้วยเนื้อแป้งที่ละเอียดกว่าแบบแรกทำให้เส้นแบบนี้มีความนุ่มกว่า         เริ่มต้นด้วยของกินเรียกน้ำย่อย Chorizo in red wine ไส้กรอกโชรีโซจากสเปนได้ทั้งรสชาติครบเครื่องตามแบบฉบับดั้งเดิมจับคู่กับซอสไวน์แดงได้อย่างลงตัว กินคู่กับขนมปังซาวร์โดวจ์พอกระตุ้นความอยากให้กับอาหารจานต่อไป     เริ่มต้นด้วย Pesto คอมฟอร์ทฟู้ดจานเด็ดประจำร้าน เลือกใช้เส้น Reginette ที่มีลักษณะเป็นเส้นยาวมีความหงิกงอ ด้วยสูตรของทางร้านที่เน้นทำซอสตามแบบฉบับต้นตำรับแท้ ๆ ถ้าใครอยากจะลิ้มลองรสชาติพาสตาคลาสสิกก็ต้องเป็นจานนี้เลย     จานต่อมาคือเมนูทวิสต์ที่ใช้พาสตากับกิมจิ ใช้น้ำจากกิมจิมาเป็นซอสผัดจนแห้งจนซึมเข้าไปในตัวเส้น จึงได้รสชาติที่มีความเอเชีย เปรี้ยว เผ็ดอย่างลงตัว     Beef Stroganoff เป็นจานไฮไลต์ที่มีเฉพาะในสาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเท่านั้น โดดเด่นด้วยเส้น พัพพาร์เดลเล (pappardelle) ใช้เนื้อส่วนสันนอกมาจี่ทำเหมือนสเต็ก ราดซอสที่เบสด้วยสต็อกเนื้อ ซาวร์ครีมและคัสตาร์ด ได้ทั้งรสชาติและกลิ่นหอมจากเนื้อคำโตเข้ากันอย่างดี     ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ร้าน Nam Nam มีบริการ Delivery และ Take away ผ่านทางไลน์ออฟฟิเชียล @namnampasta (สาขาซอยศูนย์วิจัย) และ @namnam.at.embassy (สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี) ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น Line man หรือ Grab ก็ได้เช่นกัน

Siam Tea Room” ร้านอาหารไทยต้นตำรับและร้านเบเกอรี แห่ง ‘โรงแรมแมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค(Bts พร้อมพงษ์) ที่พร้อมให้คุณเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศเรียบหรูแต่เข้าถึงง่าย ด้วยการตกแต่งในสไตล์ไทยร่วมสมัย สวยงามตั้งแต่หน้าร้านซึ่งเป็นเรือนกาแล เรือนไทยที่งดงามและมีเอกลักษณ์ของภาคเหนือ ฝีมืออาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติในตำนาน       เมื่อเดินเข้าไปจะพบกับเบเกอรีอบสดใหม่วันต่อวันวางเรียงรายบนชั้น ซึ่งเป็นสูตรอร่อยของ “Alfred Merkel” เชฟชาวเยอรมันฝีมือขั้นเทพตำแหน่ง Executive Pastry Chef ประจำโรงแรม นอกจากขนมแล้วยังมีท็อฟฟี่ไทยโบราณหารับประทานยากอีกด้วย ส่วนใครที่กระหายน้ำ อยากจิบเครื่องดื่มรสชาติดี ให้ก้าวย่างมาที่บาร์น้ำ ซึ่งพร้อมเสิร์ฟทั้งกาแฟเบลนด์ที่ใช้เมล็ดกาแฟจากจังหวัดเชียงใหม่ และประเทศลาว น้ำชาร้อน-เย็น และเครื่องดื่มแบบ Non-Coffee มากมาย       ถัดจากโซนเบเกอรีจะเป็นห้องอาหารพื้นที่กว้างขวาง บรรยากาศสบายๆ สไตล์โมเดิร์น โต๊ะไม้สีน้ำตาลแลดูอบอุ่นและสบายตายิ่งขึ้นเมื่ออยู่กับโซฟาสีเทาเบาะนุ่มๆ นั่งสบาย หากใครชอบนั่งดูต้นไม้เขียวขจีเราแนะนำให้ตรงดิ่งไปที่โซนเอาต์ดอร์ ซึ่งถึงจะเป็นวันแดดจ้าไร้เครื่องปรับอากาศ แต่กลับไม่ร้อนแต่อย่างใด พร้อมอร่อยไปกับอาหารไทยรสต้นตำรับจากวัตถุดิบชั้นดีที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ อาทิ ผักออร์แกนิกพื้นบ้าน ผ่านฝีมือการปรุงอาหารจาก “เชฟกอล์ฟ - ภัควลัญชญ์ เวชมนต์” Sous Chef หัวหน้าห้องอาหารสยาม ที รูม     เชฟกอล์ฟคลุกคลีอยู่ในแวดวงอาหารไทยมานานกว่า 19 ปี มีประสบการณ์การทำงานในห้องเครื่องของพระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมงานกับโรงแรมชั้นนำหลายแห่งรวมทั้งเป็นครูสอนทำอาหารไทยก่อนจะมารับหน้าที่ครีเอทเมนูต่างๆ ดูแลเรื่องรสชาติและหน้าตาของอาหารให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด     มาเริ่มชิมจากเมนูเบเกอรีสุดป๊อปอย่าง ครัวซองต์ กันเลย ต้อนรับด้วย Butter Croissant  ตัวนี้ขายดีเป็นครัวซองต์ตัวออริจินอลหอมๆ เนื้อกรอบนอกนุ่มใน อุ่นร้อนๆ น่ากินเป็นที่สุด ต่อด้วย Pandan Croissant ครัวซองต์ไส้ใบเตยหอมมันรสหวานกำลังดีและยังแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ใครเป็นช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ต้องเทใจให้ Chocolate Croissant ไส้ช็อกโกแลตเข้มข้น กัดพร้อมแป้งครัวซองต์คุณภาพ     ชิ้นนี้เรารัก Nutella Croissant นูเทลลาขวัญใจสายหวาน อัดแน่นอยู่ในครัวซองต์แสนอร่อย Lemon Meringue Croissant ก็น่าสนใจ เลมอนเคิร์ดรสเปรี้ยวนุ่มนวล เข้ากันดีกับแป้งครัวซองต์ที่ชุ่มไปด้วยเนย ด้านบนท็อปด้วยเมอแรงต์หวานๆ       ยังมี Mango Croissant สำหรับคนที่รักมะม่วงโดยแท้ ครัวซองต์เนื้อนุ่มฟู สอดไส้มูสมะม่วงสุกหวานฉ่ำ และ Thai Tea Croissant ครัวซองต์ชิ้นอวบอ้วน ที่ภายในอัดแน่นไปด้วยซอสชาไทยหวานมัน ฟินทุกคำที่ลิ้มลอง       เข้าสู่โหมดอาหารกันบ้าง จานแรกเป็น แกงคั่วเนื้อปู ที่ใส่ทั้งกุ้งทะเลและใบชะคราม ใบชะครามมันๆ กุ้งตัวโต ปูเนื้อหวาน อยู่ในน้ำแกงรสกลมกล่อม ที่ทำจากพริกแกงทำเอง ประกอบไปด้วย ขมิ้น ข่า ตะไคร้ และกะปิ กินคู่กับเส้นหมี่เหนียวนุ่ม     ยำส้มฉุนปลาสลิดฟูหมูหวาน เมนูโบราณของชาวภูเก็ต ส้มโอ มะม่วง คลุกเคล้ากับน้ำยำรสเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นส้มฉุน กินกับปลาสลิดรสเค็มนุ่มนวลจากอำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ที่เชฟนำเนื้อไปทำเป็นปลาฟู และทอดหนังจนกรอบ ยังมีหมูหวาน ที่ทำมาจากหมูสามชั้นอารมณ์ดี เนื้อนุ่ม แนมมาอีกด้วย     คอหมูทอดกระเทียม น้ำพริกกระเทียม คอหมูคุณภาพ ที่ได้จากหมูอารมณ์ดี หมักกับเครื่องเทศจนเข้าเนื้อ ทอดอย่างพิถีพิถัน ไม่อมน้ำมัน โรยกระเทียมเจียวหอมน่ากิน เสิร์ฟพร้อมน้ำพริกกระเทียม สูตรลับฉบับคุณแม่ของเชฟกอล์ฟ ได้รสเค็มนัวจากปลาร้า และความเผ็ดเล็กๆ ของพริกและกระเทียม กินพร้อมข้าวเหนียวสุดอิ่มเอม แนมกับผักพื้นบ้านต่างๆ อาทิ มะตูมแขก ผักกาดหิ่น อร่อยฟิน     ซี่โครงหมูอบข้าวคั่วน้ำจิ้มแจ่ว ซี่โครงหมูชิ้นโตหมักกับเครื่องเทศหอมๆ 1 คืน ก่อนนำมาอบและทาด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ทำให้ได้เนื้อนุ่มร่อน หวานฉ่ำ โรยด้วยข้าวคั่วทำเอง เครื่องเทศ และพริกป่นเผ็ดร้อน ไปด้วยกันได้ดีกับน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด ที่เต็มไปด้วยกลิ่นสมุนไพรหอมๆ     จบด้วย ขนมเบื้องญวนปูนิ่ม ขนมเบื้องสูตรดั้งเดิมน่าชิมเป็นที่สุด แป้งแผ่นบางๆ สีเหลืองทองที่ทำมาจากแป้งข้าวเจ้า ขมิ้น และกะทิ ห่อไส้กระฉีกโฮมเมด รสหวานละมุนจากน้ำตาลมะพร้าว และความครีมมีของมันกุ้ง โดดเด่นด้วยปูนิ่มที่เรารัก เสิร์ฟกับน้ำอาจาดรสเปรี้ยวหวาน  และผักสด     บอกให้รู้ว่า สยาม ที รูม ยังมีเมนูอาหารเช้าด้วยนะ

ใครที่กำลังมองหาสถานที่แฮงก์เอาต์ สำหรับสังสรรค์หลังเลิกงาน ขอแนะนำ Hoi - Chinese Izakaya  ร้านอิซากายะสไตล์จีนน้องใหม่บนถนนสุขุมวิท ที่นอกจากสไตล์ของร้านจะเท่ชวนดึงดูดแล้ว ภายในยังซุกซ่อนความอร่อยจากอาหารจีนรสเข้มข้นเอาไว้อีกมากมาย       ภายในเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีดำเข้ากันได้ดีกับผนังปูนเปลือยสไตล์ลอฟต์ โดดเด่นด้วยกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงธรรมชาติในเวลากลางวัน ให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง เสริมความเท่ดูน่าค้นหาในเวลากลางคืนด้วยไฟโทนสีส้มสลัว ตอบโจทย์คนที่ต้องการมาดื่มด่ำอาหารรสเลิศ จิบเบียร์ชิลๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดผ่อนคลาย       ทางร้านเน้นคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีมาจากหลากหลายแหล่ง เริ่มด้วยเมนูกินเล่นอย่าง แปะก๊วยคั่วเกลือ (118.-) รสชาติเค็มมัน อร่อยเคี้ยวเพลิน     ต่อด้วย สลัดมะเขือเทศโทฟู (168.-) สลัดเต้าหู้ชุปแป้งทอดกินกับมะเขือเทศราชินีคลุกเคล้ามากับน้ำสลัดสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง มะขามและโชยุ ได้รสชาติเปรี้ยมอมหวาน     จานถัดไปเป็น กุ้งซอสสิงคโปร์ (198.-) โดดเด่นด้วยซอสหมักสูตรพิเศษที่นำไปผัดกับไข่ก่อนจะนำมาราดบนกุ้งทอดตัวโตเนื้อเด้ง รสชาติเข้มข้น หอมมันกลมกล่อม     ที่พลาดไม่ได้ คือ เนื้อน่องลายตุ๋นแห้ง (198.-) เนื้อน่องลายแทรกมันตุ๋นข้ามคืนจนนุ่ม ชุ่มฉ่ำละลายในปาก หรือจะเลือกเป็น ราดหน้ากรอบเนื้อเต้าซี่ (198.-) ราดหน้าผักสามสีและเนื้อสันใน เสิร์ฟมาพร้อมเส้นใหญ่ทอดกรอบกำลังดี กินด้วยกันแล้วอร่อยลงตัวเป็นที่สุด       สุดท้าย ไก่แช่เหล้า (168.-) ไก่หมักเหล้าจีนหนังกรอบ เนื้อนุ่ม นึ่งมาจนได้ความสุกกำลังดี กินคู่น้ำจิ้มรสเด็ด ปิดท้ายมื้อนี้ได้อย่างสมบูรณ์