Yellow Teeth sip n' snap คาเฟ่น้องใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยลาดพร้าว 47 ย่านโชคชัย 4 พร้อมเสิร์ฟความอร่อยด้วยสารพัดเมนูเครื่องดื่มและขนมหวานโฮมเมดที่คิดค้นสูตรและครีเอตขึ้นมาใหม่ในแบบฉบับของตัวเอง ให้เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ได้ตามมาเช็คอิน ชิมกันเพลินๆ     ตัวร้านรีโนเวตมาจากตึกเก่า 4 ชั้น อายุราว 30 ปี โดยชั้น 1และชั้น 2 เป็นพื้นที่ของโซนคาเฟ่ โดดเด่นด้วยผนังปูนเปลือยที่ทิ้งร่องรอยของสีตึกดั้งเดิมเอาไว้และเฟอร์นิเจอร์สุดคลาสสิกที่ทางร้านเลือกสรรมาเป็นอย่างดีให้เข้ากับบรรยากาศภายใน ส่วนโซนด้านบนทางร้านเปิดเป็นสตูดิโอให้เช่าหลากหลายสไตล์ ตอบโจทย์คนชอบถ่ายรูปเป็นที่สุด       เริ่มต้นกันที่ Black Tonic Coffee Yuzu (120.-) เมนูซิกเนเจอร์ที่นำเอาของเอสเปรสโซช็อตมาผสมผสานกับความหอมหวานของยูซุ เพิ่มความซ่าด้วยโทนิกและเสริมความละมุนด้วยรวงผึ้ง ดื่มแล้วสดชื่น     ต่อด้วย Affogato Matcha Peach (110-.) ไอศกรีมมัตฉะ รสละมุน ราดเอสเปรสโซ ช็อตเข้มข้น กินพร้อมเนื้อพีชหวานฉ่ำ เข้ากันได้อย่างลงตัว     ส่วนเมนูขนมขอแนะนำ Croffle (140.-) ครอฟเฟิลร้อนๆ กินพร้อมผลไม้สดอย่าง บลูเบอร์รี ราสป์เบอร์รีและแยมพีช จับคู่กับเครื่องดื่มสุดเข้มข้น Dark Cocoa (90.-) หอมมัน รสชาติหวานน้อย     นอกจากเมนู Coffee และ Non-Coffee แล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องดื่มม็อกเทลหน้าตางดงามอย่าง Fa-rang (135.-) ที่ผสมผสานน้ำฝรั่งสีชมพู เบอร์รี และยูซุเข้าไว้ด้วยกัน รสชาติหอมหวาน กลมกล่อม  

คอชาตัวจริงต้องไม่พลาดร้าน Northlandtea คาเฟ่ชาออร์แกนิก บนถนนรัตนาธิเบศร์ ที่ยกระดับชาไทยจากภาคเหนือไปสู่สากล โดยการคัดเลือกใบชาเต็มใบของไทยมากกว่า 20 ชนิด มารังสรรค์เป็นเมนูเครื่องดื่มสุดครีเอทให้เหล่านักชิมได้ลิ้มลอง การันตีคุณภาพของชาด้วย USDA Organic จากประเทศสหรัฐอเมริกา       ทันทีที่เดินเข้ามาจะสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากผนังโทนสีครีม เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเบจ และของตกแต่งน่ารักๆ ที่ทางร้านคัดสรรมาให้เข้ากับโทนสีภายในร้านได้เป็นอย่างดี ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายได้บรรยากาศสไตล์โฮมมี เสมือนได้นั่งจิบชาชิลๆ อยู่ที่บ้านเลยล่ะ       เริ่มกันที่เมนูซิกเนเจอร์อย่าง Daisy Daisy (95.-) เป็นการนำชาเขียวออร์แกนิกมาเบลน์กับชาคาโมมายล์ เติมความหวานด้วยน้ำผึ้งและเพิ่มรสสัมผัสด้วยวุ้นว่านหางจระเข้ ดื่มแล้วชื่นใจ     ต่อด้วย Scone Set (79.-) ประกอบไปด้วยสคอน รสแครนเบอร์รีและรสเอิร์ลเกรย์ ที่ทำจากแป้งเค้กเกาหลี เมื่อรับประทานเข้าไปเนื้อสัมผัสจะไม่แข็งแห้งและนุ่มเบา กินคู่กับครีมสดและโฮมเมดแยมรสมิกซ์เบอร์รี     สายชานมไข่มุกต้องไม่พลาด Earl Grey Royal Milk Tea (130.-) ชานมเอิร์ลเกรย์กลิ่นหอมรสเข้มข้น ที่ทางร้านเลือกใช้ความหวานจากน้ำผึ้งแทนน้ำตาลกินพร้อมไข่มุกบุก หอมละมุนกลมกล่อม     Rare Cheesecake (290.-) เมนูที่ผสมผสานความเบา นุ่ม ละมุนลิ้น ของชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่น กับความหวานฉ่ำแกมเปรี้ยวของผลไม้สด อย่างมะม่วงน้ำดอกไม้และบลูเบอร์รีเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว  

จุดเช็คอินแห่งใหม่ย่านพระราม 8 ที่เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์พร้อมใจกันยกให้เป็นแลนด์มาร์กสุดร่มรื่นแห่งปีที่ไม่ควรพลาด จากฝีมือคุณธนญา เตชสิริอังกูรพยาบาลสาวนักออกแบบที่ใช้เวลาว่างหลังเลิกงานมาสร้างสรรค์ร้านอาหารในสไตล์ที่ชื่นชอบผสมผสานทั้งแนวคลาสสิก ลอฟท์ และโมเดิร์นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว           โดยเลือกทำเลเหมาะในชุมชนบ้านปูนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทางเข้าค่อนข้างจะลึกลับ แต่ไม่ต้องกลัวหลงเพราะมีป้ายบอกตลอดทาง พอลัดเลาะถึงตัวร้านความอ่อนล้าจะหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะพื้นที่แห่งนี้ทั้งกว้างขวาง ร่มรื่นด้วยต้นไม้ และอยู่ติดแม่น้ำ ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก แนะนำให้มาช่วงบ่ายจะสบายตัวที่สุด ที่สำคัญอย่าลืมเตรียมกล้องและเมมโมรี่ให้พร้อมเพราะงานนี้มีชัตเตอร์ลั่นรัวๆ แน่นอน           เมนูของร้านไม่มากมายเพราะคัดเฉพาะไฮไลท์ที่สั่งเมนูไหนก็ไม่ผิดหวัง อาทิ สลัดแซ่บแซลมอนอะโวคาโด แซลมอนหั่นชิ้นใหญ่คลุกเคล้ากับน้ำยำซีฟู้ดรสแซ่บและเครื่องเคราสมุนไพรที่มีทั้งตะไคร้ ใบมะกรูด สะระแหน่ เสริมรสชาติด้วยอะโวคาโดชิ้นโตที่ช่วยลดทอนความจัดจ้านแต่ผสานรสชาติเข้าด้วยกันอย่างลงตัว       ต่อด้วยเมนูโปรดของทุกคนพิซซาอะลามาเนีย พิซซาขนาดกลาง แป้งหนานุ่มจับคู่กับหน้ายอดฮิตอย่างพาร์มาแฮมและกุ้งไซส์บิ๊ก ท็อปด้วยชีสเน้นๆ ยิ่งดึงยิ่งยืด สาวกันสุดมือทีเดียว       ถัดมาคือจานหลักเสต๊กหมู หมูนุ่มชิ้นโตในน้ำเกรวี่เข้มข้น ในจานมีทั้งผักสด ผักย่างหลากสีสันและเฟรนช์ฟรายกรอบนอกนุ่มใน       ถ้าอยากอร่อยแบบไทยๆ จะสั่งเป็นข้าวผัดทะเลก็อิ่มท้องได้กำลังดี ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่เมล็ดข้าวผัดได้แห้งไร้ความมันส่วนเกิน เวลาเคี้ยวจะหนึบนิดๆ เสริมทัพด้วยกุ้งกับปลาหมึกที่เพิ่มดีกรีความหนึบหนับแบบดับเบิ้ล ส่วนรสชาติปรุงได้กลมกล่อม แทบไม่ต้องพึ่งน้ำปลาพริกก็อร่อยครบรสแล้ว     สำหรับเครื่องดื่มแนะนำอิตาเลียนโซดาบลู กับสมูทตี้บลูเบอร์รี่ 2 เมนูคู่ซี้ที่ควรมีไว้ติดโต๊ะ รสออกหวานอมเปรี้ยว ดื่มแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่า สีหวานๆ ยังเพิ่มกิมมิกสนุกสนานให้กับรูปถ่ายของเราด้วย         ถ้าชอบกาแฟห้ามพลาดกาแฟลาเต้เย็นที่เต็มไปด้วยกลิ่นรสของกาแฟพันธุ์ดี หรือจะลอง โกโก้ร้อน รสหวานน้อยที่แอบซ่อนรสขมติดปลายลิ้น ชวนให้รู้สึกเหมือนนั่งดื่มโกโก้แท้ๆ อยู่ในไร่บนดอยอันห่างไกลอย่างไรอย่างนั้น       ไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุดเพราะจุดหมายนี้เลอค่า มาก่อนได้รูปสวยไปอวดก่อนได้เลย

Co incidence เริ่มจากร้านขายไลฟ์สไตล์โปรดักส์เล็กๆ แสนเก๋ บนถนนสุขุมวิท ก่อนจะขยับขยายบ้านหลังเก่าให้โตขึ้น จนเกิดเป็น Co-incidence process coffee คาเฟ่สไตล์มินิมอล ที่พร้อมต้อนรับเหล่าคนที่หลงใหลในกาแฟและงานดีไซน์ ให้มาเสพย์ความสุขได้ในพื้นที่เดียวกัน       ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย โดยเลือกใช้โทนสีขาวเป็นหลักเข้ากันได้ดีกับเคาน์เตอร์บาร์ปูนเปลือย ที่มีตู้กระจกใสเผยให้เห็นเบเกอรี่หน้าตาน่าอร่อยหลากหลายเมนู เสริมความเท่ด้วยบรรดาข้าวของเครื่องใช้ ที่ทางร้านหยิบมาประดับอยู่บนผนังรอบร้าน อีกทั้งยังมีโซน Lifestyle Shop จากแบรนด์ Co incidence ให้สามารถเลือกชอปสินค้าติดไม้ติดมือกลับบ้านกันได้อีกด้วย       เมนูแรก Dirty (90.-) นมสดเย็นรสละมุนออนท็อปมาด้วยเอสเปรสโซช็อตเข้มข้น แยกชั้นมาอย่างสวยงาม แนะนำให้รีบดื่มก่อนที่สองเลเยอร์จะมาผสมรวมกัน จะสัมผัสรสชาติของกาแฟได้ดีที่สุด     ต่อด้วยเมนูเบเกอรี่ที่มีการคอลแลปส์กับร้าน WWA Rare Cheesecake (120-.) ชีสเค้กเย็นรสเปรี้ยว เนื้อเนียนนุ่ม กินพร้อมฐานครัมเบิ้ลกรุบกรอบ และ Chocolate Brownie & Cream shot (220.-) บราวนี่รสเข้มข้นเนื้อหนึบหนับ ราดด้วยครีมนมอุ่นๆ กินพร้อมช็อกโกแลตฟัจด์ด้านล่าง หวานหอมละมุนลิ้น       ปิดท้ายด้วยเมนูอิ่มท้อง อย่าง Bacon Kimchi Fried Rice (280.-) ข้าวผัดกิมจิเบคอนฉ่ำๆ เสิรฟ์มาพร้อมไข่ข้นเนื้อเนียนสวย รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม  

วันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเชฟบีม-ภวินวัชร์ โชคเศรษฐปวินท์ เชฟขนมหวานคนแรกของประเทศไทย จากรายการ Top Chef Thailand แต่ถ้าถามสายขนมหวานตัวจริงทั้งหลาย คงได้มีโอกาสชิมฝีมือของเชฟบีมกันมาบ้างจากร้าน บ.ใบไม้ สัตหีบเพราะเปิดมานานกว่า 10 ปี ร้านนี้เชฟสร้างจากแรงบันดาลใจที่อยากให้พ่อกับแม่มีกิจกรรมคลายเหงาหลังเกษียณ จึงเปลี่ยนห้องรับแขกที่บ้านให้เป็นคาเฟ่เก๋ไก๋สไตล์วินเทจ พร้อมชูเมนูสูตรเด็ดของคุณแม่เป็นไฮไลท์เรียกลูกค้า         จากผลตอบรับที่คับคั่งจึงมีเสียงเรียกร้องให้สอนทำขนม เชฟจึงเปิดคอร์สและต่อยอดธุรกิจด้วยการเข้าเรียนหลักสูตรทำขนมอย่างจริงจังที่สถาบันเลอ กอร์ดอง เบลอ เชฟเล่าให้เราฟังว่าได้ทั้งทักษะและความรู้มากมาย มีการนำสูตรขนมที่เรียนมาปรับใช้ที่ร้าน รวมถึงเทคนิคต่างๆ ในการทำขนมและวิธีบริหารจัดการภายในร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่นำมาประยุกต์ใช้ได้ทั้งสิ้น         ขนมทุกชิ้นของร้านจะมีแฟนคลับมาจับจองตั้งแต่ออกจากเตา โดยเฉพาะไอเท็มเด็ดอย่างชีสเค้กที่มีวาไรตี้มากถึง 7 เมนู ฮอตสุดยกให้แมคคาเดเมียชีสเค้ก เชฟใช้นมผงฮอกไกโดที่มีรสนมชัดเจน หอมมันและไม่เลี่ยนทำให้ละเลียดได้เรื่อยๆ ยิ่งได้ความกรุบมันของแมคคาเดเมียที่โรยมาพูนๆ จะมากี่ครั้งก็ไม่พลาดชิ้นนี้       อีกเมนูขายดีคือบลูเบอร์รี่ชีสเค้ก โดดเด่นด้วยรสชีสเข้มข้นไม่น้อยหน้า ตัดด้วยรสเปรี้ยวของซอสบลูเบอร์รี่ได้แบบจี๊ดจ๊าดถึงใจ     ถ้าคุณคือช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ห้ามพลาดเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์ เนื้อเค้กเข้มข้นจากดาร์คช็อกโกแลต รสหวานน้อย ท็อปด้วยบราวนี่หั่นเต๋าชิ้นโตเพิ่มดีกรีความอร่อยแบบทวีคูณ     แต่ถ้าอยากได้เค้กที่กินแล้วสดชื่นแนะนำเค้กส้ม เนื้อเค้กชิฟฟ่อนสลับชั้นด้วยซอสส้มรสหวานอมเปรี้ยว กินแล้วฉ่ำลิ้น ฟินสุดๆ     ถึงแม้จะโด่งดังเรื่องขนมหวานแต่ของคาวก็มีทีเด็ดไม่น้อยหน้า เพราะปรุงจากรสมือของคุณแม่เชฟ ปรุงให้ครอบครัวกินอย่างไรก็ใส่ใจทำให้ลูกค้าได้กินเหมือนกัน อาทิ ข้าวคลุกกะปิ ข้าวผัดกับกะปิอย่างดีห่อมาในไข่แผ่นบาง ล้อมรอบด้วยเครื่องเคราที่หั่นซอยสุดพิถีพิถัน     ข้าวหมูอบน้ำผึ้งกับผักกวางตุ้งและแฮมผัดน้ำมันหอย อิ่มจุใจกับหมูอบน้ำผึ้งชิ้นโตโรยงาหอมๆ ตัดเลี่ยนด้วยผัดผักกวางตุ้งและแฮมใส่น้ำมันหอย น้ำขลุกขลิกปรุงรสกลมกล่อม ตักราดข้าวร้อนๆ อร่อยเหาะ     ผัดไทยกุ้งสด เส้นเหนียวนุ่มฉ่ำซอสรสออกเปรี้ยวๆ หวานๆ สมทบด้วยกุ้งตัวโตเนื้อนุ่มแน่น ไม่ต้องปรุงเพิ่มก็อร่อยแล้ว หรือใครอยากบีบมะนาวอีกนิดเพิ่มรสจี๊ดๆ ก็ได้     ปิดท้ายด้วยน้ำตกหมู ความพิเศษของจานนี้คือใช้เนื้อหมูคุโรบูตะสุดนุ่ม หั่นชิ้นใหญ่แค่ไหนก็เคี้ยวง่ายไร้ปัญหา รสค่อนข้างจัดจ้านผสานกลิ่นหอมของมะนาวและข้าวคั่ว ตักเข้าปากทีไรก็ชื่นอกชื่นใจทุกที     ใครผ่านไปมาสัตหีบ อย่าลืมจดไว้ในลิสต์ร้านห้ามพลาด!

ยกให้เป็นร้านกาแฟเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กแห่งใหม่ในซอยวิภาวดี 16 (ซอยโชคชัยร่วมมิตร) สำหรับ "Do Drip" ที่บอกเลยว่าคัดสรรกาแฟดีจากทั้งไทยและต่างประเทศมาให้ชิมในราคาเบาๆ จิบแล้วเล่นเอาเราอยากแวะมาทุกวัน       เมล็ดกาแฟหลักของที่นี่ใช้ Lao Boloven กาแฟซิงเกิลออริจินจากที่ราบสูงโบโลเวน ประเทศลาว คั่วกลาง ดื่มง่าย หอมถั่วและช็อกโกแลต เหมาะกับเมนูทั้งกาแฟดริปและกาแฟนม ส่วนเมล็ดเฮาส์เบลนด์พิเศษจากหลายประเทศก็มีให้เลือกชิมกันเพียบ อาทิ Ethiopia Guji Buku จากเอธิโอเปีย ปางขอนจากจังหวัดเชียงราย และเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษซีรีส์ Milk ที่เหมาะกับกาแฟนม ทั้ง Choco Milk Addict, Choco Rum Raisin และ Strawberry Milkshake ที่เก๋คือร้านนี้ใช้เครื่อง Flair (Espresso Maker) ดริปด้วยมือ แต่รสชาติออกมาดีไม่แพ้ใคร       เราแนะนำ Drip Coffee เลือกเมล็ด Ethiopia Guji Buku คั่วอ่อนแบบร้อน ได้ความฟรุตตี้ฟลอรัลจากเบอร์รี มะลิ และชาดำ Iced Latte ลาเต้เย็นเข้มข้นกลมกล่อม ใช้เมล็ดกาแฟหลักของร้าน Lao Boloven ได้ลงตัว       และ Dirty เมนู (แอบ) ลับแก้วนี้ใช้เมล็ด Lao Boloven เช่นกัน แต่แช่นานถึง 15 นาที แนะนำให้สั่งดื่มที่ร้านเพื่อความอร่อย ส่วนใครไม่ใช่คอกาแฟลองสั่ง Matcha Latte มัตฉะจากญี่ปุ่นชงสดแก้วต่อแก้วเพื่อความหอมเข้มแบบเต็มที่มาเพิ่มความสดชื่นก็เข้าที       นอกจากนี้สำหรับสายถ่ายรูปและคนรักกล้องฟิล์มเป็นต้องโดนใจ เพราะร้านนี้มีม้วนฟิล์มเก๋ๆ ทั้งสีและขาวดำจากญี่ปุ่น อเมริกา และยุโรปให้ซื้อไปถ่ายกันรัวๆ แถมยังรับล้างฟิล์มในราคาเป็นกันเองอีกด้วย (ช่วงล็อกดาวน์แบบนี้ ใครไม่สะดวกมาที่ร้านก็กดสั่งไปอร่อยกันที่บ้านได้ผ่าน Line Man และ Robinhood)  

เกาะรัตนโกสินทร์เป็นแหล่งร่วมของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ จึงไม่แปลกที่จะเต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ ๆ ไม่น้อยไปว่าวัดวังโบราณ พิถีพิถัน คาเฟ่ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยบรรยากาศตั้งแต่หน้าหน้าไปจนถึงด้านในที่ให้กลิ่นอายของคาเฟ่ย้อนยุคในยุโรป     พิถีพิถัน คาเฟ่ บ่งบอกได้ถึงการนำเสนอเครื่องดื่มและอาหารด้วยหัวใจ นอกจากชื่อไทยจะน่าประทับใจแล้ว ชื่อในภาษาต่างประเทศ Petit Peyton ก็มีความหมายที่สื่อถึงความหรูหราเล็ก ๆ ได้เช่นกัน       บรรยากาศในร้านที่เต็มไปด้วยบรรดาของวินเทจ ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์จะต้องมาเช็คอินถ่ายภาพสักครั้ง ที่ไม่น้อยหน้ากันคือบรรดาเครื่องดื่มและขนมที่สุดสร้างสรรค์น่าลิ้มลอง       Gold Muddy เป็นเมนูกาแฟ Dirty ที่ไม่เหมือนใคร นอกจากจะได้ความเข้มข้นจากช็อตกาแฟเอสเปรสโซกับนมผสมกันแล้ว ยังได้รสชาติหวาน ๆ และกลิ่นหอม ๆ จากคาราเมลเข้ามาเสริม หรือถ้าอยากได้กาแฟเย็นสดชื่นต้องลอง  Midsummer Espresso อเมริกาโนน้ำส้ม เพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้งและไซรัปซีตรัส       แก้วถัดมาเหมาะสำหรับดื่มคลายร้อนมาก ๆ Madame Sherry Grey เป็นชาอินฟิวส์ปั่นรวมกับไวล์ดเบอรี่ เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลลาด้านบนแก้ว ได้ทั้งรสชาติเปรี้ยวของเบอร์รี่ตัดกับความหวานของไอศกรีมได้เป็นอย่างดี     ปิดท้ายด้วยเมนูสไตล์ไทยอย่าง Siamese Twins ที่ในหนึ่งแก้วนี้ประกอบไปด้วยอเมริกาโนและชาไทยสีส้ม ดับเบิ้ลความกระปรี้กระเปร่ากันไปเลย     ตอนนี้พิถีพิถัน คาเฟ่ ยังเปิดเมนูใหม่ภายใต้แบรนด์ “คนละคั่ว” พร้อมเสิร์ฟอาหารจานคั่วหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเมนูข้าวหรือเมนูเส้น ผ่านช่องทางเดลิเวอร์รี่ด้วย ดังนั้นในช่วงเวลาที่ไม่สามารถนั่งรับประทานอาหารที่ร้าน ก็สามารถสั่งมากินได้ที่บ้านเช่นกัน  

ทุกวันนี้ย่านเก่าในหลาย ๆ พื้นที่ของกรุงเทพมหานคร เริ่มกลายเป็นพื้นที่ที่คนรุ่นใหม่เดินทางเข้ามาเติมเต็มสีสันกันมากขึ้นเรื่อย ๆ หนึ่งในนั้นคือคาเฟ่สไตล์ร่วมสมัยที่มีชื่อว่า Schizzi Cafe (สกิซซี คาเฟ่) ที่เปิดตัวมาพร้อมบรรยากาศแสนอบอุ่นแฝงไว้ด้วยความสุนทรีย์ของสีสันจากธรรมชาติ       ร้านทั้งร้านเน้นการออกแบบโดยใช้สีสันของเนื้อไม้และสีเขียวมาผสมผสานกันอย่างลงตัว ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความสบายหูสบายตา ส่วนชื่อของ Schizzi Cafe มาจากภาษาอิตาเลียนที่หมายถึงการวาดภาพสเก็ตช์ จึงไม่แปลกที่จะมีกลิ่นอายของศิลปะแฝงอยู่       เมนูของที่ร้านแปลกใหม่และน่าประทับใจไม่น้อย จากการหยิบจับเอาวัฒนธรรมกาแฟของชาวอิตาเลียนมาปรับนิดผสมหน่อยจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่นแก้วนี้ Nutella Marocchino ซึ่งเป็นกาแฟเอสเปรสโซ ราดบนแก้วที่มีนูเทลลา ได้รสชาติเข้มเต็ม ๆ จากช็อตกาแฟผสมผสานกับความหวานและความนุ่มนวลของฟองนมอย่างลงตัว       แก้วต่อมามีชื่อว่า Good Vibes ที่ประกอบไปด้วยเอสเปรสโซเหมือนกัน แต่ราดลงบนน้ำมะพร้าวเผาหอมชื่นใจ เสิร์ฟพร้อมเนื้อมะพร้าวและตกแต่งด้วยโรสแมรี่ให้กลิ่นหอมบาง ๆ     อีกเมนูกาแฟที่ใช้รสชาติหวานอมขมและสดชื่นไม่แพ้กันก็คือ Orange Shakerato เอสเปรสโซผสมน้ำส้มเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เสิร์ฟมาในแก้วมาร์ตินี่ตกแต่งด้วยเปลือกส้มฝานบาง ๆ ได้อารมณ์เสมือนจิบค็อกเทล     แก้วสุดท้ายมีชื่อว่า Ciao Bella! เป็นชาพีชที่เพิ่มความหอมหวานด้วยน้ำผึ้ง และเสริมรสชาติด้วยแครนเบอร์รี่กับมะนาว ถ้าใครที่ไม่อยากเพิ่มคาเฟอีนในร่างกายแต่ยังอย่างรีเฟรชตัวเองในยามบ่ายของวัน ก็นับเป็นตัวเลือกที่ดี     แน่นอนว่าเครื่องดื่มทั้งหลายจะสมบูรณ์แบบได้ต้องมีขนมสักชิ้นมากินคู่กัน ลองเป็นเค้ก Ciambella สูตรฟลอเรนซ์ ซึ่งเป็นขนมตำรับดั้งเดิมของอิตาลี มีรูปทรงคล้าย ๆ กับโดนัทขนาดใหญ่ ซึ่งที่ร้านมีให้เลือกทั้งรสแอปเปิ้ลและลูกเกด     เป็นคาเฟ่ที่มีทั้งความคลาสสิคและความทันสมัยอยู่ในตัวทั้งคู่เลย

จากตึกแถวเก่าแก่ที่ถูกทิ้งร้างไว้เนิ่นนาน ได้มีชีวิตชีวาฟื้นคืนด้วยฝีมือลูกหลานคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนโฉมเป็นคาเฟ่แนววินเทจสุดเก๋ที่ยังคงให้กลิ่นอายและกลมกลืนไปกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนบนถนนตะนาวในย่านพระนคร     ชื่อ Mojo นั้นมีที่มาน่าสนใจ ไม่ใช่เพียงแค่ถ้อยคำอำนวยอวยพร แต่ยังสอดคล้องกับทำเลที่ตั้งของร้านซึ่งอยู่ตรงข้ามกับศาลเจ้าพ่อเสืออันเป็นที่เคารพบูชา มีผู้คนวนเวียนเข้ามาขอพรกันไม่ขาด       เสียงบทเพลงฟังสบายลอยเคล้าคลอมาไม่ขาดสาย ชวนให้ผ่อนคลายสบายใจตั้งแต่ก้าวขาเข้าร้าน ยิ่งได้อยู่ท่ามกลางบรรดาของสะสมเก่าและพรรณไม้สีเขียวตามจุดต่าง ๆ ทั่วร้านก็ยิ่งให้ความรู้สึกสบายทั้งกายและใจ     Mojo Old Town มีทั้งอาหาร ขนม และเครื่องดื่มให้ลองลิ้มชิมรสกันอย่างครบครัน เราขอเริ่มต้นด้วยเครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจกับเมนู My Wild Passion แก้วสีแดงที่ผสมผสานไปด้วยรสชาติจากน้ำเสาวรส ไซรัปเลม่อนสูตรโฮมเมด และไซรัปไวด์เบอร์รี่ ที่ให้ความเปรี้ยวอมหวานนิด ๆ อย่างลงตัว อีกแก้วหนึ่งคือ Yuzu Americano เอาใจคอกาแฟที่กำลังมองหาเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่น ด้วยกลิ่นหอม ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของส้มยูซุ       สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ของร้าน ต้องยกให้กับ Mojo’s Dog (โมโจ ฮอตดอก) ที่จัดเต็มกับไส้กรอกเยอรมันโฮมเมดและเบค่อนกรอบ ตัดเลี่ยนด้วยคิลลิ่งซอสสูตรเฉพาะของร้านที่ผสมผสานไปด้วยมายองเนส ซอสพริก ผักชีไทย และผักชีลาว     ต่อด้วย Udon Ebiko Cream Sauce (อุด้งครีมซอสไข่กุ้ง) เมนูเส้นสุดแหวกแนว ที่เลือกใช้เส้นอุด้งของญี่ปุ่นมาคลุกเคล้าเข้ากับครีมซอสที่รสชาติแน่นไปด้วยสมุนไพรอย่างกระเทียมและใบไทม์ทำให้รสชาติไม่เลี่ยนอย่างที่คิดแถมยังเสิร์ฟพร้อมทั้งกุ้งตัวโต ๆ และไข่กุ้งเน้น ๆ     จากนั้นปิดท้ายด้วย Basque Burnt Cheesecake ชีสเค้กหน้าไหม้เนื้อเนียนนุ่มรสชาติกำลังดี หน้าแน่นด้วยผลไม้สด กินได้เรื่อย ๆ ไม่มีเลี่ยน     หากศาลเจ้าพ่อเสือช่วยอวยชัยให้โชคดี ที่ Mojo Old Town  ก็คงอวยพรให้เราอิ่มอกอิ่มใจ

หอมกลิ่นขนมปังอบใหม่ตั้งแต่ยังไม่ทันเดินเข้าร้าน Home Bread คือชื่อของร้านเบเกอรี่สีเหลืองในซอยสีสม 3 (ซอยพิพัฒน์) คุณเก๋ เจ้าของร้านเล่าย้อนไปว่ารับช่วงร้านนี้ต่อจากคุณแม่ที่สร้างชื่อด้วยเมนูขนมปังไส้ทะลักที่ใครได้กินก็หลงรัก     ครัวขนมของที่ร้านเริ่มตั้งแต่ตีสองครึ่ง ทั้งเตรียมขนมปัง เตรียมไส้ เพื่อให้ทุกอย่างพร้อมขายในตอนเจ็ดโมงเช้า ซึ่งคุณเก๋บอกเราว่าการทำขนมปังแบบไม่ใส่สารเสริมเติมแต่งก็เหมือนการทำงานฝีมือ ต้องคอยใส่ใจ ปรับโน่นนิดนี่หน่อยเพื่อให้ขนมปังฟูและนุ่มนิ่มสม่ำเสมอ (แถมยังต้องดูดินฟ้าอากาศด้วย) อีกทั้งให้ความสำคัญกับการแต่งหน้าขนมปังด้วย โปรดสังเกตก่อนกิน ทุกชิ้นตั้งใจวางท็อปปิ้งอย่างสวยงาม         แน่นอนว่ามาถึงโฮมเบรดทั้งทีซื้อขนมปังไส้แน่นๆ ติดมือกลับไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นไส้หมูหย็อง&แฮม หมูหย็อง&ไส้กรอก ลูกเกด หมูหย็องน้ำพริกเผา และไส้อื่นๆ ที่ผลัดกันมาโชว์โฉม เสริมทัพด้วยไส้ผักโขมอบชีส ไส้เวียนนาไก่&พาร์เมซานชีส ชิ้นใหญ่จุใจในราคาเป็นมิตร กินหมดหนึ่งชิ้นอิ่มไปถึงเที่ยง รวมถึงเจ้าขนมปังแสนน่ารัก Hokkaido Milk Bun หอมมันด้วยนมฮอกไกโดที่เรากดหัวใจให้ทันที           และอย่าพลาดเมนูพายที่กรอบอร่อยขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ทั้งพายไส้กรอก พายแฮมชีส พายมะพร้าวอ่อน ฯลฯ เหมาะมากสำหรับซื้อไปเป็นของว่างยามบ่าย หรือจะสั่งแบบSnack Boxก็ได้เช่นกัน     สมเป็นร้านขวัญใจชาวออฟฟิศ

พูดถึงร้านเบเกอรี่คิวยาวเมื่อไหร่ เป็นต้องนึกถึงชื่อ “อาม้าเบเกอรี่” เจ้าของสูตรขนมปังสังขยาในตำนานกว่า 50 ปีใกล้วัดแขกสีลมขึ้นมาเป็นร้านแรกๆ ด้วยเนื้อขนมปังอันเหนียวนุ่มและไส้สังขยาหอมนวลรสละมุน ต่อให้ไม่ใช่คนรักสังขยาก็ต้องมีเผลอใจกันบ้าง       มาถึงที่ร้านอาม้าเบเกอรี่สิ่งแรกที่ต้องทำคือหยิบบัตรคิวก่อน จากนั้นคิดเมนูโปรดไว้ให้พร้อมแล้วรอทางร้านเรียกได้เลย ซึ่งสูตรการทำขนมถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่นอากง จนตอนนี้ดูแลโดยหลานๆ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว แต่รสชาติยังดีงามตามแบบฉบับดั้งเดิมไม่ผิดเพี้ยน       ขนมปังของที่ร้านอบใหม่ทุกเช้า (ยืนรอไป หิวไป) ขึ้นชื่อเรื่องความเหนียวนุ่มไม่แข็งกระด้าง และมีรสหวานๆ เค็มๆ จากเนยและนมอย่างดี ส่วนไส้สังขยาต้องใช้กะทิสดและน้ำใบเตยคั้นสดเท่านั้น จึงได้สังขยาสีเขียวสวย กลิ่นหอมละมุนลิ้น กินเพลินเป็นอย่างยิ่ง       นอกจากขนมปังสังขยาอันโด่งดัง ที่ร้านยังมีขนมปังไส้คาวที่อยากให้ลองอีกหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นไส้แฮมชีสที่เพิ่มดีกรีความอร่อยด้วยน้ำสลัดสูตรโฮมเมด รวมถึงไส้ทูน่า ไส้พิซซ่า และอื่นๆ อีกเพียบ แต่ขอกระซิบก่อนว่าขนมปังของที่ร้านขายหมดเร็ว หากไม่อยากพลาดของอร่อยให้แวะมาซื้อตั้งแต่ช่วงเช้าจะดีกว่า       หยิบบัตรคิวแล้วรอฟินได้เลย

กว่า 70 ปีแล้วที่ปั้นลี่ ร้านเบเกอรี่ในตำนานแห่งบางรักครองใจขนมรักขนมปังได้อย่างเหนียวแน่น จากขนมปังโบราณของอาม่าที่อร่อยเลื่องลือจนขยับขยายมาสู่การเปิดร้านอย่างจริงจัง จนถึงตอนนี้ส่งไม้ต่อมาถึงรุ่นที่ 4 แล้ว         ขนมปังของปั้นลี่ อบใหม่วันต่อวัน ทุกเช้าเราจึงได้เห็นบรรยากาศคึกคักของลูกค้าประจำที่แวะมาถามไถ่ถึงเมนูโปรดอยู่เสมอ โดยเฉพาะขนมปังไส้หมูแดงที่คุณอู๋ ชินภัทร เจ้าของร้านเล่าอย่างสนุกว่าไม่เหมือนที่ไหน เพราะบิแล้วต้องเจอหมูแดงเป็นชิ้นๆ ซึ่งกว่าจะมาเป็นไส้หมูแดงอันโดงดังนั้นต้องผ่านขั้นตอนมากมาย ทั้งนำมาหมักก่อน 1 คืน แล้วนำไปผัดจนได้รสหวานเค็มกลมกล่อม เข้ากับเนื้อขนมปังเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ ไม่ว่าใครได้กินก็ติดใจ     อีกเมนูขายดีคือขนมปังไส้แฮมหย็อง กัดแล้วเจอทั้งหมูหย็องและแฮมแบบแน่นๆ ราดด้วยน้ำสลัดสูตรปั้นลี่ เหมาะสำหรับเป็นมื้อเช้าในวันเร่งรีบ ส่วนขนมปังสังขยาก็ห้ามพลาด ขนมปังเหนียวนุ่ม ด้านในซ่อนไส้สังขยาแบบแน่นๆ รสหวานนวลกำลังดี       ที่เราชอบมากเป็นพิเศษคือขนมหน้าแตก คุ้กกี้แบบโบราณที่ไม่มีส่วนผสมของเนย เนื้อร่วนอร่อย โดยเฉพาะรสเค็มที่หอมและมีรสเค็มนิดๆ จากกุ้งแห้ง กินแล้วหยุดยากจริงๆ     ใช่ว่าปั้นลี่จะมีแค่ขนมปังแบบโบราณเท่านั้น ล่าสุดเปิดตัวเมนูเอาใจวัยรุ่นอย่าง Molten Chocolate Cake ที่เข้มข้นและฉ่ำ ใช้ดาร์กช็อกโกแลตนำเข้าจากเบลเยี่ยม โรยหน้าด้วยผงโกโก้ (เราได้เข้าไปดูขั้นตอนการทำในโรงงานด้วย) นอกจากนี้ยังมีขนมไข่ไต้หวันเค้กเนื้อนุ่มเด้ง รวมถึงบราวนี่อบกรอบไร้แป้งที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพเป็นพิเศษ      

“Meet Fresh” ร้านขนมหวานไต้หวัน ที่เสิร์ฟความอร่อยตั้งแต่ปี 2007 ในเมืองไทจง ประเทศไต้หวัน โดดเด่นด้วยของหวานรสชาติต้นตำรับโฮมเมด สูตรพื้นบ้านแท้ๆ อาทิ ทาโร่บอลหนุบหนับ เฉาก๊วยนุ่มเด้ง เต้าฮวยสูตรดั้งเดิม แถมยังมีชานมไข่มุกรสกลมกล่อม ในแบบฉบับไต้หวันแท้ๆ ให้คุณจิบเพลิน และด้วยรสชาติฟินๆ แบบนี้ทำให้ร้านมีตเฟรชเป็นที่นิยม จนสามารถขยายไปแล้วกว่า 800 สาขาทั่วโลก     รวมไปถึงในประเทศไทย ที่เรามีโอกาสได้ไปลิ้มลองสาขาล่าสุด ซึ่งเป็นสาขาที่ 4 ตั้งอยู่ในห้างใหญ่ใจกลางกรุงฯ อย่าง ‘เซ็นทรัลเวิลด์’ สายหวานคนไหนอยากชิมให้ตรงดิ่งไปที่ชั้น 7 ได้เลย     เมนูแรกเราขอเป็น Signature Icy Grass Jelly (139 บาท) น้ำแข็งไสเฉาก๊วยรสหวานพอดี กินพร้อมเฉาก๊วยโฮมเมดเนื้อนุ่มเด้ง ทาโร่บอลที่ให้สัมผัสหนึบหนับกินเพลิน อย่าลืมราดนมสดรสหอมมันลงไปด้วยล่ะ     Q-Mochi Shaved Ice (259 บาท) น้ำแข็งไสสไตล์ไต้หวันรสนมสดชามโตๆ อลังการ กินคู่กับไอศกรีมวานิลลา บัวลอยมันหวานไส้เผือก เจลลี เนื้อเด้ง และมินิทาโร่บอลเคี้ยวอร่อย      ห้ามพลาดกับ  Q-Mochi Egg Pudding (99 บาท) โมจิเนื้อนุ่มหนึบสูตรลับฉบับของทางร้าน ทำมาจากแป้งข้าวเหนียวคุณภาพ กินพร้อมซอสสูตรพิเศษรสหวานหอม เสิร์ฟพร้อมพุดดิงรสคาราเมลหอมหวาน ท็อปไข่มุกที่เรารัก     เครื่องดื่มเราแนะนำ Milk Tea with Egg Pudding (79 บาท) ชานมสูตรไต้หวัน รสหอมมัน หวานพอเหมาะ เข้ากันดีกับพุดดิงคาราเมลเนื้อเนียน และ Winter Melon Tea (69 บาท) ชาฟักเขียว รสไม่หวานจัด จิบแล้วสดชื่นดี       ฟินขนาดนี้สายหวานเลิฟแน่

หลีกหนีความวุ่นวายใจกลางกรุงมาผ่อนคลาย พร้อมเติมพลังธรรมชาติกันที่ ภูดอย คาเฟ่ ย่านคลองสามวา คาเฟ่แห่งนี้ โดดเด่นด้วยบรรยากาศสุดชิลจากธรรมชาติที่รายล้อมอยู่รอบตัว ชวนให้รู้สึกสดชื่น มีชีวิตชีวา ภายในตกแต่งได้อย่างสวยงามตามชื่อร้าน ที่เหมือนยกภาคเหนือมาไว้ในกรุงเทพเลยล่ะ       ในส่วนของโซนอินดอร์เมื่อเดินเข้ามาจะพบกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ทางร้านจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วนและงานคราฟต์เก๋ๆ ตกแต่งอยู่ทั่วบริเวณร้าน อีกทั้งระหว่างนั่งจิบกาแฟ ยังได้เพลิดเพลินไปกับบทเพลงเมืองเหนือที่คอยขับกล่อมให้อินไปกับบรรยากาศขึ้นอีกเป็นเท่าตัว     โซนเอาต์ดอร์ก็ทำได้ใกล้ชิดธรรมชาติไม่แพ้ร้านในต่างจังหวัด โดยเฉพาะวิวทุ่งนากว้างด้านหลังร้าน ใครได้เห็นเป็นต้องตามไปเก็บภาพสวยๆ กันทุกราย ตอบโจทย์คนเมืองกรุงที่มองหาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์     ทางร้านมีทั้งอาหารคาวและหวานให้เลือกอิ่มอร่อย แนะนำให้ลอง Palm Juice Coffee (100.-) เอสเปรสโซช็อตเข้มข้นผสมผสานกับน้ำตาลสด รสชาติหวานหอม เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ     ตามมาด้วยเมนูเบเกอรี่โฮมเมด Chocolate Cake (130-.) เนื้อแน่น รสช็อกโกแลตเข้มข้น ตัดเลี่ยนด้วยสตรอว์เบอร์รีชิ้นโต เข้ากันได้อย่างลงตัว หรือจะเลือกเป็น Lemon Butter Cake (130.-) เนื้อเค้กนุ่มฟู รสเปรี้ยวอมหวานกำลังดี จับคู่กับ ชาดอกกาแฟ ที่แค่รินใส่แก้วกลิ่นหอมของกาแฟก็ลอยเตะจมูก ดื่มแล้วคล่องคอเป็นที่สุด       ต่อด้วยเมนูของคาวอย่าง พิซซาเตาฟืน โดดเด่นด้วยแป้งบางกรอบ เครื่องซีฟู้ดแน่นๆ หอมกลิ่นเตาฟืน มีให้เลือกมากกว่า 5 หน้า ตามความชอบ     ปลากระพงนึ่งมะนาว (420.-) เมนูปลารสแซ่บ จี๊ดจ๊าด เข้ากับข้าวสวยร้อนๆ ได้เป็นอย่างดี กุ้งผัดผงกะหรี่ (300.-) กุ้งตัวโตเนื้อเด้งผัดกับซอสผงกะหรี่และไข่ ได้รสเค็มละมุน แกมหวาน และ เนื้อปูผัดพริกไทยดำกะทะร้อน (300.-) เนื้อปูก้อนคลุกเคล้ามากับซอสพริกไทยดำกลิ่นหอม รสเค็ม เผ็ดร้อน อร่อยกลมกล่อม    

ยกให้เป็นน้องใหม่มาแรงแห่งย่านตลาดน้อย สำหรับ Timo & Tintin” ร้านกาแฟสุดเท่จากความตั้งใจของเจ้าของสตูดิโอกราฟฟิกดีไซน์ที่รีโนเวตตึกแถวขนาด 5 ชั้น ของครอบครัวให้กลายเป็นอาร์ตแกลลอรีและคาเฟ่ ซึ่งผสมผสานพื้นที่ของคนรักงานศิลปะและสถานที่หย่อนใจของเหล่านักชิมได้อย่างลงตัว           ไม่เพียงบรรยากาศและดีไซน์สไตล์โมเดิร์นคอนเทมโพรารีที่แฝงความสนุกสนานของโลโก้และกราฟิกแสนเท่ชวนให้อยากถ่ายรูปไปทุกมุมเท่านั้น แต่เมนูขนมโฮมเมดฝีมือคุณแม่เจ้าของร้านและเครื่องดื่มหลักมีทั้งกาแฟ ชาอู่หลง และมัตฉะรสกลมกล่อมยังอร่อยเด็ดแบบแวะมาชิมได้ทุกวันอีกด้วย         คอกาแฟต้องลอง Iced Latte ลาเต้เย็นรสนุ่มนวล ใช้เมล็ดกาแฟเฮาส์เบลนด์จากจังหวัดเชียงราย ลำปาง และเอธิโอเปียที่มีทั้งความฟรุตตีและนัตตี คนรักชาห้ามพลาด Iced Matcha Latte ใช้อุจิมัตฉะอย่างดีจากเกียวโตซึ่งผ่านกระบวนการอบไอน้ำเพื่อได้รสชาติและกลิ่นที่ชัดเจน และ Oolong Rose Tea แก้วนี้สดชื่นด้วยใบชาจากแม่สลอง เชียงราย เบลนด์ผสมกุหลาบและลิ้นจี่ ส่วนสายหวาน (น้อย) เราแนะนำ Choco Shake แบล็กโกโก้เข้มข้นหวานน้อยเชกกับน้ำแข็งจนเนียนลื่นคอ       สำหรับคนรักของหวานห้ามพลาด  Almond Croissant ครัวซองต์สอดไส้ครีมอัลมอนด์เต็มคำ ท็อปด้วยอัลมอนด์สไลซ์ Brookie บราวนีเนื้อแน่นที่ผสมผสานความอร่อยของคุกกี้โดนุ่มๆ ช็อกโกแลตชิปเยิ้มๆ และถั่วแมคคาดาเมียอบ หรือ Taiwanese Pineapple Tarts เค้กสับปะรดสไตล์ไต้หวันเนื้อนุ่มสอดไส้สับประรดที่อร่อยไม่แพ้ไปกินที่ถิ่นกำเนิดเลยทีเดียว      

แม้ตอนนี้ห้องนอนสไตล์ Airbnb ในชั้นบนจะยังไม่เปิดให้เข้าพัก แต่คาเฟ่ขนมปังน่านั่งในคอนเซ็ปต์ Happiness made in Craft ในชั้นล่างที่พร้อมเสิร์ฟขนมปังและเบเกอรีที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ ฝีมือเจ้าของร้านที่หลงใหลการทำขนมปังซาวร์โดด้วยตัวเองก็ยังทำให้เราอยากไปเยือนซอยสวนมะลิ 2 ทุกวัน       ความอร่อยไม่เหมือนใครของ Yeast & Yawn” อยู่ที่การใช้ยีสต์ธรรมชาติ (Natural Yeast) ที่ผ่านการเลี้ยงเองอย่างเอาใจใส่และหมักนานกว่า 16 ชั่วโมง จนได้ขนมปังซาวร์โดเหนียวนุ่มซึ่งแต่ละก้อนจะมีรสออกเปรี้ยวนิดๆ และเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ กินกับชีสหอมมันยิ่งอร่อยเข้ากัน       นอกจาก Sourdough ชนมปังซาวร์โดสไลซ์ เสิร์ฟพร้อมเนยสดหอมเลมอนไทม์ จะเหมาะเป็นมื้อเช้าเริ่มต้นวันสบายๆ แล้ว Melt Shokupan แซนด์วิชโชกุปังสอดไส้ชีสหลากชนิด อาทิ Mozzarella, Romano และ 24M Aged Cheddar กริลล์เสิร์ฟร้อนๆ มาพร้อมซอสศรีราชามาโยโฮมเมด และ Chocolate & Walnut Sourdough Banana Bread ขนมปังซาวร์โดกล้วยหอมเนื้อนุ่มหนึบสอดแทรกวอลนัต ช็อกโกแลต และเนื้อกล้วยนุ่มๆ ที่เน้นใช้แป้งน้อย ย่อยง่าย เสิร์ฟพร้อมเนยก็เป็นบรันช์แสนอร่อยได้เช่นกัน         ส่วนใครอยากจิบเครื่องดื่มชิลๆ เราแนะนำ Yawn ความเข้มของเอสเปรสโซผสานความหอมของนมมอลต์สูตรพิเศษ โรยเกล็ดช็อกโกแลตเพิ่มความอร่อย Double Chocolate ใช้โกโก้ไอวอรีโคสต์จากแอฟริกาเบลนด์ผสมกับช็อกโกแลตระดับคุณภาพจากฝรั่งเศส และ Es Yuzu เอสเปรสโซรสเข้มตัดรสด้วยน้ำส้มยูสุ      

Thanwaa คาเฟ่บนถนนลาดพร้าวที่ทาสแมวและคนรักต้นไม้ต่างเทใจให้ ด้วยบรรยากาศแสนผ่อนคลาย เสมือนได้อยู่ภายในห้องนอนที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด มุมงานคราฟต์เก๋ๆ และยังได้เพลิดเพลินไปกับความน่ารักของแมวน้อยตัวอ้วนกลม “ซูชิและเกี๊ยว” ที่จะทำให้เหล่าทาสแมวใจละลาย           เดิม Thanwaa เป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยลาดพร้าว 94 ก่อนจะขยับขยายร้านให้โปร่งโล่งและกว้างขวางมากขึ้น แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นโฮมคาเฟ่ที่เรียบง่ายแต่อบอุ่นเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยภายในแบ่งเป็นมุมห้องนอน ห้องนั่งเล่น มุมโต๊ะทำงาน และโซน Selected Shop ให้ทุกคนได้เลือกชอปกันอีกด้วย           ในส่วนของเมนูทางร้านเน้นเสิร์ฟอาหาร เครื่องดื่มและเบเกอรี่โฮมเมดที่ครีเอทขึ้นเป็นพิเศษ พิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำ เริ่มด้วย น้ำดอกเข็ม (150.-) เครื่องดื่มที่ชวนให้นึกถึงวัยเด็ก โดยการนำน้ำเชื่อมดอกเข็มที่สกัดจากดอกเข็มแท้มาผสมผสานกับน้ำผึ้ง รสหวานอมเปรี้ยว ดื่มแล้วชื่นใจ       ต่อมาเป็น December Coffee (90.-) เมนูที่ได้แรงบันดาลใจมาจากฤดูหนาวที่แสนเย็นสบายในเดือนธันวาคม เป็นการผสมผสานระหว่างเอสเปรสโซช็อตเข้มข้นและนมสูตรพิเศษ ทางร้านเสิร์ฟแบบเย็นโดยไร้น้ำแข็ง รสชาตินุ่มเบา ละมุนละไมทุกคำที่ดื่ม       เมนูของคาวก็อร่อยไม่แพ้กัน Wafu Salmon Pasta (180.-) เส้นพาสต้าเหนียวนุ่มคลุกเคล้ามากับครีมซอสมิโซะ ท็อปด้วยเนื้อปลาแซลมอนและไข่กุ้ง หอม อร่อยกลมกล่อม       ตบท้ายด้วย Tart Chocolate (70.-) แป้งทาร์ตกรุบกรอบเข้ากันได้ดีกับครีมช็อกโกแลตรสเข้มข้น เสริมความหวานละมุนด้วยครีมคัสตาร์ดด้านบน ตกแต่งด้วยดอกไม้กินได้มาอย่างสวยงาม  

ลิ้มรสชาเขียวออร์แกนิกคุณภาพดีจาก Kawane Farm แหล่งปลูกชาชั้นยอด ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้ชาวมัตฉะ เลิฟเวอร์ได้ตามไปชิม ฟินกันที่ตึก T-One Building บนถนนสุขุมวิท     Kawane Farm เป็นไร่ชาเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี ในจังหวัดชิซุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจังหวัดชิซุโอกะ ถือเป็นอีกแหล่งปลูกชาเขียวชั้นดีที่เอื้อด้วยดิน ฟ้า อากาศ และน้ำ ปัจจุบันเจ้าของไร่รุ่นที่ 12 ได้เปลี่ยน Kawane Farm ให้กลายเป็นไร่ชาออร์แกนิกที่การันตีคุณภาพของใบชาด้วย JAS Organic Certificate หรือมาตรฐานระบบ​เกษตรอินทรีย์ของประเทศญี่ปุ่น     เมนูแรก Brewed Sencha (80.-) ชาเซนฉะ ที่นำไป Brewed ด้วยน้ำร้อนไม่เกิน 70 องศา โดยใช้เวลาไม่เกิน 01:30 น. มีกลิ่นหอม อูมามิและติดปลายขม       ต่อด้วย Matcha Latte (90.-) ชาเขียวมัตฉะ ตีด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ท็อปด้วยโฟมนมโรยมัตฉะรสนุ่มนวล กลมกล่อม หรือจะเลือกเป็น Coco Matcha (90-.) ที่นำน้ำมะพร้าวของไทยมาผสมผสานกับความเข้มข้นของมัตฉะ กลิ่นหอม ดื่มแล้วชื่นใจ       Warabi Mochi (30.-) ความพิเศษของเมนูนี้อยู่ที่ทางร้านจะกวนสดต่อหน้าลูกค้า ซึ่งต้องใช้เวลารอแป้งวาราบิเซ็ตตัว 10-15 นาที ก่อนจะนำไปคลุกผงถั่วคินาโกะ อร่อยหนึบหนับสุดๆ       หวานเย็นชื่นใจไปกับ Kuzukiri (คุซึกิริ) ขนมดั้งเดิมของเกียวโต มีลักษณะคล้ายวุ้นเส้นเหนียวหนึบ เสิร์ฟมาในชาเซนฉะเย็น จิ้มน้ำเชื่อมคุโรมิสึ กินแล้วสดชื่น  

แฟนคลับเบเกอร์รีโดยเฉพาะครัวซองต์ ห้ามพลาดไปเช็คอินที่ Mikazuki ร้านเบเกอรีสไตล์ญี่ปุ่น สาขาที่ 10 (ล่าสุด) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชั้น UG ของห้างดังอย่าง ‘ไอคอนสยาม’ คำว่า Mikazuki (มิคาซึกิ) ในภาษาญี่ปุ่นนั้นหมายถึง “พระจันทร์เสี้ยว” รูปทรงของขนมยอดฮิตอย่าง ครัวซองต์ เมนูดาวเด่นประจำร้าน อันเป็นสูตรอร่อยมาจากดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่ทำจากวัตถุดิบคุณภาพนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และรังสรรค์โดยเชฟชาวญี่ปุ่นมากประสบการณ์  จนได้มาเป็นครัวซองต์หอมๆ เนื้อกรอบนอกนุ่มในไส้ลาวาโฮมเมด น่าหม่ำเป็นที่สุด         ต้อนรับด้วย Almond Magaron Croissant (69 บาท) ครัวซองต์อัลมอนด์ที่เราคุ้ยเคย ไส้ครีมอัลมอนด์รสหอมมัน ราดด้วยน้ำตาลมาการอง มีอัลมอนด์แผ่นกรุบกรอบท็อปด้วย     ลองมาชิม Japanese Sweet Potato Croissant (79 บาท) แป้งครัวซองต์หอมกลิ่นเนย สอดไส้ซอสมันม่วงลาวาที่ทำมาจากมันม่วงญี่ปุ่น รสหวานกำลังดี ชิ้นนี้เราเลิฟ Matcha Azuki Lava Croissant (79 บาท) ครัวซองต์นุ่มๆ กินพร้อมครีมมัตฉะ อันทำมาจากผงชาเขียวอะซูกิจากดินแดนอาทิตย์อุทัย รสอูมามิ ท็อปด้วยครีมมัตฉะและถั่วแดงกวนอีกที       Sitoshi Lemon Lava Croissant (69 บาท) แป้งครัวซองต์หอมกรุ่น ไปด้วยกันได้ดีกับซอสเลมอนลาวา รสเปรี้ยวละมุน ไม่เลี่ยนแต่อย่างใด เมนูนี้ขายดี Raspberry Panna Cotta Lava Croissant (79 บาท) ซอสราสป์เบอร์รีนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ผสมกับครีมสดหอมมัน กัดพร้อมกับแป้งครัวซองต์สูตรญี่ปุ่น       Green Tea Croissant (49 บาท) ครัวซองต์นุ่มฟู รวมตัวกับไส้มัตฉะญี่ปุ่น ผสานกับไวต์ช็อกโกแลต Frosty Strawberry Croissant (49 บาท) ครัวซองต์สไตล์ญี่ปุ่น ชิ้นกำลังดี เคลือบด้วยซอสฟรอสตี้ สตรอว์เบอร์รี รสหวานกลมกล่อม ซึ่งเป็นการรวมตัวกันระหว่างสตรอว์เบอร์รี และไวต์ช็อกโกแลต       แฟนคลับช็อกโกแลตต้องชอบ Classic Milo Croissant (69 บาท) ซอสลาวาสูตรพิเศษที่เป็นการผสานกันระหว่างไมโล และดาร์กช็อกโกแล็ต เข้ากันดีกับแป้งครัวซองต์ ยังมี Cherry Ferrero Croissant (79 บาท) ครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน รวมตัวกับซอสช็อกโกแลต รสเข้มผสมหวานเล็กๆ ตกแต่งด้วยเชอร์รี และอัลมอนด์เกรซเคลือบน้ำผึ้ง       Black Sesame Croissant (89 บาท) เมนูใหม่แกะกล่องล่าสุด ครัวซองต์งาดำหอมกรุ่น ใครมาถึงร้านก็ห้ามพลาดเลยชิ้นนี้     ส่วนใครที่เป็นสาวกครัวซองต์ไส้คาวมาทางนี้ เราแนะนำ  Bologna Cheese Croissant (49 บาท) ครัวซองต์ร้อนๆ กินพร้อมชีสสูตรพิเศษของทางร้าน Baked Cheese Spinach Croissant (49 บาท) โดดเด่นด้วยผักโขมอบชีสรสเข้มข้น ซึ่งทำจากชีสคุณภาพ     Chicken Vienna Sausage Croissant (49 บาท) ครัวซองต์แสนอร่อย ท็อปด้วยไส้กรอกไก่เวียนนาคุณภาพ ราดซอสสูตรลับรสเปรี้ยวครีมมี Garlic Butter Croissant (59 บาท) เปลี่ยนจากขนมปังเนยกระเทียม มาลองชิมครัวซองต์เนยกระเทียมกันบ้าง หอมทั้งกลิ่นเนย กระเทียม และพาสลีย์   คนรักชีสต้องลอง Golden Cheesy Croissant (59 บาท) ครัวซองต์ราดซอสชีสระดับพรีเมียมหอมมันสุดฟิน และ Selted Yolk Egg Lava Croissant (69 บาท) ไส้ไข่เค็มลาวารสอร่อยนี้ได้มาจากไข่เค็มชั้นดีจากฟาร์มคุณภาพ เข้าปากพร้อมครัวซองต์นุ่มๆ โรยหน้าด้วยครัมเบิ้ลไข่เค็ม     กระซิบ อีกไม่นานทางร้านจะออกขนมใหม่แล้วนะ ใครเป็นสายเบเกอรีเตรียมตัวปักหมุด  

ยกให้เป็นหนึ่งในคาเฟ่ชาเขียวคุณภาพดี สำหรับร้าน Tori Cafe คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่นย่านพระราม 2 ที่รวบรวมชาเขียวทั้งจากไร่ไทยและไร่ญี่ปุ่น มารังสรรค์เป็นเมนูไอศกรีม เครื่องดื่มและเบเกอรี่ ให้เหล่าทีเลิฟเวอร์ได้ตามไปลิ้มลอง     ตัวร้านโดดเด่นด้วยผนังโทนสีครีมเรียบง่าย สบายตา เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนที่ไม่ว่ามองไปมุมไหนก็สัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่น ภายในร้านแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเป็นโซนสำหรับรับประทานขนมและเครื่องดื่ม ส่วนชั้นล่างเป็นเคาน์เตอร์บาร์และโซนสำหรับขายอุปกรณ์ชงชาคุณภาพดี ที่หากใครสนใจก็สามารถเลือกชอปกลับบ้านได้อีกด้วย       เริ่มด้วยเมนูเบาๆ อย่าง Soft-Ice Cream Matcha (75.-) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม รสชาติละมุนหอมหวานชื่นใจ มีให้เลือกอร่อยด้วยกัน 2 รสชาติ คือ New Zealand Milk และ Matcha     ต่อด้วย Matcha Latte (145.-) แก้วนี้พิเศษตรงที่ลูกค้าสามารถเลือกระดับความพรีเมียมของตัวชาเองได้ อย่างแก้วนี้เราเลือกเป็น  Prestigious Matcha ซึ่งเป็นมัทฉะเกรดดีที่สุด เข้มข้มกลมกล่อมและไม่ขมฝาด หรือจะเลือกเป็น Hojicha Powder Latte (90.-) เมนูชาเขียวญี่ปุ่นคั่ว รสชาตินุ่มนวลหอมหวานคล้ายดาร์กช็อกโกแลตผสมคาราเมล       ตบท้ายด้วย Genmaicha Teapot (125.-) หรือชาเขียวผสมข้าวคั่ว เสิร์ฟมาในการ้อนใสที่สามารถมองเห็นสีชาเหลืองทอง ดูสวยงาม จับคู่กับ ซอฟต์คุกกี้รสชาเขียว จะทำให้การดื่มชาในครั้งนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น