กลิ่นหอมของขนมปังจากร้านเล็กๆ ในซอยละลายทรัพย์ ชวนให้คุณต้องเหลียวมองเมื่อเดินผ่านร้าน Fat.P Eatery ความโดดเด่นของดีไซน์ร้านที่ออกแบบได้อย่างน่ารักให้เป็นเหมือนบ้านไม้สุดอบอุ่น บวกรวมเข้ากับแซนด์วิชโฮมเมดที่ทำสดใหม่จากเตา รวมไปถึงเบเกอรี่ที่สลับสับเปลี่ยนเมนูกันไปในแต่ละวัน ทำให้มีลูกค้าแวะเวียนกันมาแบบไม่ขาดสาย     แม้จะเป็นร้านที่ไม่ได้ใหญ่โตและขายแบบ grab and go แต่การออกแบบก็ดูอบอุ่นน่ารักสไตล์ญี่ปุ่น สีน้ำตาลจากไม้โอ๊คที่จัดเรียงปูเป็นผนัง ตัดกับสีน้ำเงินตุ่นบริเวณเคาน์เตอร์ เป็นจุดเด่นที่ดึงดูดผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาได้ไม่น้อย     เริ่มต้นด้วยเมนูเอาใจคนกินมังสวิรัติ อย่าง Roasted Cherry Tomato with Spinach and Cheese ขนมปังโฮลวีทกริลล์ร้อนๆ ที่กัดเข้าไปแล้วเจอความฉ่ำของมะเขือเทศเชอรี่ ผักโขมและชีส แม้ไม่มีเนื้อสัตว์ก็อร่อยกลมกล่อมแถมอิ่มสบายท้อง       ต่อด้วยขนมปังชื่อดังของเกาหลี Cream Cheese Garlic Bread ขนมปังรูปทรงกลมผ่ากลางสอดไส้ครีมชีสรสละมุน หอมกลิ่นกระเทียม หรือใครชอบความหวานหน่อยต้องลอง Pumpkin Cream Cheese เค้กฟักทองเนื้อนุ่มหนึบหนับกินกับครีมชีสหวานๆ ด้านบน เข้ากันได้อย่างลงตัว    

Café Jardin (คาเฟ่ จาแด็ง) ตั้งอยู่ภายในโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ ย่านถนนวิทยุ เป็นคาเฟ่สไตล์ฝรั่งเศสที่ให้ฟิลอบอุ่น เคาท์เตอร์บาร์สีขาวซึ่งภายในตู้เรียงรายไปด้วยขนมหวาน มีเสาร์อิฐที่ด้านบนถูกวางด้วยดอกไม้กระถาง พื้นไม้สีน้ำตาลไปด้วยกันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์ โซฟาหนังสีเลือดหมูแสนสบาย โต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้ม ด้านหลังเป็นโครงเหล็กสไตล์อินดัสเทรียลลอฟต์ที่ถูกแซมด้วยแมกไม้สีเขียว เติมร้านให้ถูกมีชีวิตชีวา     ทั้งตามชั้นต่างๆ ยังมีต้นไม้ในร่ม อาทิ กระบองเพชร มะพร้าวทะเลทราย พลูด่าง ว่านหางจระเข้ วางตกแต่งอยู่ละลานตาสมชื่อ Café Jardin ที่ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “คาเฟ่ในสวนสวย” เสียจริง คุณหนิง อลิสรา ศิวยาธร Ceo แห่งโรงแรมศิวาเทล กรุงเทพฯ เล่าให้เราฟังถึงที่มาที่ไปของร้านนี้ว่า เริ่มแรกคาเฟ่จาแด็งเป็นคอฟฟี่ช็อปทั่วไป แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการหาสิ่งใหม่ทั้งในเรื่องจุดยืน และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของร้าน       ทำคุณหนิงตัดสินใจให้รีคอนเซ็ปต์ใหม่ทั้งหมด จากร้านกาแฟทั่วไปให้กลายเป็นร้านอาหารไทยรับประทานง่าย ที่ใช้วัตถุดิบออร์แกนิคจากพี่น้องเกษตรวิถีอินทรีรายย่อย อาทิ ไร่รื่นรมย์ จังหวัดเชียงราย สหกรณ์เกษตรอินทรีย์ทัพไทย จังหวัดสุรินทร์ แทนคุณออร์แกนิคฟาร์ม จังหวัดนครปฐม และ G-Pork Farm จังหวัดราชบุรี เป็นต้น  นอกจากจะทำให้ฟู้ดดี้ทั้งหลายรู้แหล่งที่มาของเมนูแต่ละจานแล้ว ยังถือเป็นการเกื้อหนุนสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรท้องถิ่นอีกด้วย       เรียกน้ำย่อยมื้ออร่อย สลัดเต้าหู้ เห็ดผัดดอกเกลือ เต้าหู้ปลอดสารเนื้อนุ่มนิ่ม ย่างจนหอมกรุ่น ราดด้วยเห็ดสับผัดกับดอกเกลือ เสิร์ฟพร้อมสลัดผักกรุบกรอบ สดชื่น     ข้าวผัดปูก้อนทะเลชุมพร ข้าวหอมมะลิอินทรีย์คุณภาพ ผัดพร้อมกับปูก้อนลูกโตๆ เนื้อหวานที่ส่งตรงออเดอร์จากทะเลชุมพร รสกลมกล่อม หอมกลิ่นกระทะ บีบมะนาวซีกเพิ่มความเปรี้ยวเล็กน้อย เหยาะน้ำปลาพริกหน่อยๆ อร่อยถูกใจ เสิร์ฟพร้อมน้ำแกงสาหร่ายอุ่นๆ     ปีกไก่คั่วพริกเกลือ ปีกไก่จากไก่ตะเภาทองอินทรีย์ ที่ปราศจากยาปฎิชีวนะ และสารเร่ง ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยซอสคั่วพริกเกลือที่ปรุงรสจากดอกเกลือสวนศิลป์หนองมล จังหวัดชลบุรี รสเค็มเผ็ด เด็ดสะระตี่     ตามมาติดๆ ด้วยเมนูเส้นอย่าง สปาเก็ตตีหมูกรอบผัดพริกเกลือ สปาเก็ตตีอัลเดนเต้ คลุกเคล้ากับซอสคั่วพริกเกลือรสเผ็ดร้อน ด้านบนออนท็อปด้วยหมูกรอบ ชั้นดีซึ่งเป็นหมูหลุมอินทรีย์ ไขมันน้อย เนื่องจากเชฟนำมาอบแล้วรีดไขมันจนหมด     บะหมี่ไข่เส้นสดคากิหมูอารมณ์ดี เส้นบะหมี่โฮมเมดเหนียวนุ่ม ที่ทำจากไข่ไก่อินทรีย์ กินคู่กับคากิหมูอารมณ์ดีนุ่มๆ ที่เต็มไปด้วยคอลลาเจน ราดน้ำเกรวี่รสเค็มหวานสุดเข้ากัน     ของหวานต้องนี่เลย Organic Orange Cheese Tart ทาร์ตกรุบกรอบ มิ๊กซ์ไปกับครีมชีสหอมมัน และส้มอินทรีย์เชื่อมรสเปรี้ยวอมหวาน     เอาใจสายคลับเบเกอรี่กันหน่อยด้วยขนมปังออร์แกนิคหลากรสชาติ ได้แก่ Dark Chocolate Bun รสเข้มข้นจากช็อกโกแลตคุณภาพ Sea Salt Caramel Bun เค็มหวาน Organic Milk Bun หอมมัน หวานละมุน  Garlic & Cheese Bun กินเพลิน     พร้อมจิบ น้ำมะพร้าว ลูกโตๆ หอมชื่นใจที่ส่งตรงมาจากจังหวัดราชบุรี เติมน้ำมะนาวสด และไซรัปน้ําตาลโตนดรสหวานละมุน จบด้วย น้ำกุหลาบ สีชมพูหวาน สุดชื่นใจ หอมกรุ่นกลิ่นกุหลาบ    

ชาไข่มุก ดูจะเป็นเพื่อนคู่ใจใครหลาย ๆ คนแต่ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อสุขภาพเท่าไรนัก แต่ที่ชาบาร์ (Cha Bar) จะเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับคนที่หันมาใส่ใจสุขภาพแต่ยังลาขาดจากชาไข่มุกไม่ได้ จากสาขาแรกในซอยละลายทรัพย์ มาสู่อีกหลายสาขาทั่วกรุงเทพฯ ล่าสุดก็เพิ่งเปิดตัวที่เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ในย่านคลองเตย       ชาบาร์ เลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และหาได้ภายในประเทศไทย อย่างเช่น นม ที่เลือกใช้นมวัวจากโคราชแทนการใช้นมผง ช็อกโกแลตก็มาจากโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรี ส่วนน้ำตาลมะพร้าวก็มาจากอัมพวา เจลลี่ชาดำทำจากใบชาที่ปลูกในภาคเหนือ และที่เป็นไฮไลต์ประจำร้านก็คือ ไข่มุกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่เคี้ยวหนุบหนับชวนเพลิดเพลินได้ไม่แพ้ไข่มุกทั่วไป         เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านคือ Classic Milk Cha Riceberry Babo หรือ ชานมคลาสสิคไข่มุกไรซ์เบอร์รี่ ที่ให้พลังงานต่อแก้วเพียง 157 กิโลแคลอรี่เท่านั้น หรือจะลองลิ้มรสความเข้มข้นของช็อกโกแลตบ้านเรา Dark Chocolate Milk Cha หรือ ชานมดาร์คช็อกโกแลตก็น่าจะตอบโจทย์ แม้จะให้พลังงานมากกว่าแก้วแรกด้วยปริมาณ 273 กิโลแคลอรี่ก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำ ดื่มได้สบายใจ       แต่ถ้าไม่อยากดื่มนม Mixed Fruit Cha หรือ ชาผลไม้รวม ก็มอบความสดชื่นและรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ  จากผลไม้สดเต็มแก้ว แต่ที่น้อยคือพลังงาน ซึ่งมีเพียง 77 กิโลแคลอรี่เท่านั้น     นอกจากชาไข่มุก ยังมี เจลาโต้ เนื้อเหนียวหนึบ ที่ยังคงแนวคิดการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยไว้อย่างเหนียวแน่น และมีรสชาติแปลก ๆ ให้ลอง เช่น รสกะทิอบควันเทียน (122 กิโลแคลอรี่) เนื้อสีฟ้าจากดอกอัญชัน กินเข้าไปแล้วได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนอย่างชัดเจน หรือจะเป็นรส ขนมตาล (112 กิโลแคลอรี่) สีเหลืองนวล ที่ให้รสชาติราวกับกินขนมไทยโบราณอยู่จริงๆ     นอกจากนี้ยังมี รสคลาสสิคชานม (122 กิโลแคลอรี่) และรสดาร์กช็อกโกแลต (128 กิโลแคลอรี่) รสนมสด (183 กิโลแคลอรี่) รสรอยัลชาไทย (190 กิโลแคลอรี่) รสเต้าหู้วานิลลา (143 กิโลแคลอรี่) และซอร์เบต์ส้ม (47 กิโลแคลอรี่)     ขนมหวานที่แคลอรี่น้อยมันช่างดีต่อใจ (และสุขภาพ) จริง ๆ!

แม้จะให้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองแบบโฮมคาเฟ่ที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย แต่ Yang Hong Kong Café” คือคาเฟ่น้องใหม่บนชั้น 2 ของอาคารใหม่ (ตึก B) ในโรงพยาบาลพระรามเก้า ที่ต่อยอดมาจาก East Ocean ร้านอาหารจีนเลื่องชื่อแห่งโรงแรม SC Park ทุกเมนูอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงของที่นี่จึงยังคงความพรีเมียมของรสชาติและคุณภาพวัตถุดิบไว้อย่างครบครัน         โดย Yang เน้นนำเสนอเมนูอร่อยร่วมสมัยที่กินสบายๆ และเข้าถึงง่าย ทั้งอาหารจานเดียว ติ่มซำที่เสิร์ฟปริมาณกำลังดี และชุดอาหารเช้าเต็มอิ่ม โดยเฉพาะ Yang Signature Dim Sum Set ที่รวม 5 เมนูแนะนำของร้าน ทั้งขนมจีบ ฮะเก๋า เผือกทอด เปาะเปี๊ยะกุ้ง และฝั่นโก๋แป้งบางกรอบที่หากินยาก และ Hong Kong Pork Congee Set โจ๊กหมูฮ่องกงเนื้อเนียนนุ่มกลมกล่อม ใส่ไข่เยี่ยวม้าและไข่ลวก เสิร์ฟพร้อมเปาะเปี๊ยะกุ้งและเครื่องเคียง       แต่ถ้ามองหาเมนูมื้อกลางวันง่ายๆ เราแนะนำข้าวหน้าหมูกรอบคั่วพริกเกลือ หมูกรอบสูตรเฉพาะของเชฟมากฝีมือที่ใช้วิธีอบรีดน้ำมันและย่างจนหนังกรอบ ไร้ความเลี่ยน ผัดกับพริกเกลือเพิ่มรสชาติ หรือจะสั่งก๋วยเตี๋ยวหลอดฮ่องกงไส้กุ้ง ใช้แป้งสดทำจานต่อจาน ไส้กุ้งทั้งตัวมา เพิ่มความอิ่ม ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างบัวลอยงาดำ ในน้ำขิงเผ็ดร้อนกำลังดี         อย่าลืมลองชิมชานมฮ่องกง รสเข้มหวานน้อย หอมกลิ่นใบชาระดับคุณภาพที่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้  

Sim'Ply Drugstore and Cafe ร้านขายยาและคาเฟ่น้องใหม่ ย่านสมุทรปราการ โดดเด่นด้วยมู้ดแอนด์โทนอันแสนอบอุ่นและหน้าตาของร้านที่ดูน่ารักซะจนอดใจไม่ไหวที่จะยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพ เหล่าคาเฟ่ฮอปเปอร์ต้องปักหมุดแล้วตามไปเช็คอินด่วน       ตัวร้านล้อมรอบด้วยกระจกใสเปิดรับแสงสว่างจากภายนอก ภายในเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเบจตกแต่งด้วยต้นไม้กระถางวางอยู่ทั่วร้าน ชวนให้รู้สึกอบอุ่นและมีชีวิตชีวา แถมยังมีโซน Outdoor เป็นสวนหย่อมเล็กๆ ไว้สำหรับคนชอบถ่ายรูป รับลมธรรมชาติเพลินๆ       เริ่มเมนูแรก Sparking Yuzu Americano แก้วนี้ได้ความหวานหอมจากน้ำส้มยูซุ ตัดกับรสขมของเอสเปรสโซช็อต ออกมาเป็นรสชาติกลมกล่อม ดื่มง่าย เติมความสดชื่น     ต่อด้วย Matcha Espresso Latte ชาเขียวมัทฉะเข้มข้นผสมผสานกับเอสเพรสโซช็อตและนมสด ดื่มแล้วนุ่มละมุนลิ้น ถูกใจคนรักชาเขียวและคอกาแฟเป็นที่สุด     มาถึงของหวานเราเลือก บราวนี่ชีสเค้ก ชีสเค้กเนื้อนุ่มละลายในปาก กินคู่กับบราวนี่เนื้อแน่นหนึบหนับ รสช็อคโกแลตเข้มข้น ไม่หวานจนเกินไป ตอบโจทย์คนรักช็อกโกแลต  

ยกให้เป็นคาเฟ่ที่คนรัก “สคอน” ตัวจริงพลาดไม่ได้เด็ดขาด สำหรับ Paul Scones” ร้านสคอนลับๆ ที่แอบซ่อนอยู่ในรั้วบ้านคนหลัง สน.สุทธิสาร เพราะ Specialty Scones” สูตรเด็ดของร้านนี้อร่อยไม่เหมือนใครและอบสดใหม่ทุกวันสมกับสโลแกน Baked with Pride มาพร้อมเมนูกาแฟและเครื่องดื่มเบาๆ ที่จะช่วยเพิ่มพลังงานและความสดชื่นให้แก่ทุกคน         โดยสคอนของที่นี่มีรสชาติเดียวคือ Plain Scone ที่อบในสไตล์ Devonshire เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษซึ่งเจ้าของร้านเคยไปใช้ชีวิต ความอร่อยโดดเด่นอยู่ที่ความนุ่มแน่นของเนื้อสคอนที่หอมเนยฉ่ำๆ วิธีกินคือ ให้ผ่าครึ่งสคอนเป็น 2 ส่วน แล้วทาแยมสตรอว์เบอร์รีโฮมเมดและคลอตเต็ดครีมเข้มข้นหอมมันสูตรเด็ดไปพร้อมกัน แต่ถ้าชิ้นเดียวไม่เต็มอิ่ม เราแนะนำให้สั่ง Paul Scones Special Set เซตสคอน 4 ลูก (ซึ่งเสิร์ฟพร้อมคลอตเต็ดครีมและแยมสตรอว์เบอร์รีมาในเช็ตเลย)       ส่วนใครอยากมานั่งชิลจิบเครื่องดื่มในบรรยากาศร้านสุดเก๋สีสันสดใสให้กลิ่นอายอิงลิชวินเทจยุค 60 นิดๆ เราอยากให้ลอง Strawberry Latte ลาเต้เย็นผสมซอสสตรอว์เบอร์รีโฮมเมดหอมหวานสดชื่นที่จะช่วยเพิ่มพลังงานและความสดใสให้เราไปตลอดทั้งวัน    

เหล่ามิลก์เลิฟเวอร์ทั้งหลายพลาดไม่ได้กับ "Kazzya Bar" คาเฟ่สีพาสเทลสุดน่ารักแห่งใหม่โดนใจสาวๆ บนชั้น 4 สยามสแควร์วัน ที่พร้อมเสิร์ฟ "มิลก์เชก" และ “ไอศกรีมเชก” สูตรเด็ดแสนอร่อยให้คนรักนมได้เต็มอิ่มกันไปเลย       ที่นี่ใช้นมสด Fresh Milk 100 เปอร์เซ็นต์ สุดพรีเมียมสดใหม่ที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ไม่เกิน 3 ชม. ส่งตรงจากฟาร์มมาปั่นกับไอศกรีมเนื้อแน่นเน้นๆ แบบไม่มีน้ำแข็ง โรยทอปปิงหลากหลายเพิ่มความน่ากิน อาทิ ช็อกโกแลตชิป คุ้กกี้ ครัมเบิล คอนเฟลกซ์ คาราเมล เจลลี และผลไม้ต่างๆ เราแนะนำ Chocolate Cookies นมสดปั่นกับช็อกโกแลตแท้และไอศกรีมสูตรพิเศษรสเข้มข้นกลมกล่อมนัวสุดๆ     ส่วนสาวๆ สายเฮลต์ตี้รักสุขภาพต้องลองมิลก์เชกแบบโยเกิร์ตหวานๆ เปรี้ยวๆ (แต่ยังคงความแน่นเข้มข้น) โดยเฉพาะ Peach Yogurt โยเกิร์ตแท้ๆ ปั่นกับพีชรสหวานอมเปรี้ยว ท็อปด้วยเนื้อพีชสดฉ่ำๆ ที่บอกเลยว่าถูกใจทั้งสายนมและพีชเลิฟเวอร์แน่นอน     นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเมนู Affogato ไอศกรีมราดด้วยกาแฟและชาเขียวมัตฉะเข้มข้น รวมทั้งนมสด Kazzya Bar แบบขวด มีทั้งหมด 5 รสชาติ คือ Fresh Milk, Chocolate Milk, Malted Milk, Thai Tea Milk และ Drinking Yogurt ให้ซื้อกลับไปอร่อยกันต่อที่บ้านอีกด้วย    

ทันทีที่ก้าวเข้าไปหลังประตูกระจกและม่านสีขาวของบ้านหลังร่มรื่นแถวลาดกระบัง เราก็พบ “มีตังค์” แมวมาสคอตประจำร้าน “เพลินทวี” มารอทักทายอย่างเป็นมิตร       ที่นี่เป็นคาเฟ่ของคู่รัก คุณเอและคุณบี ที่แปลงโฉมบ้านของตัวเองให้เป็นโฮมคาเฟ่แสนอบอุ่นล้อมรอบด้วยสวนสวย ซ่อนตัวอย่างเงียบเชียบอยู่ในหมู่บ้านแฮปปี้เพลส ปาร์ค การจะมาที่นี่จึงต้องใช้ความตั้งใจเป็นพิเศษ       นอกจากจะมีกระจกบานใหญ่เปิดรับแสงธรรมชาติ ภายในร้านยังหอมกลิ่นกาแฟและเบเกอรี่อบใหม่ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของทั้งคู่ เริ่มกันที่ Drip Coffee กาแฟดริปเลือกได้ทั้งร้อนและเย็น มีเมล็ดกาแฟค่อนข้างหลากหลายทั้งจากต่างประเทศและในบ้านเราซึ่งเป็นผลพวงจากความหลงใหลในเรื่องกาแฟของเจ้าของร้าน วันนี้เราลองเมล็ดจากเอธิโอเปียรสลุ่มลึกและมีรสเปรี้ยวจากผลไม้ ส่วน Cold Brew ก็ดื่มง่าย เหมาะสำหรับซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน       ตามมาด้วย Matcha-Koff แก้วนี้เป็นความลงตัวของเอสเพรซโซ นมสด และมัทฉะ เสิร์ฟมาแบบเรียงชั้นสวยงาม อีกแก้วที่อยากแนะนำ Dreamer เมนูชวนฝัน นอกจากเอสเพรซโซช็อตแล้วยังเติมความเข้มข้นด้วยโกโก้ มินต์ นมสด แล้วตกแต่งด้วยมาร์ชแมลโล่ว์ด้านบน       กินคู่กับเค้กโฮมเมดที่สลับหมุนเวียนไปแต่ละวัน อาทิ Basque Burnt Cheesecake ชีสเค้กหน้าไหม้เนื้อนุ่มแน่น รสเข้มจากครีมชีสที่ละเลียดคู่กับกาแฟดริปแล้วเข้ากันมาก หรือจะลอง Oreo Cheesecake ก็เข้มข้นถูกใจ       กินไปมองมีตังค์หลับปุ๋ยไปด้วย เพลินทวีสมชื่อร้าน

ย้อนเวลากลับไปสัมผัสกลิ่นอายของวัยรุ่นอเมริกันยุค 50 กับคาเฟ่สีสันสดใส “Queen’s Chula Café” โดดเด่นด้วยโทนสีฟ้าและแดงที่ใครเห็นเป็นต้องสะดุดตา แถมยังได้เพลิดเพลินไปกับดนตรีคลาสิกและมุมถ่ายรูปสุดเก๋ ตอบโจทย์เหล่าคาเฟ่ฮอปปิ้งเป็นที่สุด       ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดวินเทจตามแบบฉบับภาพยนตร์อเมริกันย้อนยุค โซฟาสีแดงสดตัดกับพื้นลายตารางหมากรุกสีขาวดำ ตามผนังมีป้ายสัญลักษณ์ตกแต่งอยู่ทั่วร้าน  ยิ่งเสริมความเท่ให้กับร้านเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว           เริ่มต้นที่เมนูอิ่มท้องอย่าง Big Queen รวมเซ็ตอาหารเช้าและของทอด 6 อย่างไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย ไข่ดาวสุกกำลังดี2ฟอง ไก่ป๊อป นักเก็ต มินิค็อกเทล ฯลฯ เป็นอเมริกันฟาสต์ฟู้ดที่กินได้ 2-3 คนเลย       ต่อมา ข้าวหน้าเนื้อทอด ข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมเนื้อทอดกรอบ สูตรเฉพาะของทางร้าน กินง่าย อร่อยถูกปากคนรักเนื้อ       อีกเมนูที่พลาดไม่ได้ Queen’s shake จุดเด่นอยู่ที่การผสมน้ำแดงเฮลบลูบอยลงในมิลค์เชค ทำให้เหมือนได้กินน้ำแข็งใสผสมกับไอศกรีม ดื่มแล้วได้ความหวานละมุนของนมวานิลลา และความสดชื่นจากน้ำแดง       ปิดท้ายด้วย Queen’s sweet แพนเค้กหลากสีจัดเรียงมาเป็นชั้น ราดด้วยน้ำผึ้งแท้หอมๆ เสิรฟ์พร้อมไอศกรีม เป็นเมนูของหวานสุดน่ารัก สีสันสวยงามชวนลิ้มลอง  

ใครเป็นแฟนชีสเค้ก สุดน่ารักน่ากินของ Sunny Flavour” ร้านดังแห่งโลกออนไลน์ ตอนนี้เขามีหน้าร้านสาขาแรกที่ตกแต่งได้น่ารักถูกใจสาวๆ สุดๆ ให้แวะมานั่งเล่นกันเพลินๆ ที่หน้าโครงการ Gump's Ari ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) แล้วนะ     แม้จะยังคงมีเมนูเดียวที่นำมาขายให้ชิมกันที่ร้านคือ Rare Cheesecake ชีสเค้กเย็นซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มสีเหลืองนวล หอมนมและครีมชีส หรือที่หลายคนเรียกว่า ชีสเค้กเจอร์รี (เจ้าหนูเจอร์รีในการ์ตูนเรื่อง Tom & Jerry) นั่นเอง     นอกจากแรร์ชีสเค้ก ที่ร้านยังเพิ่มเมนูเครื่องดื่มแสนสดชื่นอย่าง Pink Sunset พีชโซดาหอมหวาน และ Sunny Sunday สตรอว์เบอร์รีลิ้นจี่โซดาให้มานั่งจิบกันยามบ่ายอีกด้วย ส่วนใครสั่งเค้กผ่านทางออนไลน์แล้วสะดวกมาแถวอารีย์ก็สามารถแวะมารับที่ร้านนี้ได้เช่นกัน    

ชวนไปจิบกาแฟอุ่นๆ ในบ้านของคุณยายด้วยกันที่ คาเฟซู (Café SOU) โฮมคาเฟ่หลังสวยที่ซุกซ่อนอยู่ในชุมชนริมน้ำซอยเจริญนคร 7 (ไม่ไกลจาก ICONSIAM) ซึ่งเปิดเพียง 4 วันต่อสัปดาห์ของคุณแบม หญิงสาวผู้รักการทำขนมและครอบครัว       คำว่า SOU ย่อมาจาก “Story of us” ภายในร้านจึงเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำในวันวาน อบอุ่นน่านั่งด้วยเฟอร์นิเจอร์วินเทจและของสะสมที่จัดวางได้อย่างเหมาะเจาะ ไม่ว่าจะเป็นจานชามโบราณของคุณแม่ รวมถึงของกระจุกกระจิกที่ได้จากการเดินทางของคุณแบมที่ยิ่งทำให้ที่นี่ดูมีเสน่ห์มากขึ้นอีกเท่าตัว         นอกจากบรรยากาศร้านจะอบอุ่นแล้ว ขนมและเครื่องดื่มยังน่าสนใจ เริ่มด้วย Tuesday เครื่องดื่มสีสวยที่เป็นเหมือนตัวแทนของวันอังคารสูตรของคุณแม่ หวานชื่นใจด้วยน้ำผลไม้สดทั้งแอปเปิลและองุ่น เติมโซดาลงไปเพิ่มความสดชื่น     ส่วนใครอยากจิบกาแฟแนะนำ Autumn Latte ที่ชวนให้รู้สึกถึงฤดูใบไม้ร่วง ลาเต้ร้อนรสชาตินุ่มนวล มีกลิ่นหอมจากซินนามอนและความหวานจากเมเปิลไซรัป ตามด้วยเค้กที่ใครๆ ก็หลงรัก SOU Carrot Cake เค้กแครอตสูตรพิเศษฝีมือคุณแบม ด้านบนเป็นคาราเมลครีมชีสเข้ากับเนื้อเค้กที่ใส่ชาลงไปด้วยเพื่อให้มีกลิ่นที่ซับซ้อนขึ้น       เพลินหัวใจจนไม่อยากกลับเลย

คาเฟ่เลิฟเวอร์ไม่ควรพลาดมาเก็บภาพธรรมชาติที่ผสมผสานวิวทุ่งนาและหาดทรายไว้ในที่เดียว และไม่ต้องรอให้ถึงวันหยุดก็มาปักหมุดได้ทุกวันเพราะอยู่ใกล้ทางด่วนแค่ 10 นาที ขับรถเดี๋ยวเดียวก็ได้ยืดเส้นยืดสายบนเตียงผ้าใบใต้ร่มสีสด นาแปลงนี้ปลูกข้าวได้ทั้งปีเพราะมีน้ำท่าสมบูรณ์ เราจึงได้เห็นรวงข้าวสลับสีสวยทุกครั้งที่มาเยือน อยากชมใกล้ๆ ก็มีสะพานไม้ทอดยาวไปกลางทุ่ง มีมุมเก๋ๆ ให้ถ่ายรูปสวยได้ตลอดเส้นทาง           เพราะอยากให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการบ่อยครั้ง จานเด็ดจึงโดดเด่นไม่แพ้บรรยากาศทั้งคัดแต่ของดีและใส่เต็มที่ไม่มีหวง อาทิ ต้มยำกุ้งน้ำข้น กุ้งแม่น้ำตัวโตในหม้อไฟ ถือเป็นเมนูคู่ใจทุกโต๊ะด้วยระดับความแซ่บเกินพิกัดมากี่ครั้งก็ต้องจัดเมนูนี้       ปลากระพงลุยสวน ปลาไซส์พิเศษที่กรอบนอกนุ่มใน อุดมด้วยเครื่องเครา อร่อยยกสวนเลยทีเดียว  แต่ถ้ายกทะเลขึ้นโต๊ะต้องยกให้ทะเลผงกะหรี่ ที่ใส่ให้เยอะมากทั้งกุ้ง-หมึก         ยำหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยใหญ่ไร้กลิ่นคาว คลุกเคล้ากับน้ำยำ แค่กลิ่นหอมๆ ก็น้ำลายสอแล้ว       นอกจากมีดีที่อาหารด้านเบเกอร์รี่ก็เด็ดห้ามพลาด อาทิ เค้กแครอต ชิ้นนี้หวานน้อยแต่อร่อยเกินร้อยแน่นอน เค้กนุ่ม ฟู แทรกเนื้อแครอตให้เคี้ยวหนึบได้ทั้งชิ้น ผิวบนเคลือบครีมชีสรสเปรี้ยวอมหวาน โรยครัมเบิ้ลและแต่งด้วยบลูเบอร์รี่และลูกชุบรูปแครอตจิ๋ว         Red Velvet ความนุ่มฟินไม่เป็นรองกัน เค้กยังคงเอกลักษณ์ของร้านคือหวานน้อย แต่ได้รสเปรี้ยวอมหวานของครีมชีสมาเสริมได้อย่างลงตัว       ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่ม ชาเขียวลาเต้ รวมชาเขียวเบลนด์พิเศษ 3 สัญชาติ คือไทย-อินโดนีเซีย-เมียนมาร์ ผสมกับนมสด รสกลมกล่อมหอมมันและไม่หวานมาก แต่ถ้าชอบหวานมากก็แจ้งพนักงานเพิ่มระดับความหวานได้ตามชอบ             คาราเมล มัคคิอาโต้ กาแฟดอยช้างที่หลายคนคุ้นเคย ชงกับนมสดและคาราเมล หวานหอมถูกปาก Strawberry Mango on Top อิตาเลียนโซดา ท็อปด้วย mix berry pop กับ mango pop ได้รสเบอร์รี่กับมะม่วง เปรี้ยวๆ หวานๆ     แนะนำเพียงเล็กน้อย เพราะเมนูอีกนับร้อยคอยอยู่

ไม่ว่าจะเป็นแฟนละครหรือเป็นคนรักการกิน เราก็ไม่อยากให้พลาดความอร่อยฝีมือหนุ่มมากความสามารถ “เพชร - กรุณพล เทียนสุวรรณ” ที่ "On A Cloud Cafe" คาเฟ่กึ่งร้านอาหารน่านั่งแห่งซอยราษฎร์บูรณะ 4 ที่เขาทุ่มเทและปลุกปั้นด้วยตัวเอง     โดยคอนเซ็ปต์อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มของที่นี่คือการแบ่งปันความชอบและความอร่อยของเพชรที่บอกเลยว่า ถึงหน้าตาจะดูธรรมดา ไม่หวือหวา แต่รับประกันความอร่อยแบบชิมแล้วเหมือนอยู่บนปุยเมฆในสวรรค์เลยทีเดียว ที่สำคัญบรรยากาศแสนเป็นกันเองและมิตรไมตรีจากเจ้าของร้านก็ยิ่งทำให้เราอยากแวะมาเยือนที่นี่บ่อยๆ อีกด้วย       ใครเป็นทาสของหวาน แต่ไม่ชอบกินหวานมากต้องโดนใจ เพราะสูตรเด็ดของเพชรคือ ลดความหวานลงครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงความอร่อยกลมกล่อมหอมมัน เราแนะนำเมนูซิกเนเจอร์ Young Coconut Cake เค้กมะพร้าวอ่อนสูตรเด็ด หอมหวานกำลังดี และ Dark Beer Cake เค้กเบียร์ดำเนื้อแน่นท็อปด้วยครีมชีสและสตรอว์เบอร์รี (ทั้งสองเมนูนี้แอบกระซิบว่าให้รีบสั่ง เพราะหมดเร็วมาก)       ส่วนสายชีสเค้กต้องลอง New York Cheesecake เนื้อชีสเค้กนุ่มนวลละมุนลิ้น ท็อปด้วยสตรอว์เบอร์รีสดรสเปรี้ยวนิดๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว     แต่หากอยากอิ่มแบบจัดเต็ม ที่นี่มีเมนูอาหารโฮมเมดแบบจานเดียวกินง่าย ไม่ว่าจะเป็นข้าวไข่ข้นกุ้งผัดพริกขี้หนู จานเด่นยอดนิยมที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องสั่ง ข้าวผัดกิมจิ รสชาติไม่เหมือนใคร เพราะเพิ่มรสชาติจัดจ้านด้วยการใส่พริกขี้หนูและซอสพริกศรีราชา แถมยังเลือกได้ทั้งเนื้อและหมู       รวมทั้งสปาเกตตีหมึกดำ เมนูโปรดของเพชรที่คัดสรรหมึกดำมาอย่างดี อร่อยแบบไม่เลี่ยน เพราะจานนี้ใส่พริกเพิ่มรสชาติเช่นกัน เรียกว่าจะของหวานหรือของคาวก็อร่อยครบจบมื้อแบบประทับใจ  

แม้จะบอกว่า SNOG XX เป็นคาเฟ่สุดมินิมอล แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีความดิบโดดเด่นออกมาไม่แพ้กัน ด้วยซุ้มทางเข้าที่สร้างมาให้ดูเหมือนเป็นกำแพงที่แตกออก เมื่อทะลุไปแล้วจะเจอกับคาเฟ่น้องใหม่ในซอยโยธินพัฒนา ย่านรามอินทรานี้ ที่นำเสนอเมนูกาแฟสุดสร้างสรรค์       ด้านหน้าร้านจะเห็นโลโก้รูปหน้ายิ้ม ซึ่งสอดคล้องกับ XX บนชื่อของร้าน บาร์กาแฟดีไซน์เรียบโก้เป็นสิ่งแรกที่ต้อนรับเรา บนเครื่องทำกาแฟมีแก้วสีขาวลวดลายหน้ายิ้ม XX เรียงซ้อนกันดูน่ารักแปลกตา ส่วนสีเทาของผนังปูนรอบร้านให้อารมณ์ดิบ ๆ แต่ก็มีเก้าอี้ไม้มาวางเพื่อเบรกไม่ให้ร้านดูแข็งทื่อจนเกินไป สายอินสตาแกรมรับรองว่าจะต้องถูกใจ       นอกจากการออกแบบร้านที่แสนเหมาะกับการถ่ายรูปแล้ว เครื่องดื่มก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่ากัน อย่างเช่น Caramellow กาแฟร้อนสุดครีมมี่ ที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟ Deeper Blend ซึ่งจะมีรสชาตินุ่มนวลและนัตตี้ เสิร์ฟมาพร้อมช้อนเล็กให้ตักรับประทาน แต่ถ้าอยากได้รสชาติที่เข้มข้นก็สามารถยกแก้วดื่มได้เช่นกัน กาแฟแก้วนี้ถูกออกแบบให้ไหลเยิ้มเลอะเทอะหน่อย ๆ แต่ถ่ายรูปออกมาสวยแน่นอน     ถ้าใครชื่นชอบกาแฟที่ให้ความสดชื่น Yuzu Coffee จะเป็นตัวเลือกที่ดี โดยแก้วนี้จะใช้เมล็ดกาแฟ House Blend ที่ให้รสชาติฟรุ๊ตตี้ เข้ากับรสเปรี้ยวอมหวานของซอสยูสุทำเอง ช่วยเพิ่มความสดชื่นในยามบ่ายได้เป็นอย่างดี     อย่าลืมสั่งของหวานมากินเล่น ๆ จากเมนูที่มีทั้งหมด 9 เมนู เราเลือก Chocolate Tart XS ทาร์ตช็อกโกแลตกานาชสุดเข้มข้นบนแป้งทาร์ตเนื้อร่วน ท็อปด้วยครีม สตรว์เบอร์รี่ และบลูเบอร์รี่ มากินคู่กับกาแฟแก้วโปรด ได้รสชาติหวานกำลังดีแถมยังมีผลไม้รสเปรี้ยวมาช่วยตัดไม่ให้หวานเกินไป     กระจกบานใหญ่ที่เปิดรับแสงสว่าง เหมาะสำหรับการนั่งหลบร้อน ค่อย ๆ ละเลียดกาแฟกับของหวานตรงหน้า มองรถราวิ่งผ่านไปมาก็เพลิดเพลินไปอีกแบบ  

ใครผ่านไปผ่านมาย่านปากน้ำ สมุทรปราการ จะต้องสะดุดตากับคาเฟ่สีขาวห้องกระจกใสที่มีดีไซน์สวยโดดเด่น ยิ่งถ้าได้เข้าไปสัมผัสรสชาติกาแฟและความเป็นกันเองของเจ้าของร้านและบาริสต้าแล้ว Gooseberry Coffee จะกลายเป็นร้านกาแฟในดวงใจเลยของคุณเลยล่ะ     คอนเซ็ปต์ของร้านมาในรูปแบบมินิมอลโทนสีขาวดำสไตล์ซิมโบลิค เพิ่มกิมมิคด้วยเฟอร์นิเจอร์รูปทรงแปลกตา ชวนให้ยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพ ในส่วนของบาร์กาแฟแบ่งออกเป็น บาร์เอสเพรสโซ่แมชชีนและสโลว์บาร์ที่สามารถแลกเปลี่ยนบทสนทนา และลองดริปกาแฟเองได้อีกด้วย       เริ่มต้นด้วยเมนู Signature ของร้าน Gooseberry Coffee ความพิเศษอยู่ที่มีโซดาเป็นส่วนผสมและวางมะยมเชื่อมเสียบไม้มาบนแก้ว กินด้วยกันแล้วได้ทั้งความซ่าของโซดาผสมกับรสขมเบาๆจากกาแฟคั่วกลาง ตัดด้วยความหวานอมเปรี้ยวจากมะยม ถือเป็นเมนูสุดครีเอทที่คอกาแฟต้องลอง     เมนูต่อไป Happy Yuzu รสขมของเอสเปรสโซ่ช็อตผสมผสานกับความหวานของน้ำส้มยูซุ ออกมาเป็นรสชาติที่กลมกล่อม ดื่มแล้วชุ่มคอ เรียกความสดชื่นในยามบ่ายได้ดี     เอาใจคนรักกาแฟนมด้วย Salted Caramel โดดเด่นด้วยฟองนมคาราเมล รสชาติหวานมันผสมกับความเค็มเล็กน้อยจากเกลือ ดื่มแล้วละมุนลิ้นเป็นที่สุด   ฟ   Drip Coffee เครื่องดื่มที่สามารถเลือกเมล็ดกาแฟมาดริปได้ตามความชอบ อย่างแก้วนี้เราเลือกเป็นเมล็ดกาแฟคั่วกลางตระกูลเบอร์รี่ กลิ่นซากุระ ให้รสชาติเบาและมีกลิ่นหอมของดอกไม้ ใครที่ไม่ใช่คอกาแฟได้ลองยังต้องยอมให้กับกาแฟแก้วนี้     อีกเมนูที่ขาดไปไม่ได้ ครัวซองต์ร้อนๆ หลากหลายรส ส่งตรงจากร้าน BRIX  Dessert Bar ยกให้เป็นขนมกินเล่นสุดชื่นชอบที่อร่อยจนต้องซื้อกลับบ้าน  

“Krung Gastro Cafe” โฮมคาเฟ่น่านั่งที่ตั้งอยู่ในชั้นล่างของ Krung Gastro” ที่พักของนักกินในรูปแบบ Airbnb (หรือ Bed & Breakfast) ที่แฝงกลิ่นอายประวัติศาสตร์ของถนนสายแรกของกรุงเทพมหานครอย่างเจริญกรุง ซึ่งพร้อมต้อนรับเราด้วยกาแฟรสเลิศที่ใช้เมล็ดไทยเป็นหลัก ของหวานหน้าตาน่ากิน และเมนูอาหารไทยปักษ์ใต้ฝีมือเชฟชาวจังหวัดสตูลที่อร่อยจัดจ้านถึงใจ         นอกจากรสชาติแบบไทยๆ แล้ว เรายังประทับใจกับบรรยากาศและการตกแต่งในแบบไทยโมเดิร์นด้วยการดึงเส้นสายความโค้งแบบสถาปัตยกรรมยุคเก่ามาผสมผสาน อีกทั้งยังนำผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์สั่งทำพิเศษ หมอนทรงสามเหลี่ยม เสื่อรองนั่ง กระเป๋า และหมวกสานให้แขกที่มาพักได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยยิ่งขึ้น รวมไปถึงโลโก้บนผนังที่เป็นรูปตัวอักษร ก.ไก่ สุดเก๋ไก๋ (มาจากคำว่า กรุง) และภาพวาดแผนที่ย่านเจริญกรุงบนกำแพงด้านในของคาเฟ่ที่ทำเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจแบบง่ายๆ อีกด้วย       แม้บรรยากาศจะแฝงความเป็นไทยในแบบโมเดิร์น แต่บอกเลยว่าเมนูอาหารที่นี่จัดจ้านและจัดเต็มแบบคนใต้แท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นแกงส้มใต้กุ้งยอดมะพร้าว กุ้งเนื้อแน่นสดเด้ง น้ำแกงรสเปรี้ยวนำ แต่อร่อยเด็ด กุ้งหมูสับสะตอผัดกะปิ หนึ่งในเมนูยอดนิยมที่แม้ใครไม่ชอบสะตอก็อยากให้ลองสักครั้ง และใบเหลียงผัดไข่ รสชาติกลมกล่อมที่บอกเลยว่าโดนใจทุกเพศทุกวัยแน่นอน         ส่วนคอกาแฟที่นี่มี Drip Coffee ที่คัดสรรเมล็ดกาแฟดีๆ จากในไทยและทั่วโลกมาให้ชิม เราแนะนำ Columbia Huila Betania หรือจะลอง Iced Strawberry Latte ลาเต้รสนุ่มเพิ่มความหวานอมเปรี้ยวด้วยไซรัปสตรอว์เบอร์รี และ Iced Bael Fruit Milk Tea ชาไทยหอมมะตูม เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ก็อร่อยสดชื่นไม่แพ้กัน         ถ้ายังไม่อิ่มอย่าลืมสั่ง Cup Cake เสิร์ฟพร้อมแยม 3 รส มาอร่อยตบท้าย (เราแนะนำคัพเค้กช็อกโกแลตและคัพเค้กสตรอว์เบอร์รี) มากินพร้อมกาแฟรสดีแล้วแสนจะอิ่มอกอิ่มใจ    

อีกหนึ่งร้านอร่อยแห่งท่าเตียนที่อยู่ไม่ไกลริมน้ำเจ้าพระยาและมิวเซียมสยาม บรรยากาศกว้างขวางนั่งสบายอบอวลไปด้วยความเป็นกันเอง ที่สำคัญ “บ้านท่าเตียน คาเฟ่” (Baan ThaTien Café) ยังโดนใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ด้วยรสชาติระดับมาตรฐานในราคาย่อมเยาเข้าถึงง่ายและพร้อมให้เรามาอร่อยกันได้ทุกวัน         จานเด่นพลาดไม่ได้ของบ้านท่าเตียน คาเฟ่ คือ Shrimp Pad Thai เส้นผัดไทยเหนียวนุ่มกำลังดี มาพร้อมกุ้งตัวโตเนื้อแน่น และ Chicken Green Curry แกงเขียวหวานไก่รสกลมกล่อมไม่เผ็ดมาก เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ แล้ว       นอกจากนี้เรายังอยากให้ลองเมนูขายดีอย่าง Stuffed Omelet ไข่ยัดไส้หมูสับผัดกับแครอต หอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศ หวานเปรี้ยวเค็มครบรส และ Egg Bomb ไข่ระเบิดหรือไข่ดาวทรงเครื่องราดด้วยผัดหมูสับผัดกับแครอตและข้าวโพดอ่อน ที่เลือกได้ทั้งแบบเผ็ดและไม่เผ็ดสำหรับเด็กๆ       ส่วนใครอยากมานั่งจิบกาแฟเบาๆ เราแนะนำ Americano กาแฟดำร้อนรสเข้มที่ช่วยให้หายง่วงได้เป็นอย่างดี และ Iced Cappuccino คาปุชชิโนเย็นที่ใช้กาแฟแบบดับเบิลช็อต เพิ่มความละมุนด้วยครีมนมหอมมัน เรียกว่าโดนใจทั้งสายกินและคอกาแฟไปพร้อมกัน    

ยกให้เป็นคาเฟ่น้องใหม่มาแรงแห่งเอกมัยในเวลานี้ สำหรับ Babyccino” ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารโฮมเมดสไตล์ All Day Breakfast ให้เราเริ่มต้นเช้าวันใหม่แบบอิ่มอร่อยและสุขใจในบรรยากาศโปร่งสบายด้วยการตกแต่งแบบเรือนกระจกรับแสงแดดอุ่นๆ รอบร้านที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้และธรรมชาติแสนร่มรื่น     ทุกเมนูเด่นของที่นี่อาจดูธรรมดา แต่บอกเลยว่า (อร่อย) พิเศษไม่เหมือนใครในแบบ Simple But Unique รวมทั้งการบริการที่ใส่ใจและเป็นกันเองยิ่งทำให้ Babyccino กลายเป็นบ้านหลังที่สองของหลายๆ คนไปแล้ว       จานเด่นต้องลองมีทั้ง K-Bomb Fried Chicken ขนมปังบริยอชโฮมเมดสอดไส้อกไก่ทอดราดซอสสไปซีมายองเนสและชีส Pasta Aglio E Olio พาสต้าเส้นสดผัดพริกแห้งและเบคอน รสจัดจ้านถึงใจ และ Lemon Chicken with Quinoa Rice สะโพกไก่หมักเครื่องเทศอบจนหนังกรอบกำลังดี เสิร์ฟพร้อมข้าวจัสมิน บราวน์ ไรซ์ผสมควินัวและสลัดผัก         ส่วนสายสุขภาพต้องลอง Miso Glazed Cauliflower & Kale กะหล่ำดอกเกลซกับมิโสะ มาพร้อมผักเคล มะเขือเทศเชอร์รีและควินัว เพิ่มรสชาติด้วยพาสลีย์เดรสซิง     ใครอยากมานั่งละเลียดเครื่องดื่มเบาๆ เราแนะนำซิกเนเจอร์อย่าง Babyccino เอสเพรสโซช็อตใส่นมสูตรพิเศษหอมสมุนไพร ทั้งอบเชย โรสแมรี และกระวาน (ก่อนดื่มแนะนำให้คนให้เข้ากันจะยิ่งอร่อย) และ Floral Soda รสเปรี้ยวหวานสดชื่น หอมกุหลาบและลาเวนเดอร์ กินคู่กับ Carrot Cake เนื้อเค้กสอดแทรกวอลนัท ท็อปด้วยครีมชีสหอมมัน หรือ Salted Caramel Banana Cake เค้กกล้วยหอมเนื้อแน่นราดครีมซอลต์คาราเมล โรยถั่วเคลือบคาราเมลกรุบกรอบ ยิ่งอร่อยเป็นสองเท่าเลยทีเดียว        

“บ้าน” สถานที่อบอุ่น เซฟโซนที่คุณอยู่แล้วรู้สึกสบายใจ ต่อด้วย ๑000 เลขที่มีมูลค่ามากที่สุดในธนบัตรของบ้านเรา ส่งเสริมความเป็นสิริมงคล “ไม้” ต้นไม้เขียวชอุ่มให้ความร่มรื่น ปิดท้ายด้วย “Cafe & Farm” ซึ่งบ่งบอกถึงคาแร็คเตอร์ของที่แห่งนี้ รวมเป็น “บ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ Cafe & Farm” คาเฟ่ให้ฟิลโคซี่ที่ตั้งอยู่ในย่านสามโคก จ.ปทุมธานี พื้นที่สีเขียวกว่า 3 ไร่ ที่เต็มไปด้วยแมกไม้นานาชนิดซึ่งพิเศษเปิดเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์เท่านั้น     เนื่องจากวันจันทร์ – ศุกร์ สถานที่แห่งนี้คือบ้านและที่ทำงานของคุณโก้ พชรพล ทรงศรี อดีตครูสอนวิชาเกษตรที่ปัจจุบันเป็นนักจัดสวนมืออาชีพที่พร้อมน้อมนำ “เศรษฐกิจพอเพียง” ปรัชญาของรัชกาลที่ 9 มาใช้ในการบริหารร้านอย่างเต็มตัว โดยจะแบ่งแอเรียเป็น 4 ส่วน อย่างแรกเลยคือ ขุดบ่อเก็บน้ำ 30%  ปลูกข้าว 30% พืชผักต่างๆ  30% ที่อยู่อาศัย (สำหรับคุณโก้นั้นคือ บ้าน ออฟฟิต) และสุดท้ายคือโรงเลี้ยงสัตว์กับคาเฟ่ 10%       บวกกับสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ “การให้” ซึ่งเป็นคติประจำใจที่คุณโก้นั้นยึดถือและปฏิบัติมาตลอด โดยใครที่อยากมาเยือนบ้าน ๑,๐๐๐ ไม้ ก็สามารถมาได้เลยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ คุณสามารถพาลูกๆ มาเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ดำนา ทำไข่เค็ม พายเรือ ชมสัตว์ต่างๆ ปลูกผัก ปั้นดินเผาจิ๋ว ระบายสี เพนท์ผ้ามัดย้อม เป็นต้น ใครท้องร้องก็แวะหม่ำอาหารโฮมคุ้ก ขนมโฮมเมด ฝีมือคนในชุมชนที่รสชาติไม่ธรรมดา อย่าง       ข้าวหมูอบ กระดูกอ่อนกรึบกรับ อบจนเนื้อนุ่ม กินง่าย รสเค็มละมุนปนหวานเล็กๆ ราดน้ำจิ้ม ที่ทำมาจากน้ำส้มสายชูและพริก รสเปรี้ยวและเผ็ดพอดีกัน อิ่มอร่อยได้ในจานเดียว     มาถึงเมนูเฮลท์ตีกันบ้างกับ สลัดทูน่า ก็รสชาติดี ผักสด กร๊อบกรอบ ปลูกเองจากสวนนานาพันธุ์ ทั้งผักสลัด แครอต ข้าวโพด กระหล่ำปลีม่วง เป็นต้น มีทูน่าเนื้อแน่น เพิ่มโปรตีนให้กับร่างกาย ราดน้ำสลัดครีมรสกลมกล่อม     สายหวานเตรียมสั่ง ขนมปังสังขยา ขนมปังโฮมเมดเนื้อฟูๆ นุ่มนิ่มที่เราเลิฟ กินคู่กับสังขยาใบเตยหอมกรุ่น รสหวานพอดี     จิบกับ คาปูชิโน่ รสเข้มข้น ดื่มไม่ยาก ไม่ใช่คอกาแฟก็จิบได้ ชานม ชาไทยคุณภาพ หอมฟุ้ง รสเข้ม ผสานไปกับนมข้น และนมสด รวมกันเป็นรสที่หวานพอเหมาะ       และ สตรอว์เบอร์รีโซดามะนาว รสเปรี้ยว เพิ่มความสดชื่ดอีกขั้นด้วยน้ำโซดา ซาบซ่า     กระซิบ อีกหน่อยที่นี่จะมีเวิร์คชอปสำหรับผู้ใหญ่ด้วยนะ

เป็นเวลา 1 ปีเศษที่ Paco Bangkok ร้านสมูทตีโบว์ลเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยสีสัน แจกความสดใสให้ย่านพร้อมพงษ์กลางซอยสุขุมวิท 31 นั้นดูรีเฟรช ร้านทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าผนังโมเสกสีน้ำเงินและขาว ด้านหน้าเป็นกระจกใสบานกว้าง ส่องเห็นภายในร้านที่เต็มไปด้วยความอาร์ตของศิลปะแบบร่วมสมัย Contemporary Arts เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบกับบาร์หินอ่อนขนาดใหญ่ ที่ถูกรองด้วยพื้นเก๋ไก๋สไตล์โมเสกที่เขียนว่า “Paco”     ผนังสีขาวถูกแซมด้วยรูปภาพติสท์ๆ ของศิลปินป็อปอาร์ต (น่าแชะรูปเสียจริง) มีไฟนีออนรูปหัวใจที่เขียนว่า “All You Need is Paco” สื่อให้เห็นถึงความตั้งใจของคุณทีม ศุภกร สุนานันท์ และคุณหวาน วรณัน สินลอย ที่อยากจะให้ทุกคนมาเติมชีวิตชีวาด้วยอาหารสุขภาพที่เข้าถึงง่าย อย่างสมูทตีโบว์ลเฮลท์ตีๆ ที่ทำมาจากผลไม้ ไร้น้ำตาล กลูเตนฟรี ซึ่งเกิดจากสูตรคิดค้นเองจนได้รสชาติลงตัว ทุกชามมีการคำนวณแคลอรีมาอย่างเหมาะสม อีกทั้งลูกค้ายังสามารถรังสรรค์สมูทตีโบว์ลของตัวเองได้ตามใจต้องการ       กินแล้วได้สุขภาพพร้อมดื่มด่ำไปกับศิลปะความงามบนจานอาหาร ด้วยความที่คุณทีมทำงานเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์ จึงไม่แปลกที่สมูทตีทุกชามจะเต็มไปด้วยความสวยงาม ความคัลเลอร์ฟูลที่เกิดจากจินตนาการสุดสร้างสรรค์ มากกว่าความน่ากินนั้นคือรสชาติ ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องอร่อย  แม้คนที่ไม่ได้เป็นสายสุขภาพลิ้มลองเป็นอันต้องติดใจ กลับมาฟินใหม่แทบทุกราย!     ชามแรกที่เราได้เป็น Acai (390 บาท) เมนูสายรุ้งสุดป๊อป ซิกเนเจอร์ประจำร้านชามนี้เต็มไปด้วยส่วนผสมจากผลไม้และดอกไม้ที่เบลน์กันจนสีสันที่สวยงาม รสเปรี้ยวสดชื่นนี้มาจากพระเอกอย่าง อาซาอิ เสริมทัพด้วยแบล็กเบอร์รี่ กล้วย เก๋ากี๋ อัญชัน รวมถึงซูเปอร์ฟู้ดที่สำคัญอย่าง สารสกัดจากสาหร่ายสไปรูลินา สาหร่ายสีเขียว สาหร่ายสีชมพูที่มีชื่อว่า Dunaliella Salina และแอลแฟลฟา พืชตระกูลถั่วที่ได้สมญานามว่า "ราชาแห่งอาหารทั้งมวล" ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สด มะพร้าวคั่ว ถั่วกรุบกรอบ และเนยถั่วหอมหวาน     ตบท้ายด้วยชามสีหวานอย่าง Tropical Paradise (290 บาท) ซึ่งประกอบไปด้วย แก้วมังกร กล้วย สับปะรด และราสป์เบอร์รี กินพร้อมผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานอย่าง สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี ส้มแมนดาริน จนได้รสเปรี้ยวกลมกล่อม เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบสนุกๆ และพลังงานให้กับร่างกายด้วยมะพร้าวคั่ว และกราโนรา อีกสักนิด อิ่มเอมขนาดนี้บอกเลยแค่ 200-220 แคลอรี่เท่านั้น!     Until We Meet Again...ไป Paco Bangkok ที่บ้านหลังใหม่ได้เร็วๆ นี้แล้วเจอกันที่สุขุมวิท 49 นะจ๊ะ