ร้านอาหารสำหรับครอบครัวร้านดังที่มีมากกว่า 90 สาขาทั่วเกาหลี สำหรับสาขานี้นอกจากจะเป็นสาขาแรกของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นสาขาแรกในต่างประเทศอีกด้วย ซึ่งความพิเศษของร้านนี้ที่สามารถครองใจชาวเกาหลีมาอย่างเหนียวแน่นนั้นคงไม่พ้นคอนเซปต์ของอาหารที่เน้นปริมาณให้เหมาะสำหรับอิ่มอร่อยกันทั้งครอบครัว หรือเหมาะกับกลุ่มเพื่อนที่จะมาแชร์ความอร่อยระหว่างกัน       ส่วนบรรยากาศร้านจะมาในโทนสีขาวสะอาดตาคล้ายกับที่เกาหลี พร้อมด้วยเครื่องหมาย & ที่เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการร่วมแบ่งปันรสชาติแสนอร่อยที่ทำกันสดใหม่ในครัว ส่วนสไตล์อาหารก็เป็นอาหารอิตาเลียนในสไตล์ที่ชาวเกาหลีกินกัน และที่สำคัญทุกเมนูจะมีไข่ดาวพ่วงมาด้วย เพื่อรับประกันความอิ่มหนำ     เริ่มกันด้วยชุด HANSANG ที่แปลว่า “ชุดของขวัญ” เซ็ตอาหารจานใหญ่ที่ให้เราเลือกจานหลักอย่างสเต็ก พิซซ่า และฟองดูกุ้งชีส ก่อนจะมาจับคู่ Side Dish อย่าง พาสต้า ริซอตโต และพิลาฟ ที่เราเลือกลองเป็น Shrimp Cheese Fondue ฟองดูชีสกุ้งกระทะร้อนที่อัดแน่นความอร่อยด้วยเบคอน มันฝรั่งปรุงรสหั่นเต๋า และชีส นำไปอบจนได้ที่ ก่อนจะนำกุ้งตัวโตเนื้อแน่นมาผัดซอสรสเผ็ดนิดๆ โรยหน้าอีกครั้งให้ส่งควันฉุย สำหรับวิธีการกินนั้นก็ให้ตักกุ้งพร้อมชีสยืดๆ มาจิ้มกับซอสมะเขือเทศบาร์บีคิว อร่อยเต็มคำ     อีกจานเป็น Bacon Carbonara สปาเก็ตตี้เส้นเหนียวนุ่มในซอสคาร์โบนาราสุดชุ่มฉ่ำที่ทำจากวิปปิงครีมและนม กรุบกรอบหอมมันด้วยเบคอนมาพร้อมกับไข่ดาวยางมะตูมเยิ้มๆ แต่ถ้าใครชอบของทอดเราขอแนะนำ Platter ที่รวมของอร่อยไว้ในจานเดียว อาทิ ปีกไก่บาร์บีคิว กุ้งชุบแป้งทอด ชีสบอล เฟรนซ์ฟราย ขนมปังกระเทียม เสิร์ฟพร้อมคอร์นสลัด ที่เราขอบอกว่าอร่อยทุกอย่าง!       แล้วอย่าลืมปิดท้ายด้วย Jeju Soda น้ำส้มหวานหอมส่งตรงจากเกาะเจจู ประเทศเกาหลีที่นำมาผสมโซดาสุดซาบซ่า ดื่มเพลินอย่างที่สุด  

Akart Bistro & Bar อีกหนึ่งร้านใหม่บนถนนเย็นอากาศที่ควรแวะไปเช็คอินสุดๆ ในเวลานี้ ตัวร้านตั้งอยู่ ในโครงการ Yarden Yenakart ที่มองเผินๆ แล้วรู้สึกว่า เหมือนบ้านหลังสวยในละครย้อนยุค (ที่หญิงใหญ่ชอบดู) ด้านในยิ่งโปร่งสบาย แอบถามจากคุณเก๋-ญาณีเจ้าของร้านถึงได้รู้ว่า ตัวร้านเป็นบ้านเก่าอายุเกือบ 50 ปี โดยพยายามรักษาโครงเก่าไว้ให้มากที่สุด ทั้งหน้าต่าง เสาไม้ แต่เพิ่มความโปร่งแสงด้วยกระจกใสให้มองเห็นความร่มรื่นด้านนอก  คุณเก๋บอกว่าส่วนตัวติดรสมืออาหารไทยของคุณยาย แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบทำอาหารอิตาเลียนเอามากๆ จึงหยิบสิ่งที่รักและสิ่งทีชอบมาไว้ด้วยกันเสียเลย แต่ขอย้ำว่านี่ไม่ใช่การฟิวชั่น เพราะเธอแบ่งแยกชัดเจนระหว่างอาหารไทยและอาหารอิตาเลี่ยน แถมแยกครัวไทยกับครัวฝรั่งไว้คนละฝั่งอีกด้วย ด้วยความหิวระดับติดเพดาน เราเริ่มด้วยเมนูซิกเนเจอร์ผัดไทยหอยทอดอากาศ จานนี้เห็นแล้วถึงกับตกใจในความช่างคิด คุณเก๋เล่าขำๆ ว่าเวลาไปกินร้านอื่นก็ตัดสินใจไม่ได้สักทีว่าจะกินหอยทอดหรือผัดไทย จึงจับมารวมกันในจานเดียวเสียเลย ผัดไทยเส้นเหนียวไม่เละ รสชาติดีทีเดียว เพราะที่ร้านทำน้ำผัดไทยเอง แล้วโปะด้วยหอยทอดร้อนๆ ด้านบน เสิร์ฟมาพร้อมผักแนม ทั้งหัวปลี ถั่วงอก ต้นกุยช่าย  ใครชอบรสจัด แนะนำแกงส้มปลากะพง และยำวุ้นเส้นอัญชัน เมนูโบราณสูตรคุณยาย  ส่วนแฟนอาหารอิตาเลียนแบบฮาร์ดคอร์ แนะนำ Akart Pizza Creamy Fettucine Ham & Mushroom พิซซ่าหน้าเฟตตูชินีเสิร์ฟร้อนๆ แป้งพิซซานวดเอง ท็อปด้านบนด้วยเฟตตูชินี่ผัดแฮมเห็ดสุดครีมมี่ แล้วไปอบอีกครั้ง และจานโปรดของหญิงใหญ่ Lobster Pasta with A.O.P จานนี้อร่อยมาก ล็อบสเตอร์เนื้อแน่น สด และหวาน ไปได้ดีมากกับเส้นพาสต้าแบบอันเดนเต้ผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียม และพริกไทยดำ จบเมนูสุดท้ายด้วยอะไรเบาๆ Akart Cotton Candy เครื่องดื่มสุดสนุกประจำร้าน ชาไทยและชามาเลย์กลิ่นหอมรสเข้ม ท็อปด้วยสายไหมฟูฟ่อง ประดับด้วยดอกเข็มเพิ่มความน่ารัก  ชวนให้นึกถึงตอนเราดูดน้ำหวานจากปลายดอกเข็มเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็กน้อย