สำหรับใครที่ชื่นชอบอาหารจีนในบรรยากาศคลาสสิกร่วมสมัยล่ะก็ ต้องมาที่ Yao Restaurant & Rooftop Bar บนชั้น 32 ของโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะสุรวงศ์ เพราะนอกจากจะมองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาชวนผ่อนคลายแล้ว ยังชวนให้ท้องร้องด้วยอาหารจากความทรงจำในวัยเยาว์ของเชฟบรูซ ฮุย เชฟชาวจีนที่นำเอาวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านของเซี่ยงไฮ้มาผสมผสานให้เข้ากับยุคสมัย แถมเพิ่มเติมเมนูอาหารจีนกวางตุ้งเข้ามาให้ไชนีสเลิฟเวอร์ทุกคนได้ใจเต้นไปตามๆ กัน         เริ่มเมนูแรกที่ Flower Shaped Bean Curd with Morel Mushroom Soup เราชอบความพริ้วไหว(ชวนอัพไอจีสตอรี่)ของเต้าหู้รูปดอกเหมยในน้ำซุปผักหอมหวาน ซึ่งไปกันได้ดีกับ Fresh Noodle with Spicy Minced Pork and Gravy Sauce เส้นสดดึงมือเหนียวนุ่มราดซอสหมูเผ็ดซ่าจากพริกหม่าล่า       ส่วนใครที่ชอบเมนูปูพลาดไม่ได้กับ Wok-fried Jumbo Sea Mud Crab with Salted Egg Yolk ปูทะเลผัดซอสไข่เค็มรสเข้มข้นกลมกล่อมกินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วเพลินเลย ต่อด้วยเมนูห้ามพลาดเด็ดขาด Dinner Dim Sum Platter ที่รวบรวมติ่มซำหลายชนิดไว้ใน 1 เสิร์ฟ อาทิ ซาลาเปาแป้งนุ่ม (เลียนแบบ) เห็ดชิตาเกะ ฮะเก๋ารูปปลาทองตัวอวบสอดไส้กุ้งกับหมูเคี้ยวเด้งสู้ฟัน เผือกทอดและอะบาโลนก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน กระซิบว่าเสิร์ฟมาอย่างละชิ้น แนะนำให้เล็งชิ้นที่ชอบแล้วคีบก่อนได้เลย (ฮา) เหมาะมากถ้ากินคู่กับชาอุ่นๆ ซึ่งทางร้านก็มีชาให้เลือกเยอะมาก แถมก็มีกิมมิกเก๋ๆ คือการเลือกชาแบบเสี่ยงเซียมซี เรียกว่า “Des-Tea-Ny” เพื่อให้เราเปิดใจทดลองดื่มชารสชาติใหม่ที่ไม่คุ้นเคยนั่นเอง         จากนั้นไปต่อกันที่ Rooftop Bar ดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำและค็อกเทลที่คิดขึ้นมาให้ตรงกับคอนเซ็ปต์โมเดิร์นไชนีสบาร์แห่งแรกในประเทศไทยอย่าง Shanghai, The City “Upon The Sea” ค็อกเทลสีม่วงสวยจากน้ำดอกอัญชัน หอมเหล้ารัมและน้ำลิ้นจี่     หรือจะเป็น Dragon Fizz จินโทนิกเปรี้ยวอมหวานจากซอสสตรอว์เบอร์รีโฮมเมดสีแดงสด เผ็ดร้อนจากขิงและพริก กินกับส้มโอและผักชีก็ดุเดือดไม่เป็นรองกัน สุดท้าย Silk and Sangria ส่วนผสมหลักเป็นไวน์ขาวอินฟิวส์กับขิง สับปะรด และเมลอน ดื่มแล้วสดชื่นดี       แถมที่บาร์ก็มีเมนูกินง่ายเป็นคำๆ อย่างเป็ดปักกิ่งโรล ฮะเก๋า เปาะเปี๊ยะสด รวมถึงไก่ทอดผัดพริกกรอบสไตล์เสฉวนที่เหมาะสั่งมาแพริงกับเครื่องดื่มด้วยนะจ๊ะ        

วินาทีสำหรับคนกรุงเทพฯ ไม่น่าจะมีอะไรฮอตฮิตเท่ากับห้างสรรพสินค้าเปิดใหม่ Icon Siam ถึงกับทักทายกันว่า “ไปมาหรือยัง” ไม่ใช่เฉพาะชาวกรุงเทพฯ เท่านั้นที่ไปกัน ร้านอาหารชื่อดังต่างๆ ก็พากันไปเปิดคับคั่ง รวมทั้งร้านอาหารจีน Hong Bao ที่มีสโลแกนว่า The Best Dim Sum in Town   ร้านหงเปาสาขานี้อาหารไม่ได้แตกต่างจากสาขาอื่น มีแต่บรรยากาศของร้านที่ตั้งอยู่บนชั้น 5 มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอื่อยๆ มีเรือนานาชนิดแล่นสวนกันไปมา โอบล้อมด้วยตึกสูงปรี๊ดทรวดทรงต่างๆ และเบียดเส้นขอบฟ้า เช่น โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล โรงแรมรอยัล ออร์คิด โรงแรมแชงกรี-ลา ตึก CAT Tower สะพานสาทรที่อยู่ไกลออกไป และโรงแรมเพนนินซูลาที่อยู่ฝั่งเดียวกันขนาบข้าง คนที่หลงรักทิวทัศน์น่าจะไปยามเย็นและเลือกนั่งเอาร์ดอร์จะถูกใจที่สุด       จากสโลแกนของร้านแน่นอนว่าติ่มซำที่ควรสั่งและเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน เช่น ซาลาเปาไข่เค็มลาวา ขนมจีบกุ้ง เสี่ยวหลงเปาไส้ตับห่าน เมนูที่ขายดีมากของสาขานี้ เช่น ซาลาเปาโปโลหมูแดง ใช้อบแทนการนึ่ง เนื้อซาลาเปาจึงกรอบให้ความรู้สึกที่แปลกจากการกินซาลาเปาทั่วไปแม้ว่าไส้หมูแดงรสจะกลมกล่อมเหมือนกัน     ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งกรอบ แป้งก๋วยเตี๋ยวหลอดเหนียวนุ่มห่อแผ่นแป้งกรอบอีกชั้นก่อนจะกัดเจอกุ้งเนื้อหวานแน่น และขนมจีบเป๋าฮื้อ ขนมจีบไส้กุ้งมีเป๋าฮื้อราดซอสวางบนหน้า จะได้กินทั้งกุ้งและเป๋าฮื้ออร่อยขนาดพอคำ ถ้าใครพาพ่อแม่มาและคิดถึงอดีตก็อาจจะสั่งมาไล้โก้ว ขนมกวางตุ้งโบราณ คล้ายขนมถ้วยฟูสีน้ำตาลเพราะใส่น้ำตาลทรายแดง ตำรับของที่นี่เนื้อเบาฟู นุ่ม คนชอบขนมเนื้อนุ่มๆ น่าจะชอบ         อาหารจานหลักชนิดจัดเต็มสั่งได้ทั่วไปตั้งแต่เป็ดปักกิ่ง หมูหัน และก็เลือกสั่งอาหารตามชนิดที่อยากกิน เช่น เนื้อ กุ้ง ปลา ซึ่งมีให้เลือกหลากหลาย เช่น กุ้งลายเสือผัดพริกเกลือสไตล์ฮ่องกง กุ้งและกระเพาะปลาแห้งผัดสไตล์แต้จิ๋ว ปลานึ่งซีอิ๊วหรือเต้าซี่ เป็นต้น แต่เมนูที่อ่านชื่อแล้วชวนอยากลองและขายดี ขาหมูต้มโค้ก ซอสน้ำแดงใส่น้ำอัดลมเพื่อให้รสเข้มข้นกลมกล่อมขึ้น ราดบนขาหมูที่ตุ๋นมาจนนุ่มทั้งเนื้อและหนัง  แต่ถ้ารู้สึกว่าอยากกินอาหารสจัดหน่อยก็มีอาหารรสไตล์เสฉวนรสเผ็ดเปรี้ยวอย่างเช่น ยำเต้าหู้ไข่เยี่ยวม้าสไตล์เสฉวน สีขาวของเต้าหู้เนื้อนิ่ม รสจืด กับไข่เยี่ยวม้าสีดำรสเค็มมีสีตัดกันที่น่าชิม ราดซอสพริกจะออกแนวยำนิดๆ สำหรับคนไทย       อาหารจานหนักที่นิยมสั่งกันเพื่อความคุ้นเคยและอิ่มท้องจะเป็นข้าวหรือเส้นก็ได้ ถ้าเป็นข้าวก็ต้องสั่งข้าวผัด เพราะขึ้นชื่อว่าร้านจีนแล้วจะไม่ผิดหวังเรื่องเม็ดข้าวร่วนนุ่ม หอมกลิ่นกระทะอันเป็นเอกลักษณ์ หรือสั่งบะหมี่โฮมเมดเนื้อปู เส้นหมี่สดซึ่งทำเองทุกวันผัดปรุงรสซีอิ๊ว ใส่เนื้อปูรสหวาน ช่วยให้เต็มอิ่มขึ้น     ส่วนของหวานสไตล์ผสมผสาน ทุเรียนโมจิ ขนมญี่ปุ่นแป้งโมจิเหนียวนุ่มห่อไส้ทุเรียนผสมวิปปิงครีม พอตัดให้ไส้ไหลเยิ้มก็จะได้กลิ่นทุเรียนฟุ้งไปทั่วห้อง และพุดดิงมะม่วง เนื้อนุ่มสีเหลืองสวยผสมเนื้อมะม่วงนุ่มๆ ให้เคี้ยวด้วย   ว่าไปแล้วข้อดีของห้างสรรพสินค้านอกจากจะได้เดินชอปปิง ยังเลือกกินร้านอาหารชื่อดังได้สะดวกสบาย อย่างร้านหงเปากก็ไปเลือกชิมได้ง่ายๆ และยังมีทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ชื่นชมกันอีกด้วย

ห้องอาหารจีนระดับ 5 ดาวหรือในเมืองใหญ่เกือบทั่วโลก เป็นที่รู้จักกันว่ามักจะเป็น Cantonese Cuisine หรืออาหารกวางตุ้งอันมีชื่อเสียง และเชฟจะมาจากฮ่องกง แต่ที่ห้องอาหารจีนแมนโฮ โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ เอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ เป็นเชฟหนุ่มจากปักกิ่ง มีสไตล์การทำอาหารที่ชวนติดตามเลยทีเดียว     เชฟปีเตอร์ ลี เชฟหนุ่มจากปักกิ่ง ท่าทางคล่องแคล่วว่องไว พูดภาษาอังกฤษเสียงดัง ฟังชัด ผู้เดินทางไปทำอาหารในห้องอาหารหรูและโรงแรมชั้นนำมาหลายประเทศ โดยเฉพาะในโลกอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ อินเดีย ก่อนคุยกันถึงอาหารของเขา อดถามไมได้ว่าคนอาหรับชอบอาหารจีนจานไหน เชฟบอกว่าส่วนใหญ่จะชอบอาหารเสฉวนที่มีเครื่องเทศและรสเผ็ดร้อน เช่น ซุปเสฉวน ไม่ใช่อาหารกวางตุ้ง และชอบกินก๋วยเตี๋ยว     แม้ว่าจะทำงานในโลกอาหรับแต่อาหารของเชฟหนุ่มผู้นี้ก็ออกแนวทันสมัยอย่างตะวันตก อาหารของเขามีทั้งสีสันและลีลาเพราะทุกเมนูเชฟจะมายืนปรุงข้างโต๊ะ ทำให้เห็นกันชัดๆ และคุยกับลูกค้าอย่างเพลิดเพลิน เริ่มแรกเชฟเสิร์ฟอะมุสบุช (Amuse-bouche) อาหารเรียกน้ำย่อยพอดีคำก่อน กุ้งชุปแป้งทอดราดซอสครีมวาซาบิ ต่อด้วยฮะเก๋าปลาหมึก แป้งฮะเก๋าสีดำทำจากหมึกดำที่ใช้ทำสปาเกตตี้หมึกดำ โรยไข่กุ้งสีแสดตัดกัน เนื้อแป้งเหนียวนุ่มเนื้อกุ้งหวานกรอบ       จานต่อมา ซุปซีฟู้ดตุ๋นโสม เสิร์ฟในกาใสที่ใส่กุ้ง ปลาหมึก เป๋าฮื้อ คล้ายซุปกาของญี่ปุ่น แต่ขนาดกาใหญ่กว่า ต้องเทน้ำซุปใส่ชามเอง จานนี้ได้กลิ่นหอม รสหวานเด่นของซีฟู้ด   เมนูตื่นตาที่มีไฟลุก คือ เป็ดปักกิ่งลุยไฟ เชฟเข็นเป็ดปักกิ่งมาข้างโต๊ะ ราดเหล้าลงบนตัวเป็ดแล้วจุดไฟ ไฟลุกพรึบทันที เชฟบอกว่าเพื่อให้มีกลิ่นหอม แล้วแล่แบบหนังติดเนื้อสไตล์ปักกิ่ง ไม่ใช่เฉพาะหนังอย่างสไตล์กวางตุ้งและนำเนื้อไปผัดเหมือนที่นิยมกัน เชฟบอกว่าถ้าจะให้หนังกรอบอบนาน 15 นาที แต่ถ้าให้เนื้อสุกด้วยก็เพิ่มเวลาเป็น 45 นาที แต่หนังกรอบเหมือนกันและเนื้อก็สุกด้วย และถ้าชอบเฉพาะหนังเชฟก็บอกว่าแล่ได้และกรอบอร่อยเหมือนกัน     กุ้งอบซาวน่า เมนูนี้มาพร้อมหม้อเซรามิกพร้อมฝาปิดข้างในใส่หินร้อน 500 – 700 องศาเซลเซียส เชฟวางกุ้งลงบนหิน ราดเหล้า ควันสีขาวทึบก็พวยพุ่งเหมือนอยู่ในซาวน่า ปิดฝาไว้ 2 นาที กุ้งสุก ได้กินเนื้อหวานๆ รสธรรมชาติทันที ไม่ต้องเสียเวลาเดินยกออกมาจากห้องครัว เหมือนกับ ไก่ไทเก็กอบเกลือ ไก่ห่อใบบัวแล้วห่อกระดาษไขอีกชั้น ใส่ในหม้อเซรามิกที่ใส่เกลืออยู่เต็มจนปิดหน้า ก่อนเสิร์ฟก็ราดเหล้า จุดไฟ ปิดฝา พอเปิดฝาควันก็ลอยล่องออกมา และค่อยๆ แกะกระดาษ ใบบัวไปทีละชั้น  วิธีนี้เชฟบอกว่าจะทำไก่หอมกลิ่นใบบัว     นอกจากนี้มี ปลาหิมะย่างซอสฉงฉิงในกระบอกไม้ไผ่ เนื้อปลาชิ้นใหญ่วางเรียงมาในกระบอกไม้ไผ่ราดซอสฉงฉิงซึ่งเป็นซอสดั้งเดิมของเสฉวน รสเข้มข้น และหอยเชลล์พันเบคอนซอสเอ็กโอ หอยเชลล์เนื้อนุ่มหวานเมื่อเจอเบคอนรสเค็มมันหน่อยๆ กับซอสเอ็กโอกลิ่นหอม รสเค็มมัน เพิ่มรสให้หอยเชลล์อร่อยขึ้น       ปิดท้ายด้วยไอศครีมหม้อไฟกับซอสช็อกโกแลต ไอศครีมใส่ชามหินวางบนหินร้อน ก่อนกินก็ราดน้ำลงบนหินเกิดหมอกควันและทำให้เค้กที่วางไว้ก้นชามร้อนบวกกับไอศครีมเย็น ของหวานสไตล์ร้อนปะทะเย็น     เรียกว่าเป็นการกินอาหารจีนที่มีทั้งสีสันและลีลา ทุกเมนูชวนติดตามเลยทีเดียว 

ร้านอาหารจีนสไตล์คาเฟ่สุดเก๋น้องใหม่ใจกลางเมืองที่บอกได้คำเดียวว่าตอบโจทย์คนรักอาหารจีนยุคนี้เป็นที่สุด เพราะนอกจากบรรยากาศและการตกแต่งแสนโมเดิร์น แต่สอดแทรกกลิ่นอายไชนีสไว้อย่างกลมกลืนแล้ว เมนูเด่นตำรับกวางตุ้งที่นำเสนอในรูปแบบ Single Dish หรืออาหารจานเดียวแบบฉบับ “Xoho” ยังอร่อย กินง่าย สะดวก และประหยัดเวลาคนเมืองอย่างแท้จริง       โดยเฉพาะสาวกติ่มซำคงถูกใจ Dimsum Combo เซตติ่มซำราคาเบาๆ ที่จัดความอร่อยมาให้ถึง 5 แบบในจานเดียว ทั้งขนมจีบกุ้ง ขนมจีบหมู ขนมจีบไก่ ฮะเก๋ากุ้ง และฮะเก๋าหอยเชลล์ ส่วนใครชอบเนื้อสัตว์แบบเน้นๆ ต้องลอง BBQ Combo ที่มีทั้งหมูแดงหอมหวานหมักน้ำผึ้งสูตรฮ่องกง หมูกรอบที่ใช้เทคนิคอบไล่ไขมันจนหนังหมูกรอบอร่อย และเป็ดย่างเนื้อเป็ดนุ่มแน่นย่างกำลังดี       แต่ถ้ายังไม่อิ่ม แนะนำให้สั่ง XO Sauce Fried Rice ข้าวผัดซอสเอ็กซ์โอสูตรเด็ดแบบฉบับโซโห เม็ดข้าวร่วนผัดแห้งหอมกระทะ เพิ่มความอร่อยด้วยหอยเชลล์อบแห้งและกุ้งแห้งตัวโต และ Seafood Hor Fun Rice ข้าวผัดราดหน้าซีฟู้ด ข้าวผัดไข่ราดน้ำซุปหอมหวานกลมกล่อมที่เคี่ยวกับขาหมู ไก่ และปลาตาเดียวนานกว่า 6 ชั่วโมง มาพร้อมหอยเชลล์ กุ้ง และหอยเป๋าฮื้อ       แล้วเพิ่มความสดชื่นด้วย Xoho Sweet & Sour Soup เนื้อไก่หมัก เห็ดหอม และหอยเป๋าฮื้อในน้ำซุปเสฉวนรสเปรี้ยวหวาน เผ็ดนิดๆ หรือจะตบท้ายด้วย Prawn Wonton Soup เกี๊ยวกุ้งน้ำที่ใช้กุ้งสดทั้งตัว อร่อยเต็มคำก็เข้าที ที่สำคัญอย่าลืมสั่ง Black Tea with Fresh Fruit ชาดำเย็นผลไม้สด เครื่องดื่มสุดฮิตของชาวฮ่องกงหวานเย็นชื่นใจ หรือ Butterfly Pea Drink น้ำอัญชันมะนาวรสเปรี้ยวหวานมากินคู่กัน           เรียกว่าอิ่มอร่อยครบ...จบในมื้อเดียว

สำหรับคนรักอาหารจีนเชื่อว่าคงจะเคยได้ยินชื่อเสียงของห้องอาหารไดนาสตี้ (Dynasty) ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าวอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ตอนนี้ตำนานความอร่อยที่ว่าได้ขยับขยายเข้าสู่ใจกลางเมือง ณ ชั้น 24 ของโรงแรม เซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นทรัลเวิลด์อย่างเป็นทางการ     เมื่อได้พื้นที่ที่กว้างขวางขึ้น แน่นอนว่าความอร่อยก็ได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน ด้วยการปรับโฉมอาหารจีนสูตรกว้างตุ้งให้ดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น ขณะที่วัตถุดิบต่างๆ ก็เรียกได้ว่าคัดสรรมาจากทั่วโลก จนได้ความอร่อยที่มีให้เลือกลองมากกว่า 100 เมนู       เรามาเริ่มกันด้วย กุ้งทอดครีมสลัดวาซาบิ (590 บาท) กุ้งแชบ๊วยชุบแป้งทอดคลุกเคล้าในมายองเนสที่ผสมวาซาบิ พร้อมด้วยแคนตาลูปและมะละกอ     ตามด้วย ปลาหิมะอบน้ำผึ้ง ชิ้นโตที่มีทีเด็ดความอร่อยอยู่ที่หนังสุดกรอบและความนุ่มแน่นหอมหวานของเนื้อปลาที่เข้าคู่กับเห็ดเข็มทองทอดได้อย่างเหมาะเจาะ     หรือจะลอง เป๋าฮื้อเม็กซิโกเจี๋ยนน้ำแดง (790 บาท) เป๋าฮื้อเนื้อนุ่มเด้งขนาดกะทัดรัดนึ่งและปรุงรสชาติในน้ำแดงที่ได้รสชาติความเข้มข้นจากน้ำสต็อกสูตรพิเศษ จนได้ความหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์เสิร์ฟพร้อมเห็ดหอมและหน่อไม้ฝรั่ง     ก่อนจะต่อด้วย เป็ดมะม่วงราดซอสส้ม (390 บาท) เมนูยอดฮิตเปรี้ยวอมหวานจากการผสานของอกเป็ดหนังกรอบที่ฉ่ำไปด้วยซอสส้มและเนื้อมะม่วงสุก     แล้วมาปิดท้ายด้วยความอร่อยไซส์ยักษ์ของ ล็อบสเตอร์ผัดเนย (2,555 บาท) แคนาเดียนล็อบสเตอร์เนื้อแน่นขนาด 1 กิโลกรัม ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ ก่อนจะนำมาผัดกับเนย กระเทียม และต้นหอมสับ เสิร์ฟพร้อมกับไข่เจียวเนยหอมกรุ่น     อร่อยจนยั้งใจไม่อยู่

เงินเดือนออกแล้ว! มื้อเที่ยงนี้ไปฉลองแบบจัดเต็มกับติ่มซำบุฟเฟ่ต์กันไหม? ที่ห้องอาหารจีนแชงพาเลซ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เขากลับมาให้บริการเมนูบุฟเฟ่ต์ติ่มซำกันอีกครั้ง มีเมนูอร่อยคุณภาพดีมาตรฐานโรงแรมให้เลือกสั่ง เชฟจะนึ่งร้อนๆ และเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะกันเลย       G&C ไปชิมมาแล้วที่ห้ามพลาดคือ ติ่มซำแบบนึ่ง เช่น ขนมจีบไข่กุ้งและฮะเก๋า เนื้อกุ้งแน่นลูกใหญ่เต็มคำ เต้าหู้สาหร่ายราดหน้าเนื้อปู เต้าหู้ทอดนุ่มๆ ราดซอสเนื้อปูรสเข้มข้น ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่ ซี่โครงนุ่มได้รสเค็มและหอมจากเต้าซี่           จากนั้นลองสั่งติ่มซำแบบทอด เช่น ฟองเต้าหู้ห่อกุ้งทอด กรอบนอกนุ่มในไส้กุ้งเต็มคำ เปาะเปี๊ยะกุ้ยหลิน แป้งบางกรอบโรยงาขาว ไส้กุ้งหอมอร่อย เผือกทอดสอดไส้ทะเล เนื้อเผือกฟูนุ่มหอม ไส้ทะเลรสเข้มข้น         ติ่มซำแบบอื่นๆ ก็มีให้ชิม เช่น ซุปเสฉวนทะเล เผ็ดร้อนเข้มข้นตามสไตล์จีน หมูกรอบ หนังบางกรอบมันน้อยกินแล้วแทบหยุดไม่อยู่ หมูแดง เนื้อนุ่มหอมรสชาติกำลังดี       สุดท้ายอย่าลืมเผื่อท้องไว้สำหรับของหวาน อย่างเช่น มะม่วงพุดดิ้ง เนื้อนิ่มนวลหวานฉ่ำจากมะม่วงสุก และยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกรวมแล้ว 46 รายการ    

หากมองแค่ภายนอก “หลงโถว” อาจดูเป็นคาเฟ่สไตล์จีนที่ผสมผสานความเก๋ไก๋เอาใจฮิปสเตอร์ แต่เราไม่อยากให้ด่วนสรุปเพียงเท่านั้น เพราะที่นี่คือร้านกาแฟสุดชิกบนหัวมุมสี่แยกเฉลิมบุรี ถนนเยาวราช ที่เสิร์ฟทั้งข้าวต้ม ติ่มซำ ชา-กาแฟ ไปจนถึงของหวานแสนอร่อยในราคาเบาๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นนักชิมวัยไหนก็มานั่งคุยกันไป ชิมกันไปได้อย่างเพลิดเพลิน     อีกหนึ่งความโดดเด่นของที่นี่คงไม่พ้นการตกแต่งที่นำแรงบันดาลใจจากโต๊ะไม้ในโรงเตี๊ยมมาดัดแปลงให้กลายเป็นที่นั่งยกระดับที่ทั้งเท่และเป็นส่วนตัว ผนวกกับผนังกระจกเงาอีกด้านที่ทำให้พื้นที่ขนาดห้องแถว 1 คูหา ดูกว้างขึ้นและไม่อึดอัด อีกทั้งภาพวาดกอกไม้และสัตว์มงคลสไตล์จีนอย่างนกยูงก็กลับดูสวยงามลงตัวกับคาเฟ่ของเหล่าฮิปสเตอร์ในยุคนี้       ส่วนเมนูเด็ดที่เราไม่อยากให้พลาดคือ Chinese Set เซตข้าวต้มกินคนเดียวที่รวมความอร่อยจากเครื่องเคียง 8 อย่างจากเยาวราชมาไว้ในเมนูเดียว ส่วนข้าวต้มเสิร์ฟร้อนๆ หอมน่ากิน ใครชอบติ่มซำต้องลอง Lhong Tou Shumai ลูกผสมระหว่างเกี๊ยวและขนมจีบ สอดไส้หมูผสมผักกุยช่าย กินกับน้ำจิ้มสูตรเด็ด       หรือจะลอง Egg Lava Bun ซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็มเยิ้มๆ และ Mini B.B.Q. Pork Bun ซาลาเปาทอดไส้หมูแดงกรอบนอกนุ่มในขนาดพอดีคำ ที่กินเพลินมาก แต่ถ้าอยากเพิ่มความจัดจ้าน เราแนะนำ Mala Fried Chicken เนื้อไก่ทอดกรอบคลุกเคล้าพริกหมาล่าและน้ำมันพริกรสเผ็ดนิดๆ         อย่าลืมตบท้ายด้วยของหวานอย่าง Mandarin Orange Cake เค้กส้มเนื้อนิ่มสุดน่ารัก และ Chestnut Tart ทาร์ตเกาลัดหอมหวาน ที่จะกินคู่กับ Dirty กาแฟซิกเนเจอร์ใช้เมล็ดกาแฟของไทย ที่นำเอสเปรสโชร้อนเข้มๆ เทใส่นมสดเย็นๆ แปลกใหม่แต่กลมกล่อม หรือ Thai Milk Tea ชาเย็นหอมมันโรยขนมตุ้บตั้บหวานกำลังดีชิ้นเล็กๆ บนฟองนมด้านบนก็อร่อยฟินไม่แพ้กัน        

เมื่อนึกถึงร้าน Four Seasons ภาพของเป็ดย่างเนื้อนุ่มหนังกรอบตึงในน้ำซอสสูตรลับฉ่ำลิ้นก็ลอยมายั่วน้ำลายเป็นเมนูแรก ตามติดด้วยเป็ดอโรมาติกสุดฮอตกินคู่กับแผ่นแป้งโรตี ต้นหอมญี่ปุ่น แตงกวา ราดตามด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษ 2 เมนูคู่ฮิตติดลมบนที่รสชาติความอร่อยแทบไม่เป็นรองกันเลย     นอกจากเมนูเป็ดเลื่องชื่อหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าโฟร์ซีซั่นส์ยังมีเมนูปรุงจากบะหมี่ไข่สูตรเด็ดอีกหลายรายการและยังเป็นเมนูยอดนิยมที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งจานเด็ดในมื้อประจำวันไปแล้ว หิวเมื่อไหร่ก็แวะมานั่งกินได้สบายๆ อิ่มจุใจในจานเดียว     จุดเด่นของบะหมี่ไข่อยู่ที่เส้นเหนียวนุ่มกำลังดีส่งตรงจากเกาะฮ่องกง นำมาปรุงเมนูอะไรก็อร่อย ที่ร้อนแรงสุดยกให้หมี่ซั่วผัดแห้ง โดดเด่นที่ความนุ่มเหนียวของเส้นบะหมี่ ผัดเกรียมนิดๆ อวดกลิ่นหอมกระทะ ชูรสชาติยิ่งขึ้นด้วยซีฟู้ดสดคัดไซส์พิเศษ ตัวใหญ่ๆ ใส่มาให้เคี้ยวได้เต็มปากเต็มคำ     บะหมี่ผัดถั่วงอก สัมผัสความนุ่มหนึบของเส้นบะหมี่ที่สอดประสานกับความสดกรอบของถั่วงอก เมนูนี้ได้ความหวานจากหอมใหญ่ใส่ความเค็มมันอีกหน่อยก็อร่อยเข้ากันพอดี     โกยซีหมี่ หมูหมักหั่นเป็นเส้นยาวผัดกับเครื่องปรุงรสจนกลมกล่อมเข้าเนื้อ ราดน้ำข้นๆ บนบะหมี่ไข่ที่ผ่านการทอดแบบกรอบนอกนุ่มในเป็นใครก็หยุดไม่อยู่     เอาใจคนรักซีฟู้ดกันต่อกับราดหน้าทะเล รองด้านล่างด้วยบะหมี่ไข่ทอดกรอบราดด้วยน้ำราดหน้า ปรุงรสเข้มข้นแบบต้นตำรับ ด้านบนเรียงรายด้วยซีฟู้ดสดไซส์บิ๊กแค่เห็นก็ชวนหิว ส่วนสายมังสวิรัติเตรียมพร้อมรับมือกับความสดกรอบของผักสดๆ ที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีในเมนูราดหน้าผักรวม กินอร่อยแถมยังได้สุขภาพอีกด้วย       ถึงจะอร่อยแค่ไหน ก็ขอเตือนกันสักนิดว่า อย่าลืมเหลือพื้นที่ว่างในท้องเพื่อรองรับเป็ดย่างโฟร์ซีซันส์ อีกสักจานด้วยล่ะ เดี๋ยวใครเค้าจะเมาท์ว่ามาถึงร้านเป็ดย่างเจ้าดังทั้งที ลืมกินเป็ดย่างเสียนี่ อายเค้านา!  

“เราเปิดที่ย่านเชิงวาน ฮ่องกง มาได้ 3 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013 เราลองทำกวาเปา (Pork Belly Bao) ไปขายในฟาร์มเมอร์มาร์เก็ต ขายดีมากหมดภายในชั่วโมงเดียว แรกเริ่มจึงตั้งใจเปิดเป็นร้านเปา แต่เปลี่ยนเป็นโมเดิร์นไชนีสไดเนอร์แทน เป็นอาหารแบบแฟมิลีแชริ่ง รสชาติแบบจีนแต่หน้าตาทันสมัย ที่นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เราออกมาเปิดร้านนอกฮ่องกง หลังจากที่เราเปิดร้านแห่งที่ 2  Second Draft แกสโทรผับที่มีเบียร์ของตัวเอง” เมย์ โชว์ (May Chow) เชฟและเจ้าของร้านเล่าถึงความเป็นมาของ Little Bao     เมย์ได้ตัวเชฟจัสติน หว่อง (Justin Wong) มาดูแลลิตเติ้ลเปา จัสตินเป็นคนกวางตุ้งที่ทำอาหารฝรั่งเศสมาตลอดชีวิต ยกเว้นทำอาหารกวางตุ้งกินเองที่บ้าน หลังจากพูดคุยถูกคอกับเมย์จึงตอบตกลง พร้อมพูดติดตลกว่าพ่อแม่ของเขาดีใจมากที่รู้ว่าลูกกลายเป็นเชฟอาหารกวางตุ้ง แม้ว่าจะเป็นสไตล์โมเดิร์นก็ตาม     อาหารขายดีของลิตเติ้ลเปาฮ่องกงยังคงมาครบ รวมถึง Pork Belly Bao แต่เพิ่มเติมจานเด่นอย่าง Cold Dan Dan Noodles และ Under The Bridge Crab Fried Rice เพิ่มเข้ามาสำหรับลิตเติ้ลเปาแบงคอก     จัสตินแนะนำจานเด่นเป็น Smoked Eggplant Salad สลัดเย็นที่มีองค์ประกอบ ซึ่งคนจีนกวางตุ้งชอบมาก มะเขือรมควัน น้ำมันพริก โยเกิร์ต มิโซะ และใบชิโซะ หอมอบอวลด้วยน้ำมันพริกและกลิ่นควันจากมะเขือ ตัดรสชาติด้วยรสเปรี้ยวอ่อนๆ ของโยเกิร์ต     ต่อด้วยซุปร้อนๆ Steamed Drunken Clams เรียกว่าหอยเมาก็คงได้ หอยตลับต้มรวมกับเหล้าเช่าชิงโดยไม่ใส่น้ำสต๊อก ด้านล่างเป็นมันบด ความหอมของเหล้ากับรสหวานและกลิ่นทะเลของหอยอร่อยมาก มันบดที่มาด้วยก็เพิ่มเนื้อสัมผัสที่แปลกดี     มาที่ไฮไลต์ Sichuan Chicken Bao เปาไก่ทอดราดซอสเชียงเคียงวินีการ์กับมาโยหมาล่าและโคลสลอว์ รสชาติเปรี้ยวขมและชาลิ้นแต่อร่อย และ Fish Tempura Bao เปาปลาทอดกับซอสมะขามและเฟนเนลดองที่ทำให้เนื้อสัมผัสแปลกดี     ปิดท้ายที่ Ice Cream Bao ทอดแป้งเปาแบบเร็วๆ เพื่อไม่ให้อมน้ำมันและกรอบ สอดไส้ไอศกรีมชาเขียวกับนมข้นและไส้ไอศกรีมเกลือกับคาราเมล  

เรียกได้ว่าต่อคิวยาวมากกับร้านใหม่ของเชฟแมนที่เปิดให้บริการแบบบุฟเฟต์ Man Kitchen by Chef Man ที่ขนเมนูฮิตดาวเด่นของร้านมาให้กินแบบไม่อั้น การันตีความอร่อยด้วยสูตรอาหารและฝีมือหัวหน้าเชฟคนเดียวกันกับร้านเชฟแมน เพียงทำให้มีขนาดเล็กลงเพื่อให้ชิมได้หลากหลาย ทั้งซาลาเปาไส้ไหล ติ่มซำเป็ดปักกิ่งและหมูแดง และห้ามพลาดกับผัดตามสั่งที่เลือกผักและเนื้อสัตว์ได้ตามชอบ เช่น ผักปวยเล้งผัดกระเทียม หากจ่ายเพิ่มอีก 300 บาท จะได้เมนูพิเศษอย่างซุปหูฉลามเนื้อปูน้ำแดงและบะหมี่กระเพาะปลาสดราดซอสเป๋าฮื้อ       เมนูแนะนำ เป็ดปักกิ่ง เป็ดเนื้อนุ่มหนังอร่อยเสิร์ฟพร้อมกับแป้ง แตงกวา ต้นหอมและซอส   ซาลาเปาไส้ไหล เมนูสร้างชื่อให้เชฟแมน ลูกเล็กกำลังดีแป้งนุ่มไส้เค็มๆ หวานๆ  และห้ามพลาดซาลาเปาทุเรียนกลิ่นหอมละมุน   ฟองเต้าหู้ทอด กรอบนอกนุ่มใน ไส้กุ้งเต็มปากเต็มคำ   หมูแดงและหมูกรอบ หมูแดงเนื้อนุ่มหอมอบมาอย่างพอดีและหมูกรอบที่หนังกรอบอร่อยห้ามพลาด

หลังจากสร้างตำนานความอร่อยของอาหารจีนกวางตุ้งที่ราชพฤกษ์คลับโครงการนอร์ธปาร์คมาได้สักพัก Man Fu Yuan ก็ได้ฤกษ์เปิดสาขาใหม่บนชั้น 8 The Helix, Emquartier ถนนสุขุมวิท เนรมิตพื้นที่ร้านเป็นห้องรับแขกสีขาวตกแต่งประณีตแฝงความอบอุ่นไว้ทุกอณูโดยเฉพาะลวดลายผีเสื้อและดอกไม้สัญลักษณ์ของความร่าเริง สดใส อายุยืนยาว และยังสื่อถึง “สวนแห่งความสุข” อันเป็นความหมายของชื่อร้านไว้บนเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ        จานเด่นยกให้ หมูกรอบสไตล์ฮ่องกง หมูกรอบหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋ามองเห็นชั้นเนื้อหมูสลับมันชวนกินเคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การลวกหมูในน้ำร้อนจากนั้นใช้เหล็กแทงจนทั่วชิ้นทาด้วยเครื่องปรุงรสนำไปอบจนหนังพองกรอบเนื้อในฉ่ำนุ่ม จิ้มมัสตาร์ดนิดหน่อยอร่อยติดใจ     เป็ดอบใบชาหม่านฟู่หยวน เนื้อนุ่มเคี้ยวหนึบในน้ำซอสรสกลมกล่อมซึ่งกว่าจะได้ความอร่อยแบบนี้ต้องผ่านขั้นตอนซับซ้อนตั้งแต่การอบเป็ดไปจนถึงการปรุงซอส จานนี้เป็นใครก็เคี้ยวเพลิน     ต่อด้วยบะหมี่กรอบ ราดหน้าปลาสไตล์ฮ่องกง เส้นบะหมี่นุ่มเหนียวมีความกรอบนิดๆ ได้รสสัมผัสที่แตกต่างในคำเดียว ส่วนเนื้อปลาช่อนแล่ชิ้นหนานาบกับกระทะด้วยไฟอ่อนรอจนขึ้นสีค่อยใส่น้ำมันลงไปทอดกลิ่นจึงหอมชวนกินยิ่งขึ้นส่วนน้ำสต๊อกปรุงจากขาแฮมยูนนาน เนื้อไก่ ปลาตาเดียวตากแห้ง น้ำตาล และน้ำมันหอยกินกับผักคะน้าฮ่องกง แครอต เห็ดหอม     ปิดท้ายด้วยทาร์ตหมูแดงอบ อบใหม่ๆ เมื่อลูกค้าสั่งแป้งทาร์ตจึงกรอบนอกด้านในนุ่มเนียนลิ้น ผสานความอร่อยด้วยไส้หมูแดงปรุงรสเค็มหวานรสชาติเข้มข้น     ลองสั่งชาร้อนที่ผ่านการเบลนด์อย่างพิถีพิถันและมีให้เลือกถึง 10 ชนิดมาจิบคู่ อร่อยจนต้องสั่งเพิ่มเลยล่ะ

ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งสาขาใหม่ล่าสุดของหนุ่มเวฟ-คูเปยจง ที่เพิ่มความน่าสนใจด้วยการนำเสนอเมนูชาบุ ชาบุแบบ “สตีม” (นึ่ง) ที่กำลังเป็นที่นิยมในฮ่องกง เพราะรักษาความสดของวัตถุดิบ ดีต่อสุขภาพ และไม่เสียรสชาติเท่ากับการลวกแบบที่เราคุ้นเคย แต่หากยังติดใจชาบุ ชาบุแบบเดิม แนะนำให้สั่งน้ำซุปสูตรพิเศษไม่เหมือนใครอย่างน้ำซุปเป็ดย่างและน้ำซุปกุ้งลายเสือหอมกลมกล่อมเพิ่มความอร่อยขึ้นไปอีกขั้น       เมนูแนะนำ Emperior Seafood Set ชุดรวมมิตรอาหารทะเลที่เจ้าของร้านรับประกันความสด มีทั้งกุ้ง ปู และหอยนานาชนิด   Healthy & Nutricious Family Set ชุดผักเพื่อสุขภาพที่อัดแน่นไปด้วยผักและเห็ดต่างๆ อาทิ ผักกาดขาว ฟักทอง เห็ดเข็มทอง เห็ดหอม และเห็ดหูหนูขาว   LHK Signature Crispy Shrimp “Cheong Fun” ก๋วยเตี๋ยวหลอดมีทีเด็ดที่ไส้กุ้งห่อแผ่นแป้งรังนกทอดกรอบ    Signature Sesame Lava Ball ขนมไข่หงส์ที่นำมาพลิกแพลงสอดไส้คัสตาร์ดลาวา แนะนำให้กินทันทีขณะยังร้อนอยู่

พาทุกคนไปย้อนรอยความอร่อยตำรับแดนมังกรกันที่ห้องอาหารจีนของโรงแรมเจ้าพระยาปาร์คซึ่งตอนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของเชฟอ้วน-คงฤทธิ์ คงยืนเชฟคนเก่งที่สั่งสมประสบการณ์การทำอาหารจีนกวางตุ้งมานานกว่า 20 ปี จนได้รสชาติอาหารจีนกลางตุ้งเฉพาะตัวที่ไม่ว่าใครก็หลงรัก      เมนูมีให้เลือกกันหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่สั่งแบบจานเดียวบุฟเฟต์ติ่มซำ (ราคา 899 บาท)ไปจนถึงเซ็ตเมนูให้เลือกกันตามความชอบใจ แม้หน้าตาอาหารจะไม่หวือหวาแต่เรากล้ารับประกับความถูกใจ ไม่ว่าจะเป็น ผักฉ่อยผัดพริกแห้ง ผักกรอบๆ ผัดกับพริกแห้งและกระเทียมด้วยไฟแรง ให้รสเผ็ดติดปลายลิ้น      เผือกทอด ชิ้นใหญ่สอดไส้เห็ดหอมและกุนเชียงเนื้อละมุน เนื้อปลาผัดซอสเสฉวน โดดเด่นที่ปลากะพงเนื้อนุ่ม รสชาติผสานกับซอสพริกเสฉวนรสเผ็ดร้อนสูตรเฉพาะ ซึ่งมีส่วนผสมของพริกศรีราชา ขิงแก่ และกระเทียมอย่างลงตัว        กุ้งผัดซอสเอ็กซ์โอ กุ้งตัวโตเนื้อหวานกรอบ อร่อยเด็ดที่ซอสเอ็กซ์โอสูตรโฮมเมดที่เชฟคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศนานาชนิดอย่างไข่กุ้งมังกรแห้ง ปลาตาเดียวแห้งหอยเชลล์แห้ง ขาหมูแฮมจีน และเหล้าจีน มาเคี่ยวรวมกันจนได้ซอสหอมๆ รสเข้มข้น     มากระตุ้นต่อมน้ำลายก่อนตามด้วยเมนูใหม่ล่าสุด เนื้อหมูผัดพริกไทยดำ เสิร์ฟในกระทะร้อนส่งเสียงดังฉู่ฉ่ามาแต่ไกล      ส่วนแฟนคลับติ่มซำก็ไม่ต้องน้อยใจ เพราะยังมีเมนูให้เลือกมากกว่า 30 เมนู อาทิ ขนมจีบปู ขนมจีบหูฉลาม ฮะเก๋ากุ้ง เนื้อปลานึ่งซีอิ๊ว เกี๊ยวนึ่งซอสเอ็กซ์โอ กุ้งนึ่งมะนาว ร่วมด้วยซาลาเปาไส้ไหลไส้ไข่เค็มคัสตาร์ดรสหวานกำลังดี ทำจากแป้งไรซ์เบอร์รีเนื้อเนียนให้ได้ลิ้มลอง      ถ้ายังไม่อิ่มก็ห้ามพลาดสั่งหมูกรอบและเป็ดย่างสไตล์ฮ่องกงที่ทั้งนุ่ม กรอบ หอม ไม่เหมือนใคร

เราเคยไปชิมอาหารของ Pagoda Chinese Restaurant  ห้องอาหารจีนกวางตุ้งเปิดใหม่มาก่อนหน้านี้ช่วงตรุษจีน ที่นี่นำเจดีย์ที่เปรียบได้กับวัดประจำตัวของฮ่องเต้ เพื่อให้เกียรติกับแขกที่มากินตกแต่งไว้อย่างสวยงามสไตล์จีนโมเดิร์น โดยเฉพาะใจกลางร้านที่ออกแบบคล้ายกับลานหน้าเจดีย์       คุณปุ้ย-ปิญานัน คาราวะ ผู้จัดการร้าน เบื้องหลังความสำเร็จของร้านนี้บอกกับเราว่าเชฟออสการ์ ปัน (Oscar Pun) เชฟใหญ่ของร้านค่อนข้างดังในปักกิ่ง เคยทำร้านอาหารมิชลินในปักกิ่งมาแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เชฟเดินทางมาเมืองไทย รสชาติอาหารจึงยังมีความดั้งเดิมอยู่ เหลือเพียงปรับวัฒนธรรมอาหารให้เข้ากับคนไทย ซึ่งเราเห็นด้วย เพราะรสชาติอาหารวันก่อนกับวันนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว และล่าสุดได้ตัวทีมาสเตอร์มาแนะนำชาดีจาก 30 มณฑล รวมถึงการแสดงกังฟูชาด้วยกาชาทองเหลืองปากยาววันละ 2 รอบ 12.30 และ 19.30 น.       เริ่มที่ติ่มซำ ฮะเก๋ากุ้ง เชฟทำ 2 แบบคือหน่อไม้ฝรั่งและไข่กุ้ง เราได้ชิมฮะเก๋าปลาทอง สอดไส้กุ้งและไข่กุ้ง เนื้อไม่แน่นแบบฮะเก๋าที่เป็นกุ้งทั้งตัว แต่รสจัดกว่าด้วยไข่กุ้ง      เปาะเปี๊ยะทอดไส้กุ้ง แท่งยาวกรอบฉ่ำ ส่วนหมูกรอบใช้เนื้อสันคอแทนสามชั้น ย่างแล้วอบต่อ คลุกกับเกลือเพื่อให้หนังกรอบและไม่มัน มีจุดเด่นที่คุณปุ้ยเรียกว่าหมูกรอบ 5 ชั้น      ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้งทอด ทำออกมาดี ปกติเราจะได้กินแบบปาท่องโก๋สอดไส้กุ้ง แต่สูตรนี้ใช้แป้งเปาะเปี๊ยะห่อแล้วทอด ก่อนห่อด้วยแป้งก๋วยเตี๋ยวอีกชั้น ราดซีอิ๊วหวานเค็ม      คั่นกลางด้วยซุปดีๆ ที่ว่ากันว่าเชฟจีนวัดฝีมือกันที่ซุป ถ้าทำซุปอร่อย...ที่เหลือก็ไม่ต้องพูดถึง และเชฟออสการ์เป็นเช่นนั้น ซุปกระเพาะปลาตุ๋นเห็ดมอเรล ซุปรสเข้มข้น ใส่กระเพาะปลาสดและเห็ดมอเรลที่ใช้กันในอาหารฝรั่ง     ตามด้วยทีเด็ดของเชฟ ไก่ขอทาน ไก่ทั้งตัวยัดไส้ด้วยหมูสามชั้น กังป๋วย และเครื่องยาจีน ห่อใบบัวและห่อด้วยแป้งขนมปังอีกครั้งก่อนอบ เนื้อในร้อนระอุ รสหวานฉ่ำอร่อย โดยเฉพาะเนื้อส่วนที่มีเครื่องที่ยัดไว้อร่อยมากกินได้ทั้งตัว ข้าวเหนียวเนื้อปู แปลงมาจากข้าวเหนียวผัดใส่เผือกแบบฮ่องกง แต่สูตรนี้เชฟใส่เนื้อปูทั้งตัวนึ่งกับข้าว รอให้เย็นและข้าวแยกเป็นเมล็ดแล้วผัดอีกครั้งก่อนอบ รสจัดอร่อยมาก   ปิดท้ายด้วยชาดีๆ จากทีมาสเตอร์และของหวานอย่างพุดดิงมะม่วง รสหวานซ่อนเปรี้ยวจากเนื้อมะม่วง ราดด้วยนมสด   

หลังจาก China Moon ห้องอาหารจีนสุดหรูของโรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชัน ได้เปลี่ยนชื่อเป็น DRAGON Luxury Chinese Cuisine พร้อมปรับลุคใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นในคอนเซ็ปต์ท้องทะเลที่สดใสในโทนสีน้ำเงินผสมผสานกับสีทองอันเป็นสีมงคลของชาวจีน การตกแต่งเน้นความโปร่งโล่งนั่งสบาย ดึงดูดสายตาด้วยพรมลายริ้วคลื่นที่ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความผ่อนคลายตลอดมื้ออาหารของคุณ     ด้านเมนูอาหารได้เชฟป้อม-ธนรักษ์ ชูโต หนึ่งในเชฟกระทะเหล็กอาหารจีนร่วมสมัย และยังเป็นสุดยอดเชฟอาหารจีนรสเลิศของเมืองไทยมาเป็นที่ปรึกษาและคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศนำมาดีไซน์เมนูอาหารจีนกวางตุ้งสมัยใหม่ที่โดดเด่นทั้งรสชาติ กลิ่นหอม และการตกแต่งจานอาหารอย่างประณีตสวยงามชวนกิน      เริ่มที่ติ่มซำ เชฟอยากให้ลูกค้าได้ลิ้มรสความอร่อยอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันต้องอิ่มท้องแบบพอดีๆ ด้วย จึงคัดเฉพาะจานเด็ด 26 รายการที่ห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด อาทิ ฮะเก๋ากุ้ง อร่อยเต็มปากเต็มคำกับกุ้งแชบ๊วยไซส์ใหญ่ ขนมจีบกุ้งกระจก เสิร์ฟคำโตอัดแน่นด้วยกุ้งเนื้อเด้ง กินคู่กับน้ำจิ้มกะปิ เสี่ยวหลงเปา แป้งนุ่มเนียนลิ้นกัดเบาๆ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมและรสชาติเข้มข้นของน้ำซุปด้านใน     หอยเชลล์นึ่งซอสพริกไทยดำ กุ้งบดเนื้อหนึบวางทับด้วยหอยเชลล์ ชูรสด้วยซอสพริกไทยดำนอกจากนี้ยังมีปลาหิมะสอดไส้เห็ดนึ่ง ขนมจีน เป๋าฮื้อ ขาไก่นึ่งเต้าซี่ รับประกันรสชาติดีทุกเมนู       ด้านจานหลักยกให้เป็ดปักกิ่ง หนังเป็ดบางกรอบไร้มัน แผ่นแป้งนุ่มหอม กินพร้อมน้ำจิ้มหวาน ต้นหอม และแตงกวา     ส่วนเนื้อเป็ดนำไปปรุงเมนูเนื้อเป็ดทอดน้ำปลา เค็มนิดๆ เคี้ยวหนึบๆ ใครได้ลองก็ติดใจ     กุ้งแม่น้ำนึ่งกระเทียมใส่วุ้นเส้น กุ้งสดไซส์พิเศษนึ่งพร้อมวุ้นเส้น ราดซอสกระเทียมสูตรเฉพาะ รสชาติกลมกล่อม     ปลาเก๋าดำนึ่งซีอิ๊ว เคล็ดลับอยู่ที่การควบคุมเวลาในการนึ่งปลา เพื่อให้ได้เนื้อปลาที่นุ่มนวล เมื่อผสานกับรสชาติของซอสซีอิ๊วฮ่องกงก็ยิ่งเข้ากันทั้งเนื้อทั้งน้ำ     หมูกรอบมิราเคิล หมูสามชั้นมันน้อยกรอบนอกฉ่ำใน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มหวาน มัสตาร์ด และน้ำตาลทราย     ปิดท้ายด้วยของหวาน พุทราจีนทอด แป้งบางทอดจนเหลืองกรอบสอดไส้พุทราจีนหวานหอม ตัดรสด้วยซอสบลูเบอร์รีอร่อยลงตัว  

ต่อคิว 3 ชั่วโมงเพื่อกินอาหารไม่ใช่เรื่องที่ชายจุกพึงกระทำอย่างแน่นอน รอเกิน 10 นาที แล้วเห็นโต๊ะข้างที่ได้อาหารไปก่อนก็เหวี่ยงแล้ว แต่สำหรับ Hawker Chan ที่สร้างตำนานในฐานะร้านอาหารแผงลอยในฟู้ดคอร์ตที่จูงมือร้านเพื่อนบ้านร้านก๋วยเตี๋ยวหมู Hill Street Tai Hwa Pork Noodle คว้าดาวมิชลินมาร้านละ 1 ดวง แล้วชายก็อยากจะลองดู     ฮอกเกอร์ ชาน แซงหน้าร้านเพื่อนบ้านบินตรงมาเปิดสาขาแรกที่ Terminal 21 กลางย่านอโศก ส่วนใครนำเข้ามานั้นชายก็พอจะเดาได้ว่าทีมเดียวกับ Tim Ho Wan อ้าวก็สายล้อมคิวเป็นสายแบรนด์นั้นถ้าไม่ใช่ใครจะกล้าเอามาใช้               ชายถือวิสาสะที่ตัวเองตกข่าวการเปิดตัวของร้านนี้ด้วยการพาตัวเองไปกินในเช้าวันจันทร์ตั้งแต่ห้างยังไม่เปิด มันโล่งมาก ไหนคิวที่เคยได้ยินว่าสิงคโปร์ยาวเป็นงูกินหาง มันไม่มี อ้าวก็ยังไม่มีใครรู้ไง ชายกินและถูกใจไม่น้อย และเห็นต่างจากคอมเมนต์ที่รีวิวไว้ในหน้าเพจของร้าน บอกว่าจืด อืม ตรงไหน ให้จิ้มเอา พอชายจิ้ม อืม มันเค็มไป๊ เขาทำมาดีแล้วแหละไม่ต้องจิ้ม แต่ถ้าจะจิ้มชายก็บอกว่ามีซีอิ๊ว ซีอิ๊วดำ และน้ำจิ้มรสเปรี้ยวเผ็ดที่คล้ายน้ำจิ้มข้าวมันไก่               แต่ที่ชายปลื้มคือวันเปิดตัวใหญ่เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมาแหละ เพราะคุณลุงเชฟชาน ฮน เมง มาด้วยตัวเอง และชายก็ได้เห็นลีลาการทำงานในครัวของคุณลุง ทั้งการประคบประหงมไก่ย่างซีอิ้ว และจัดแจงลงมือเช็ดพื้นครัวด้วยตัวเอง บอกเลยว่ามันทำให้อาหารอร่อยขึ้นอีก     วันเปิดตัวเราค้นพบว่าหลายคนยังสงสัยว่าร้านนี้คือมิชลินจริงเหรอ ชายขอบอกว่าไม่ใช่ สาขาไชน่าทาวน์ในสิงคโปร์เท่านั้นที่ได้มิชลิน แต่เป็นสูตรอาหารเดียวกันแน่นอน สาขากรุงเทพฯ คงต้องรอมิชลินไกด์ปีหน้ามายืนยัน พอเป็นมิชลินหลายคนก็หวังการบริการที่ดี แต่ไม่ใช่กับที่นี่เพราะต้นแบบก็คือแผงลอยในฟู้ดคอร์ต จึงเป็นการบริการตัวเอง ส่วนจานชามก็เช่นกันพลาสติกง่ายๆ ส่วนตัวร้านก็บอกเลยว่าฟู้ดคอร์ต     ส่วนอาหารชายบอกได้ยากว่าอร่อยมากกว่า เท่ากับ หรือน้อยกว่าสาขาสิงคโปร์ แต่เชื่อว่าวัตถุดิบทั้งหมดไม่เหมือนกัน แต่ก็อร่อยตามที่ได้กิน ติดอยู่อย่างเดียวคือความคงที่ของรสชาติ วันที่ชายเสนอหน้ามากินเองอร่อยกว่าวันเปิดตัว แถมวันเปิดตัวยังทำให้ชายได้รู้ว่าเนื้อไก่แต่ละส่วนรสชาติต่างกัน ชายเป็นคนชอบส่วนหน้าอก แต่ชายว่ารสชาติของซีอิ๊วไม่ซึมลึกเท่ากับไก่ส่วนอื่นๆ อาจจะเป็นด้วยความใหม่ของร้านก็ได้ รออีกหน่อยน่าจะคงที่ แต่ก็ให้ผ่านนะด้วยราคาที่ย่อมเยา 88 บาท เลือกเพิ่มหมู หมูกรอบ หรือซี่โครงหมูอีก 45 บาท ก็อร่อยแบบครบในจานเดียวไม่เกิน 200 บาท หรือถ้าไม่ชอบข้าวจะกินเส้นบะหมี่แทนก็อร่อยคนละแบบ มิชลินราคาถูกดีจะตาย คิวตอนนี้อาจจะสาหัสแล้วหลังสื่อเริ่มออกไป รอได้ก็รอ รอไม่ได้ชายแนะนำให้ไปใหม่ หรือจะบินไปกินสิงคโปร์เลยก็ได้ เพื่อนสิงคโปร์ว่าคิวไม่โหดแล้ว    

ชายจุกเคยมา Bā hào แล้วก่อนหน้านี้เพราะได้ยินว่าเป็นบาร์เปิดใหม่ชิคเก๋สไตล์จีน ชายและแก๊งสั่งค็อกเทลกันคนละแก้วในราคาลงท้ายด้วยเลข 8 และทำให้ชายตกหลุมรักเลข 8 ของที่นี่โดยไม่รู้ตัว เออมันราคาถูกกว่าเลข 9 แหละ 555 แถมชื่อร้านและเลขที่บ้านก็เป็นเลข 8 เลข 8 อยู่รอบตัวเรา หลังจากเช็กบิลเราได้รับบ๊วยแผ่นเซียงจากลับมากินตบท้ายค็อกเทลดีๆ และใครจะรู้ว่าเมื่อชายโพสต์รูปบาร์นี้กลับได้รับคำตอบที่ทำให้เราต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง ใช่แล้วเราพลาดอาหารจีนสไตล์คอมฟอร์ตของที่นี่ ขออภัยที่ชายเตรียมตัวมาไม่ดีพอ     ชายกลับมาอีกครั้งพร้อมนัดพบคุณบัว หนึ่งในหุ้นส่วนร้าน ที่มาไขความกระจ่างเกี่ยวกับที่นี่ คุณบัวบอกว่า คุณภูมิ หนึ่งในหุ้นส่วน เป็นคนพบตึกแห่งนี้ในซอยที่เป็นย่านการค้าและขนส่ง ซึ่งในกลุ่มเพื่อนก็อยากทำบาร์และโรงแรม จึงได้คุณท๊อป มาเป็นสถาปนิกและหุ้นส่วน โดยมีคุณโน้ตและคุณจิมจัดหาเฟอร์นิเจอร์ และคุณเก๋ดูเรื่องอาหารเนื่องจากเป็นฟู้ดสไตลิสต์             ส่วน Bā hào มาจากเลขที่บ้านและความหมายมงคล รวมถึงเข้ากับย่านนี้ที่ใกล้เยาวราช อาหารจึงถูกทำเป็นอาหารจีนคอมฟอร์ตที่ไม่เลี่ยนมันและกินง่าย ส่วนเครื่องดื่มให้เพื่อนๆ มาช่วยคิดค็อกเทลให้ 3 ตัว จากคุณก๊อดจิและคุณบาร์ท บาร์เทนเดอร์ดัง ทำให้ที่นี่กลายเป็นร้านที่เหมาะสำหรับกินและดื่ม   แน่นอนว่าชายชอบบรรยากาศและรายละเอียดของร้านที่ดูจีนโมเดิร์น ย้อมด้วยไฟสีแดงให้ร้านดูเก๋ ชั้นล่างเป็นบาร์ ส่วนชั้นบนขึ้นไปเป็นห้องพักที่เน้นความอบอุ่นมากกว่ากลิ่นอายแบบจีน ถ้าได้เห็นต้องอยากพักสักคืนแล้วตะลุยฮอปปิ้งในซอยนานาแน่นอน               ชายต้องบอกว่าอาหารของที่นี่ไม่ได้เว่อร์วังมาก ตกแต่งเรียบๆ แต่เน้นรสชาติของอาหารเสียมากกว่า Soft Tofu เต้าหู้เนื้อเบานุ่มที่หอมกลิ่นของถั่วเหลือง ราดซอสรสเปรี้ยวกินคู่กับไข่เยี่ยวม้า ตามด้วย Duck Wontons เกี๊ยวแป้งบางสอดไส้เนื้อเป็ดกับน้ำมันงาแบบเผ็ด และจานสุดท้ายมีความโมเดิร์นมาก Kau Yuk with Pancake นำเอาหมูเคาหยกเนื้อนุ่มละลายที่มีรสชาติในตัวเองมากินกับโรตีกรอบและไข่ดาว         ก่อนไปจบที่ค็อกเทลจี๊นจีน แนะนำให้กินของหวานก่อนจะเมามายไม่รับรสไปเสียก่อน Bā hào‘s Pudding เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดพุดดิ้งถั่วเนื้อเนียนเย็นฉ่ำราดไซรัปเก๋ากี้ที่ไม่หวานมาก และ Coriander Ice Cream ของหวานสไตล์ไต้หวัน แป้งโรตีเหนียวนุ่มห่อไอศกรีมกะทิยัดไส้ผักชี อร่อยแปลกดี มีเนื้อสัมผัสของถั่วตัดมาให้ได้เคี้ยวกรุบๆ       ก่อนกลับตบท้ายด้วยค็อกเทลที่ใช้วัตถุดิบแถวนี้อย่างเหล้าจีนผสมโสมใน Opium เนโกรนีแบบจีนที่หยดเหล้าโสมลงไปเพิ่มคาแรกเตอร์ พีคมากฉีกแนวเนโกรนีดี Five Rivers ที่นำเอาจุดเด่นของไฟว์สไปซ์หรือที่บางคนเรียกติดปากว่าผงพะโล้มาผสมกับรัม ให้รสชาติเปรี้ยวๆ เย็นๆ และ Forbidden Gold ลิเคียวร์พีช มะนาว และเบียร์ชิงเต่า เบียร์เปรี้ยวๆ เฟรชๆ กินบ๊วยเค็มตามหวานไปทั่วปาก นอกจากนี้ยังมีเบียร์สดที่ทางร้านนำเข้าหมุนเวียนมาให้ได้ดื่มอีกหลากหลาย อาทิ เบียร์จากเวียดนาม เบียร์จากฮ่องกง       ใครชอบแสงไฟสีแดงและเพลงจีนห้ามพลาดที่นี่ บาร์หมายเลขแปด Bā hào

ชายจุกได้เห็นราคาแล้วก็แทบจะอดใจไม่ไหวกับบุฟเฟ่ต์ติ่มซำของห้องอาหารหล่งฟ่ง โรงแรมสวิสโฮเต็ล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ ไม่ว่าจะมื้อไหนหรือวันอะไรก็ราคาเดียวกันหมด 790 บาท++ ชายว่าไม่ตีกรอบเวลาให้กระเพาะของเราดี อยากกินก็เพียงยกหูโทรศัพท์จองที่นั่งไว้กันเหนียว หรือจะไปเสี่ยงโชคเลยที่ห้องอาหารก็ได้ลุ้น โดยเฉพาะมื้อกลางวันของวันธรรมดาที่คนไม่น่าจะเยอะ (เอหรือว่าเยอะกันหว่า)     ข้อดีของติ่มซำบุฟเฟ่ต์ของหล่งฟ่งก็คือเป็นบุฟเฟต์อะลาคาร์ตที่รับรองว่าติ่มซำมาแบบสดใหม่ร้อนระอุแน่นอน ตัวเลือกของติ่มซำยังมีมากกว่า 68 รายการ โดยเชฟอำนาจ เชาวันกลาง เชฟใหญ่ของหล่งฟงได้ปรับติ่มซำหลายชนิดให้หน้าตาออกมาสุดล้ำและน่ากินในสไตล์โมเดิร์น      เชฟยังหมั่นออกเมนูใหม่เป็นประจำทุก 3 เดือน อย่างช่วงเดือนนี้ถึงสิ้นเดือนมิถุนายนก็ออกติ่มซำพิเศษมาให้ชิมถึง 3 แบบ อาทิ ซาลาเปาเห็ดรวม เข่งนี้ล้ำมาก ใจชายคิดว่าเออเชฟก็กล้าเนอะ เอาเห็ดย่างมาใส่เข่งเสิร์ฟ พอจับเท่านั้นแหละ เฮ่ย! มันไม่ใช่ นี่มันซาลาเปาที่ทำสีสันให้เหมือนเห็ดนี่นา ส่วนด้านในเป็นไส้เห็ดที่มีรสชาติดี      เผือกทอดไส้หอยเชลล์โรยหน้าด้วยไข่แซลมอน ติ่มซำจานนี้ก็ดี หน้าตาอาจดูเป็นเผือกทอดแสนธรรมดา มีไข่แซลมอนใส่มาก็ดูแปลกแล้ว แต่นี่สิมีหอยเชลล์อีก ไม่ธรรมดาจริงๆ และจานสุดท้าย ซาลาเปาอบไส้หมูแดง หน้าตาอาจคล้ายที่อื่น แต่แป้งและไส้เราว่าเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่แน่นอน     เชฟบอกกับชายว่าที่นี่เด่นเรื่องอาหารกวางตุ้ง เชฟนำเอาวัตถุดิบนานาชาติอย่างคาเวียร์และไข่แซลมอนมาเพิ่มมูลค่าให้กับอาหารจีนที่หน้าตาเรียบง่าย ฮะเก๋ากุ้งนึ่งโรยด้วยแผ่นทองคำ ฮะเก๋าสีดำแปะทองคือตัวอย่างที่ดีของการฉีกแนวของฮะเก๋ากุ้งขาวใส ใช้หมึกดำผสมลงในแป้งฮะเก๋า สอดไส้ด้วยกุ้งและซอส XO ขนมจีบปูโรยปลาแห้ง เพียงการเคลื่อนไหวของปลาแห้งโบนิโตะที่โดนความร้อนจากขนมจีบร้อนๆ ก็เชิญชวนให้คิดไปถึงทาโกะยากิแล้ว แต่ไม่ใช่ ขนมจีบแป้งสีชมพูชิ้นนี้ผสมบีตรูตห่อกุ้งและปู โรยด้วยปลาแห้งด้านบน หอยเชลล์นึ่งรังนก ฮะเก๋าเปิดหน้าใส่หอยเชลล์แทนกุ้ง ตามด้วยไข่แซลมอนและรังนก อร่อยและแปลกดีที่มีรังนกในอาหารคาว ขนมจีบหน้ากุ้งและคาเวียร์ อาศัยรสชาติคาเวียร์สร้างรสแปลกใหม่        อาหารย่างแบบจีนก็มีในบุฟเฟต์ แน่นอนว่าคุณภาพไม่ต่างกับอะลาคาร์ต เป็ดย่างหล่งฟ่ง หมูแดงอบน้ำผึ้ง และหมูกรอบ ซุปก็มีให้เลือกทั้งซุปเกี๊ยวหล่งฟ่ง ซุปกระเพาะปลาน้ำแดง และซุปเสฉวนทะเลใต้ หรืออาหารจานผัดอย่างเนื้อผัดซอส XO เชฟแอบบอกวิธีทำมาเกือบละเอียด กังป๋วยและสารพัดของดีนำไปนึ่งแล้วทอดต่อ นำแฮมยูนนาน พริก กระเทียม หอมแดง และกุ้งแห้ง เจียวทุกอย่างแยกกันเอาแต่น้ำมัน และเจียวรวมกันอีกครั้งจนน้ำมันหอม     ปิดท้ายด้วยของหวาน พุดดิงมะม่วง ตีมูสแยกก่อนใส่เนื้อ เติมน้ำมะม่วงที่รสเปรี้ยวหน่อยมาตัดรสหวาน และเจลลีตะไคร้ น้ำองุ่นต้มกับว่านหางจระเข้ ไวน์ขาว และน้ำมะนาว ใส่เนื้อว่านหางจรเข้ด้านบน  

ชายจุกได้รับการอบรมอย่างดีในฐานะลูกหลานจีนว่า วันไหว้ก็ต้องไหว้บรรพบุรุษ วันเที่ยวก็ห้ามทำงาน เพราะถ้าทำงานในวันนี้จะต้องทำงานหนักกันยาวตลอดปี ชายก็ไม่เคยขัดขืนเลยสักปี ปีนี้ก็เช่นกัน หลังจากกินข้าวกับที่บ้าน แจกจ่ายแต๊ะเอียเรียบร้อย (ส่วนมากชายจ่ายออก น้ำตาจะไหล) ชายวางแผนไว้คร่าวๆ ว่าจะเที่ยวยาวๆ ชายเลือกแล้วว่า Dim Dim ช่างเป็นปลายทางที่ดีงามในวันเที่ยวแบบนี้ ไม่ให้ดีงามได้ยังไงก็ที่นี่กลิ่นอายไชนิสนิวเยียร์มาเต็ม               พิกัดร้านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง ใครเป็นแฟนร้าน Bao & Bun รับรองว่าไปถูกเพราะที่นี่คือที่ตั้งเก่าของ Bao & Bun (เดือนมีนาคมนี้จะเปิดตัวอีกครั้งที่ชั้น 6 Central Embassy) ชายเจอตัวน้องเอเชีย สาวสวยเจ้าของร้านที่ไปชักชวนจอห์น (ร้านบ้านหญิง) เติร์ก (Sugar Ray) และหุ้นส่วนร้านเสี่ยวชือ แต่ที่เซอร์ไพรส์สุดคือพี่วูดดี้ โคเรียนคิวส์ พูดง่ายๆ ว่าสายอาหารกับสายบาร์มาเจอกัน มันส์ทีนี้   Dim Dim มาในแนวไชนิสสปีคอีซี่ที่ไม่ได้ซ่อนตัวลึกลับหาตัวจับยาก แต่รายละเอียดเดคคอร์คือเลิศ กระป๋องใส่หมูแผ่นที่ใช้แทนถังน้ำแข็ง ชั้นวางของที่เรียงรายด้วยชาสามม้า เซียงจา (บ๊วยแผ่น) และกล่องพุทราจีน ที่สำคัญคือการตีความอินกรีเดียนที่ใช้ใน Bao & Bun แปรรูปเป็นค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่เริ่มต้นเพียง 5 ตัว แต่หลังตรุษจีนคงมีอีกไม่น้อย ส่วนใหญ่ก็เอาอินกรีเดียนไปอินฟิวส์กับสปิริต อาทิ ชาอูหลง กระเจี๊ยบ พริกไทยเสฉวน พูดง่ายๆ ว่าเป็นโอเรียนทอลอินฟิวส์ ไม่ได้จีนจ๋า     ชายได้น้องตี้ ตี๋หนวดช่วยปรนนิบัติพัดวี เอ้ย! ไม่ใช่ละ ผสมค็อกเทลให้ต่างหาก ตี้มาในชุดที่ดูเหมือนหมอตี๋ตามร้านขายยาจีนโบราณ (แว่วว่าอาจจะมีเจ๊กไนท์ที่รวมบาร์เทนเดอร์หน้าตี๋ 555) ว่าไปชายคิดว่าค็อกเทลที่นี่มาแนวคลาสสิกทวิสต์ อย่างแก้วแรก Oolong & Orange Sour ฟีลคล้ายวิสกี้ซาวร์ แต่ใช้เบอร์เบินอินฟิวส์กับใบชาอูหลงและเปลือกส้ม ผสมกับน้ำเลมอน ไข่ขาว ไซรัป และโรยหน้าด้วยงาดำ กินแกล้มกับมะนาวเค็ม     แก้วต่อมาเป็นความกล้าบ้าในการนำเอาหมูหวานมาชนกับค็อกเทลโอลด์แฟชั่น Bakkwa Old Fashioned เบอร์เบินอินฟิวส์กับโรสแมรี่ ผสมไซรัปชิลลี่ซินนามอนโฮมเมด บิตเตอร์ส้มและแองกัสทูร่า ผิวส้ม และโรสแมรี่เผาไฟ วางด้วยหมูทุบบีเชียงเฮียงที่หยดน้ำมันพริกแห้ง จิบไปเคี้ยวหมูไป ตี๋อินเตอร์มาก และเซอร์ไพรส์สุดคือน้ำจับเลี้ยงที่แปรเปลี่ยนมาเป็นค็อกเทล Za Liang Spritzer ที่เปรียบได้กับตี๋ลูกครึ่งมักกะโรนี ไวน์ขาวผสมจับเลี้ยง แอปเพอโร ไซรัปโฮมเมดลิ้นจี่ขิง ฉีดน้ำดอกมะลิมาหอมๆ แก้วนี้รีเฟรชชิ่งดีๆ นึกว่ายืนจิบน้ำจับเลี้ยงอยู่ในเยาวราช       เมาได้ที่ลูกจีนก็หิว แม้ว่าจะรู้ตัวล่วงหน้าว่าต้องกินไก่ต้มอีกเป็นเดือนจากของไหว้ แต่สายของชายบอกว่าให้ลองชิม Skinny Chicken ไก่ตุ๋นเนื้อนุ่มไม่เลี่ยนมัน จิ้มกับน้ำจิ้มเหมือนของแม่ชายเลย รสต่างกันหน่อยถือซะว่าวอร์มอัพก่อนต้องกินไก่กันยาวๆ แต่ที่ช่วยให้สร่างก่อนกลับน่าจะเป็น HK Porridge โจ๊กร้อนๆ เนื้อเนียน รสชาติดี อิ่มหลับสบายเลยทีนี้      

ไม่ต้องงงถ้าชายจุกจะบอกว่า Wang Jia Sha เป็นหนึ่งในร้านอาหารจีนเซี่ยงไฮ้แต่ทำไมถึงมาจากฮ่องกง เพราะเป็นสูตรอาหารจีนแบบเซียงไฮ้แต่มาสร้างแบรนดืในฮ่องกง ทำให้อาหารจีนของที่นี่มีความสมัยใหม่ต่างจากอาหารจีนแผ่นดินใหญ่ หวังเจี่ยชา มีอาหารเรียกน้ำย่อยจานเด่นที่ชายชอบอย่าง เต้าหู้ไข่เยี่ยวม้า สไลซ์เต้าหู้มาบางเฉียบ ราดด้วยซอส ไข่เยี่ยวม้า และหมูหยอง ส่วน ไก่แช่เหล้า ก็รสชาติดีและมาในขนาดกำลังพอกิน  แต่ด้วยชื่อจ้าวแห่งติ่มซำ ชายขอแนะนำ เสี่ยวหลงเปา ที่เมื่อเดือนก่อนมีดราม่าเรื่องวิธีการกินจนโลกออนไลน์ร้อนฉ่า เสี่ยงหลงเปาไส้หมู วิธีกินที่ถูกต้องคือเจาะรูชิมน้ำซุปแล้วตามด้วยเสี่ยงหลงเปาทั้งชิ้น ซุปเข้มข้นอุ่นและอร่อยในคำเดียว ซาลาเปาลาวาไส้คัสตาร์ด ซาลาเปาสีส้มรูปลูกพลับ แป้งนุ่มสอดไส้ด้วยคัสตาร์ดไข่เค็มที่ไหลเป็นลาวาอุ่นๆ เผือกทอดหงส์ทองคำ ด้านนอกกรอบด้านในหอมด้วยเห็ดทรัฟเฟิลจางๆ และเกี๊ยวทอดไส้หมูทรงสาลี่ ชายมองเผินๆ นึกว่าสาลี่ ที่ไหนได้เป็นแป้งเหนียวหนึบสอดไส้ด้วยเครื่องที่ผัดมาหอมอร่อย นอกจากติ่มซำ ชายว่าอาหารจีนตำรับเซียงไฮ้ที่นี่ราคาเบาๆ อย่าง ปลาทอดราดซอส อร่อยตรงเมล็ดสนที่ใส่ลงไปเพิ่มความกรุบ ข้าวเป๋าฮื้ออบหม้อดิน รสชาติของข้าวอบเบาๆ หนักแน่นที่รสชาติของเป๋าฮื้อ บะหมี่ในน้ำซุปกับพอร์คชอปหมูไอเบอริโค บะหมี่เส้นยาวกินคู่หมูทอด เนื้อปูซอสไข่ขาว ก็เด่นเรื่องความสดของเนื้อปูปรุงกับไข่ขาวที่เป็นจุดเด่นแบบอาหารจีน