สำหรับคนรักแซลมอนและแฟนตัวจริงของ “Fuku Intown” ร้านอาหารญี่ปุ่นขวัญใจสายปลาดิบที่อยากหลบหลีกความวุ่นวายใจกลางเมือง เราแนะนำให้มาอร่อยกันที่ Fuku Intown” สาขาเซ็นจูรี เดอะมูฟวีพลาซา อ่อนนุช ที่มีหนุ่มหล่อหน้าใส “ท็อปแท็ป - จิรกิตติ์ คูอาริยะกุล” เป็นเจ้าของร้านดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง     ที่นี่ตอบโจทย์นักกินทุกเพศทุกวัยด้วยพื้นที่ร้านกว้างขวางนั่งสบายรองรับได้ทุกครอบครัวและกลุ่มสังสรรค์ อีกทั้งนอกจากบุฟเฟต์สุดคุ้มที่จัดเต็มทั้งซูชิ ซาชิมิ และอาหารญี่ปุ่นมากมายแล้ว ยังมีเมนูจานเดียวกินง่ายและแบบอะลาคาร์ตที่น่าสนใจทั้งข้าวหน้าเนื้อไปจนถึงราเมนให้เลือกอร่อยอีกด้วย     สายแซลมอนห้ามพลาด Salmon Sashimi, Salmon Nigiri และ Salmon Aburi Nigiri ซูชิหน้าแซลมอนเบิร์นกำลังดี หรือจะสั่งแบบเสิร์ฟมาบนจานขั้นบันไดที่เรียกว่า Stairs to Heaven ก็ยิ่งฟิน หรือจะเลือก Sushi ข้าวปั้นแสนน่ากินหน้าต่างๆ ก็มีให้เลือกแบบละลานตา         ใครอยากลองเมนูโปรดของท็อปแท็ปต้องสั่ง Fuku Intown แซลมอนซาชิมิพร้อมเกล็ดเทมปุระทอดเสิร์ฟในหม้อเย็นที่พนักงานจะมาเติมควันไอเย็นให้ถึงโต๊ะเรียกความตื่นเต้น ถ้ายังอิ่มตามด้วย Salmon Saikyo Roll โรลไส้ไข่หวานและผักห่อด้วยแซลมอนอีกสักจาน       แต่ถ้าไม่ถนัดกินปลาดิบ ที่นี่ยังมีเมนูอร่อยหลากหลายให้อุ่นใจ ไม่ว่าจะเป็น Salmon Kabutoni หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊วรสเข้มข้น กินกับข้าวร้อนๆ ยิ่งอร่อย Beef Steak Intown สเต๊กเนื้อนุ่มแน่น และ Beef Thai Style Yam ยำเนื้อย่างแซบแบบไทยๆ รวมทั้ง Ramen of the Day ราเมนร้อนๆ ที่โดนใจคนรักเส้นอย่างแน่นอน        

สวรรค์ของคนรักอาหารญี่ปุ่นอยู่ใกล้แค่เอื้อมเมื่อแวะมาที่ Sora Japanese Caféร้านเปิดใหม่ในโครงการดาดฟ้า ลาซาล มาร์เก็ตพาร์กบรรยากาศแนวธรรมชาติที่ร่มรื่นชวนผ่อนคลายนั่งชมวิวภายนอกก็ชวนให้เจริญตาเจริญใจ หันกลับมามองด้านในร้านก็ชวนให้เจริญอาหารไปพร้อมกัน       เมนูของร้านเกิดจากความรักในการกินอาหารญี่ปุ่นของคุณเชอร์รี่และคุณนุ้ย สองพี่น้องที่ยืนยันว่าตัวเองกินอย่างไรก็อยากให้ลูกค้าได้กินเหมือนกัน จึงนำประสบการณ์ในการกินทั่วประเทศญี่ปุ่นมารวบรวมไว้ครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นซูชิ ซาชิมิ ข้าวหน้าต่างๆ ราเมง ของทอด พิซซา และสเต๊ก ให้ลูกค้าเลือกเอนจอยได้ตามชอบ โดยมีจุดเด่นที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบ ผสมผสานเทคนิคการปรุงเฉพาะตัวของเชฟที่กลมกล่อมและอร่อยแบบไม่ต้องพึ่งผงชูรส     เริ่มที่ Sora Roll โรลที่ได้ไอเดียเก๋จากก๋วยเตี๋ยวลุยสวนสไตล์ไทยๆ จุ่มน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวแซ่บ กินแล้วจี๊ดขึ้นจมูก     Pizza SushiSalmon ฉีกรูปแบบซูชิปั้นพอดีคำมาเป็นซูชิพิซซาถาดใหญ่ ชั้นล่างรองด้วยข้าวญี่ปุ่น ท็อปด้วยแซลมอนเทมปุระ ราดซอสครีมเข้มข้น แล้วตบท้ายด้วยไข่กุ้งเพิ่มความกรุบแบบคูณสอง     ต่อด้วยโซบะเย็น เส้นโซบะนุ่มๆ เสิร์ฟพร้อมกุ้งเทมปุระตัวใหญ่ ความกรุบกรอบของแป้งที่กัดแล้วเจอกุ้งเนื้อแน่นเต็มปากเต็มคำ เคี้ยวเพลินจนต้องสั่งเบิ้ลทุกรอบ     อย่าลืมปิดท้ายด้วยราเมงซดน้ำซุปร้อนๆ จะช่วยให้คล่องคอยิ่งขึ้น เคล็ดลับความสดชื่นของน้ำซุปกระดูกหมูชามนี้ต้องยกความดีให้ขิงแดงซอยที่ทำให้เราซดได้เรื่อยๆ แบบไม่เลี่ยนเลย ทีเด็ดอีกอย่างคือหมูชาชู ไม่เหนียวแต่เคี้ยวสู้ลิ้น ท็อปด้วยไข่ดอง เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและเกี๊ยวซ่าที่ผนึกกำลังกันชูรสชาติได้แบบเกินร้อย     สวรรค์ของคนรักอาหารญี่ปุ่นอยู่ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ

ยังคงเป็นขวัญใจสายกินดื่มอย่างต่อเนื่อง สำหรับ Kenshin Izakaya ร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์อิซากายะที่เคยสร้างความฮือฮาด้วยเบียร์ลาเวนเดอร์สีม่วงและเบียร์ซากุระสีชมพูแก้วยักษ์มาแล้วในย่านอโศก  ครั้งนี้ถึงเวลาสำรวจสาขาใหม่ล่าสุดที่เดินทางง่ายขึ้นมาอีกนิดที่ชั้น 2 Groove @CentralWorld     แน่นอนว่าที่ร้านยังคงคาแรกเตอร์ของตัวเองไว้ได้อย่างครบถ้วน เริ่มตั้งแต่การตกแต่งร้านให้เหมือนได้ไปนั่งอยู่ใต้ต้นซากุระที่ญี่ปุ่น (เก้าอี้ที่ทำจากลังเบียร์ก็ขนมาด้วย) เสียงพนักงานที่ต้อนรับอย่างแข็งขัน  และบรรยากาศการชนแก้วสุดครื้นเครง เอ้า คัมไป!       เริ่มต้นเมนูอาหารรองท้องกันก่อน ใครที่เคยติดใจเมนู Aburi Chimesaba ซาบะดองเบิร์นไฟของร้านนี้ ลองปันใจมาชิมเมนูใหม่เอี่ยม Aburi Salmon แซลมอนชิ้นหนาจุใจเสิร์ฟบนไม้ไผ่แล้วมาเบิร์นไฟโชว์กันถึงที่โต๊ะ ได้ทั้งกลิ่นหอมและความมัน ฟินไม่แพ้ซาบะดอง ต่อด้วย Unagi –Yaki ปลาไหลย่างสไตล์คันไซ อร่อยที่ซอสรสเค็มหวานที่เคลือบอยู่บนเนื้อปลาไหลที่ทั้งนุ่มและหอม ส่วนอีก 1 เซอร์ไพรส์ ต้องยกให้ของหวานอันเก๋ไก๋ Aburi Mango มะม่วงน้ำดอกไม้ของบ้านเราที่ทางร้านใช้ไฟเบิร์นบางๆ ก่อนแล้วนำไปแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ เพิ่มความหวานเย็นชื่นใจ ได้ใจทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทยไปเลย         ส่วนเรื่องเครื่องดื่ม เบียร์ลาเวนเดอร์สีม่วงเข้มเสิร์ฟในแก้วแช่เย็นเจี๊ยบยังเป็นพระเอกของร้านเช่นเคย รวมถึงเครื่องดื่มอื่นๆ อย่างสาเก วิสกี้ โชจู และค็อกเทล ก็มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น  แต่ที่ลองแล้วอยากบอกต่อขอยกให้ Oni Urara สาเกผสมส้มมิคังที่เสิร์ฟในผลส้ม (ถ่ายรูปออกมาน่ารักมาก) ความพิเศษอยู่ที่สาเกกลั่นจากน้ำแร่ธรรมชาติ รสบางและหอมกลิ่นเปลือกส้ม เราชอบที่ด้านล่างมีเกร็ดน้ำแข็งอยู่ด้วย  ส่วนสายเหล้าบ๊วยลองสั่ง Ume Pon ดื่มง่าย จะสั่งแบบผสมโซดาก็สดชื่น หรือแบบออนเดอะร็อกก็ได้เช่นกัน       เอ้า คัมไป!

ชายจุกได้ยินข่าวแว่วมาว่า มีร้านซูชิสไตล์โอมากาเสะ (ซูชิตามใจฉัน ฉันไม่ใช่ชายแต่เป็นเชฟนะ) ที่มีดาวมิชลินประดับมาเปิด ชายรีบหาข้อมูลและได้ไปชิมในที่สุด หลังจากรอให้ตลาดปลาทั่วญี่ปุ่นกลับมาเปิดขายอีกครั้งหลังหยุดยาวช่วงขึ้นปีใหม่ก็ได้เวลาที่ Sushi Zo (ซูชิโซ) จะเปิดให้บริการครั้งแรกในกรุงเทพฯ ที่พลาซ่า แอทธินี ทาวเวอร์  ซูชิโซ เป็นร้านของเคโซ เซกิ (Keizo Seki) เชฟชาวโอซาก้าที่มีโอกาสไปใช้ชีวิตในเมืองลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา จนเริ่มเปิดซูชิโซขึ้นในปี 2006 ซึ่งชายทราบข่าวมาว่าร้านของเขาได้ดาวมิชลินมาครองถึง 2 ดวง ดวงแรกเป็นของสาขาลอสแองเจลิสที่ได้ในปี 2009 และอีกดวงเป็นสาขานิวยอร์คที่เพิ่งได้มาสดๆ ร้อน ในปี 2016 ในสหรัฐอเมริกายังมีสาขาของซูชิโซที่ย่านดาวน์ทาวน์ในลอสแองเจลิสอีกสาขา ซูชิโซ คล้ายกับร้านโอมากาเสะซูชิทั่วไปตรงที่ไม่รับวอล์คอิน ไม่ใช่เพราหยิ่งอะไรหรอกนะ แต่เชฟตั้งใจปั้นซูชิดีๆ ก็เลยต้องขอทราบจำนวนลูกค้าเพื่อจะได้ตระเตรียมข้าวของให้ถูก ที่สำคัญเชฟเลือกใช้วัตถุดิบจากหลายแหล่งมากกว่าเพียงซึกิจิ น่าเสียดายที่เชฟเคโซ เจ้าของดาวมิชลินไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ส่งศิษย์เอก เชฟโทชิ โอนิชิ (Toshi Onishi) ที่ผ่านการเป็นเชฟใหญ่ของสาขาดาวน์ทาวน์ในลอสแองเจลิสมาเป็นตัวแทนปั้นรสอร่อย เชฟเล่าให้ชายฟังว่าเขาเลือกใช้ข้าวและน้ำแร่จากฮอกไกโดสำหรับหุงข้าวแล้วปรุงรสด้วยน้ำส้มสายชู 2 ชนิด ทั้งน้ำส้มสายชูแดงและขาว แต่ในอนาคตเชฟว่าจะหุงข้าวออกมาอีกชนิดสำหรับเนื้อปลาที่มีมันมาก ข้าวของที่นี่คำค่อนข้างเล็กเพราะเชฟจะปั้นซูชิออกมาต่อเนื่องมากกว่า 20 คำ เลยกลัววว่าชายจะอิ่มไปเสียก่อน  เมนูแนะนำ เชฟโทชิ ก็เหมือนกับเชฟซูชิคนอื่นๆ ที่อยากให้ชายได้ลิ้มลองรสชาติที่ส่งตรงจากอุณหภูมิร่างกาย เป็นไปได้แนะนำให้รีบสแนปรูปแล้วรีบกินทันที แต่รสชาติรับรู้ด้วยลิ้นอาจจะต้องกินเลย เชฟเรียกน้ำย่อยด้วยซาซิมิ 4 คำ หอยนางรมกับซอสพอนสึ ปลายาการะกับยูสุโคโชที่ให้รสเปรี้ยวเผ็ด ปลามากุโร่หมักกับโชยุและสาเกหวานให้สัมผัสของปลาที่แน่นและหวาน และกุ้งหวาน เชฟแนะนำให้ล้างปากด้วยสาเกก่อนเริ่มคอร์สซูชิ คำแรก เริ่มที่ Tai ซูชิปลาไทที่บีบยูสุ ผิวยูสุและเกลือทะเล สดชื่นมากสำหรับคำแรก แต่ชายสังเกตว่ารสของข้าวอมเปรี้ยว Kinmedai ปลาคินเมนไดทาด้วยโชยุที่มีกลิ่นควันจางๆ Hagatsuo ปลาโอทาด้วยพอนสึใส่ขิงกับไชฟ์ซอย คำนี้ให้รสเผ็ดนิดๆ คั่นด้วย Uni Ika ปลาหมึกสดกับหอยเม่น จบลงตอนนี้ความอร่อยกำลังเป็นกราฟพุ่งสูงขึ้น จากนั้นเชฟพาเราไปลุยกับปลาทูน่าต่อ เริ่มเบาๆ ด้วย Akamai ซูชิทูน่าเนื้อแดงนี่แหละทาด้วยโชยุที่มีกลิ่นควัน เนื้อฉ่ำมาก อร่อยมาก ตามด้วย Chutoro ที่แทรกไขมันพอดีๆ ใช้โชยุตัวเดิม แต่เชฟก็เบรคความคิดของเราที่คิดว่าคำต่อไปคงหนีไม่พ้น Otoro แน่นอน แต่เชฟหักมุมกลายเป็นคำที่ชายชอบมาก ก.ไก่ล้านตัว Smoke Tai ปลาไทปั้นบนข้าวแล้วรมควันด้วยไม้มากกว่า 2 ชนิด เชฟว่าอยู่อเมริกานาน คนแถบน้ำชอบบาบีคิวเลยกลายเป็นไอเดีย ต้องรมควันนานถึง 2.20 นาที ได้ความหอมของควันและรสเปรี้ยวหวานของข้าวและปลามีอาฟเตอร์เทสที่อยู่ยาวนานในปาก (อยากจะขออีกคำ) คำต่อมาซูชิร้อนๆ ต้องมา Ankimo กุงกังมากิใส่ตับปลาต้มอุ่นๆ เออลืมบอกว่าขิงดองที่นี่ก็รสจัดเผ็ดขมหวานเปรี้ยวมาหมด  เชฟฉุดชายลงจากยอดดอยความอร่อยอีกครั้ง ด้วยการเสิร์ฟ Chawan Mushi ไข่ตุ๋นปูและอูนิ ตามด้วย Tako Sakura Ni หนวดปลาหมึกต้มในโชยุและสาเกหวาน หลังจากนั้นชายต้องไต่ระดับความอร่อยอีกครั้งด้วย Shima Aji เชฟแช่ปลาชิมะอาจิในน้ำมันมะกอกนาน 1 ชั่วโมง ท๊อปปิ้งด้วยพริกไทชิชิโตะเผา ตอนนี้ชายมาถึงครึ่งทางของโอมากาเสะแล้ว คำที่ 13 Sayori ปลาเข็มทาด้วยโชยุผสมดาชิ เนื้อหนึบแน่น แล้วทะลักความอร่อยด้วย Otoro ที่ทาซอสตัวเดียวกับอะกามิและชูโทโร่ เชฟไม่หยุดแค่นั้น Otoro Aging เป็นคำต่อมาที่ปั้น เอจจิ้งนานกว่าหนึ่งสัปดาห์ย่างให้มันฉ่ำทั้งชิ้น  โอ้ยไม่ไหวแล้ว พีคสุดตัวกำลังลอย รีแอคชั่นแบบการ์ตูนมาเลยจ้า แต่ก็โดยเชฟฉุดลงสู่ความละมุนละไมของ Uni กุงกังมากิอูนิบาฟุนที่ให้รสหวานทาด้วยโชยุ ความอร่อยยังอยู่ที่สาหร่ายจากแถบฮอกไกโด บ้านเกิดเชฟ ตามด้วย Ikura ข้าวโปะหน้าไข่แซลมอนที่หมักกับดาชิ โชยุ และสาเกหวาน ต่อด้วย Ayako Gai หอยนางรมนางาซากิทาด้วยโชยุดาชิแล้วเสียบไม้ย่าง เผ็ดนิดๆ Akagai ซูชิหน้าหอยปีกนกและใบชิโสะทาด้วยโชยุ ก่อนปิดท้ายด้วย Anago ปลาไหลทะเลอบได้รสหวานของปลารสเปรี้ยวของข้าว ยังๆไม่จบ Toro Maki โทโร่สับ ไชเท้าดอง และข้าว ห่อด้วยสาหร่าย มาคำโตการันตีความอิ่ม แถมคำพูดทิ้งท้ายว่าเอาอะไรอีกไหม ชายได้แต่ร้องหืม แต่น้องที่ไปด้วยกันบอกว่าปกติคนไปโอมากาเสะก็มีคนบอกขออีก แต่ชายว่าอิ่มละล่ะ มีซุปและของหวานอีกนะ ได้ซุป Osui Mono อุ่นๆ ก็เริ่มอยากกินอีก เอ้ยไม่ใช่แล้ว และหม้อเหล็กที่ส่งควันพวงพุ่งตลอดมื้อก็ถูกเฉลยว่าเป็นหม้อต้มน้ำสำหรับพิธีชงชาที่เชฟได้สืบทอดมาจากทางบ้านที่เป็นทีเฮ้าส์มาก่อน ของหวาน มีไข่หวาน สาลี่ ส้ม และสตรอว์เบอรี่ กินกับชามัชชะที่ไม่ขมมากที่เชฟบรรจงตีชาให้ถ้วยต่อถ้วย โดยถ้วยก็ได้เพื่อนศิลปินปั้นถ้วยชามาให้แบบไม่ซ้ำลวดลายและรูปทรง เป็นมื้อที่ดีระดับ A+ ที่ควรค่าต่อการมาลอง เพราะเชฟไม่ดุกินชิลๆ 

หลังจากเปิดตัวสาขาแรกที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ชลบุรี ไปเมื่อปีก่อนจนได้ใจลูกค้าชาวญีปุ่นละแวกนั้นไปเต็มๆ ก็ถึงเวลาที่ Tanabe จะขยับขยายความอร่อยมาเสิร์ฟกันถึงกรุงเทพฯ สักที ซึ่ง1 ในหุ้นส่วนของร้านนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน หนุ่มต่าย-นัฐฐพนธ์ ที่เคยทำให้ Too Fast Too Sleep ฮอตฮิตติดลมบนไปแล้วนั่นเอง ชื่อ Tanabe นอกจากจะเป็นชื่อของเมืองชายทะเลของประเทศญี่ปุ่น ยังมาจากชื่อ 3 หุ้นส่วน คุณต่าย- นัฐฐพนธ์ คุณเอนก และคุณบี และด้วยทำเลใหม่ใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ จึงมีคำว่า KU พ่วงท้าย ปรับคาแรกเตอร์ร้านให้สนุกขึ้น ไม่ญี่ปุ่นจ๋าจนเข้าถึงยาก ส่วนเมนูยังเน้นความสดใหม่และปราณีต โดยฝีมือเฮดเชฟที่โลดแล่นในแวดวงอาหารญี่ปุ่นมากว่า 20 ปี โดยเฉพาะปลาแซลมอนซึ่งทางร้านย้ำหนักแน่นว่าต้องเป็นแซลมอนสดเท่านั้น ไม่ใช้แบบแช่แข็งให้เสียอรรถรส (วันที่เราแวะไป เชฟกำลังแล่แซลมอนที่เพิ่งได้มาใหม่อยู่พอดี เนื้อสีสวยจนเผลอกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก)  จึงกลายมาเป็นเมนูแรกที่สั่งมาชิม Salmon Sashimi และ Oyster Honeymoon ไม่ใช่แค่แซลมอนซาชิมิธรรมดา แต่เสิร์ฟมาพร้อมกับ ออยสเตอร์ราดซอสสูตรเฉพาะ เคียงด้วยไข่นกกระทา ไข่แซลมอน และคาเวียร์ เพิ่มความตื่นตาตื่นใจด้วยดรายไอซ์เบาๆ กินแล้วมีเรี่ยวแรงสดชื่น พร้อมไปฮันนีมูนได้ทันที (เขิน) ต่อด้วยเมนูซิกเนเจอร์ Salmon Fin Roll โรลนี้กินแล้วฟินสมชื่อ ด้านในอัดแน่นด้วยแซลมอน อะโวคาโด ครีมชีส ราดซอสสูตรพิเศษ แต่ถ้ายังไม่จุใจสั่งเซ็ท Sushi มาให้สาแก่ใจ แถมเชฟปั้นมาได้งดงาม ทั้งแซลมอน ฮามาจิ มากุโระ ปลาหมึก ไข่แซลมอน ไข่กุ้ง และปลาไหล  ส่วนใครเป็นแฟน Don หรือข้าวหน้าต่างๆ หญิงใหญ่แนะนำ Bara Shirashi Don ข้าวหน้าปลาดิบรวม  ชอบใจตรงที่ข้าวรสชาติดี มีความเปรี้ยวพอเหมาะคลุกเคล้ากับปลาดิบแล้วไปด้วยกันได้สวยๆ หรือจะลองเมนูอื่นอย่าง Tanabe Sukiyaki เลือกได้ทั้งเนื้อ หมู และทะเล Ten Zaru Soba โซบะเย็นเสิร์ฟพร้อมเทมปุระก็น่าจะถูกใจคออาหารญี่ปุ่นเป็นอย่างดี