ริมถนนพุทธมณฑลสาย 1 ทางเข้าที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงต้นไม้สีเขียว ทำให้เราเกือบมองเลยผ่านไปเสียแล้ว สิ่งที่ตั้งอยู่เบื้องหลังคือ SUNKISS คาเฟ่และโฮสเทลขนาดย่อมแสนอบอุ่นติดคลองบ้านไทร บรรยากาศนั้นเงียบสงบเหมาะสำหรับการมาผ่อนคลายอย่างแท้จริง       การออกแบบด้วยปูนเปลือยสีเทาดูกลมกลืนไปกับสีของหน้าต่างกับประตูไม้ และต้นไม้สีเขียวน้อยใหญ่ทั่วทั้งบริเวณ ทำให้ที่นี่ดูเป็นกันเองและได้กลิ่นอายแห่งการพักร้อนด้วยสระว่ายน้ำสีฟ้าสดใสคั่นกลางระหว่างตัวคาเฟ่และที่พัก ราวกับอยู่เมืองริมทะเลเลยทีเดียว     ที่นี่จริงจังเรื่องกาแฟไม่น้อย เห็นได้จากกาแฟเบลนด์ที่มีให้เลือกตามใจชอบโดยใช้เมล็ดกาแฟจากหลากหลายพื้นที่ ทั้งในประเทศไทย ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่จันใต้ ดอยสะเก็ด และจากต่างประเทศ ที่มาจากทั้งประเทศเอธิโอเปียและโคลอมเบีย เมนูกาแฟของร้านที่น่าลองมีทั้ง Dirty กาแฟเย็นไม่ใส่น้ำแข็ง ได้รสชาติหวานมันเข้มข้นจากนมฟูลครีมท็อปด้วยเอสเพรสโซหนึ่งช็อตเข้ม ๆ จากเมล็ดกาแฟเอธิโอเปีย โคลอมเบีย และดอยสะเก็ด แก้วนี้จึงมีรสชาติฟรุ๊ตตี้     อีกหนึ่งเมนูเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่น่าลองคือ Naughty Chai ซึ่งเป็น Vanilla Chai ที่มีกลิ่นหอมผสมผสานกับกลิ่นและรสชาติเครื่องเทศเบาๆ ดื่มง่าย     ติดกับเครื่องชงกาแฟ จะเห็นตู้กระจกเล็กๆ ภายในเรียงรายด้วยขนมอบหลากหลายแบบ ทั้งครัวซองต์ สโคน คุกกี้ และขนมเค้ก ทั้งหมดเป็นโฮมเมดที่ทางร้านอบเองสดใหม่ทุกวัน     อาหารของ SUNKISS เป็นแนวฟิวชันที่น่าสนใจไม่น้อย เริ่มต้นที่เมนูสำหรับมื้อเช้า เบนนี่ครัวซองต์ ที่ประกอบไปด้วยครัวซองต์เนยสดชิ้นใหญ่ สอดไส้แฮมรมควัน โพชเอ้ก ราดด้วยซอสฮอลันเดสโฮมเมดรสชาติกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมสลัดผัก     Soba Mushroom Salad เป็นสลัดเส้นโซบะเหนียวนุ่มมาพร้อมเห็ดโคนญี่ปุ่น และยังเพิ่มความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปอีกขั้นด้วยน้ำสลัด soy vinaigrette โปะหน้าด้วยต้นอ่อนทานตะวัน     สปาเกตตี้ซอสพริกเผามันกุ้ง ก็เป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ รสชาติไม่เผ็ดมากและยังเพิ่มมันกุ้งเข้าไปจนได้รสชาติครีมมี่ จานนี้แนะนำให้บีบเลมอนเพื่อให้ได้รสเปรี้ยวตัดเลี่ยนแถมด้วยกลิ่นหอม ๆ เข้ากับซอสพริกเผาอย่างลงตัว     สำหรับเมนูเค้กสุดขึ้นชื่อ มีทั้ง Orange Yogurt Cake ที่เน้นดึงรสจากส้มมาใช้จริงๆ ทำให้เค้กแต่ละชิ้นอาจจะมีรสชาติที่แตกต่างกัน ราดด้วยซอสเลมอนเปรี้ยวๆ เข้ากันดี อีกหนึ่งรสชาติคือ Caramel Duate Cake เค้กอินทผลัม เนื้อนุ่มแน่นราดด้วย Salted Caramel ได้รสชาติหวานชุ่มฉ่ำลิ้น       นอกจากกาแฟแล้ว ก็แนะนำเป็นเครื่องดื่มเย็นๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น เช่น First Kiss ม็อกเทลรสชาติเปรี้ยวกำลังดีด้วยส่วนผสมจากแครนเบอร์รี่ มัลเบอร์รี่ และเอลเดอฟลาวเวอร์ หรือจะลอง Lemon Lime Bitter มะนาวโซดาหยดบิทเทอร์เพิ่มความหอม ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เหมาะสำหรับยามบ่ายเช่นกัน       ส่วนโฮสเทลของ SUNKISS มีห้องทั้งหมด 3 แบบ Superior Poolside, Standard Double Room และ Standard Twin Room เหมาะสำหรับการมาเป็นคู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนเล็กๆ  สามารถจองผ่านเฟซบุ๊กได้เลย    

แวะเวียนมาจังหวัดปทุมธานีแล้วทำทีผ่าน “คำเสน่ห์” ไปเฉยๆ ไม่ได้ ร้านอาหารไทยสูตรคุณแม่ของ คุณโจ วิรัช เปรมจิตต์ ที่เน้นเสิร์ฟรสชาติจัดจ้าน และอาหารตะวันตกที่อร่อยไม่น้อยหน้าร้านไหน ผสานไปกับบรรยากาศสไตล์อินดัสเทรียล ลอฟท์ โครงเหล็กกระจกใสถูกติดรอบผนัง มีพื้นและเคาน์เตอร์บาร์ปูนเปือย ที่ถูกเบรกด้วยต้นไม้กระถางน้อยใหญ่ที่มองแล้วสบายตา         ออกไปโซนเอ้าท์ดอร์ด้านหลังนอกจากมีที่นั่งในสวนสวยสุดร่มรื่นในยามกลางวัน แต่พอตกเย็นนั้นคำเสน่ห์จะกลับกลายเป็นร้านนั่งชิลที่เต็มไปด้วยฟิลโรแมนติก มีมุมถ่ายรูปมากมายให้สายโซเชียลได้แชะภาพกันแบบรัวๆ ทั้งเปลญวนริมน้ำเก๋ไก๋ ชมวิวสวยๆ จากธรรมชาติรอบนอก และเชยชมความงดงามยามพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าสู่ผืนแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างถนัดตา       จานแรกลองชิม ซี่โครงหมูอบคำเสน่ห์ ซี่โครงหมูชิ้นโตๆ หมักกับซอสสไปซี่สูตรพิเศษของทางร้าน รสเค็มกลมกล่ม เผ็ดกำลังดี ยิ่งเปล่าๆ ก็เพลิน หรือจะจิ้มรสมะเขือเทศก็เสริมชาติซี่โครงให้โดดเด่นไปอีกแบบ เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอด และผักย่าง อาทิ หัวหอม พริกหวาน มะเขือเทศ และหน่อไม้ฝรั่ง     หันมาลิ้มลองอาหารไทยกันบ้างกับ ปูนิ่มทอดกระเทียม ปูนิ่มกินง่ายที่เรารัก เนื้อกรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นกระเทียมพริกไทย ราดซอสพริกรสเปรี้ยว หรือซีฟู้ดรสจัดจ้านก็แสนจะเข้ากัน     หันไปซดน้ำซุปร้อนๆ จากเมนู ต้มยำปลาคัง ปลาคังเนื้อสดเด้ง อยู่ในน้ำต้มยำน้ำใสรสเปรี้ยวแซ่บสะใจ เสิร์ฟมาในหม้อไฟร้อนๆ กินกับข้าวสวยสักจานสุดอิ่มเอม     อย่าลืมสั่ง มะนาวอัญชันโซดา เครื่องดื่มสีม่วง นี้มีรสเปรี้ยวสดชื่นจากน้ำมะนาวสด ปนน้ำอัญชันที่เต็มไปด้วยคุณประโยชน์ บวกกับความซาบซ่าจากน้ำโซดา ที่จิบกี่คราก็สดชื่น และ เสาวรสปั่น เสาวรสคุณภาพที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี ผสานไซรัป และน้ำผึ้ง รวมกันเป็นรสเปรี้ยวอมหวาน จิบแล้วชื่นใจดี       บอกแล้วไงว่าใครไม่แวะร้านนี้ถือว่าพลาด

Glück ในภาษาเยอรมันหมายถึง ความสุข ความโชคดี และความเบิกบานใจ คาเฟ่แห่งใหม่ในย่านทองหล่อแห่งนี้ก็เป็นเสมือนแหล่งรวมความสุขแห่งใหม่ แต่เตือนไว้ก่อนว่าคุณจะไม่เจอขาหมูเยอรมันหรือไส้กรอกเยอรมันที่นี่แน่นอน     คาเฟ่สไตล์ตะวันตกแห่งนี้คัดสรรวัตถุดิบออร์แกนิกที่ดีที่สุดจากทั่วประเทศไทย รวมถึงต่างประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของคุณ Christina Grawe นักข่าวชาวเยอรมันที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 16 ปี ที่อยากมีคาเฟ่ที่มอบแต่สิ่งดี ๆ ให้กับทุกคน “เราไม่อาจพูดได้ว่าเราใช้วัตถุดิบออร์แกนิกทั้งหมด แต่เราพยายามจะใช้ให้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้” เธอบอก     นอกจากนั้นคือบรรยากาศที่เป็นมิตรกับครอบครัว เด็ก ๆ ไปจนถึงหนุ่มสาวชาวออฟฟิศ จะเห็นได้จากมุมเด็กเล่นที่มีทั้งเปลนอน ของเด็กเล่นครบครัน อีกด้านหนึ่งก็มีบาร์ติดหน้าต่างบานใหญ่พร้อมปลั๊กไฟให้คนได้เข้ามานั่ง ผนังข้าง ๆ มี “โยลันดา” ภาพวาดวัวหลากสีสันประดับอยู่ทำให้ร้านไม่ดูโล่งจนเกินไป แถมมองออกไปยังมีวิวพื้นที่สีเขียวซึ่งเราไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในย่านทองหล่อ     กาแฟของ Glück จะใช้เมล็ดคั่วกลางและเข้มจากภาคเหนือของประเทศไทย ทำให้กาแฟแต่ละแก้วนั้นเข้มข้นหอมกรุ่น แถมยังมีนมวัว นมถั่วเหลือง และนมอัลมอนด์ให้เลือกใส่กาแฟตามใจชอบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ     เริ่มต้นด้วยอาหารมื้อเช้าสุดคลาสสิกคู่ครัวชาวเยอรมัน Schnittchen แซนด์วิชสไตล์เยอรมัน ตัวซิกเนเจอร์ของร้านมีชื่อว่า Berlin ที่ประกอบไปด้วยขนมปังซาวโดวจ์ทาเนย แฮม ชีส แล้วโปะหน้าด้วยไข่ทอด คริสติน่าบอกกับเราว่าเมนูนี้ก็เหมือนกับ ข้าวมันไก่ที่คนไทยมักจะกินกันในตอนเช้า     ส่วนอีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือ Brotchen ขนมปังสไตล์เยอรมัน เสิร์ฟพร้อมเนย ผลไม้ และสามารถเลือกท็อปปิ้งได้ตามใจชอบ 3 อย่าง ซึ่งขนมปังนั้นมีทั้งซาวโดวจ์ ขนมปังเซซามิ และขนมปังเชียบัตต้า ส่วนท็อปปิ้งนั้นน่าสนใจมากด้วยวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพจริง ๆ เช่น พีนัทบัตเตอร์โฮมเมด ชีสนมแพะ หมูบดปรุงรส และตับบดสูตรโฮมเมด     ด้วยเจตนารมณ์ที่อยากให้ร้านเป็นพื้นที่สำหรับเด็กด้วย นอกจากโซนเด็กเล่นแล้ว ก็ยังมีอาหารสำหรับเด็กแบบง่าย ๆ เช่น พาสตาเส้นลูกหมีเสิร์ฟพร้อมกับซอสมะเขือเทศโฮมเมด แถมนมร้อนหรือ Babycino โรยมาร์ชแมลโลว์เหมาะสำหรับคุณหนูตัวน้อย       คนเยอรมันกินมันฝรั่งเสมือนคนไทยกินข้าว อาหารกลางวันยอดนิยมจึงเป็น Potato Salad เมนูประจำชาติที่ผสมผสานระหว่างมันฝรั่งออร์แกนิก แตงกวา และผักชีลาว ให้รสชาติสดชื่นทานเล่นได้ง่ายๆ     แอปเปิ้ลก็เป็นผลไม้ที่ชาวเยอรมันนั้นแสนโปรดปราน เพราะฉะนั้นขนมหวานตัวเด็ดของร้านจึงเป็น Apple Crumble สูตรของคุณยาย ที่การันตีเลยว่านี่คือรสชาติแบบออริจินัลจริง ๆ  มีสูตรใส่กรอบรูปติดผนังโชว์กันให้เห็น     และแอปเปิ้ลยังเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดฮิตช่วงฤดูร้อนในเยอรมนีชื่อว่า Apfelschorle น้ำแอปเปิ้ลโซดารสเปรี้ยวนิดหวานหน่อยโดยไม่พึ่งน้ำตาล มาพร้อมความซ่าแสนลงตัว หรือจะลองเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่าง Strawberry Water Kefir Soda ที่ให้ความซ่าคล้ายคอมบูชาแต่ว่ารสชาติเบาและดื่มง่ายกว่า       เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับคนรักสุขภาพจริงๆ

ยกให้เป็นคาเฟ่น่านั่งแห่งท่าน้ำวังหลัง สำหรับ N10cafe’ คาเฟ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโรงแรมบ้านวังหลังริเวอร์ไซด์ ที่หากใครเคยแวะมาเยือนก่อนหน้านี้ก็คงสังเกตได้ว่าที่นี่เพิ่งแปลงโฉมใหม่ตั้งแต่ภายในร้านเรื่อยไปถึงโซนริมน้ำด้านนอกให้มีพื้นที่กว้างขวางนั่งสบาย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังใช้โทนสีที่ให้ความรู้สึกเรียบเท่อย่างสีดำและสีอิฐเป็นหลัก มีกิมมิกไทยๆ เป็นหมอนอิงสามเหลี่ยมล้อไปกับคาแรกเตอร์ของโรงแรม         ที่ร้านเสิร์ฟทั้งอาหารไทยและตะวันตก รวมถึงเครื่องดื่มและเบเกอรี่อบใหม่ แต่ที่นับเป็นไฮไลต์คงต้องยกให้เค้กที่ผลัดกันมาโชว์โฉมในแต่ละวัน แนะนำ Macadamia Cheese Pie ชั้นล่างเป็นพายกรุบกรอบ เราชอบที่เนื้อชีสเค้กไม่แน่นเกินไป เมื่อเจอกับความมันของแมคคาดาเมียและรสหวานจากคาราเมลแล้วไปด้วยกันได้ดี     Red Velvet Cake เค้กสีแดงสวยสลับชั้นกับครีมชีสให้รสหวานซ่อนเปรี้ยว หรือจะลอง Blueberry Cheesecake ก็น่าจะถูกใจคนรักชีสเค้กเป็นพิเศษ       ส่วนเครื่องดื่ม ห้ามพลาดแก้วนี้ Triple Choc Crunchy รวมช็อกโกแลตที่หลายคนโปรดปรานไว้ในแก้วเดียว ทั้ง Hershey’s , Ferrero Rocher และ KitKat นำมาปั่นจนเข้มข้นแบบคูณ 3 แล้วเพิ่มความละมุนด้วยวิปครีมด้านบน อย่าพลาดเมนูใหม่ Ruby Tight ใช้ไซรัปโฮมเมดจากสตรอว์เบอร์รี่และกระเจี๊ยบรสเปรี้ยวอมหวานผสานกับความซ่าจากโซดา       จิบแล้วชื่นใจหายเหนื่อย

ใครที่กำลังคิดถึงรสชาติอาหารบนน่านฟ้าของสายการบินไทย ตอนนี้จะได้คลายความคิดถึงกันแล้ว เพราะฝ่ายการบินไทย ได้เปิดตัว Royal Orchid Dining Experience ที่ปรับห้องอาหารพนักงานบนสำนักงานใหญ่การบินไทย ให้กลายเป็น Flagship Store แห่งแรกของครัวการบินไทย     ความน่าสนใจคือการจำลองห้องอาหารให้เหมือนเมื่อครั้งที่ยังให้บริการบนเครื่องบินมากที่สุด ตั้งแต่การเริ่มจองตั๋ว โดยให้สแกน QR Code เพื่อรับ E-Boarding Pass และมีไฮไลท์สุดพิเศษตรง ทางเข้าห้องอาหารที่ใช้รถบันไดสำหรับขึ้นเครื่องบินมาทำ เป็นจุดถ่ายรูปเก๋ๆ รวมถึงการนำวัสดุ อุปกรณ์ และอะไหล่ของเครื่องบินที่หมดอายุการใช้งานแล้วมาตกแต่งสถานที่     ในส่วนของห้องอาหารแบ่งเป็น 2 โซน ชั้นล่างจะเป็นเซ็ตเมนูแบบ Self Service และโซนชั้นลอยสำหรับชั้นเฟิรส์คลาส เป็นเซ็ตเมนูแบบ Full Service ที่ต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า สำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว       สำหรับอาหารที่เสิร์ฟจะเป็นอาหารนานาชาติ ปรับเปลี่ยนเมนูให้ไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน เมนูแรกแนะนำ ซีฟู้ดยากิโซบะ เส้นโซบะเเหนียวนุ่มเข้ากับซอสรสชาติเปรี้ยวอมหวานเข้มข้น กินกับซีฟู้ดที่มีทั้งหอยเชลล์ กุ้ง และปลาหมึก ชิ้นโตเต็มคำ     เมนูต่อไป เนื้อย่างจิ้มแจ่ว เนื้อย่างความสุกระดับมีเดียมแรร์ สีชมพูกำลังน่ารับประทาน กินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วรสชาติจัดจ้านเข้มข้นเข้ากันอย่างลงตัว     ส่วนใครที่ชื่นชอบอาหารอินเดีย ไก่ทิกก้าราดซอสแกงกะหรี่อินเดีย เสิร์ฟมาพร้อมแป้งนานนุ่มๆ กินคู่กันแล้วได้ความหอมมัน และกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ ฟินแน่นอน     ด้านของหวานก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ชีสเค้กมะม่วง สีสันสดใส เสิร์ฟมาพร้อมซอสมะม่วงเข้มข้น เป็นอีกหนึ่งเมนูของหวานที่ควรมาลิ้มลอง     นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ที่น่าสนใจ อย่าง ซีซาร์สลัดทูน่า ไก่ชาวามา พาสต้าคาโบนาร่า และขนมจีนน้ำพริก ให้เลือกตามความชอบ รวมไปถึงของหวาน เช่น ชีสเค้กบลูเบอรี่ มาการอง ฯลฯ     ใครที่เป็นแฟนคลับอาหารบนสายการบินไทย อย่าลืมตามมาเช็คอินลองสัมผัสรสชาติอาหารของครัวการบินไทยในบรรยากาศที่ต่างออกไปดูสักครั้ง

คุณแพน รัชนา คุณูปการ และคุณกุ๊บกิ๊บ ศรัณยา คุณูปการ พี่น้องสายหวานที่มีหัวใจรักในการทำขนม ศิษย์เก่าแห่งสถาบันสอนทำอาหารเลื่องชื่อ Le Cordon Bleu มีจุดเริ่มต้นจากการขายขนมหวานในโลกออนไลน์จนประสบความสำเร็จ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเปิด The White Oven ร้านอาหารฟิวชั่น พร้อมให้คุณหม่ำเค้กโฮมเมดและเครื่องดื่มสุดสดชื่น ที่ตั้งอยู่ในบริเวณชั้นล่างสุดของอพาร์ตเมนต์ประจำครอบครัว ใจกลางอำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร     กระจกใสบานใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าทำให้ร้านสว่างไสว เดินเข้าไปคุณจะพบกับเนื้อที่กว้างขวางที่เน้นการตกแต่งร้านด้วยสีขาวสบายตา มีสีทองช่วยสร้างความหรูหรา แซมมาด้วยสีเขียวที่สื่อถึงต้นไม้ใบหญ้าและธรรมชาติ ทั้งหมดนี้เป็นการรวมความโปรดปราณของทุกคนในบ้านคุณูปการ รวมเป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกสบายและอบอุ่น เสมือนอยู่ในห้องครัวของบ้านที่หอมกรุ่นกลิ่นอาหาร ดูแล้วช่างเข้ากับชื่อร้าน “เตาอบสีขาว” The White Oven เสียนี่กระไร       แต่หากจะพูดถึงในเรื่องของอาหาร ร้านจะเสิร์ฟอาหารฟิวชั่นที่ผสมผสานระหว่างสไตล์ตะวันตก และไทยเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ให้คนพื้นที่นั้นรับประทานง่าย โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากแถบมหาชัย ซีฟู้ดสดใหม่ที่คุณแม่ของคุณแพน-คุณกุ๊บกิ๊บ ประมูลมาจากตลาดเช้าในทุกๆ วัน ส่งให้เชฟนั้นรังสรรค์เมนูฟิวชั่นที่ถูกปากคนไทยออกมา แต่ขายให้ลูกค้าจ่ายในราคาที่เป็นมิตร อาทิ     Prawn Bisque (160 บาท) ส่วนต่างๆ ของกุ้ง อาทิ เปลือง หัว และเนื้อ นำไปเคี่ยวจนได้ที่ จากนั้นนำไปปั่นละเอียดจนได้เนื้อซุปข้นกุ้งที่เนื้อเนียน รสเค็มกลมกล่อม มีความสไปซี่เล็กๆ เสิร์ฟมาในถ้วยที่ด้านบนปกคลุมด้วยแป้งพัฟเนื้อฟูๆ หอมกรุ่น ตักกินกับซุปเข้ากันดี     สปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้งแม่น้ำ (270 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้สุกพอดีกิน ผัดพร้อมเนื้อกุ้งแม่น้ำสดเด้ง ที่ทางร้านแกะมาให้กินสะดวก รสหวานละมุน ครีมมี่ หอมกลิ่นเครื่องต้มยำ     มาถึงอีกหนึ่งเมนูขายดี พิซซาคั่วกลิ้ง (200 บาท) พิซซาบางกรอบสไตล์โฮมเมด โรยหน้าด้วยคั่วกลิ้งหมูที่คงรสในแบบฉบับดั้งเดิม ฟุ้งไปด้วยกลิ่นพริกแกงที่ส่งตรงมาจากภาคใต้ เพียงแต่ไม่มีรสเผ็ดร้อน เพื่อให้รสชาติไปด้วยกันได้ดีกับชีสหอมมัน ใบมะกรูด และพริกแห้ง     เสต็กแซลม่อน (340 บาท) จานนี้เราชอบมาก เนื้อแซลมอนล้วนๆ คุ้กอย่างดีจนได้เนื้อที่ชุ่มช่ำ ไม่ด้านแต่อย่างใด ตัดเลี่ยนด้วยซัลซ่าส์​มะเขือเทศ​ รสเปรี้ยวสดชื่น และน้ำจิ้มซีฟู้ดสไตล์ตะวันตก ที่ทำมาจากผักชีฝรั่ง รสจี๊ดจ๊าดกำลังดี กินคู่ไปกับหนังแซลม่อนกร๊อบกรอบ มันบดเนื้อเนียน และผักย่าง     ไก่ขมิ้น (160 บาท) เมนูน้องใหม่ที่ใครๆ ต่างก็เรียกหา ไก่เนื้อสะโพกหมักกับเครื่องเทศและสมุนไพรหอมๆ ย่างอย่างดีจนได้เนื้อที่จูสซี่ ราดน้ำอาจาดสูตรเด็ดของทางร้าน รสเปรี้ยวอมหวาน แซมด้วยรสเผ็ดพอเหมาะ     ใครชอบของหวานต้องนี่ Once in Moscow (160 บาท) ชีสมูสหวานมัน สีแดงอมชมพูเข้มรูปโดมอวบๆ น่ารัก ที่ด้านในมีซอสมิ๊กซ์เบอร์รี่รสเปรี้ยวชื่นใจ ตักกินไปพร้อมกับครัมเบิ้ลกรุบกรอบที่ทำมาจากผลไม้แห้ง และ Chocolate Madness (110 บาท) มูสช็อกโกแล็ตรสเข้ม ละลายในปากสุดฟิน โดนใจสวีตเลิฟเวอร์เป็นที่สุด เข้ากันกับเนื้อเค้กนุ่มๆ ที่อยู่ภายใน และครัมเบิ้ลฐานล่าง       สลับกับจิบ  Lychee on My Mind (75 บาท) เครื่องดื่มสุดป็อปประจำร้านนี้คือ ชาลิ้นจี่รสเปรี้ยวอมหวาน หอมกลิ่นผลไม้ ท็อปด้วยลิ้นจี่สดๆ ลูกโตเนื้อฉ่ำ ปิดท้ายด้วย Pink Lemonade (85 บาท) น้ำเลม่อนโซดาสีหวาน รสเปรี้ยวซาบซ่า จิบคลายร้อนสุดสดชื่น       นอกจากอาหารจะรสชาติดีแล้ว การบริการของพนักงานยังดีมากๆ อีกด้วยนะ

ใครผ่านไปมาซอยท่านผู้หญิงพหลฯ แต่ยังไม่เคยแวะลิ้มลองอาหารโฮมเมดของร้าน Thee Café ถือว่าพลาดเลยล่ะ เพราะทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และบรรยากาศล้วนชวนให้อยากใช้เวลาชิลไปกับความโฮมมี่ของร้านมาก จะเลือกนั่งในตัวบ้านไม้สีน้ำตาลก็รู้สึกอบอุ่นราวกับอยู่บ้านเพื่อน หรือหากแดดร่มลมตกจะอิงบรรยกาศธรรมชาติใต้ร่มเงาต้นปีปขนาดใหญ่ก็เพลินไม่น้อย     คุณเอ๋- วีระยุทธ คำปัญญา ผู้เป็นเจ้าของร้านเล่าว่าอยากมีร้านที่ไม่ว่าใครเดินเข้ามาแล้วไม่รู้สึกขัดเขิน เข้าง่าย-ออกง่าย รู้สึกได้ถึงความสบายเหมือนอยู่บ้าน แต่สิ่งสำคัญคือรสชาติอาหารต้องอร่อยกว่าที่ทำกินเองในบ้าน คุณเอ๋จึงให้ความสำคัญกับการคัดเลือกวัตถุดิบมาก ยังคงจ่ายตลาดทุกวัน และเข้าครัวปรุงอาหารเอง พิถีพิถันมากแม้กระทั่งข้าวผัดแต่ละชนิดก็เลือกใช้น้ำมันที่ผัดข้าวต่างกัน อย่างข้าวผัดมันกุ้ง (180 บาท) ก็ใช้น้ำมันจากการผัดเปลือกกุ้งนำมาผัดข้าว หรือข้าวผัดเนื้อเค็ม (90 บาท) ก็ใช้มันเนื้อมาเจียวเป็นน้ำมันสำหรับผัดข้าวเช่นกัน       เมนูท็อปฮิตที่ลูกค้านิยมสั่งมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านต้องยกให้ สปาเก็ตตีเบคอนพริกคั่ว (120 บาท) เส้นสปาเก็ตตีคลุกเคล้าพริกคั่วจนหอม เบคอนทอดชิ้นใหญ่กรุบกรอบ ใครชอบกลิ่นหอมของสมุนไพรแนะนำ เพนเนทะเลซอสเพสโต (220 บาท) ที่หอมกลิ่นซอสเพสโตเข้มข้นเคลือบเส้นพร้อมกุ้งและหมึกชิ้นโต อยากกินเมนูเบาๆ ลองสั่ง ซีซาร์สลัด (120 บาท) ที่ได้ผักสลัดสดกรอบอร่อย หรือจะเป็นไก่กรอบซอสเผ็ด (120 บาท) ก็รสชาติดีไม่น้อยหน้าใคร       เครื่องดื่มร้อนแนะนำ Crystal Pink (80 บาท) ชาร้อนสีสวยกลิ่นหอมชวนดื่ม เบลนด์จากรูบาร์บและผลกุหลาบป่า รสเปรี้ยวนำ แต่หากอยากดับร้อนต้องลอง ลาเต้ไซรัปดอกมะพร้าว (95 บาท) หอมน้ำหวานดอกมะพร้าวจางๆ รสชาติกลมกล่อม หรือชาไทยเย็น (70 บาท) ที่ได้กลิ่นชาไทยหอมๆ ผสมกับนมสด หวานอ่อนๆ กำลังพอดี ใครไม่อยากดื่มชากาแฟต้องสั่ง รูบาร์บน้ำผึ้งโซดา (80 บาท) รสชาติดีเรียกความสดชื่นได้ไม่น้อย           อย่าลืมสั่งขนมหวานมาละเลียดความอร่อยไปพร้อมๆ กัน ทั้งแครอตเค้ก (120 บาท) แป้งน้อยหวานน้อยเน้นเนื้อแครอต เลมอนครีมชีสครัมเบิล (120 บาท) รสเปรี้ยวหวานหอมมัน เค้กมะพร้าว (150 บาท)  เค้กช็อกโกแลต (150 บาท) และอีกมากมาย เบเกอรี่ทุกอย่างเน้นใช้วัตถุดิบคุณภาพดีที่ได้คุณผึ้ง-กมลนัยน์ วัฒนะจันทร์ ภรรยาคู่ใจมาช่วยดูแลและปรับสูตรจนได้รสชาติที่ลงตัว       เติมเต็มครบจบทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่ม แล้วจะไม่ฟินได้อย่างไร 

Pause the time คาเฟ่สุดฮิปส์ของคุณกัน กันต์ศักดิ์ สหพรอุดมการณ์ ที่ชวนทุกคนมา “หยุดเวลา” ไปกับบ้านอิฐสีส้ม 2 ชั้นสุดคลาสสิค ด้านหน้าร้านสะดุดตาด้วยน้ำพุสไตล์อังกฤษ บรรยากาศโดยรอบสบายตาด้วยสีเขียวจากไม้กระถางน้อยใหญ่ มองผ่านกระจกใสเข้าไปตัวร้านเป็นโซนที่นั่งอินดอร์ แต่ลูกค้าส่วนใหญ่คงอยากเสพธรรมชาติบริสุทธิ์ที่ทางร้านตั้งใจสร้างเป็นศาลาริมน้ำในสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว       โต๊ะและม้านั่งที่ทำจากปูนเปลือยให้ความรู้สึกดิบและ เท่เข้ากับตัวศาลา มีทิวมะพร้าวยาวเป็นแนวริมน้ำ และกำแพงต้นไม้ริมทางเดินให้ความร่มรื่น ได้นั่งชมสายน้ำพลิ้วไหวแล้วผ่อนคลายสุดๆ  ช่วงเย็นใครอยากพายเรือเล่นก็ได้ไม่ว่ากัน ส่วนเรื่องอาหารทางร้านเน้นเป็นคอมฟอร์ดฟู้ดรสชาติดี ทั้งเรียบง่าย และอิ่มได้ในราคาเบาๆ อาทิ       ชุดคอมโบ ชุดสเต็กสุดคุ้มที่จะให้คุณอิ่มเอมไปกับ สเต็กหมู เนื้อสันในชิ้นโตหมักกับพริกไทยดำหอมกรุ่น สเต็กไก่ เนื้อแน่นชิ้นใหญ่ ที่ย่างมาอย่างดี ไร้ไขมันมากวนใจ สเต็กปลาดอลลี่ เนื้อนุ่มชุบเกล็ดขนมปังทอดจนเป็นสีเหลืองทองน่าหม่ำ พร้อม นักเก็ต และ เฟรนช์ฟรายส์ ที่มากับซอส 3 ชนิดให้เลือกอร่อยได้ตามชอบ ทั้งน้ำจิ้มแจ่วรสแซ่บ น้ำเกรวี่รสกลมกล่อม และมายองเนสรสครีมมี่ อย่าลืมกินสลัดผักเพื่อเพิ่มวิตามินได้กับร่างกายด้วยล่ะ     สปาเก็ตตีผัดเบคอนพริกแห้ง ทีเด็ดอยู่ตรงที่น้ำซอสปรุงรสสูตรโฮมเมดประจำร้านรสเค็มละมุน ผัดพร้อมกับเบคอนเค็มมัน เส้นสปาเก็ตตีอัลเดลเต้ เพิ่มความเผ็ดร้อนและกลิ่นหอมๆ ด้วยพริกแห้ง     ล้างปากด้วยของหวานอย่าง สตรอว์เบอร์รีโทสต์ โทสต์นุ่มๆ อุ่นๆ ชุ่มฉ่ำไปด้วยเนยหอมๆ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำพร้อมหม่ำ ราดซอสสตรอว์เบอร์รีสดรสเปรี้ยวอมหวาน กินกับไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี และผลไม้สดอย่าง กล้วยหอม     อย่าลืมสั่ง โค้กเบอร์รี่ เครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นได้เป็นอย่างดี เป็นการรวมรสชาติระหว่างโค้กกับไซรัปเบอร์รี่รสเปรี้ยวอมหวาน ที่ด้านบนตกแต่งด้วยลูกเบอร์รี่สด อีกแก้วเป็น มะนาวน้ำผึ้งโซดา น้ำผึ้งเดือน 5 รสหวานหอม ผสมกับรสเปรี้ยวของน้ำมะนาวสด เติมความชื่นใจอีกขั้นด้วยน้ำโซดา       และ เวรี่เบอร์รีโซดา เบฟเวอเรจสีฟ้าสดใส รสชาติเปรี้ยวอมหวานนี้มาจากน้ำเชื่อมกลิ่นบลูฮาวายที่หลายคนคุ้นเคย น้ำโซดา และน้ำมะนาว บอกเลยว่าเป็นเครื่องดื่มที่ Refreshing ได้อย่างเยี่ยมยอด     อยากหยุดเวลานี้ไปนานเท่านาน

“บ้านสวนพาฝัน” คาเฟ่ที่เกิดจากความเชื่อมั่นของพาร์ทเนอร์สายไฟเตอร์อย่าง คุณปุ่น ฌนกมน ดิษยวราธร และคุณตาว ฌัลลิกา วันวงษ์ ทั้งคู่มีจุดเริ่มต้นมาจากการขายเดลิเวอรี่น้ำมะพร้าว ที่ฟิตเนสและร้านอาหารสุขภาพ บวกกับการสำรวจคาเฟ่และเรสเตอร์รองท์ต่างๆ ตั้งแต่เหนือจรดใต้ จนได้แรงบันดาลใจในการสานฝัน สร้างคาเฟ่ในดวงใจที่สามารถสร้างอินสปายเรชั่นต่อคนมากมายนั้น ให้มาอยู่ในสวนมะพร้าวของพ่อ       แม้จะอยู่ในโคเลชั่นที่มายากสักหน่อย แต่รับรองว่าการมาเยือนบ้านสวนพาฝันนั้นช่างคุ้มค่า สวนโคโคนัท 2 ไร่เขียวชอุ่มแห่งนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์สุดรีแรกซ์ แพไม้ไผ่ถูกห้อมล้อมไปด้วยล่องน้ำใส ด้านหลังมีคลองเส้นใหญ่ที่มองทอดยาวไปจะเห็นสเน่ห์ของชุมชนคนบ้านแพ้ว เรือที่ผ่านไปมาดูแล้วช่างสงบแต่ก็เพลินตาดี และแน่นอนว่าร้านนี้เขามีบริการรับ-ส่งโดยสารเรือมาร้าน นั่งฟรี ไม่คิดเงินด้วยนะ  เก๋ๆ     ผ่อนคลายไปกับบรรยากาศดีๆ แล้วยังมีอาหารฟิวชั่นที่คุณปุ่น-คุณตาว นั้นร่ำเรียนและฝึกฝนจนได้จานอร่อยสไตล์โฮมเมด ชัวร์ว่าไม่ใช่แค่รสชาติดีอย่างเดียวแต่ยังจัดจานได้สวยงามตระการตา น่าแชะรูปลงโซเชียลรัวๆ นี่แหละที่สร้างสร้างความประทับใจให้ลูกค้าอย่างยิ่งยวด เรียกได้ว่าเป็นทั้งอาหารตาอาหารใจเลยก็ว่าได้     เริ่มด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยที่ไม่ธรรมดาอย่าง ปอเปี๊ยะคุณแม่ (139 บาท) ปอเปี๊ยะทอดร้อนจี๋สอดไส้เห็ดสามสหายเคี้ยวสนุก ที่ยังคงความชุ่มช่ำของผักต่างๆ ได้อย่างเป็นอย่างดี ราดน้ำจิ้มสไตล์เวียดนามสูตรลับของคุณแม่ เป็นความอร่อยที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น รสหวานอมเปรี้ยว แกมเผ็ดเล็กๆ กินพร้อมกับผัดสดในตะกร้ายิ่งเข้ากัน     ต่อด้วย ซี่โครงหมูอบโรสแมรี่ (459 บาท) ซี่โครงหมูชิ้นบิ๊กเบิ้ม หมักกับเครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ ตุ๋นจนได้เนื้อที่นุ่มร่อน กินง่าย แทบละลายในปาก ยิ่งราดน้ำเกรวี่รสเค็มละมุนด้วยแล้วยิ่งทวีความฟิน เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งแผ่นและผลไม้สดตามฤดูกาล     มาถึงจานที่เราเลิฟมากที่สุด  พิซซ่าหน้าคอหมูย่างชีส (149 บาท) พิซซ่าเตาถ่านสร้างเอง! ในแบบฉบับโฮมเมดสุดหอมกรุ่น แป้งบางกรอบแบบอิตาเลียน ทาด้วยซอสทำเองรสกลมกล่อม ทอปด้วยคอหมูย่างเนื้อชุ่มฉ่ำ ชีสหอมมัน ใบเบซิล และเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์ไทยๆ ด้วยพริกสด  ราดซอสมะเขือเทศและโรยออริแกโน่นิดๆ แค่นี้ก็เป็นอันเพอร์เฟค! ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ลงตัวสุดๆ (อยากหม่ำอีก)     ของหวานเราแนะนำ เค้กมะพร้าวน้ำหอม (129 บาท) เค้กฟองน้ำเนื้อฟูๆ กลิ่นวานิลลาห๊อมหอม ผสานไปกับครีมสดและซอสมะพร้าวรสหวานละมุน พร้อมกับจิบ โกโก้ปั่น (139 บาท) โกโก้คุณภาพรสเข้มข้นกำลังดี เสิร์ฟมาในแก้ไวน์ไซส์ใหญ่ แล้วตกแต่งด้วยวิปครีมนุ่มละมุน คุ้กกี้แอนด์ครีม และขนมต่างๆ มาอย่างอลังการ ใครเห็นแล้วต้องต้องว้าว!       ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์อย่าง ชาพร้าว (85 บาท) ชาไทยที่เรารัก เมื่อรวมกับน้ำกะทิหอมมัน กลายเป็นรสชาติสุดกลมกล่อม เป็นอะไรที่เข้ากันสุดๆ  ก่อนดื่มอย่าลืมใส่แท่งชินนามอนลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมด้วยล่ะ     ตามฝันไปหาฝันที่ “บ้านสวนพาฝัน” นั่นไง!

หาก The Kheha” แลนมาร์กใหม่แห่งถนนบำรุงเมืองให้ความรู้สึกเหมือนมาพักที่บ้านเพื่อนหัวใจศิลปิน ในส่วนของ The Kheha Café” ก็คงเหมือนเพื่อนสายอาร์ตคนนี้เปิดครัวต้อนรับเราด้วยกาแฟรสดีและอาหารอร่อยที่ปรุงอย่างใส่ใจและน่ากินทุกจาน เป็นเมนูโฮมเมดที่นำเสนอในรูปลักษณ์เก๋ไก๋ โดนใจทั้งในฐานะอาหารท้องและอาหารตา         ที่นี่มีทั้งอาหารไทยที่คงรสชาติเข้มข้นจัดจ้านแบบไทยแท้ ส่วนอาหารฝรั่งก็เน้นดึงความอร่อยของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชุดแกงเขียวหวานไก่อร่อยเด็ด เสิร์ฟพร้อมไข่ลูกเขยและข้าวสวยร้อนๆ สปาเกตตีซอสเพสโตแซลมอนย่าง หอมกลิ่นเพสโต มาพร้อมแซลมอนชิ้นโต รวมทั้งตับไก่บดกลมกล่อมหอมมัน กินกับขนมปังกระเทียมหอมเนย และสลัดแซลมอน แซลมอนรมควันและผัดสดนานาชนิด ราดน้ำสลัดสูตรพิเศษที่น่าจะถูกใจสาวๆ         รวมทั้งเมนูใหม่สุดสร้างสรรค์โดยเชฟมากฝีมือ ทั้งเต้าหู้ทอด กินคู่ดิปปิงชีสสูตรเด็ดหอมมัน ไข่ตุ๋นอาร์ติสต์ ผสานความอร่อยของไข่ตุ๋นและต้มยำทะเลรสจัดเครื่องแน่นทั้งกุ้ง หอย และปลาหมึก ข้าวผัดกะปิ เมนูจานเดียวกินง่าย เสิร์ฟพร้อมผักสดและปลาทูทอดตัวโต         สปาเกตตีกะเพราหมูสับไข่แดงเค็ม รสเผ็ดนิดๆ ของหมูสับเข้ากันได้ดีกับความเค็มมันจากไข่แดงเค็ม และแก้แฮงก์จิตรกร เมนูชื่อเก๋ที่มีทั้งข้าวต้ม ยำเกี้ยมไฉ่ และหมูหวานกินเพลิน       ส่วนคอกาแฟต้องถูกใจ Yin Yang Coffee กาแฟเย็นปั่นเสิร์ฟในแก้วทรงสูง มาพร้อมเหยือกใส่นมให้เติมนมสดสีขาวลงในกาแฟสีดำเข้มสมชื่อเมนู และ Latte Tree ลาเต้ร้อนที่แต่งลาเต้อาร์ตเป็นรูปต้นไม้สวยเก๋ ที่นี่ใช้กาแฟเบลนด์พิเศษที่ผสมผสานกาแฟจากนิการากัวและเชียงรายเข้าด้วยกัน รสกลมกล่อมหอมละมุน ดื่มง่าย       สำหรับคนรักของหวานห้ามพลาดบลูเบอร์รีชีสเค้ก เนื้อเค้กหอมมันราดซอสบลูเบอร์รีรสเปรี้ยวอมหวาน เค้กช็อกโกแลตเนื้อแน่นหนึบ แถมยังไร้แป้ง และสตรอว์เบอร์รีซันเด ไอศกรีมวานิลลาและสตรอว์เบอร์รีสดหอมหวานที่แสนจะเมดมายเดย์      

บ้านสวนที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ช่วยให้บรรยากาศนั้นร่มรื่นเย็นสบาย มีมุมน่านั่งอยู่รอบๆ มากมายให้เลือกได้ตามใจ ภายในตกแต่งสไตล์ลอฟท์ทันสมัย ผนังปูนเปลือยดิบๆ ที่ถูกแซมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มเพื่อลดความเซอร์ และเสริมร้านให้มีสีสันและชีวิตชีวา ส่วนเรื่องอาหาร ARIS Restaurant ขนขบวนความอร่อยมาให้คุณเลือกหลากสไตล์ทั้งอาหารไทย จีน ซีฟู้ด ล้วนแล้วแต่รสเลิศไม่เป็นรองใคร แถมอยู่ไม่ไกลแค่พุทธมณฑลสาย 5 จังหวัดนครปฐมนี่เอง           เริ่มต้นด้วยจานเรียกน้ำย่อยสไตล์จีนๆ อย่าง ยำแมงกะพรุนน้ำมันงา แมงกะพรุนเนื้อเด้งชิ้นพอดีคำ ลวกสุกได้ที่ให้รสสัมผัสกรึบกรับ เคี้ยวสนุก คลุกเคล้ามากับน้ำมันงา เสริมกลิ่นหอมอีกขั้นด้วยงาขาว รสเค็มนิดๆ ชิมกี่ทีก็ติดใจ     ต่อกันที่เมนูคุ้นเคยอย่าง ทอดมันกุ้ง ที่มาในรูปทรงโดนัทสีเหลืองทองชวนลิ้มลอง กรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน เนื้อกุ้งแน่นๆ ฉ่ำเด้ง เต็มคำจุใจ ตัดเลี่ยนด้วยน้ำจิ้มบ๊วยรสหวาน เข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี     เอาใจสาวกอาหารไทยกันบ้างกับจานนี้ น้ำพริกกุ้งสด อร่อยครบรส แซ่บได้ใจ เสิร์ฟพร้อมไข่ยางมะตูมและผักลวก กินกับข้าวสวยร้อนๆ บอกคำเดียวเลยว่าฟิน     ยังไม่อิ่มสั่ง เป็ดกีต้าร์ เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน เป็ดเชอรี่ไซส์ใหญ่อบจนหนังกรอบ แต่ส่วนเนื้อยังคงนุ่มชุ่มฉ่ำ กินคู่กับโรตีเหนียวนุ่มที่อิมพอร์ตมาจากมาเลเซีย ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษของร้าน รสหวานหอมกลิ่นน้ำผึ้งชัดเจน กินแล้วสุดรื่นรมย์       อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มสุดสดชื่น มะพร้าวปั่นนมสด รสหวานละมุน หอมกรุ่นมะพร้าว หรือจะลองโกโก้ร้อน รสเข้มข้น ด้านบนมีฟองนมนุ่มๆ ให้จิบชิลๆ ยาวไป       อร่อยถูกใจทุกเมนู ไม่ลองไม่รู้จริงๆ

บ้านชั้นเดียวสีดำที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์เขียวขจีแห่งถนนกาญจนาภิเษก ย่านบางแค นั้นคือ PaulSugus' Farm Café คาเฟ่ที่ตั้งใจเสิร์ฟแต่อาหารรสชาติดีแถมหน้าตาชวนกิน และที่สำคัญต้องพิถีพิถันเรื่องวัตถุดิบ อย่างการเลือกใช้ผักที่ปลูกเอง ปรุงชาเอง รวมถึงขนมเค้กโฮมเมด บวกกับการใส่ใจในบริการเป็นอย่างดี และราคามิตรภาพ ทำให้ PaulSugus' Farm Café เป็นร้านที่ลูกค้าแวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย         เริ่มต้นที่เมนูเบาๆ แต่ความอร่อยไม่เบากับ ซีซาร์สลัด ทางร้านใช้ผักคอสปลูกเอง คลุกเคล้ากับน้ำสลัดสูตรลับของทางร้าน ขนมปังกรอบโฮมเมด และเบคอนทอด โรยหน้าด้วยซีส ก่อนรับประทานคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกนิด ได้รสเค็มมันกลมกล่อม สมเป็นเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน     ตามด้วย สปาเก็ตตีคาโบนารา วางท็อปด้วยไข่ออนเซ็นและโรยชีสหน้าตาสวยงามชวนกิน ทางร้านลวกเส้นได้สุกกำลังดี ซอสครีมหอมมัน ได้รสสัมผัสของเห็ดแชมปิยองสดและเบคอนทอด รสชาติดีถูกใจใครหลายคน     หากยังไม่อิ่มลองสั่ง ซี่โครงหมูแจ่ว อีกจาน ซี่โครงหมูฉ่ำซอสสุดเข้มข้น เนื้อนุ่มร่อน โรยข้าวคั่ว พริกไทยสด และใบมะกรูดฝอยเพิ่มกลิ่นหอม เคียงมาด้วยช่อดอกทาร์รากอน เครื่องเทศยอดนิยมจากฝรั่งเศส แนะนำให้กินกับซี่โครงหมูรับรองว่าฟินอย่าบอกใคร     ส่วนเครื่องดื่มเราแนะนำ Rose Tea ชากุหลาบฝรั่งเศสรสนุ่ม หอมกรุ่นละมุนละไม จิบเพลินๆ ช่วยผ่อนคลายได้ดี     Jingju Honey Lemon น้ำผักจิงจูฉ่ายผสานน้ำผึ้งและมะนาว รสเปรี้ยวหวาน ดื่มง่าย ได้ประโยชน์มากมายในแก้วเดียว     ปิดท้ายด้วยเมนูที่เราปลื้มปริ่ม Kale Super Green ผักเคล แอปเปิ้ลเขียว สับปะรด ขึ้นฉ่าย ปั่นรวมกันกลายเป็นเครื่องดื่มสุดสดชื่น ไร้กลิ่นเหม็นเขียว ชิมจิบเดียวก็ติดใจ     อร่อยจนต้องกลับไปชิมอีกรอบแน่นอน!  

เรียกว่าการมาที่นี่อีกครั้งของ G&C นับเป็นฤกษ์ดีเสียด้วย เมื่อร้านอาหารที่คนในย่านศาลายารู้จักกันดีอย่าง Anya’s Place กำลังครบรอบ 10 ขวบปีแบบพอดิบพอดี     สิ่งที่ทำให้ร้านอาหารแห่งนี้ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนาน คงไม่พ้นบรรยากาศอันแสนอบอุ่นของบ้านหลังใหญ่ที่ยังรอต้อนรับทุกคนตลอดมา เช่นเดียวกับอาหารแสนอร่อยที่เป็นสูตรเฉพาะไม่เหมือนที่ไหน อีกทั้งอาหารก็มีให้เลือกอย่างหลากหลายทั้งอาหารไทย อาหารยุโรป และของหวานที่เชื่อว่าถูกอกถูกใจคนทุกเพศทุกวัยอย่างแน่นอน       เริ่มกันด้วย น้ำพริกคุณยาย เมนูเริ่มแรกตั้งแต่เปิดร้านที่หน้าตาจะดูแดงจัดจ้าน แต่ความเป็นจริงกลับเป็นความเผ็ดที่ละมุนละไม (ใครๆ ก็กินได้) เด่นด้วยความหอมของพริกแดงตำแทรกความเปรี้ยวเค็มนิดๆ กินคู่กับผักสดและข้าวสวยได้อร่อยแบบเพลินๆ     ตามด้วย มัสมั่นขาแกะ ขาแกะชิ้นใหญ่เนื้อนุ่มในแกงรสเข้มข้นตุ๋นจนเข้าเนื้อ เสิร์ฟพร้อมอาจาดรสเปรี้ยวอมหวานมาตัดรส แล้วมาเต็มคำกับ แซลมอนย่างซอสสเปน ซึ่งมาจากการประยุกต์ความอร่อยตำรับสเปน ออกมาเป็นแซลมอนชิ้นหนานุ่มย่างบนกระทะพร้อมกับบัลซามิคตีกับน้ำมันมะกอก จนได้รสชาติความอร่อยอันลงตัวของแซลมอนชิ้นหนาที่ฉ่ำไปด้วยซอสรสเปรี้ยวนำ กินคู่กับผักย่างหอมๆ       คนรักพิซซ่าก็ห้ามพลาด พิซซ่าเช็นตีรซี่ เบนเน่ พิซซ่าแป้งบางสุดกรอบเสิร์ฟร้อนๆ ส่งจากเตาถ่าน อร่อยสดชื่นไปกับมะเขือเทศสด เข้มข้นไปกับชีสมอซซาเรลล่า พ่วงด้วยความเต็มคำหอมมันของแฮมคอปปาหรือแฮมส่วนคอหมูที่พกพาความมันนิดๆ     ส่วนคนรักขนมก็ห้ามพลาด สาคูมันต่อเผือก ที่นำความอร่อยของมันต่อเผือกสีม่วงชิ้นโตเนื้อเนียนนุ่มฉ่ำในน้ำกะทิรสออกเค็มหน่อยๆ มากินคู่กับสาคูเม็ดกลมๆ เหนียวนุ่ม ยิ่งกินยิ่งเพลิน ก่อนจะปิดท้ายด้วย บานอฟฟี่บอล ช็อกโกแลตบอลลูกโตที่สอดไส้ความอร่อยของครัมเบิลและกล้วยหอมที่สร้างความสนุกให้เราด้วยการราดกาแฟร้อนๆ ลงไปเพื่อรอให้ความอร่อยปะทุออกมาให้เราได้ลิ้มลอง    

“นิยาย” คำสั้นๆ ที่ฟังแล้วไม่มีวันเอ้าท์ ถูกเลือกมาใช้เป็นชื่อร้านคาเฟ่ในสวนเขียวขจีที่เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่อยู่ในซอยทุ่งมังกร 6 ย่านตลิ่งชัน ภายนอกนั้นเป็นบ้านหลังน้อยน่ารัก มีที่นั่งพักหรือมุมสวยๆ ไว้ถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย         เดินเข้ามาข้างในก็ใช่ย่อย คิ้วท์ยิ่งกว่ากับการตกแต่งสไตล์วินเทจ ผนังสีขาวถูกแซมด้วยกรอบรูปหลากชิ้น มีของเก่าสะสมและดอกไม้แห้งวางแต่งอยู่ทุกมุมร้าน พร้อมรื่นรมย์ไปกับอาหารรสเลิศและเค้กโฮมเมดหอมกรุ่น รวมแล้วเป็นบรรยากาศน่ารักแสนอบอุ่น ราวกับฉากหนึ่งในนิยายที่คุณสามารถเลือกได้ว่าจะรับบทเป็นตัวละครใด         เริ่มที่เมนูซิกเนเจอร์ ก๋วยเตี๋ยวยำกุ้งย่าง เส้นใหญ่เหนียวนุ่มและกุ้งย่างเนยหอมกรุ่น ราดด้วยน้ำยำรสเปรี้ยวหวาน อร่อยฟินประทับใจ     สปาเก็ตตีผัดพริกแห้งเบคอน สปาเก็ตตีเส้นหนึบหนับสุกกำลังดีผัดพร้อมเบคอน ปรุงรสเผ็ดร้อนหอมกลิ่นพริกแห้ง     อีกหนึ่งเมนูโดนใจยกให้ แซลมอนฉู่ฉี่ เนื้อปลาแซลมอนกรอบนอกนุ่มใน ราดด้วยซอสฉู่ฉี่รสเผ็ดกลมกล่อม เสิร์ฟพร้อมไข่ฝอยและข้าวสวย อิ่มเอมจริงๆ กับจานนี้     มาถึงของหวานที่เรารัก เค้กมะพร้าว เนื้อเค้กเบานุ่ม หวานน้อย หอมกรุ่นกลิ่นมะพร้าวอ่อน ยิ่งชิมก็ยิ่งเพลิน สมแล้วที่เป็นนางเอกประจำร้าน     หรือจะลอง เค้กลิ้นจี่โยเกิร์ต รสหวานหอมของซอสลิ้นจี่ผสานกับเนื้อเค้กและเนื้อครีมอันนุ่มนวล ถูกใจตั้งแต่คำแรกที่ลิ้มลอง     เครปเค้ก ของหวานซิกเนเจอร์อีกจานที่ดีต่อใจ เครปเค้กสลับชั้นกับครีมเลมอนรสเปรี้ยว ราดด้วยซอสชาเอิร์ลเกรย์ผสมกับช็อกโกแลตสูตรพิเศษจากทางร้าน หอมมัน เข้ากันได้อย่างลงตัว     ส่วนเครื่องดื่มเราแนะนำ มัทฉะเย็น หวานมัน เข้มข้นเต็มรสชาเขียว จิบคลายร้อนเพลินๆ ไม่มีเบื่อ     ตอนจบแบบ Happy Endings มีอยู่จริงใน “นิยาย”

ข้าวสาร ถนนสายเล็กๆ ที่ไม่เคยหลับใหลเพราะคึกคักด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่นิยมปักหมุดเป็นจุดหมายของการเดินทาง ทว่าสีสันและความทันสมัยที่หลั่งใหลเข้ามาไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของย่านเก่าในอดีตแห่งนี้คลายมนต์ขลัง ไม่ว่าจะเป็นอาคาร บ้านเรือน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตของผู้คน รวมถึงเมนูจานเด็ดจากหลากหลายชาติที่ผสมผสานอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสเน่ห์ลงตัวและชวนกินทีเดียว       แต่ถ้าอยากเปลี่ยนรสชาติหรือบรรยากาศจากร้านทั่วไปดูบ้าง เราอยากแนะนำ Streats ห้องอาหารตกแต่งสไตล์เรโทรฟังกี้ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมเก่าให้เข้ากับสีสันสดใสสไตล์โมเดิร์น ต้อนรับทุกคนอย่างเป็นมิตรด้วยบานประตูที่เปิดกว้างไว้ตลอดเวลา หลายคนอาจรู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่เพราะเดิมทีคือโรงแรมเวียงใต้ที่ปรับโฉมใหม่ให้เข้าถึงง่ายขึ้นภายใต้แบรนด์ Ibis Styles Bangkok Khaosan Viengtai     Streats แบ่งพื้นที่เป็น 3 โซนให้เลือกชิลได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เริ่มที่ Café เต็มอิ่มกับบุฟเฟต์นานาชาติ Bar & Bistro ดื่มด่ำกับเมนูอะลาคาร์ตและเครื่องดื่ม นั่งชิลสบายๆ  พร้อมชมการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญได้อย่างเพลิดเพลินจนไม่อยากลุกไปไหน และ Bakery โซนเบเกอรี่อบใหม่ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลอดทั้งวัน       เมนูเน้นซิกเนเจอร์ของ Streats เป็นหลัก แต่ก็จัดเมนูดั้งเดิมที่เคยสร้างชื่อให้กับเวียงใต้มาให้ได้ย้อนวันวานกันแบบครบเครื่องถึงรส  อาทิ ยำขมิ้นขาว รสชาติระดับตำนานหากินยาก ขมิ้นขาวซอยคลุกเคล้ากับกุ้งสด หมูสับ ถั่วลิสง หอมแดง แครอท กะหล่ำปลี ความสดกรอบของขมิ้นผสานน้ำยำรสจัดจ้าน เน้นเปรี้ยวนำ เค็มและหวานตาม เคี้ยวเพลินตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย     ต่อด้วยเมนูนัวครบรส ลาบปูนิ่ม ปูนิ่มฉีกเป็นชิ้นให้กินพอดีคำทอดในน้ำมันร้อนๆ ก่อนยำกับหอมแดง ผักชีฝรั่ง ต้นหอม สะระแหน่ เป็นเมนูที่ชูทั้งรส ชูทั้งกลิ่น กินแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่า     ปีกไก่ทอดสูตรพิเศษ หรือ Buffalo wings ตำรับอเมริกันที่โด่งดังไปทั่วโลก สูตรของร้านเน้นซอสเข้มข้นเคี่ยวจากส่วนผสมหลายชนิดซึ่งเป็นสูตรลับเฉพาะ รสชาติเปรี้ยวนำ เสิร์ฟให้กินกับซอสพริกและครีมบลูชีส แกล้มด้วยผักสดให้เคี้ยวกรุบกรอบตัดเลี่ยน     พิซซ่าต้มยำทะเล พิซซ่าโฮมเมดแป้งบางกรอบ เน้นไซส์ใหญ่สำหรับแชร์กันได้หลายคน ท็อปด้วยกุ้ง หมึก หอยแมลงภู่ โรยชีส ปิดท้ายด้วยผิวมะกรูดเพิ่มกลิ่นหอม ส่วนรสชาติเปรี้ยวแซ่บกำลังดี ถูกปากทั้งคนไทยและคนต่างชาติ     ซี่โครงหมูและโคสลอว์ ซี่โครงหมูแบบแผ่นฉ่ำซอสสูตรเข้มข้น เนื้อเปื่อยนุ่มแค่ใช้ช้อนกดเบาๆ ไม่ต้องออกแรงก็หลุดจากกระดูก วางบนเฟรนซ์ฟรายทอดร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยเรียกน้ำย่อย เคียงข้างด้วยโคสลอว์สูตรของร้านที่กินแล้วสดชื่นไม่เลี่ยน     แฟนคลับ Streats ตัวจริงต้องไม่พลาด เบอร์เกอร์ไก่ชุบแป้งทอด เพราะดีงามด้วยประการทั้งปวงเริ่มตั้งแต่ขนมปังชาร์โคลเนื้อนุ่มหนึบอบใหม่ ประกบไส้ทำจากไก่ชิ้นใหญ่ชุบแป้งทอด สมทบด้วยชีส ผักสด และซอสฉ่ำๆ แนะนำให้อ้าปากกว้างๆ กัดให้เต็มคำเพื่อสัมผัสประสบการณ์แห่งรสชาติที่หลากหลายในคำเดียว       อิ่มของคาวต่อด้วยของหวานล้างปาก ส่งตรงจากโซนเบเกอรี่โดยไม่ต้องย้ายที่นั่งให้ลำบาก แนะนำ บราวนี่ เนื้อแน่นเข้มข้นมีรสขมติดปลายลิ้นจากช็อกโกแลตแท้ ผิวหน้ากรอบ โรยอัลมอนด์สไลซ์และช็อกโกแลตชิพเพิ่มเท็กเจอร์ให้เคี้ยวสนุกยิ่งขึ้น ท็อปไอศกรีมวานิลลา ราดซอสคาราเมล ปิดท้ายด้วยเมอแรงก์จิ๋วสีพาสเทล     อีกชิ้นเลอค่าน่าลิ้มลองยกให้ ทาร์ตมะนาว เนื้อทาร์ตนุ่มหนึบรสเปรี้ยวฉ่ำ ท็อปด้วยเมอแรงค์รสหวานตัดรสเปรี้ยวได้อย่างลงตัว     สำหรับเครื่องดื่มอยากให้ลองซิกเนเจอร์ม็อกเทล Sleepless Passion เริ่มต้นด้วยรสเปรี้ยวนำจากเสาวรสและเลมอน สู่ความหวานล้ำของน้ำแตงโมที่ส่งผ่านต่อมรับรสอย่างช้าๆ ยิ่งจิบก็ยิ่งชื่นใจ ถือเป็นประสบการณ์แห่งรสชาติที่น่าจดจำทีเดียว     สดชื่นกันต่อกับ Mango Tango ที่ผสมผสานระหว่างน้ำมะม่วง น้ำมะนาว และเรดกรานาดีน เปรี้ยวซ่าลงตัว หรือจะเป็น Sea & Horizon Punch รสเปรี้ยวจากส่วนผสมของน้ำสับปะรด น้ำแอปเปิ้ล น้ำมะนาว และเรดแอนด์บลูกรานาดีน สั่งมาจิบเมื่อไหร่ก็ไม่ผิดหวัง ปิดท้ายด้วย Ginger Cuban Light ที่มีส่วนผสมของน้ำมะนาว บราวชูการ์ และขิง ซาบซ่าไม่เหมือนใครขอเทใจให้แก้วนี้เลย!  

ตึกสีดำแปลกตาน่าค้นหาที่ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนาฯ ย่านบางแค แท้จริงแล้วคือ Galley Bar & Restaurant ร้านอาหารนานาชาติที่อัดแน่นไปด้วยความอร่อยลงตัว ภายในร้านจำลองเป็นห้องครัวบนเรือสำราญ ผนังไม้และเฟอร์นิเจอร์สีน้ำตาลเข้าคู่กันได้ดี มีบาร์เล็กๆ ข้างบันไดพร้อมให้บริการเครื่องดื่มตลอดวัน         เดินขึ้นไปชั้นบนจะเป็นโซนที่นั่งเพิ่มเติม ผนังไม้รอบๆ ติดกระจกใสรูปวงกลมสลับกับโคมไฟติดผนัง ด้านหลังติดหน้าต่างวงกลมใหญ่ยักษ์ตรงกลางมีใบพัดระบายอากาศ บรรยากาศเสมือนกำลังดินเนอร์อยู่บนเรือสำราญอย่างไรอย่างนั้น     ประเดิมความอร่อยด้วยเมนูจัดจาน ตำไหลบัวกุ้งสด ไหลบัวกรุบกรอบหั่นพอดีคำ คลุกเคล้ากับกุ้งสดตัวโตและน้ำส้มตำรสนัว จานนี้แซ่บได้ที่ ถูกใจคนรักอาหารอีสาน     ต่อกันด้วย ข้าวผัดรถไฟ ข้าวหอมมะลิผัดกับซีอิ๊วดำ พร้อมกองทัพซีฟู้ด อาทิ กุ้งไซส์ใหญ่ ปลาหมึกเนื้อหวาน และหอยแมลงผู้ตัวอวบๆ รสเค็มกลมกล่อม บีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยวเล็กน้อย อร่อยลงตัว     สปาเก็ตตีผัดพริกแห้ง เส้นหมึกดำเหนียวนุ่มกำลังดี ผัดพร้อมเครื่องซีฟู้ดแบบจัดเต็ม โรยด้วยชีสหอมมัน เค็มนิดๆ เผ็ดร้อนเล็กๆ คนรักเมนูเส้นต้องเลิฟ     ปลากะพงเหนือเมฆ ปลากะพงทอดกรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน ราดด้วยซอสรสเค็มหวานกลมกล่อม หอมกลิ่นสมุนไพร กินคู่กับหมี่กรอบ ดีงามอย่าบอกใคร     มาถึงเมนูโดนใจที่ใครกินก็ต้องหลงรัก ซี่โครงหมูสะพานโค้ง ซี่โครงหมูตุ๋นจนเนื้อนุ่ม เสร็จแล้วนำมาย่างแล้วราดซอสมะเขือเทศสูตรเฉพาะของทางร้าน รสเปรี้ยว หอมกลิ่นพาร์สลีย์ เสิร์ฟคู่มันบดเนื้อเนียน อร่อยเต็มคำ     ล้างปากด้วยของหวานอย่าง Honey Toast โทสต์ชิ้นใหญ่หอมกลิ่นเนย กินกับไอศกรีมวานิลลาหวานหอม วิปปิงครีมและซอสช็อกโกแลตเข้มข้น ฟินแบบนี้สวีตเลิฟเวอร์เทใจให้เลย     สายดื่มอย่าลืมสั่ง Strawberry Daiquiri ค็อกเทลสีแดงสดใส ที่มีส่วนผสมของเหล้ารัม น้ำมะนาวและไซรัปสตรอว์เบอร์รี หวานอมเปรี้ยว สดชื่นลื่นคอ     ปิดท้ายด้วยค็อกเทลสุดฮิต Margarita ความลงตัวระหว่าง Tequila ไซรัป น้ำมะนาวและ Triple sec รสเปรี้ยวชื่นใจ จิบเพลินไปยาวๆ  

ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการเมื่อ 8 ปีที่แล้วก็เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ในทันที เพราะ Chocolate Ville คือร้านอาหารสไตล์ธีมปาร์คแห่งแรกที่มีสีสันสะดุดตาเรียกให้ผู้คนต้องเข้ามาถ่ายรูปเช็คอิน       หมู่บ้านสไตล์ยุโรปสีพาสเทลแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 15 ไร่ มีประภาคารสูงเป็นแลนด์มาร์ค มีลำคลองเล็กๆ ไหลผ่าน ในหมู่บ้านประกอบไปด้วยโรงนา หอนาฬิกา สถานีรถไฟ ฯลฯ บ้านแต่ละหลังสร้างขึ้นจริงเพื่อใช้เป็นห้องอาหารและร้านค้า ด้วยแนวคิด Dining in the park โดย คุณวิน สิงห์พัฒนากุล หนุ่มดีกรี เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และเจ้าของร้านบริสโตรสุดเท่อย่าง Wine I Love You       เที่ยวพักผ่อนในบรรยากาศดีๆ ถ่ายรูปและกินอาหารคือความสุขง่ายๆ ในวันหยุด ที่นี่เสิร์ฟเมนูหลากหลายทั้งไทย จีน ฝรั่ง แต่ละจานไซส์ใหญ่เหมาะกับการแชร์กันทั้งครอบครัวและกลุ่มเพื่อน นอกจากซี่โครงหมูใหญ่มากและขาหมูเยอรมันที่เป็นอาหารขึ้นชื่อแล้ว ช่วงนี้มีเมนูใหม่ที่แนะนำคือ ทีโบนสเต็ก และริบอายสเต็ก ใช้เนื้อสเต็กจากประเทศออสเตรเลีย ชิ้นใหญ่เนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมซอส 3 แบบแล้วแต่ความชอบ ทั้งซอสเปปเปอร์พริกไทยรสเผ็ดร้อน น้ำจิ้มแจ่วรสออกหวาน และมัสตาร์ดเผ็ดฉุนขึ้นจมูก       อีกจานที่ใหญ่ไม่แพ้กันคือ ปูผัดผงกะหรี่ ใช้ปูทะเลขนาด 500 กรัมขึ้นไป ผัดกับซอสผงกะหรี่กลิ่นหอม รสหวานละมุน ถูกใจทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยว     จานสุดท้ายเรียกเสียงชัตเตอร์ได้รอบโต๊ะคือเมนู กุ้งมังกรอบชีส กุ้งมังกรตัวโตจากภูเก็ต เนื้อแน่นหวาน อบกับชีสยืดๆ เสิร์ฟพร้อมซอสเนยกระเทียมกลิ่นหอม กินแล้วอร่อยเต็มปากเต็มคำ     เพลิดเพลินกับวิวและอาหาร เรียกว่าครบจบในที่เดียว

ใครอยากผ่อนคลายสบายอารมณ์ ได้ลิ้มรสอาหารอร่อยๆ พร้อมวิวดีๆ จากแม่น้ำท่าจีน แนะนำที่นี่เลย Secret 3 Zones Cafe and Bistro คาเฟ่ลับแถวพุทธมณฑลสาย 7 จังหวัดนครปฐม เข้ามาคุณจะพบกับความสวยงามของสวนสไตล์อังกฤษแสนร่มรื่น ชื่นชมกับความงามของแม่น้ำท่าจีนทอดยาวเป็นสาย มีที่นั่งสำหรับลูกค้าที่อินไปกับวิว อยากฟินไปกับฟู้ด ให้ได้ดื่มด่ำแฮปปี้ชาร์ตพลังเต็มที่ก่อนกลับบ้าน           ประเดิมที่เมนูซิกเนเจอร์อย่าง ปลากะพงทอดน้ำปลา ปลากะพงสีเหลืองทอง ไม่อมน้ำมัน เนื้อกรอบนอกนุ่มใน กินกับยำมะม่วงรสเปรี้ยวหวานและน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน     เมนูขายดีที่ไม่ควรพลาด สเต็กหมูซอสพริกไทยดำ หมูสันในย่างเนื้อนุ่มหอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศราดซอสพริกไทยดำรสชาติเข้มข้น เผ็ดร้อน  กินพร้อมสลัดผักสดกรุบกรอบและมันบดเนื้อเนียน     ยังไม่จุใจสั่ง เห็ดหอมไส้กุ้งน้ำแดง เมนูติ่มซำสำหรับคนรักสุขภาพ เนื้อกุ้งสดเด้งที่มาพร้อมเห็ดหอมเคี้ยวเพลิน เสริมด้วยน้ำแดงรสกลมกล่อม ใครชอบกินอาหารจีนต้องเทใจให้จานนี้     Secret Forest น้ำบลูฮาวายโซดา รสเปรี้ยวซ่าชื่นใจ ตกแต่งด้วยกล่องไม้กายสิทธิ์ ตรงตามคอนเซ็ปต์ “Secret Forest” ป่าลึกลับที่ชวนให้น่าค้นหาและลิ้มลองเป็นที่สุด     ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสุดฟรุ้งฟริ้ง Candy Cotton นมสดปั่นรวมกับไอศกรีมรสเรนโบว์ หอม หวานพอดี พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับสายไหมปุกปุยหลากสีสันที่ตกแต่งอยู่ด้านบน บอกเลยแก้วนี้สวีตเลิฟเวอร์ต้องเลิฟ     สั่งเมนูไหนก็ฟิน แบบนี้จะไม่ใช่โซนความสุขได้อย่างไร

ขอยกให้เป็นขวัญใจนักชิมชาวตลาดพลูในตอนนี้สำหรับ AantArm Café” (เอ แอนต์ อาร์ม คาเฟ่) ร้านอาหารเล็กๆ สไตล์โฮมเมดบนถนนเทอดไท ที่ตั้งตามชื่อของ 3 พ่อแม่ลูกเจ้าของร้าน ที่อยากนำเสนอเมนูอร่อยกินง่ายสูตรเด็ดฝีมือคุณพ่อ (คุณอาร์ม) ที่คัดสรรวัตถุดิบอย่างดีแบบที่เรียกว่าคุ้มค่าเกินราคาและกินได้ทุกวัน     แม้จะมีเมนูให้เลือกชิมไม่มาก แต่บอกเลยว่าทุกจานปรุงอย่างตั้งใจในครัวเปิดกลางร้าน โดยเฉพาะจานเนื้อซึ่งเป็นเมนูโปรดของครอบครัว ที่นี่เลือกใช้เนื้อโคขุนและเนื้อไทยระดับคุณภาพและเลือกใช้เนื้อแต่ละส่วนให้อร่อยเหมาะกับทุกเมนู       สายเนื้อห้ามพลาด Thai – French Chuck Steak สเต๊กเนื้อสันคอย่างแบบมีเดียมแรร์ กินคู่ซอสสูตรลับสไตล์ญี่ปุ่นรสเค็มหวาน (ที่เจ้าของร้านแอบเรียกว่าซอสอเนกประสงค์ เพราะอร่อยเข้ากันกับแทบทุกเมนู) เสิร์ฟพร้อมกระเทียมเจียวกรอบๆ และผักสลัด     แต่ถ้าอยากกินข้าวลองสั่ง Beef Steak with Rice Japanese Style ข้าวนุ่มอร่อยที่มีเคล็ดลับคือใช้ข้าวหอมมะลิไทยหุงในหม้อหุงข้าวญี่ปุ่น ท็อปด้วยเนื้อส่วนสันในนุ่มกำลังดี ราดซอสสูตรลับ กินกับกระเทียมเจียวเช่นกัน     ส่วนคนรักเส้นต้องลอง Tom Yum’ Sauce Spaghetti with Shrimp เส้นสปาเกตตีเหนียวนุ่มคลุกเคล้าซอสทำจากเครื่องต้มยำรสเข้มข้นจัดจ้าน มาพร้อมกุ้งตัวโตเต็มอิ่ม     หรือวันไหนอยากอิ่มเบาๆ เราแนะนำ Shrimp Katsu กุ้งแชบ๊วย (หรือกุ้งลายเสือ) เนื้อสดเด้งชุบแป้งทอดสไตล์คุชิคัตสึของโอซาก้า กรอบนอกนุ่มใน หรือ Caesar Salad ผักคอสและมะเขือเทศเชอร์รีจากอำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เพิ่มความอร่อยด้วยเบคอนและขนมปังกรอบ โรยชีสพาร์เมซาน พร้อมราดน้ำสลัดรสกลมกล่อม    

โดมไม้ไผ่ไทยสีน้ำตาลที่ตั้งอยู่บนผืนนาสวยในอำเภอสามพราน แท้จริงแล้วคือ ร้าน ChataThammachart คาเฟ่ที่มีคอนเซ็ปต์ร้านว่า “อยู่กับธรรมชาติ อย่างเป็นธรรมชาติ” หรือ “With Nature Naturally” ให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติให้มากที่สุด คุณจะได้ชื่นชมสายน้ำสีมรกตเพลินตา ดื่มด่ำกับความสวยงามของทุ่งนา ผ่อนคลาย รับลมเย็นๆ เวลานั่งชิลอยู่บนชายคาไม้ไผ่ และอิ่มเอมใจไปกับอาหารรสเลิศที่กินแล้วประทับใจไม่รู้ลืม           เริ่มที่จานหลักอย่าง กุ้งผัดพริกขี้หนู กุ้งสดเด้ง รสเค็ม เผ็ดกำลังดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยติดใจ     อีกหนึ่งจานซิกเนเจอร์ ยำปากซอย ลาบเส้นไวไวรสจ้ดจ้านถึงเครื่อง กินพร้อมหมูย่างเนื้อนุ่ม หอมกรุ่นเครื่องเทศ เป็นเมนูเรียบง่ายแต่ใครเห็นแล้วต้องน้ำลายสอ     เอาใจสวีตเลิฟเวอร์ด้วย เค้กมิกซ์เบอร์รี่ เค้กชิฟฟอนเนื้อฟูๆ หอมกลิ่นวานิลลา สลับชั้นครีมสดรสหวานเบาๆ ตัดกับซอสมิกซ์เบอร์รี่รสเปรี้ยวที่ราดอยู่ด้านบนพอดิบพอดี     เค้กมะพร้าว รสหวานมันผสานไปกับเค้กเนื้อฟู ฟินตั้งแต่คำแรกที่กิน     อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มสุดฮอตอย่าง เอเมอรัล โซดา น้ำสีสวยที่เต็มไปด้วยรสชาติของผลไม้ตระกูล Tropical อาทิ สับปะรด เสาวรส เสริมรสเปรี้ยวและความซาบซ่าจากน้ำมะนาวและโซดา จิบแล้วชื่นใจ ช่วยคลายร้อนได้ดี     ปิดท้ายมือนี้ด้วย กาแฟเฮเซลนัทปั่น รสเข้ม หวานพอดี ดื่มแล้วกระปรี้กระเปร่า     สบายอารมณ์ขนาดนี้ ใครจะไม่อยากอยู่กับธรรมชาติ อย่างเป็นธรรมชาติ ล่ะ