กระแสพาสตาเส้นสดกำลังมาแรง หนึ่งในร้านที่เป็นผู้นำปลุกกระแสนี้ก็คือ Nam Nam ที่อ่านว่า ยัมยัม หมายถึงอร่อยในภาษาสเปน เป็นร้านเล็ก ๆ สไตล์โฮมมี่ที่ซ่อนตัวอยู่ใน ซ.ศูนย์วิจัย ถ.เพชรบุรี       เชฟน้ำ ปุณฑริก พงษ์พานิช หยิบจำเอาทุกอย่างที่เธอชื่นชอบมาทำเป็นร้านอาหารร้านนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจจะมีเมนูหลากหลายสัญชาติ หลากหลายสไตล์อยู่ในร้าน ทั้งพาสตาจากอิตาลี ทาปาสจากสเปน ไปจนถึงการฟิวชั่นพาสตากับอาหารสัญชาติอื่น เช่น กิมจิจากเกาหลี     พาสต้าเส้นสดของ Nam Nam มี 2 แบบด้วยกัน แบบแรกใช้แป้งเซโมลินาในการทำ ด้วยเนื้อแป้งที่มีความหยาบเล็กน้อย เส้นสดที่ได้จะมีสัมผัสเด้งดึ๋ง ส่วนอีกแบบใช้แป้งดับเบิ้ลโอผสมไข่ หน้าตาคล้ายบะหมี่ ด้วยเนื้อแป้งที่ละเอียดกว่าแบบแรกทำให้เส้นแบบนี้มีความนุ่มกว่า         เริ่มต้นด้วยของกินเรียกน้ำย่อย Chorizo in red wine ไส้กรอกโชรีโซจากสเปนได้ทั้งรสชาติครบเครื่องตามแบบฉบับดั้งเดิมจับคู่กับซอสไวน์แดงได้อย่างลงตัว กินคู่กับขนมปังซาวร์โดวจ์พอกระตุ้นความอยากให้กับอาหารจานต่อไป     เริ่มต้นด้วย Pesto คอมฟอร์ทฟู้ดจานเด็ดประจำร้าน เลือกใช้เส้น Reginette ที่มีลักษณะเป็นเส้นยาวมีความหงิกงอ ด้วยสูตรของทางร้านที่เน้นทำซอสตามแบบฉบับต้นตำรับแท้ ๆ ถ้าใครอยากจะลิ้มลองรสชาติพาสตาคลาสสิกก็ต้องเป็นจานนี้เลย     จานต่อมาคือเมนูทวิสต์ที่ใช้พาสตากับกิมจิ ใช้น้ำจากกิมจิมาเป็นซอสผัดจนแห้งจนซึมเข้าไปในตัวเส้น จึงได้รสชาติที่มีความเอเชีย เปรี้ยว เผ็ดอย่างลงตัว     Beef Stroganoff เป็นจานไฮไลต์ที่มีเฉพาะในสาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเท่านั้น โดดเด่นด้วยเส้น พัพพาร์เดลเล (pappardelle) ใช้เนื้อส่วนสันนอกมาจี่ทำเหมือนสเต็ก ราดซอสที่เบสด้วยสต็อกเนื้อ ซาวร์ครีมและคัสตาร์ด ได้ทั้งรสชาติและกลิ่นหอมจากเนื้อคำโตเข้ากันอย่างดี     ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ร้าน Nam Nam มีบริการ Delivery และ Take away ผ่านทางไลน์ออฟฟิเชียล @namnampasta (สาขาซอยศูนย์วิจัย) และ @namnam.at.embassy (สาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซี) ติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น Line man หรือ Grab ก็ได้เช่นกัน

โรงเสบียง (Rong Sabiang) ร้านหัวใจสีเขียวที่ซ่อนตัวอยู่ในโครงการ Sansiri Backyard @ T77 Community ในซอยสุขุมวิท 77 ที่มีเพื่อนพ้องรักษ์โลกอย่าง ไร่กำนันจุล ปฐม และตลาดต้นไม้ปองโยอยู่ในโครงการนี้ด้วย       ด้วยคอนเซ็ปต์ Farm to table ทำให้โรงเสบียงเหมาะกับโครงการสีเขียวนี้ที่สุด วัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารในร้าน สดจากไร่ออแกนิคของกำนันจุล และจากแปลงผักหลังร้านของโครงการ Sansiri Backyard อีกด้วย     ภายในร้านตกแต่งได้อย่างน่านั่ง ใช้สีเขียวสบายตาสดชื่น มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่เผยรับแสงธรรมชาติ มองเห็นสวนเล็กๆ ส่วนพื้นที่หน้าร้านก็ฮอตไม่แพ้กันเพราะถูกจับจองจนเต็มทุกเย็น       อาหารเป็นสไตล์ออลเดย์ไดนิ่งทั้งอาหารไทยและยุโรป รวมทั้งอาหารกลางวันจานด่วน และมื้อสายในวันหยุด เป็นเมนูที่เราคุ้นเคยเป็นอย่างดี เช่น ปลาแห้งแตงโมสิงห์บุรี (220 บาท) เมนูโบราณที่ใช้แตงโมสดหวานสีแดงฉ่ำน้ำ หั่นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ โรยด้วยปลาแห้งจาก จ.สิงห์บุรี ที่ตำและป่นมาจนเนื้อฟู ปรุงรสเค็มๆ หวานๆ กินแล้วสดชื่นคลายร้อน     ข้าวยำโรงเสบียง (290 บาท) เมนูประจำร้านใช้ผักสดคุณภาพดี ปลอดสารพิษ ประกอบไปด้วยผักสวนครัวอย่าง ตะไคร้ ใบมะกรูด ถั่วฝักยาว ส้มโอ แครอต ถั่วงอก แตงกวา เสิร์ฟพร้อมข้าวสีฟ้าอมม่วงสวยจากดอกอัญชัน เคล้ากับน้ำข้าวยำรสเค็มหวานกลมกลม เป็นเพื่อสุขภาพที่กินแล้วอิ่มเบาสบายท้อง     แกงเหลืองปลากะพงมะละกอสวน (260 บาท) แกงเหลืองน้ำแกงเข้มข้นที่ใช้พริกแกงทำเอง มีกลิ่นหอมของสมุนไพรในเครื่องแกง กับเนื้อปลากะพงสดจากทะเล เนื้อแน่น รสหวาน ใส่มะละกอดิบจากสวน ทำให้แกงชามนี้อร่อยครบรส     ริบอายนิวซีแลนด์ & เกรวี (380 บาท) เนื้อส่วนริบอายจากนิวซีแลนด์ หมักและย่างจนมีกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมซอสเกรวีที่เคี่ยวกว่า 4 วัน จนมีรสนุ่ม และมันบดโฮมเมดหอมกลิ่นเนย เนื้อแน่นเนียน     นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ยังมีเครื่องดื่มอย่างกาแฟ คราฟต์ค็อกเทล และชาพิเศษที่ทำจากพืชผักและดอกไม้ในสวน ให้จิบพร้อมรับบรรยากาศธรรมชาติอย่างเต็มเปี่ยม  

Samsen Villa Life สาขา The River ร้านอาหารบรรยากาศสุดโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เน้นปรับลุคให้เข้ากับยุคสมัย โดยชูไลฟ์สไตล์เรียบง่ายที่เข้าถึงได้ทุกเจเนอเรชัน ไม่เพียงตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ชวนนั่ง ทิวทัศน์ของลำน้ำเจ้าพระยายังเป็นไฮไลต์ที่ใครก็ไม่อยากพลาด         อีกทั้งชื่อ “สามเสนวิลล่า” ยังการันตีเรื่องของรสชาติได้เป็นอย่างดีเพราะถือเป็นตำนานของสายกิน-ดื่มรุ่นเก๋ามายาวนานกว่า 40 ปี โดยเฉพาะเมนูคู่ร้านอย่างหมูสะเต๊ะสูตรต้นตำรับที่ยังคงอร่อยนุ่มลิ้นไม่ต่างจากวันแรกที่เปิดร้าน ยิ่งกินแกล้มกับเบียร์วุ้นแก้วแช่ที่จับเข้าคู่กันเมื่อไหร่ ก็อร่อยถึงใจเมื่อนั้น           นอกจากหมูสะเต๊ะรสเด็ดเรายังเทใจให้ซิกเนเจอร์ที่ขายดีตีคู่กันมาอย่างขาหมูเยอรมัน ขาหมูไซส์พิเศษ เนื้อนุ่มหนังกรอบและมีมันน้อย ชูรสด้วยน้ำจิ้มซีอิ๊วหวานหรือจะเลือกแตะน้ำจิ้มซีฟู้ดก็เป็นทางเลือกที่เพิ่มความสดชื่นจี๊ดจ๊าด ทำให้กินได้เรื่อย ๆ ไม่รู้สึกว่าเลี่ยนเลย       อีกเมนูรสเลิศยกให้ซี่โครงหมูย่างซอสบาร์บีคิว ทางร้านเสิร์ฟซี่โครงหมูยกแผงใหญ่ให้อร่อยได้จุใจแบบไม่ต้องแย่งกัน กลิ่นหอม ๆ เคลือบซอสฉ่ำ ๆ รสชาติเข้มข้นสไตล์อเมริกัน ผสานระดับความนุ่มฟินเกินร้อยแค่ใช้มีดกดเบาๆ เนื้อก็หลุดล่อนจากกระดูก เคี้ยวเพลินหมดจานไม่รู้ตัว       ปิดท้ายกับยำสามเสนไลฟ์ ส้มโอเนื้อเปรี้ยวอมหวานกำลังดี คลุกเคล้ากับเครื่องเคราและน้ำยำ 3 รส จบด้วยกุ้งสดลวกพอสุก กินเคียงกับเกี๊ยวกรอบไร้มัน วันไหนรู้สึกอ่อนล้ากับการทำงานกินแล้วจะรู้สึกเหมือนได้ชาร์ตพลัง ไม่แน่ว่าไอเดียดี ๆ อาจเกิดขึ้นตรงนี้ก็ได้     แถมราคายังย่อมเยาสบายกระเป๋า ไม่ต้องรอให้ถึงโอกาสพิเศษก็แวะมาชิลได้ทุกเวลา

River Wine ร้านสวยสะดุดตาริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ดีกรีความเท่นั้นเกินร้อย ด้วยการตกแต่งสไตล์โมเดิร์นลอฟต์ เน้นคอนกรีตเสริมเหล็กสีดำและปูนเปลือย ก่อนเบรกความดิบด้วยวัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่และสระน้ำใสๆ ให้พักสายตา       นอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร พื้นที่อันกว้างใหญ่ยังช่วยให้จัดสรรมุมชิคๆ คูลๆ ได้อย่างหลากหลาย ลูกค้าเลือกนั่งได้สบายแบบไม่รบกวนกัน แต่ถ้าอยากได้มุมมหาชนอย่างโซนที่นั่งปูนเปลือยกลางสระน้ำที่ระดับน้ำสูงจนเกือบถึงไหล่ก็อาจต้องกริ๊งกร๊างจับจองกันล่วงหน้าเพื่อไม่ให้พลาดมุมไฮไลต์นี้ อีกโซนขายดีคือบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีวิวสวยๆ ให้นั่งชมแบบพาโนรามา ผ่อนคลายจนไม่อยากลุกไปไหน           ส่วนเมนูอาหารเล่มโตบรรจุรายการอาหารไว้นับร้อยทั้งอาหารไทยและนานาชาติ เริ่มที่จานเด็ดอย่างพาสตาปลาเค็ม ลูกผสม 2 สัญชาติที่ทำได้อย่างกลมกล่อมลงตัว เส้นพาสตาเหนียวนุ่มเคลือบด้วยรสเค็มๆ มันๆ ผสานกลิ่นหอมละมุนไม่ฉุนแรงของปลาเค็ม เรายังชอบที่มีเนื้อปลาเค็มชิ้นเล็กๆ ใส่มาให้เคี้ยวเล่นด้วย        ต่อด้วยหมี่กระเฉด ผัดหมี่สูตรโบราณใส่กุ้ง หมึกสด หมึกกรอบ ทีเด็ดอยู่ที่หมี่ขาวเส้นนุ่มหอมกลิ่นพริก กระเทียม และหอมแดง ตามด้วยผักกระเฉดคัดเฉพาะยอดอ่อน ไม่เหนียวแต่เคี้ยวกรุบ ปรุงรสกลมกล่อมเจือเผ็ดเล็กน้อยที่ปลายลิ้น ทั้งยังผัดได้ค่อนข้างแห้ง ไม่มีน้ำมันส่วนเกิน กินแล้วถูกปากจนอยากสั่งเพิ่ม       อีกเมนูที่นิยมสั่งกันทุกโต๊ะคือทอดมันกุ้ง ทอดมันชิ้นกลมโตแอบมีรูตรงกลางเหมือนโดนัท ทางร้านทอดได้กรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวสู้ฟันด้วยเนื้อสัมผัสของกุ้งสับเน้นๆ ชูรสชาติด้วยน้ำจิ้มบ๊วยรสเปรี้ยวนำหวานตาม นอกจากเป็นร้านอาหารสำหรับทุกคนในครอบครัวแล้ว River Wine ยังเป็นไวน์บาร์ชื่อดังในย่านนี้ เพราะรวบรวมไวน์ดีจากทั่วโลกมาไว้ในที่เดียว รวมถึงเครื่องดื่มอย่างสปิริต เบียร์ ค็อกเทล หรือม็อกเทลก็มีไว้รองรับ (นักดื่ม) ทุกคน     จุดหมายของสายกิน(ดื่ม)ครั้งต่อไป ต้องมีชื่อร้านนี้ในใจแล้วล่ะ

ใครเป็นแฟนประจำร้านอร่อยแห่งนาจอมเทียน พัทยาอย่าง The Glass House Pattaya อย่าลืมแวะมาลองความอร่อยในบรรยากาศสไตล์ยุโรปสุดเก๋ของ The Glass House Silver” สาขาใหม่ใจกลางพัทยาเหนือ ที่มาพร้อมความโดดเด่นทั้งการตกแต่งที่สวยงาม มุมถ่ายรูปสุดชิคทั้งภายใน ภายนอก และบริเวณริมหาดวงศ์อมาตย์ ไปจนถึงเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลายทั้งไทย ญี่ปุ่น อิตาเลียน และซีฟู้ดครบครัน           นอกจากเมนูยอดนิยมอย่างปลากะพงทอดราดน้ำปลาตัวโต กรอบนอกนุ่มในกำลังดี โรยเส้นหมี่ทอดกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำปลาและน้ำจิ้มซีฟู้ดแล้ว ลองสั่งปลาอินทรีล่องใต้ ปลาอินทรีทอดคลุกเคล้าเครื่องแกงรสเข้มข้น ใส่ใบชะพลูทอด       หรือปูนิ่มผัดพริกเกลือ มากินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเพลิน หรือถ้าอยากได้เมนูเบาๆ เอาใจสายแซ่บ เราแนะนำยำส้มโอกุ้งและพล่ากุ้งหมูสับรสจัดจ้าน         สำหรับสายอาหารฝรั่งต้องลอง Owner’s Salad เมนูสลัดซิกเนเจอร์ที่มีทั้งอโวคาโด มะเขือเทศ ทูน่า แอปเปิล ส้ม และวอลนัต ราดน้ำสลัดบัลซามิกรสเปรี้ยว และ Fettuccine Tom Yum เส้นเฟตตูชินีเหนียวนุ่มไปกันได้ดีกับซอสครีมต้มยำรสกลมกล่อม       ส่วนคนรักของหวานอย่าลืมเก็บท้องไว้ชิม Crispy Roti White Choc Cream โรตีกรอบ (ที่ทำออกมาได้บางและกรอบมากๆ) ดิปกับซอสครีมที่ผสมไวต์ช็อกโกแลตหวานหอมละมุนลิ้น และ Crepe Banana Nutella เครปช็อกโกแลตทำสด สอดใส้กล้วยหอมหั่นชิ้นอัดแน่น โรยถั่วพีแคน ราดซอสช็อกโกแลตนูเทลลาหอมหวาน (เมนูนี้อาจต้องเผื่อเวลารอสักนิด เพราะใช้เวลาในการทำประมาณ 10 – 15 นาที)    

คงไม่บ่อยครั้งที่เราจะได้ดินเนอร์พร้อมชมวิวริมระเบียงเฉียดฟ้าในจุดที่สูงที่สุดของกรุงเทพฯ แบบไม่มีสิ่งใดปิดกั้น แค่คิดก็สนุกแล้วเพราะฉะนั้นอย่ารอช้าเราอยากชวนทุกคนมาที่ Bangkok Balcony ชั้น 81 โซน Sky Box มุมดินเนอร์สุดอเมซซิ่งที่ควรมีสักครั้งในชีวิต           ก่อนดื่มด่ำกับมื้อค่ำสุดพิเศษ อย่าพลาดโมเมนต์สุดชิลคือการขึ้นไปชมวิวบนชั้น 77 และดาดฟ้าพื้นหมุนบนชั้น 84 ในมุมมอง 360 องศากว้างไกลสุดสายตาเพื่อเก็บภาพดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าได้อย่างเต็มที่ แต่เดี๋ยวก่อน...อย่าลืมเหลือเมมโมรี่ไว้เก็บภาพสวยๆ ระหว่างมื้ออาหารกันด้วยล่ะ               ความดีงามของโซน Sky Box นอกจากมุมมองแบบ Bird Eye View สุดอลังการแล้วก็คืออาหารจานเด็ดที่ยกขบวนมาให้ลิ้มลองอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยเซ็ตเมนูสุดพรีเมียมไม่ว่าจะเป็นฟัวกราส์, ซุปล็อบสเตอร์, ซูชิวากิว, ซีฟู้ดย่าง, นาเบะเนื้อวากิวสไลด์, ติ่มซำ               สเต๊กเนื้อชั้นดีก็มีให้เลือกอย่างเต็มที่ อาทิ สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลีย, สเต๊กซี่โครงแกะออสเตรเลีย, สเต๊กลิ้นวัว, สเต๊กแซลมอน หรือสะโพกนางฟ้า รวมถึงอีกหลายเมนูที่เสิร์ฟให้กินแบบจุใจ โดยเฉพาะไวน์ชั้นดีให้คุณละเลียดพร้อมกับชมวิวอย่างเพลิดเพลิน             หรือถ้ายังไม่จุใจก็สามารถเลือกฟินไปกับเมนูบุฟเฟต์โซนด้านในได้อีกไม่อั้นอีกด้วย ยกให้เป็นดินเนอร์สุดอเมซซิ่งแห่งปี ที่มีแต่คำว่าประทับใจจริงๆ  

ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น Portobello & Désiré ร้านในสวนสวยสไตล์อังกฤษที่เริ่มต้นจากการทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์มาก่อน  ที่นี่จึงเต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้แบบวินเทจตามความชอบของเจ้าของร้าน ด้านนอกร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ ส่วนด้านในตกแต่งได้อย่างน่ามอง ไม่ว่าจะเป็นโทนสีที่ใช้ ภาพถ่ายบนผนัง โคมไฟ ชุดน้ำชา รวมถึงดอกไม้สวยๆ มองมุมไหนก็มีชีวิตชีวา           เริ่มต้นมื้อนี้ด้วย Greek Salad กรีกสลัดที่กินแล้วได้ความสดชื่นจากมะเขือเทศ มะกอกดำ พริกหวาน หอม แตงกวา และเฟต้าชีส ราดด้วยเดรซซิงรสชาติเปรี้ยวหวาน     ตามด้วย Spaghetti Seafood สปาเกตตีซีฟู้ก ใส่ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ และหอยแมลงภู่ ผัดกับกระเทียมและพริกแห้ง กลิ่นหอมและรสชาติจัดจ้าน อีกเมนูห้ามพลาด Roasted Chicken ไก่ส่วนสะโพกที่นำไปซูวีดก่อนแล้วนำมาอบอีกครั้ง เสิร์ฟพร้อมมันบดทำเองเนื้อเนียน ซอสเกรวี่ และสลัดผัก       อิ่มคาวแล้วต่อด้วยของหวาน Caramel Apple (เมนูนี้ไม่มีในสมุดเมนู) แอปเปิลเขียวทั้งลูกเคลือบด้วยคาราเมล โรยด้วยอัลมอนด์สไลซ์ ได้ทั้งความกรอบและรสเปรี้ยวสดชื่นของแอปเปิล ตัดด้วยรสหวานจากคาราเมลที่เคลือบอยู่ด้านนอก     Fruit Tart  ทาร์ตผลไม้ 6 ชิ้นเสิร์ฟอย่างน่ารัก ทั้งส้ม พีช และสตรอว์เบอร์รี่ ไปด้วยกันได้ดีกับครีมคัสตาร์ตรสนุ่มนวลหวานน้อยที่ทางร้านทำเอง แล้วปิดท้ายด้วย Panna Cotta โดดเด่นด้วยซอสเบอร์รี่โฮมเมดรสเปรี้ยวอมหวานและผลสตรอว์เบอร์รี่สดที่ทำให้เมนูนี้น่ากินเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว    

ไม่เพียงเป็นที่พักที่พร้อมให้เรา “หลับสบาย” อย่างแท้จริงเท่านั้น แต่ “OZO North Pattaya” โรงแรมน้องใหม่บนถนนเลียบชายหาดพัทยายังตอบโจทย์สายกินอย่างเต็มอิ่ม เพราะที่นี่มีEat Restaurant” ห้องอาหารคอนเซ็ปต์ All Day Dining พื้นที่กว้างขวางนั่งสบายที่พร้อมให้เราอร่อยกับหลากหลายเมนูเด็ดกันได้ทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น           ที่นี่พร้อมเสิร์ฟเมนูอร่อยทั้งไทย อาเซียน และนานาชาติ ฝีมือเชฟมากประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเมนูเบาๆ อาทิ Prawn & Mango ยํามะม่วงสุกใส่กุ้ง รสเปรี้ยวหวานสดชื่น และ Chicken Satay ไก่สะเต๊ะกินเพลิน รวมทั้งเมนูจานหลักอย่าง Beef Massaman มัสมั่นเนื้อวัวรสกลมกล่อม         ส่วนใครมองหาเมนูอาหารจานเดียว เราแนะนำ Prawn Padthai ผัดไทยกุ้งสดเส้นเหนียวนุ่ม ผัดเสิร์ฟร้อนๆ จานใหญ่จัดเต็ม อย่าลืมเก็บท้องไว้ชิม Mango Sticky Rice ข้าวเหนียวมะม่วงสูตรเด็ด และ Red Velvet Tiramisu เค้กเรดเวลเวต ด้านบนเป็นทิรามิสุหอมหวาน         และหากช่วงเย็นใครอยากมานั่งชิลๆ โซนด้านนอกของห้องอาหารยังเป็นบาร์ริมสระว่ายน้ำที่มีทั้งคอกเทล มอกเทล และเครื่องดื่มหลากหลายให้จิบเคล้าเมนูกินเล่นอย่าง Bruschetta ขนมปังปิ้งหน้าชีสบรูสเกตตา Buffalo Chicken Wings ปีกไก่ย่างหมักซอสบาร์บีคิวรสเข้มข้น และ Mango Tango Salad สลัดมะม่วงมาพร้อมกุ้งสดตัวโต           แต่ถ้ายังไม่อิ่ม เราแนะนำ OZO Cajun ซิกเนเจอร์เบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ยักษ์ที่ให้เราเลือกได้เนื้อวัว หมู ไก่ และมังสวิรัติ เรียกว่าอิ่มประทับใจไปตลอดคืนกันเลยทีเดียว  

ณ ชั้น 6 ของห้างสรรพสินค้าใหญ่ยักษ์อย่าง ICONSIAM มีร้านที่ชื่อว่า “HOBS” เป็นบาร์วิวดี ที่มีโลเคชั่นติดอยู่กับร้าน Fallabella River Front ให้คุณได้สัมผัสลมเย็นๆ ที่มากระทบใบหน้า ช่วยผ่อนคลายความร้อนและความอบอ้าว มองไปเบื้องหน้าจะเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาผืนกว้าง ตึกสูงน้อยใหญ่ที่ทำให้เมืองกรุงฯ กลายเป็นป่าคอนกรีต ถึงแม้ว่าจะดูวุ่นวายแต่ก็งดงามอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน       นอกจากจะตกแต่งสถานที่ให้คุณดื่มด่ำกับวิวสวยๆ แล้ว ฮอบส์ยังให้คุณผ่อนคลายไปกับดนตรีสดแสนไพเราะ เคล้าอาหารโฮมเมดนานาชาติอันหลากหลาย ให้เหล่าฟู้ดดี้ได้ลิ้มลองและสร้างความประทับใจ โดยเฉพาะสายดื่มที่เพลินไปกับการจิบค็อกเทลรสเลิศ หรือเบียร์ประเภทต่างๆ ซึ่งขอบอกเลยว่ามีให้คุณเลือกได้อย่างละลานตา ใครกำลังมองหาที่แฮงเอาท์ก็เตรียมปักหมุดแล้วหาวันหยุดมานั่งสังสรรค์ที่นี่ได้เลย       เรียกน้ำย่อยด้วยอาหารเม็กซิกันอย่าง  Beef Nachos​ แผ่นข้าวโพดทอดกรุบกรอบ รสเค็มกลมกล่อม ด้านบนมีซอสเนื้อและชีสมอซซาเรลลาเยิ้มๆ จิ้มกับซอสซัลซ่ามะเขือเทศรสเปรี้ยวสดชื่น และซาวครีมหอมมัน     ตามด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Truffle Cheese Bomb เบอร์เกอร์ชิ้นบิ๊กเบิ้ม ขนมปังบันนุ่มๆ ประกบเนื้อทอดหอมฟุ้งสีเหลืองทองน่ากิน ที่ด้านในซ่อนชีสครีมมีเยิ้มๆ เอาไว้ กัดกินพร้อมกันสร้างความเซอร์ไพรส์ให้เราไม่น้อยเลย เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งทอด ข้าวโพดย่าง และมันบดเนื้อเนียน     Pork​ Knuckle หรืออีกชื่อที่คนไทยคุ้นหูกันว่า “ขาหมูเยอรมัน” ชิ้นโตๆ ทอดจนหอมกรุ่น หนังกร๊อบกรอบ เนื้อนุ่ม ราดน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวนิดเผ็ดหน่อย ตัดเลี่ยนด้วยผักดอง     ยังมี Sausage Platter ไส้กรอกเยอรมันสูตรลับฉบับของทางร้าน มีมาให้คุณได้เลือกอร่อยถึง 4 แบบ อาทิ ไส้กรอกเนื้อวัวผสมเนื้อหมู ไส้กรอกเนื้อหมูผสมไก่ ไส้กรอกเนื้อหมูล้วน และไส้กรอกเนื้อหมูผสมชีส กินพร้อมกับมันบดราดน้ำเกรวีรสเค็มละมุน สุดเข้ากัน     มาถึงจานขายดีอย่าง Mussels​ Leffe หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวอ้วน คลุกเคล้าไปกับซอสสูตรโฮมเมดที่ทำมาจากเบียร์ ให้กลิ่นหอมๆ และรสเปรี้ยวอมหวาน     จิบคู่กับม็อกเทลแก้วเด็ดดวงอย่าง Lost in the Forest รสชาติเปรี้ยวแกมหวานนี้ได้มาจากการผสมผสานระหว่างซอสสตรอว์เบอร์รี ซอสราสป์เบอร์รี น้ำแครนเบอร์รี และตะไคร้     Hidden Gem in the Garden จิบแล้วชื่นใจดี เสาวรส ชาหญ้าหวาน น้ำผึ้ง และใบเบซิล รวมกันเป็นรสชาติที่ลงตัว     ปีใหม่ใครยังไม่มีที่เค้าท์ดาวน์เราแนะนำที่นี่เลย

อยู่ดี ๆ ริมท่าเรือ ASIATIQUE The Riverfront  ก็มีเรือลำใหญ่มาจอดเทียบท่า “สิริมหรรณพ” คือชื่อของเรือลำนี้ที่มาพร้อมกับเสากระโดงขนาดใหญ่ 3 เสา โดดเด่นเป็นสง่า และดาดฟ้าเรือที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา คอยอ้าแขนต้อนรับนักเดินทางทุกคนให้ขึ้นมากินลมชมวิวท่ามกลางบรรยากาศสุดหรูหราและคลาสสิค       สิริมหรรณพ เป็นเรือที่มีต้นแบบมาจากเรือสำเภาสามเสาของราชนาวีไทย หรือ “เรือทูลกระหม่อม”  ซึ่งเป็นเรือพาณิชย์ที่นำสินค้าจากสยามไปค้าขายยังต่างประเทศในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีทั้งหมด 2 ชั้น ชั้นแรกคือดาดฟ้าเรือ (Upper deck) มีบาร์เครื่องดื่มพร้อมกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา มีห้องวีไอพี ชื่อว่า เดอะ บริดจ์ (The Bridge) ที่รองรับได้สูงสุด 6 ท่าน มาพร้อมกับประตูและบันไดลับลงไปสู่บาร์รัมที่ซุกซ่อนอยู่อยู่ใต้ท้องเรือลำนี้     ส่วนชั้นล่างนั้นอยู่ใต้ท้องเรือ (Lower Deck) ก็จะได้อีกบรรยากาศที่เงียบสงบ เป็นส่วนตัวด้วยห้อง Secret Cabins และตามฝาผนังยังเรียงรายไปด้ายภาพเก่าและหน้าจอสัมผัสบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของเรือลำนี้       สิริมหรรณพยังเป็นเสมือนไทม์แมชชีน เล่าย้อนเวลากลับไปเมื่อราว ๆ ร้อยกว่าปีที่แล้ว ถึงการค้าขายระหว่างสยามกับประเทศตะวันตกผ่านทางเรือ อาหารบนเรือลำนี้จึงมีคอนเซปต์ว่า East meets West สอดแทรกเรื่องราวการเดินทางของเหล่าลูกเรือ และแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการกินของผู้คนในแต่ละดินแดนที่เรือแล่นผ่าน       Smoky Eggplant ยำมะเขือยาวจานนี้หยิบจับเอาวัฒนธรรมการรมควันของชาวตะวันตกมาใช้กับมะเขือยาว เลยทำให้จานนี้มีทั้งกลิ่นอายไทยและเทศ บวกกับน้ำสลัดที่รสชาติจัดจ้านและความกรุบกรอบของหอมเจียวและกระเทียมเจียว ยิ่งทำให้รสชาติเข้ากันอย่างน่าประหลาดใจ     จานต่อมายังเป็นแนวสลัดเช่นกัน มีชื่อว่า Fresh Asian Baby Green แต่จะพิเศษกว่าสลัดทั่วไปเพราะใช้น้ำมะขามแทนมะนาว (ได้แรงบันดาลใจจากเหล่าลูกเรือสมัยก่อน ที่มักจะพกมะขามขึ้นเรือไปทดแทนการใช้มะนาวที่เน่าเสียง่าย) นำไปราดบนผักสลัดแนวตะวันตกและยังเสริมสมุนไพรไทยอย่างสะระแหน่ ผักชี และโหระพา ให้รสและกลิ่นที่สดชื่นแตกต่างจากสลัด     Slow-cooked Chicken Thigh เมนูนี้ประกอบไปด้วยเครื่องเทศที่สดใหม่เพราะเรือสิริมหรรณพเทียบท่าอยู่ไม่ไกลจากเจริญกรุงและเยาวราช ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายเครื่องเทศสำคัญของกรุงเทพมหานคร และยังหยิบจับผักดอง (Pickle) ที่เป็นอาหารตะวันตกมาตัดกับรสชาติของน้ำซอสถั่วลิสงรสชาติหวานมัน เข้ากับเนื้อไก่นุ่ม ๆ กินกับข้าวตังเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบ     หรือถ้าอยากได้เมนูเคี้ยวสนุกเคี้ยวได้เรื่อย ๆ ตกยกให้กับ Green Papaya Fries มะละกอชุบแป้งทอด มาพร้องซอสเบงกอล แน่นด้วยรสชาติผงกะหรี่สไตล์อินเดีย     Crunchy Fish Sliders เบอร์เกอร์นี้เลือกใช้ปลาคอดจากสแกนดิเนเวีย เพราะเนื้อปลาชนิดนี้หากนำไปแช่แข็งแล้วจะมีสัมผัสเหมือนฟองน้ำ เมนูนี้จึงยืนยันเรื่องความสดใหม่ของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี เมื่อนำไปชุบแป้งทอดแล้วก็จับคู่กับซอส Danish Remoulade ได้กลิ่นอายของผักดองสไตล์เดนมาร์ก     จบที่ Oyster หอยนางรมสด ๆ เหล่านี้คัดเลือกมาจากทุกแหล่งทั่วทุกมุมโลก เสิร์ฟมาพร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านสไตล์ไทยแท้ และ Pineapple Vinegar ที่ให้รสเปรี้ยวตัดกับรสของหอยนางรมได้ดี ได้อีกรสชาติที่แตกต่าง     เครื่องดื่มหลากหลายเมนูเป็นเสมือนจุดเด่นของเรือลำนี้ เมื่อไปยืนหน้าบาร์แล้วให้มองหากล่องไม้แล้วลองเปิดดู จะพบกับเมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลไม้เมืองร้อนทั้งหมด   ค็อกเทลแก้วแรกที่ได้รับความนิยมมาก ๆ คือ I am Farang  มีเบสของจินนำไปอินฟิวส์กับชาเอิร์ลเกรย์ จึงไม่ต้องแปลกใจที่แก้วนี้จะเสิร์ฟมาในกล่องชาลวดลายวิจิตร และแน่นอนว่าต้องมีส่วนผสมของน้ำฝรั่งอยู่ในแก้วนี้ด้วยให้สมกับชื่อ     Lychee  แก้วนี้ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กันเพราะดื่มง่าย ได้รสหวานอบเปรี้ยวของลิ้นจี่ ซีตรัส องุ่นเขียว เบสด้วยวอดก้า ได้รสชาติซ่าบซ่า     ราชินีแห่งผลไม้ก็มีให้ลิ้มลองเหมือนกันในแก้วที่มีชื่อว่า Rambutan  เบสด้วยวอดก้า รัม ผสมผสานกับรสชาติของเงาะ เชอร์รี่ และน้ำใบเตย แก้วนี้เลยมีความหวานละมุนดื่มง่าย     สำหรับค่ำคืนสุดพิเศษ ลองมาเยือนสิริมหรรณพสักครั้งเพื่อสัมผัสความหรูหราและกลิ่นอายของการเดินทาง ในราคาที่ไม่แพงอย่างที่คิด

  หากอยากได้โมเมนต์หวานๆ กับคนรู้ใจ หรือมุมแฮงก์เอาท์สนุกๆ กับกลุ่มเพื่อน แนะนำที่ Barracuda Rooftop Bar บนชั้น 18 ของโรงแรมอครา ย่านพญาไท รูฟทอปบาร์ที่แวะมาเอ็นจอยได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ แถมยิ่งดึกก็ยิ่งสวยด้วยแสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงที่ล้อมรอบและยวดยานบนท้องถนนที่เคลื่อนไหวสลับกับหยุดนิ่งในบางเวลา ภาพของเมืองหลวงที่มีทั้งสีสันและความวุ่นวาย แต่ก็ทำให้เราเพลิดเพลินจนไม่อาจละสายตาเลยล่ะ               ส่วนอาหารนำเสนอสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและนานาชาติ อาทิ Cold Cut Skewer เมนูเสียบไม้คล้ายบาร์บีคิวเก๋ๆ มีแฮมดองเค็มหลายแบบ สลับกับมะกอกดำ กินแกล้มกับขนมปังอิตาเลียนที่เหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์       ส่วนเมนูที่จับคู่กินกับเครื่องดื่มแล้วเข้ากันทุกชนิดยกให้ Tuna Tataki ทูน่าจี่กระทะให้สุกแค่ผิวนอก ส่วนด้านในอวดสีชมพูสวยชวนกิน เชฟหั่นชิ้นหนาให้เคี้ยวเต็มปากเต็มคำ ก่อนส่งเข้าปากอย่าลืมแตะซอสพอนสึรสเปรี้ยวจะชูรสชาติความอร่อยเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว       Seafood Mixed Grilled Herb Crusted ยกทะเลขึ้นโต๊ะให้กินแบบจุใจ มีทั้งกุ้งแม่น้ำ หอยเชลล์ฮอกไกโด หอยลาย แซลมอน หมึก ปูนิ่ม ทั้งหมดจี่พอสุก กินกับผักย่างและซอสสูตรลับ บีบเลมอนเพิ่มรสเปรี้ยวอีกนิด กระปรี้กระเปร่าได้ทั้งคืน       ส่วนค็อกเทลร้อนแรงที่ให้คะแนนแทบไม่ทันยกให้ Sri Sangria และ Barracuda Spritzer ทั้งสดชื่นและหอมหวาน หรือจะดื่มม็อกเทลก็มีให้เลือกหลายรสชาติ     เติมสีสันให้ชีวิตได้ทุกวันที่ “บาราคูด้า”

Goji Kitchen & Bar ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติ แห่งโรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค ประทับใจสายกิน (อย่างเรา) มากมาย ด้วยอาหารคุณภาพชั้นเลิศจากทั่วโลกที่ผ่านการรังสรรค์จาก เชฟอิทธิ นิตยาพร เชฟใหญ่แห่งโกจิคิทเช่นแอนด์บาร์ ผู้มีประสบการณ์ด้านการปรุงอาหารมานานกว่า 10 ปี มีทั้งอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น ตะวันตก อินเดีย แถมยังมีเมนูเด็ดจากทวีปเอเชีย และตะวันตก       ส่วน ซีฟู้ด ก็เป็นที่เลื่องลืออยู่ไม่น้อย ด้วยความสดใหม่ละลานตาราวกับขนทะเลขึ้นบก มีให้เลือกทั้งแบบย่าง และมุมอาหารทะเลสด อย่าลืมชีสคุณภาพ ขนมหวานก็มีให้เลือกหลากหลายไม่น้อยหน้าอาหารเช่นกัน และที่สำคัญทุกเมนูปรุงสดใหม่ด้วยวัตถุดิบออร์แกนิค ผ่านครัวเปิดที่โชว์ความพิถีพิถันของเชฟอย่างเต็มพิกัด เรียกได้ว่าทั้งเอ็นจอยไปกับการกิน และการนั่งมองเชฟทำงานไปอย่างเพลินๆ       บวกกับบรรยากาศสบายๆ กว้างขวาง ไม่แออัด ห้องอาหารแห่งนี้สามารถจุลูกค้าได้ถึง 200 กว่าที่นั่ง แต่หากใครต้องการต้องการจะจัดงานสังสรรค์ อาทิ ดินเนอร์กับคนรู้ใจ ปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง หรือรับประทานมื้ออร่อยกับครอบครัว โกจิคิทเช่นแอนด์บาร์ก็จัดให้ได้ เพราะเขามีโซนไพรเวทแยกต่างหากสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แถมมีวิวสวยๆ จากสวนเบญจสิริที่ทั้งร่มรื่นและรีแรกซ์มาให้นั่งชมอีกด้วย       อุ่นเครื่องกันกับ ติ่มซำ เต็มคำทุกชิ้น ที่มีทั้ง ขนมจีบกุ้ง เนื้อหวาน ขนมจีบปู เนื้อแน่น และ ไข่แดงแต้มหน้าหมู ที่รสชาติดีอย่าบอกใคร ตามด้วยเมนูซิกเนเจอร์ประจำห้องอาหารอย่าง ต้มยำกุ้ง กุ้งแชบ๊วยตัวโต อยู่ในน้ำต้มยำรสกลมกล่อม จัดจ้านกำลังดี บีบมะนาวซีกเล็กน้อย อร่อยครบรส       ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เป็นเมนูที่พลาดไม่ได้ มีทีเด็ดอยู่ที่น้ำซุป ทางโรงแรมใช้เนื้ออย่างดี เคี่ยวกับเครื่องสมุนไพรต่างๆ ที่ส่งกลิ่นหอม รสเค็มละมุน ซูดพร้อมเส้นเล็กเหนียวนุ่ม สุดเพลิน แต่อย่างลืมชิมเนื้อเปื่อย และลูกชิ้นที่อยู่ในชามด้วยล่ะ       ฟัวกราส์ ตับห่านคุณภาพเยี่ยมยอดจากประเทศฝรั่งเศส ย่างบนเตาร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมไปทั่วห้องอาหาร เนื้อสุกกำลังดี รสชาติครีมมี่ เข้ากันได้ดีกับซอสไวน์แดงรสหวานเค็ม สายเนื้อต้องนี้ สเต็กเนื้อ มีเดียม แรร์ นุ่มชุ่มฉ่ำ สุกกำลังพอเหมาะ กินคู่กับซอสไวน์ขาว รสครีมมี่ มันบดเนื้อเนียน และผักย่าง         ยังไม่อิ่มเดินไปสั่ง Lamb ขาแกะย่างหอมกรุ่น เนื้อมีเดียมสีชมพูสวยดูน่าหม่ำ ราดซอสไวน์แดงรสอร่อย เสิร์ฟพร้อมมันบด และผักย่างอีกเช่นเคย แม้จะต่อคิวยาวหน่อย แต่ก็ขาดจานนี้ไปไม่ได้เลย กุ้งเผา กุ้งแม่น้ำไซส์บิ๊กเบิ้ม เนื้อสดหวาน หอมฟุ้งจากเตาถ่าน กินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ แต่ถ้าใครชอบแบบสดๆ ขนทะเลขึ้นแบบสไตล์ On Ice อาทิ หอยนางรม ตัวใหญ่จุใจ ให้คุณเลือกฟิน 2 สไตล์ จะกินแบบบีบเลม่อนซีก ตามด้วยใบกระถินแบบดั้งเดิม หรือราดน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดก็แล้วแต่ กุ้ง หอยหวาน ปูอลาสก้า ก็มีนะ           แฟนคลับอาหารญี่ปุ่นต้องเลิฟ ซาชิมิ ที่มีให้คุณเลือกฟินอย่างเอ็นจอย ทั้ง แซลมอน ที่คุ้นเคย ปลาฮามาจิ และ ทูน่า จิ้มวาซาบิ รสเผ็ดซ่า ผสานไปกับโชยุรสเค็มกลมกล่อม ยังมี ซูชิ ต่างๆ ให้คุณเลือกลิ้มลองด้วยนะ ซูชิปลาไหล ก็ดี ซูชิแซลมอนโรล ก็โดน     ล้างปากไปกับเหล่าขนมหวานกันบ้าง มีมากมายจนชิมไม่หมด ทั้ง บ้าบิ่น หวานละมุน เค้กมะพร้าว เนื้อนุ่มฟู กรุ่นกลิ่นมะพร้าว บราวนี่ รสเข้ม ได้ใจสาวกช็อกโกแลต ทาร์ตเลมอน สดชื่น และ ทิรามิสุ ที่เรารัก ไม่ต้องกลัวเลี่ยนเพราะทุกเมนูของหวาน ห้องอาหารเขาทำไซส์มินิ ไว้ให้หม่ำได้เรื่อยๆ         ได้ใจสายกินมากๆ เลยร้านนี้

ย้อนเวลากลับไปสัมผัสกลิ่นอายของวัยรุ่นอเมริกันยุค 50 กับคาเฟ่สีสันสดใส “Queen’s Chula Café” โดดเด่นด้วยโทนสีฟ้าและแดงที่ใครเห็นเป็นต้องสะดุดตา แถมยังได้เพลิดเพลินไปกับดนตรีคลาสิกและมุมถ่ายรูปสุดเก๋ ตอบโจทย์เหล่าคาเฟ่ฮอปปิ้งเป็นที่สุด       ภายในร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดวินเทจตามแบบฉบับภาพยนตร์อเมริกันย้อนยุค โซฟาสีแดงสดตัดกับพื้นลายตารางหมากรุกสีขาวดำ ตามผนังมีป้ายสัญลักษณ์ตกแต่งอยู่ทั่วร้าน  ยิ่งเสริมความเท่ให้กับร้านเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว           เริ่มต้นที่เมนูอิ่มท้องอย่าง Big Queen รวมเซ็ตอาหารเช้าและของทอด 6 อย่างไว้ด้วยกัน ประกอบไปด้วย ไข่ดาวสุกกำลังดี2ฟอง ไก่ป๊อป นักเก็ต มินิค็อกเทล ฯลฯ เป็นอเมริกันฟาสต์ฟู้ดที่กินได้ 2-3 คนเลย       ต่อมา ข้าวหน้าเนื้อทอด ข้าวสวยร้อนๆ เสิร์ฟพร้อมเนื้อทอดกรอบ สูตรเฉพาะของทางร้าน กินง่าย อร่อยถูกปากคนรักเนื้อ       อีกเมนูที่พลาดไม่ได้ Queen’s shake จุดเด่นอยู่ที่การผสมน้ำแดงเฮลบลูบอยลงในมิลค์เชค ทำให้เหมือนได้กินน้ำแข็งใสผสมกับไอศกรีม ดื่มแล้วได้ความหวานละมุนของนมวานิลลา และความสดชื่นจากน้ำแดง       ปิดท้ายด้วย Queen’s sweet แพนเค้กหลากสีจัดเรียงมาเป็นชั้น ราดด้วยน้ำผึ้งแท้หอมๆ เสิรฟ์พร้อมไอศกรีม เป็นเมนูของหวานสุดน่ารัก สีสันสวยงามชวนลิ้มลอง  

ไม่ว่าจะเป็นแฟนละครหรือเป็นคนรักการกิน เราก็ไม่อยากให้พลาดความอร่อยฝีมือหนุ่มมากความสามารถ “เพชร - กรุณพล เทียนสุวรรณ” ที่ "On A Cloud Cafe" คาเฟ่กึ่งร้านอาหารน่านั่งแห่งซอยราษฎร์บูรณะ 4 ที่เขาทุ่มเทและปลุกปั้นด้วยตัวเอง     โดยคอนเซ็ปต์อาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มของที่นี่คือการแบ่งปันความชอบและความอร่อยของเพชรที่บอกเลยว่า ถึงหน้าตาจะดูธรรมดา ไม่หวือหวา แต่รับประกันความอร่อยแบบชิมแล้วเหมือนอยู่บนปุยเมฆในสวรรค์เลยทีเดียว ที่สำคัญบรรยากาศแสนเป็นกันเองและมิตรไมตรีจากเจ้าของร้านก็ยิ่งทำให้เราอยากแวะมาเยือนที่นี่บ่อยๆ อีกด้วย       ใครเป็นทาสของหวาน แต่ไม่ชอบกินหวานมากต้องโดนใจ เพราะสูตรเด็ดของเพชรคือ ลดความหวานลงครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงความอร่อยกลมกล่อมหอมมัน เราแนะนำเมนูซิกเนเจอร์ Young Coconut Cake เค้กมะพร้าวอ่อนสูตรเด็ด หอมหวานกำลังดี และ Dark Beer Cake เค้กเบียร์ดำเนื้อแน่นท็อปด้วยครีมชีสและสตรอว์เบอร์รี (ทั้งสองเมนูนี้แอบกระซิบว่าให้รีบสั่ง เพราะหมดเร็วมาก)       ส่วนสายชีสเค้กต้องลอง New York Cheesecake เนื้อชีสเค้กนุ่มนวลละมุนลิ้น ท็อปด้วยสตรอว์เบอร์รีสดรสเปรี้ยวนิดๆ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว     แต่หากอยากอิ่มแบบจัดเต็ม ที่นี่มีเมนูอาหารโฮมเมดแบบจานเดียวกินง่าย ไม่ว่าจะเป็นข้าวไข่ข้นกุ้งผัดพริกขี้หนู จานเด่นยอดนิยมที่ไม่ว่าใครมาก็ต้องสั่ง ข้าวผัดกิมจิ รสชาติไม่เหมือนใคร เพราะเพิ่มรสชาติจัดจ้านด้วยการใส่พริกขี้หนูและซอสพริกศรีราชา แถมยังเลือกได้ทั้งเนื้อและหมู       รวมทั้งสปาเกตตีหมึกดำ เมนูโปรดของเพชรที่คัดสรรหมึกดำมาอย่างดี อร่อยแบบไม่เลี่ยน เพราะจานนี้ใส่พริกเพิ่มรสชาติเช่นกัน เรียกว่าจะของหวานหรือของคาวก็อร่อยครบจบมื้อแบบประทับใจ  

อีกหนึ่งร้านอร่อยแห่งท่าเตียนที่อยู่ไม่ไกลริมน้ำเจ้าพระยาและมิวเซียมสยาม บรรยากาศกว้างขวางนั่งสบายอบอวลไปด้วยความเป็นกันเอง ที่สำคัญ “บ้านท่าเตียน คาเฟ่” (Baan ThaTien Café) ยังโดนใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ ด้วยรสชาติระดับมาตรฐานในราคาย่อมเยาเข้าถึงง่ายและพร้อมให้เรามาอร่อยกันได้ทุกวัน         จานเด่นพลาดไม่ได้ของบ้านท่าเตียน คาเฟ่ คือ Shrimp Pad Thai เส้นผัดไทยเหนียวนุ่มกำลังดี มาพร้อมกุ้งตัวโตเนื้อแน่น และ Chicken Green Curry แกงเขียวหวานไก่รสกลมกล่อมไม่เผ็ดมาก เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ แล้ว       นอกจากนี้เรายังอยากให้ลองเมนูขายดีอย่าง Stuffed Omelet ไข่ยัดไส้หมูสับผัดกับแครอต หอมหัวใหญ่ และมะเขือเทศ หวานเปรี้ยวเค็มครบรส และ Egg Bomb ไข่ระเบิดหรือไข่ดาวทรงเครื่องราดด้วยผัดหมูสับผัดกับแครอตและข้าวโพดอ่อน ที่เลือกได้ทั้งแบบเผ็ดและไม่เผ็ดสำหรับเด็กๆ       ส่วนใครอยากมานั่งจิบกาแฟเบาๆ เราแนะนำ Americano กาแฟดำร้อนรสเข้มที่ช่วยให้หายง่วงได้เป็นอย่างดี และ Iced Cappuccino คาปุชชิโนเย็นที่ใช้กาแฟแบบดับเบิลช็อต เพิ่มความละมุนด้วยครีมนมหอมมัน เรียกว่าโดนใจทั้งสายกินและคอกาแฟไปพร้อมกัน    

การเดินทางจากละแวกเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทราเพื่อเข้าเมืองไปรับประทานอาหารดี ๆ สักมื้อดูจะไม่ง่ายเท่าไร Palette Table จึงเกิดขึ้นในซอยโยธินพัฒนา ด้วยความต้องการให้คนที่อาศัยอยู่ชานเมืองได้รับประทานอาหารคุณภาพดี และมีราคาเป็นมิตรและไม่ต้องเดินทางไกล       นอกจากจะมีความสะดุดตาตั้งแต่ภายนอกแล้ว ภายในก็ดูอบอุ่นและสบายตาด้วยผนังสีเขียวเข้มประดับลวดลายภาพวาดของใบไม้และดอกไม้ในโทนสีเดียวกัน เข้ากับโครงเหล็กดิบ ๆ บนเพดานและโต๊ะไม้สีเข้ม ส่วนประตูและหน้าต่างกระจกบานใหญ่รอบร้านก็เป็นตัวช่วยชั้นดีที่ทำให้แสงส่องลอดเข้ามา ทำให้ร้านไม่ดูทึมทึบจนเกินไป และหากมองไปด้านนอกจากมองเห็นพื้นที่สีเขียวเล็ก ๆ สไตล์ British Cottage แต่นำเอาพืชพรรณไม้ท้องถิ่นมาใช้ได้อย่างน่าประทับใจ       เมนูอาหารของร้านมีให้เลือกทั้งเมนูตะวันตกและเมนูไทยแท้รสชาติถึงพริกถึงขิง เริ่มต้นด้วยเมนูทานเล่นเพื่อเรียกน้ำย่อยกันก่อนกับ  มันม่วงฟรายส์ เสิร์ฟพร้อมซอสทรัฟเฟิลกลิ่นหอม แต่ด้วยความหวานจากธรรมชาติที่มีอยู่แล้วในตัวมันม่วง ไม่ต้องจิ้มซอสก็อร่อยเพลินได้เหมือนกัน     ต่อด้วยเมนูเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ สลัดอะโวคาโด ชามโตมาพร้อมผักสดหลากสีและไข่ต้ม แถมยังได้สัมผัสกรุบ ๆ จากคีนัว ราดด้วยน้ำสลัดแอปเปิ้ลฮันนี่โฮมเมดได้รสเปรี้ยวอมหวาน     ซุปหัวหอม เป็นเมนูซุปที่ขึ้นชื่อของร้านด้วยกรรมวิธีทำสุดพิถีพิถัน ด้วยการนำหัวหอมไปผัดถึง 3 ครั้งให้ได้สีที่ถูกต้องตามตำรับของซุปหัวหอม และปรับรสชาติให้เข้าปากคนไทยมากขึ้น จึงได้รสหวานจากหัวหอมแทรกกับความเค็มที่แสนกลมกล่อม     Fettuccine Carbonara พาสตาเส้นเฟตตูชินีในซอสคาโบนาร่าสุดครีมมี่ มีความพิเศษเพราะใส่เห็ดทรัฟเฟิล จานนี้จึงมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนั้นยังมีเห็ดออรินจิและแชมปิญองมาเสริมความอร่อยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น     อีกไฮไลต์ของร้านคือสเต๊กที่บรรจงคัดสรรเนื้อมาอย่างดี นอกจากเนื้อวัวจากออสเตรเลียแล้ว สเต๊กหมูสันนอกติดกระดูก หรือ พอร์คชอป ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะทางร้านใช้เนื้อหมูดำนำมาหมักและนวดด้วยสูตรลับเฉพาะของร้าน ทำให้ย่างออกมาได้เนื้อหมูที่นุ่มลิ้น ติดมัน รับประทานคู่กับซอสเห็ด  อีกหนึ่งตัวชูโรงในจานนี้ต้องยกให้กับมันฝรั่งบด ที่มีเคล็ดลับคือนำมันฝรั่งไปต้มกับนมตั้งแต่ขั้นตอนแรกจึงทำให้นมแทรกซึมเข้าไปในเนื้อ ทำให้มีเนื้อเนียนนุ่มละมุนลิ้น     แต่ถ้าใครเป็นสายเนื้อวัวและอยากกินเมนูไทย ๆ ผัดกะเพราเนื้อสันในวัวออสเตรเลีย เป็นตัวเลือกที่ขอแนะนำ เพราะจานนี้จัดเต็มทั้งรสชาติของพริก กระเทียม ใบกะเพราะ เข้ากับเนื้อวัวจากออสเตรเลียนุ่ม ๆ อร่อยเพลินจนอยากจะขอข้าวสวยเพิ่มอีกจาน     อีกหนึ่งเมนูไทยที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดคือ ปลาช่อนผัดพริกขิง เนื้อปลาช่อนหั่นบาง ๆ นำไปทอดจนกรอบ จากนั้นนำมาผัดกับพริกขิง โรยหน้าด้วยใบมะกรูดและพริกแห้ง จานนี้จะกินกับข้าวสวยหรือกินเล่นก็ดีทั้งนั้น     นอกจากอาหารจะเด่นแล้ว เครื่องดื่มดับกระหายหลากหลายเมนูก็น่าสนใจ เช่น น้ำอัญชันมะนาว รสชาติออกเปรี้ยวชื่นใจ และ น้ำพีช ที่มีรสชาติหวานและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของลูกพีชนั่นเอง     ทั้งหมดล้วนเป็นอาหารที่แสนคุ้นหน้าคุ้นตา แต่อัดแน่นด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพคุ้มค่า คุ้มราคา เมื่อใส่ในจานสวย ๆ หลากสีสมชื่อร้าน Palette Table แล้ว ยิ่งช่วยให้อาหารตรงหน้าดูน่ากินขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

ไม่ว่าใครที่ขับรถผ่านไปมาบนถนนสุวินทวงศ์ ย่านหนองจอก ชานเมืองกรุงเทพฯ จะต้องมองเห็นอาคารหลังคาไม้ไผ่โดดเด่นอยู่ริมทางอย่างแน่นอน เพราะร้านแบมบูใหญ่นั้นใหญ่สมชื่อ       นอกจากโครงสร้างไม้ไผ่ทั้งหลังแล้ว เมื่อก้าวเข้ามาด้านในจะเห็นโครงสร้างสไปรัลสานจากหวายเป็นรูปปลากัดแหวกว่ายอยู่บนเพดานอย่างสง่างาม เข้าคู่กันดีกับซุ้มอาหารที่สานจากหวายโดยช่างฝีมือคนไทย มีโซนวีไอพีในห้องกระจกและโซนโอเพ่นแอร์ให้เลือกนั่งได้ตามใจชอบ แต่ถ้ามีสัตว์เลี้ยงมาด้วย ก็จะมีโซนด้านนอกสุดให้บริการ อยู่ติดกับสนามหญ้ากว้าง ๆ ให้พวกเขาได้วิ่งเล่น       แบมบูใหญ่ ให้บริการทั้งเมนูอาหารไทยทั้ง 4 ภาคและอาหารตะวันตกสุดหลากหลาย เริ่มต้นเบา ๆ กับ มอร์นิงฟาร์ม สลัด ที่ใช้ผักออร์แกนิกปลูกเอง ท็อปด้วยกุ้งและไก่ลวก ราดด้วยน้ำสลัดรสแซ่บแล้วเพิ่มความหอมมันด้วยมะพร้าวคั่ว     ต้มข่าปลาสลิดใบมะขามอ่อน เป็นอีกหนึ่งเมนูไฮไลต์ประจำร้านเพราะเป็นแกงไทยที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน น้ำแกงเข้มข้นด้วยกะทิอย่างดี มีรสเปรี้ยวจากใบมะขามอ่อน ได้ข้าวสวยร้อน ๆ สักจานจะยิ่งสมบูรณ์แบบ     ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ก็ไม่น้อยหน้าเมนูอื่น ๆ  เพราะครบรสด้วยเครื่องแกงทำเอง แล้วนำมาผัดกับน้ำมะพร้าว ปลาหมึก กุ้ง หอย และเนื้อมะพร้าวอ่อนจนรสกลมกล่อม เสิร์ฟมาในลูกมะพร้าวกลิ่นหอมยั่วยวน     มาลองอาหารเหนือกันบ้างกับ ลาบเหนือ หรือ ลาบหมูคั่ว ซึ่งใช้กรรมวิธีในการคั่วแห้งไม่ใช้น้ำมัน ปรุงรสจนเข้มข้นแล้วโรยหน้าด้วยไส้อ่อนทอดและสามชั้นทอด มาพร้อมเครื่องเคียงผักสดเพิ่มรสชาติให้อร่อยมากยิ่งขึ้น     ปิดท้ายด้วยเมนูตะวันตกฟิวชัน สปาเกตตีต้มยำทะเล ที่ได้ความกลมกล่อมของครีมซอสต้มยำ รสเปรี้ยว หวาน และเผ็ดมาเสริมให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น ยิ่งมาพร้อมกับซีฟู้ดแน่น ๆ ก็ยิ่งทำให้หยุดปากไม่ได้     อย่าลืมเผื่อพื้นที่กระเพาะอาหารให้กับของหวานที่ทางร้านทำเองเช่นกัน เค้กน่ากินมากมายอวดโฉมเรียงรายอยู่ในตู้โชว์ โดยมี เค้กมะพร้าว เป็นหนึ่งตัวเลือกยอดนิยม เพราะเนื้อนุ่มแถมยังสอดไส้ด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนแบบจัดเต็ม ด้านบนราดด้วยซอสครีมมะพร้าวสุดหอมหวาน     หรือจะจัดเต็มกับ Honey Toast ขนมปังอบเนยโฮมเมด กรอบนอกนุ่มในราดไซรัปจนชุ่มฉ่ำกินคู่กับผลไม้ตามฤดูกาล ไอศกรีม และวิปปิ้งครีม ก็น่าจะถูกใจสายของหวานไม่แพ้กัน     นอกจากอาหารจะโดดเด่นแล้ว เครื่องดื่มก็เด่นไม่แพ้กัน ด้วยม็อกเทลสไตล์เอเชีย แก้วแรกชื่อว่า Honey Rose เครื่องดื่มที่ผสมผสานระหว่างไซรัปกลิ่นกุหลาบ โซดา และน้ำผึ้งป่าที่จะให้ความหอมหวานแตกต่างจากน้ำผึ้งธรรมดา     อีกแก้วนั้นคือ Lamon Glass ออกแนวสมุนไพรเพราะมีส่วนผสมของน้ำตะไคร้ และได้ความเปรี้ยวอมหวานจากน้ำเลมอนและน้ำส้มสด ยกขึ้นมาจิบได้เรื่อย ๆ ไม่รู้เบื่อ  

บนถนนสาทรที่แสนจะเร่งรีบ มีร้านคาเฟ่สไตล์ Industrial Loft ที่เราอยากแนะนำให้คุณลองแวะไปจิบกาแฟดีๆ สักแก้วเติมพลังกันสักหน่อย Ground Coffee คาเฟ่ห้องกระจกใสโทนสีดำ เทา ที่เปี่ยมไปด้วยความดิบเท่ แต่กลับให้ความอบอุ่นผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ       การตกแต่งของร้านมาในคอนเซ็ปต์ บ้านพี่สาวและบ้านน้องชาย  โดยบ้านพี่สาวคือ The Yard Restaurant  ร้านอาหารบ้านเก่าโบราณอายุ 80 ปี ที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านน้องชาย คือ Ground Coffee ร้านกาแฟสไตล์ลอฟท์ ดิบเท่ ซึ่งมีสระน้ำและสวนคั่นระหว่างกลางทำให้เมื่อนั่งจิบกาแฟก็สามารถมองเห็นวิวสระน้ำและบ้านเก่าโบราณ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ชวนให้ผ่อนคลาย     เมนูแรกที่เราอยากแนะนำ RIP (Rest in Peach) แก้วนี้ได้ความหอมของเนื้อพีชสด รสขมของเอสเปรสโซ่ช็อตตัดกับความหวานของน้ำพีชเข้มข้น ออกมาเป็นรสชาติที่ลงตัว กลมกล่อม เป็นเมนูเครื่องดื่มเรียกความสดชื่นที่ตอบโจทย์คนรักพีช     ต่อด้วย Ground Toast ขนมปังโทสต์ที่ซ่อนไข่อยู่ด้านใน มาพร้อมแฮมและมอสซาเรลล่าชีส แค่กินคำแรกก็ฟินในความนุ่มของเนื้อขนมปังและกลิ่นหอมๆ ของซอสทรัฟเฟิล     อีกหนึ่งเมนูอาหารเช้าห้ามพลาด  Ground breakfast  ประกอบไปด้วย ขนมปังปิ้งหอมเนย เบคอนกรุบกรอบ ไข่ดาวสุกกำลังดี 2 ฟอง ไส้กรอกหมู และไส้กรอกหมูชีส รับรองว่าอิ่มอร่อยสบายท้องกันตั้งแต่เช้า     Hot Cappuccino หน้าตาน่ารัก ได้กลิ่นกาแฟหอมๆ และรสชาตินุ่มละมุนจากฟองนมด้านบน จุดเด่นของเมนูนี้หนีไม่พ้นทรงแก้วที่ดูไม่เป็นรูปร่าง แต่ตั้งใจให้เป็นเอกลักษณ์     ปิดท้ายด้วยของหวาน เอาใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ Brownie Cake โรยหน้าด้วยผงโกโก้และถั่วพิสตาชิโอ ด้านในเนื้อสัมผัสนุ่มเบา รสชาติช็อกโกแลตเข้มข้น มีความครีมมี่เล็กน้อย เหมาะเป็นของว่างยามบ่ายกินคู่กาแฟได้ดีเลย  

ณ เชอราตันหัวหิน รีสอร์ทแอนด์สปา รีสอร์ทริมทะเลชะอำ-หัวหิน ที่นอกจากจะหรูหรา บรรยากาศดีแล้วยังมีอาหารอร่อยๆ ให้สายฟู้ดดี้ได้ลิ้มลองกันอีกด้วย ใครผ่านไปย่านนั้นแต่ยังไม่มีที่ฝากท้องมื้อเที่ยง หรือดินเนอร์ G&C ขอแนะนำนี่เลยห้องอาหาร “ลูน่า ลาไนย์” ที่เขาเพิ่งพลิกโฉมใหม่ให้ไฉไลกว่าเคย จากเดิมที่เคยมีแต่พื้นที่โล่งกว้างรับวิวทะเลเต็มๆ อย่างเดียว ปัจจุบันมีแอเรียที่เป็นห้องอาหารและบาร์สุดชิลในห้องแอร์เย็นฉ่ำแล้ว       ก้าวเท้าเข้ามาคุณจะเจอกับบาร์ใหญ่สไตล์โมเดิร์ล เฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำทะเลที่ตั้งอยู่บนกระเบื้องสีทราย มีแสงสีเหลืองนวลจากโคมไฟฟิลธรรมชาติ  ผนังรอบๆ ร้านนั้นเป็นกระจกใส ที่สามารถเปิดออกไปเจอที่นั่งแสนสบาย เหมาะสำหรับใครอยากดื่มด่ำกับวิวทะเลเต็มตา มองท้องฟ้ากว้างใหญ่ หาดทรายขาว และน้ำทะเลสีครามแบบพาโนรามาจากระเบียงกระจกใส       ส่วนใครที่เลือกนั่งโซนเอ้าท์ดอร์ก็จะได้ผ่อนคลายไปกับกาเซโบ้ขนาดใหญ่ และเตียงอาบแดดที่บังความร้อนจากแสงอาทิตย์ด้วยร่มสีฟ้า สัมผัสลมทะเลเย็นๆ และสูดกลิ่นไอทะเลเบื้องหน้า ฉากหลังเป็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่สไตล์ลากูน สวยงามตระการตาไม่แพ้กัน พร้อมทั้งเพลิดเพลินไปกับอาหารไทยและตะวันตก ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่นสดใหม่ จนกลายมาเป็นเมนูซิกเนเจอร์เลื่องชื่อ อาทิ     ยำกุ้งฟู กุ้งเนื้อสดเด้ง สับให้เป็นชิ้นพอดีคำ ชุบแป้งแล้วนำไปทอดจนเป็นสีเหลืองทอง น่ากินเป็นที่สุด ราดด้วยน้ำยำรสชาติเปรี้ยว จัดจ้าน เผ็ดกำลังดี เหมาะมากที่จะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยในจานแรก     คนรักปลาท้องเลิฟ ปลาทรายทอดกระเทียมกรอบ ปลากรายเนื้อหวาน กรอบนอกนุ่มใน หอมกรุ่นกลิ่นกระเทียม รสเค็มกลมกล่อม ตัดด้วยซอสมะม่วงรสเปรี้ยวอมหวาน     คั่วสับปะรดทะเล ซีฟู้ดสดเด้ง ซดพร้อมน้ำแกงคั่วที่มีทั้ง รสเปรี้ยว หวาน เค็ม กินเพลิน เสิร์ฟมาในลูกสับปะรดสุดน่ารัก ต่อกันกับจานที่หลายคนโปรดปราน ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย ปูนิ่มผัดพร้อมกระเทียมพริกไทย รสเผ็ดร้อนพอเหมาะ หอมฟุ้งชวนน้ำลายสอ กินกับข้าวสวยสุดเข้ากัน       ผัดกะเพราเนื้อแก้มวัว แก้มวัวเนื้อนุ่ม สู้ฟันกินอร่อย เข้ากันได้ดีกับรสเผ็ดละมุนของพริก หอมกลิ่นใบกะเพรา และ ผัดไทยกุ้ง สาวเส้นเล็กเหนียวนุ่ม พร้อมเครื่องแน่นๆ ฟินไปกับกุ้งแม่น้ำเนื้อหวานตัวโต       หันไปชิมอาหารตะวันตกขึ้นชื่อของที่นี่กันบ้าง ซี่โครงแกะออสเตรเลียย่าง ก็น่าสนใจ ซี่โครงแกะคุณภาพ นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย คุ้กจนได้เนื้อนุ่มฉ่ำในไร้กลิ่นสาบ ราดซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน รสหวานหอม     สเต็กอกไก่ ก็เข้าที อกไก่เนื้อแน่น ย่างจนหอม กินคู่กับซอสสูตรเด็ดของทางร้าน มันฝรั่งทอด และผักลวกต่างๆ อาทิ หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี่ เบเบี้แครอท และดอกคะน้า     ของหวานเป็น Tiramisu & Vanilla Ice Cream ทีรามิสุเนื้อนุ่มชุ่มไปด้วยรสเข้มของกาแฟ ผสานกับความครีมมี่ของวิปครีมสุดละมุน เสิร์ฟพร้อมครัมเบิ้ลกรุบกรอบ ผลไม้สด และไอศกรีมวานิลลาโฮมเมด รสหวานสุดฟิน     อย่าลืมจิบค็อกเทลซิกเนเจอร์ด้วยนะ ที่นี่เขาอร่อยหลายตัวเลย

The Bridge Bistro & office space คาเฟ่และออฟฟิศสเปซ ย่านสายไหม ในตึก 4 ชั้น ที่คุณโม ธัญวรรณ เดชอมรธัญ และ คุณโอ๋ ไผทมาศ เดชอมรธัญ สองพี่น้องเจ้าของร้าน ออกแบบมาเพื่อสานฝันคนชอบภาพยนตร์ แฮรี่ พอตเตอร์ ภายในร้านเน้นโทนสีน้ำตาลเข้มสไตล์ British Classic ดูเรียบหรู ซ่อนความลึกลับผสานความเท่ห์ชวนให้ค้นหา เหมาะกับคนที่ชอบความสงบ อยากใช้เวลาในการรับประทานอาหาร นั่งทำงานและถ่ายภาพสวยๆ คู่กับร้านได้ทั้งวัน     บรรยากาศร้านเต็มไปด้วยของตกแต่งที่สะท้อนเรื่องราวของภาพยนตร์ชื่อดัง Harry Potter และของสะสมเก่าของครอบครัว ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ก็แฝงด้วยความคลาสสิค คล้ายหลุดเข้าไปอยู่อังกฤษยุคเก่าเลยล่ะ     เริ่มต้นเมนูแรกด้วย American breakfast เมนูน้องใหม่ล่าสุด ทำมาเพื่อตอบโจทย์คนอยากสั่งอาหารเช้ามากินได้ทั้งวัน ไส้กรอกโฮมเมด เนื้อแน่นเต็มคำ รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟมาพร้อมเบคอนกรุบกรอบ ไข่ดาว สลัดผัก และขนมปังกินคู่แยมบลูเบอร์รี่     จานต่อไป ข้าวแมวขโมย เมนูสุดน่ารักราคาเบาๆ เสิร์ฟมาด้วยข้าวมหาสารคามนุ่ม ปลาทูตัวใหญ่ไร้ก้าง ไข่ต้มสุกกำลังดี และเครื่องเคียงอื่นๆ แนะว่าก่อนกินให้บีบมะนาวลงบนข้าว รับรองว่าถูกใจคนชอบรสชาติจัดจ้าน     อีกเมนูกินเล่นน่าลอง ไส้กรอกอีสานมหาสารคาม ไส้กรอกสั่งทำพิเศษ ที่อัดแน่นด้วยเนื้อหมูล้วน หากินได้แค่ที่ร้านเท่านั้น รสชาติกลมกล่อม อร่อยเพลินๆ     มาถึงเมนูเครื่องดื่มสุดพิเศษที่เปิดตัวเดือนตุลาคมนี้ Midnight Forest ชาชั้นดีผสมผงช็อกโกแลตคัดพิเศษ เพิ่มวิปครีมและโรยด้วยทองคำเพิ่มความหรูหรา แก้วนี้ได้รสชาตินวลละมุน และกลิ่นหอมของช็อกโกแลต     ปิดท้ายด้วย Sleeping Beauty เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของชาคาโมมายด์ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แถมความสดชื่นจากสีสันสวยงามชวนลิ้มลองไม่น้อย