ร้านชาบูขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว จุดนัดพบของคนรักชาบูที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยมโนรมย่านพระราม 4 ร้านนี้นำเสนอบุฟเฟต์ชาบูผสมผสานสไตล์ญี่ปุ่นและไทยเข้าไว้ด้วยกัน จุดเด่นเรียกลูกค้าคือน้ำซุปดำรสชาติเข้มข้น เค็มนำหวานตาม ตามสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสูตรลับที่คุณทินวัฒน์ ชัยชูบุตร เจ้าของร้านคิดค้นทดลองทำชิมแล้วชิมอีกจนได้รสชาติที่ลงตัว       ต่อจากน้ำซุปต้องยกให้กับวัตถุดิบ ด้วยความที่หลงใหลในกลิ่นรสของชาบูเป็นทุนเดิม เจ้าของร้านจึงออกเดินทางตามหาวัตถุดิบชั้นดีจากแหล่งต่างๆ ตัวเองกินอย่างไร ลูกค้าต้องได้กินเหมือนกัน โดยเฉพาะวัตถุดิบหากินยากอย่างปลากะพงแดงอลาสก้า หรือคนญี่ปุ่นเรียกว่า Akauo คุณทินวัฒน์เล่าว่า “เนื้อปลากับชาบูคือเนื้อคู่ของความอร่อย เราอยากได้ปลาที่ลูกค้าลวกแล้วไม่ยุ่ยเละ เนื้อต้องแน่นเป็นชิ้นเหมือนปลาในข้าวต้มปลาจากร้านดังราคาแรงทั้งหลาย จนกระทั่งมาเจอปลากะพงแดงอลาสก้าความพิเศษของปลาชนิดนี้คือเป็นปลาธรรมชาติที่ไร้สารปนเปื้อน ลวกแล้วไม่ยุ่ย เนื้อแน่น เคี้ยวเต็มปากเต็มคำ ที่สำคัญไม่มีกลิ่นคาวชวนรำคาญ มีเพียงกลิ่นหอมๆ ชวนหิวเท่านั้น” ใครชอบกินปลาหรืออยากให้คนที่รักได้กินของดีมีประโยชน์จดไว้ในลิสต์ด่วน       นอกจากไฮไลต์อย่างปลากะพงแดงอลาสก้า ยังมีกุ้งอาร์เจนตินาตัวใหญ่ไซส์บิ๊กลวกทีเต็มหม้อ ต่อด้วยหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ปูม้า ท้องปลาแซลมอน ส่วนคนรักเนื้อยิ่งต้องบอกว่ามาถูกที่ เพราะนี่คือที่ชุมนุมของเนื้อชั้นดีที่คนรักเนื้อห้ามพลาด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ US Angus เนื้อ Ribeye Australia เนื้อโคขุนสันคอ เนื้อโคขุนริบอาย เบคอน สันนอกหมู สันคอ เบคอน แนะนำให้ลวกพอสะดุ้งแล้วจุ่มในน้ำจิ้ม ไม่ว่าจะเป็นน้ำจิ้มสุกี้ พอนสึ หรือน้ำจิ้มงาก่อนส่งปาก เคี้ยวอร่อย เพลินพุงเลยล่ะ           วัตถุดิบเลอค่า ราคาน่าจับต้อง คงต้องแวะมาบ่อยๆ แล้ว

ครอบครัวใหญ่ที่มีสมาชิกทุกวัยอะไรจะดีเท่านั่งล้อมวงรอบหม้อน้ำซุป คีบปลาสดลวกพอสุกแล้วส่งต่อให้กันอย่างสนุกสนาน นี่จึงเป็นที่มาของมิตรปลาจุ่ม ร้านอบอุ่นสไตล์ครอบครัวที่คุณณัฏฐ์ ไวศยานุวัฒน์ หุ้นส่วนร้านเล่าให้เราฟังว่า “ทุกครั้งที่ครอบครัวนัดรวมตัว เราจะรู้กันว่าได้เวลาของปลาจุ่มแล้วล่ะ”         จากเมนูสุดโปรดปรานสู่ร้านอาหารที่นำชื่อคุณตามิตรผู้เป็นที่รักของลูกหลานมาตั้งชื่อ ภายในตกแต่งให้เหมือนยกบ้านคุณตามาตั้งไว้กลางพื้นที่สีเขียวของดาดฟ้ามาร์เก็ตพาร์ค เปิดเพลงย้อนยุคเบาๆ ให้เข้ากับบรรยากาศ ส่วนวัตถุดิบไฮไลท์คือปลาเป็นๆ ที่ส่งตรงถึงร้านทุกเช้า ได้แก่ ปลาคัง ปลากระพง ปลาทับทิม ส่วนปลาสดตามฤดูกาลก็มีมาให้ลิ้มลองเป็นระยะ อาทิ ปลาเก๋า ปลาเต๋าเต้ย เป็นต้น       ไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นคาวเพราะล้างหมดจดและแล่สดเมื่อสั่ง เน้นความหนาให้ลวกสุกพอดีที่ 1 นาทีในน้ำเดือด ใครนึกสนุกอยากจับเวลาก็มีนาฬิกาทรายประจำการวางไว้ตามโต๊ะให้แล้ว     เมนูมีทั้งแบบเซ็ตและอะลาคาร์ต เซ็ตเมนูเด่น ได้แก่ เซตเลขมงคล ครบเครื่องถึงรสเหมาะกับกลุ่มใหญ่ที่ต้องการความหลากหลาย หรือเซตมิตรรักทับทิม+ชุดผัก+ไข่ ที่ครองอันดับขายดีไม่น้อยหน้า นอกจากเด่นที่เมนูปลาสดๆ ด้านเมนูหมูและเนื้อก็ทำคะแนนตีคู่มาแบบสูสี ส่วนอะลาคาร์ต แนะนำ ปลาคัง ปลากระพง ปลาทับทิม แล่เน้นๆ เรียงเต็มจาน       หรือจะสั่งจานเด็ดอื่นๆ ก็มีให้เลือกสั่งอีกเกือบ 100 รายการ รวมถึงของว่างห้ามพลาดอย่างไข่หอมเค็มที่อยากมอบคะแนนเต็มให้เลย           นอกจากเนื้อสัตว์และผักสดสิ่งที่ชูรสต้องยกให้น้ำสต๊อกปลาที่นำก้างและหัวปลามาทอดให้หอม แล้วเคี่ยวรวมกับสมุนไพรจนได้น้ำสต๊อกรสชาติกลมกล่อม ซึ่งเป็นที่มาของน้ำซุปรสเด็ด 4 ชนิด ได้แก่  ซุปใส (สมุนไพร) ซุปทมิฬ (น้ำดำปลาโอ) ซุปตามิตร (เต้าเจี้ยว) และซุปหม่าล่าที่ร้อนแรงจนต้องเป่าปาก เมื่อผนึกกำลังกับน้ำจิ้ม 3 สูตร ได้แก่ เต้าเจี้ยวตามิตร สุกี้อาเจ็ก และซีฟู้ดสูตรแม่ยาย     ใครมาฉุด เราก็ไม่หยุดคีบ!