งานนี้มีเรื่องให้สายหวานดีใจอีกแล้ว เพราะ Loaf – Lay” ร้านโดนัทโฮมเมดสุดปังแห่งโลกโซเชียล มาเปิดหน้าร้านแล้วที่ Emsphere (BTS พร้อมพงษ์) ตัวร้านโดดเด่นด้วยสีขาวสะอาดตามาในสไตล์วินเทจโคซี่ ที่ตกแต่งด้วยอุปกรณ์การทำโดนัทจากในครัวของ 2 พี่น้องเจ้าของร้านอย่าง คุณทะเลและคุณยาหยี นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกอย่างตุ๊กตาแมวน้ำสุดน่ารัก (มาสคอตของทางร้าน) และกระบอกน้ำพรีเมี่ยมน่าสะสมอีกด้วย ลิ้มลองโดนัทโฮมเมด ที่มาในคอนเซ็ปต์ “ความสุขของลูกค้าคือความพึงพอใจของเรา” เช่นเคย แน่นอนว่าโดนัททุกชิ้นรังสรรค์จากวัตถุดิบพรีเมี่ยมอย่าง แป้งปลอดสาร นมผงฮอกไกโดจากดินแดนอาทิตย์อุทัย แป้งโฮลวีทจากประเทศแคนาดา ฝักวานิลลาจากเกาะมาดากัสกา น้ำผึ้งป่าจากจังหวัดเชียงราย ไข่ไก่จากฟาร์มไก่อารมณ์ดี ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ปราศจากสารเร่งหรือสารเคมี นมสดจากบ้านภูฟาร์ม จังหวัดลพบุรี และใช้น้ำมันรำข้าวในการทอด ต้อนรับด้วยซิกเนเจอร์อย่าง Loaf – Lay Signature Donut โดนัทสูตรลับของทางร้าน ที่ให้สัมผัสนุ่มนิ่มฟินเกินพิกัด โรยหน้าบางๆ ด้วยน้ำตาลหัวไชเท้า จิ้มกับ Condended Milk นมข้นฮอกไกโดโฮมเมด หรือ Vanilla Custard วานิลลาคัสตาร์ดครีม ที่ทำจากวานิลลาชั้นดีแห่งเกาะมาดากัสกา กวนกับไข่แดงจากไก่อารมณ์ดี  และนมสดจากบ้านภูฟาร์ม ขาดไปไม่ได้เลยกับ Whole Wheat Amazake Donut โดนัทโฮลวีทแป้งนิ่มหนึบที่เราชอบ ได้รสหวานนุ่มนวลจากน้ำผึ้งป่าและน้ำตาลทรายแดง กินคู่กับ Heartmade Kuromitsu Condensed Milk นมข้นโฮมเมดรสหวานหอม ที่ทำมาจากน้ำตาลอ้อย และน้ำผึ้งป่าจากจังหวัดเชียงราย ตามด้วยเมนูน้องใหม่อย่าง Signature Macaron มาการองสูตรเฉพาะรสหวานได้ที่ มีให้เลือกถึง 4 รสชาติ ได้แก่ Honey Butter ได้ความครีมมีผสมความหวานฉ่ำจากซอสเนยน้ำผึ้ง Caramel Miso ชิ้นนี้ฟินมาก คาราเมลรสหวานตัดด้วยความเล็กพอดีจากซอสมิโซะ Yotsuba Milk Powder มาการองรสนมสัญชาติญี่ปุ่นรสหวาน แต่งหน้าด้วยกากเพชรหรูหรา นอกจากนั้นยังมีของหวาน Exclusive อย่าง ดาร์กช็อกโกแลต Loaf – Lay X Kan Vela คราฟต์ช็อกโกแลตที่ทำมาจากโกโก้คุณภาพในเมืองไทย การันตีด้วยรางวัล International Rising Star Award ปี 2021 จาก Academy of Chocolate ประเทศอังกฤษ แวะมาเร็วหน่อยไม่งั้นขนมหมดไม่รู้ด้วยนะ

หากคุณชื่นชอบ ‘ซอฟต์เสิร์ฟ’ เป็นชีวิตจิตใจละก็ อย่าลืมแวะไปลอง Yolé Thailand” ร้านซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ตสุดป็อปของชาวสเปนจากเกาะสิงคโปร์ ที่การันตีความอร่อยด้วยการเปิดสาขามาแล้วกว่า 70 แห่งทั่วโลก ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สเปน เกาะอีบีซา และล่าสุดก็ตรงดิ่งมาแลนด์ดิ้งที่เมืองไทย ณ CentralWorld (บริเวณชั้น 7) เป็นที่เรียบร้อย ตัวร้านสีขาวตัดกับสีเขียวอมฟ้าสะดุดตามาแต่ไกล   เอ็นจอยกับซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ตโฮมเมดรสครีมมี อมเปรี้ยวนิดๆ ที่ทำมาจากนมไทยชั้นดี ไม่เติมน้ำตาล ให้รสหวานธรรมชาติและแคลเลอรีต่ำ จับคู่กับท็อปปิ้งกว่า 20 ชนิด ได้แก่ผลไม้สด ธัญพืช และซอสโฮมเมดต่างๆ ป.ล. ซอสคุกกี้คาราเมลฟินมาก ส่วนใครที่เป็นสายวีแกนไม่ต้องน้อยใจไป เพราะ Yolé Thailand เขามีไอศกรีมซอร์ฟเสิร์ฟนมโอ๊ตสำหรับชาวมังสวิรัติโดยเฉพาะ เมนูแรกที่ลองต้องนี่เลย Cups ซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ตสไตล์โฮมเมดใส่ถ้วย รสหอมมันผสานความเปรี้ยวนิดๆ เข้าคู่กับท็อปปิ้งตามใจ ครั้งนี้เราเลือกซอสช็อกโกแลตฮาเซลนัทรสเข้มข้น ตัดด้วยรสเปรี้ยวอมหวานของสตรอว์เบอร์รีสด ตามมาติดๆ กับ Waffle Bowl วัฟเฟิลกรุบกรอบทำสดใหม่ร้อนๆ เข้ากันดีกับซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ตตัวดัง ที่ทำจากน้ำนมไทยคุณภาพ รสเปรี้ยวนิดๆ ชื่นใจ กินคู่ซอสคุกกี้คาราเมลรสหวานฉ่ำ หอมกลิ่นคาราเมลเต็มพิกัด และบลูเบอร์รีสดลูกโตๆ ปิดท้ายด้วย Bubble Waffle วัฟเฟิลฮ่องกงเนื้อนุ่มฟู ห่อซอฟต์เสิร์ฟโยเกิร์ตรสครีมมีพูนๆ ท็อปด้วยกีวีรสเปรี้ยวสดชื่น ราดซอสผลไม้โฮมเมดรสหวานอมเปรี้ยวลงไปอีกที พูดถึงแล้วอยากกินขึ้นมาเลย

The Spotted Pig ร้านอาหารฟิวชันเม็กซิกันเจ้าดังที่ล่าสุดได้ขยับขยายเปิดสาขาใหม่ มาพร้อมการเสิร์ฟแบบ Fast Food เพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง @EMSPHERE (ชั้น G) การขยายสาขาใหม่ในครั้งนี้ แน่นอนว่าต้องมาพร้อมกับอะไรใหม่ๆ ทางร้านจึงปรับเปลี่ยนคอนเซ็ปต์การเสิร์ฟ จากจานปกติแบบสาขาแรกกลายเป็นภาชนะอาหารแบบฟาสต์ฟู้ด แต่ยังคงความอร่อยไว้ด้วยวัตถุดิบคุณภาพ ที่ทำสดใหม่ทุกออเดอร์ และด้วยพื้นที่ที่จำกัด การดีไซน์ร้านจึงเป็นหัวใจหลักเพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมามองเห็นได้ง่าย โดยทางร้านเน้นใช้สีฉูดฉาดจากไฟนีออนและโทนสีส้มที่ตกแต่งอยู่ทั่วร้าน มีความทันสมัย แต่ยังโคซี่ด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้กับพนักพิงสีส้มสะดุดตา อย่าพลาด! Nacho Ground Beef แผ่นนาโชเสิร์ฟพร้อมสลัด ซาวร์ครีม พริกดอง และกัวกาโมเล กินกับเนื้อบดอร่อยทีเดียว ต่อด้วย Quesadilla แป้งสอดไส้ชีสและสลัดพริกหยวก เสิร์ฟในขนาด 10 นิ้ว กินกับซาวร์ครีมและสลัดมะเขือเทศ หอมกลิ่นเครื่องเทศ Rice Bowl ไรซ์โบว์ที่มีท็อปปิงให้เลือก 5 อย่าง เราลองเป็นหน้าไก่ เคียงมาด้วยถั่วดำ สลัดมะเขือเทศ ข้าวโพด ผักกาดหอม ชีส และซาวร์ครีม เพิ่มรสชาติด้วยซอสที่สามารถเลือกเองได้ 2 สไตล์ เราเลือกซอสออริจินอล และฮอตซอส Taco Asada ทาโก้ที่ใส่พริกหวาน หอมใหญ่ และเนื้อวัวย่างที่มีมันแทรก ทำให้เวลาเคี้ยวมีความหอมมันของเนื้อ อร่อยจนอยากให้ไปลองด้วยตัวเอง และ Burrito สามารถเลือกโปรตีนได้เช่นกัน ของเราเป็นบูร์ริโตเนื้อชิ้นเบ้อเริ่มเทิ่ม แป้งตอร์ติญาที่อัดแน่นไปด้วยเครื่องเคราแบบไม่หวง เสิร์ฟมาร้อนๆ ฟินไม่น้อย

เปิดตัวอย่างเป็นทางการให้คนรักเบเกอรีได้ชื่นใจสักที สำหรับ “Blue by Alain Ducasse Bakery Boutique” ร้านเบเกอรีสไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิมเครือ Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสมิชลินสตาร์เลื่องชื่อ ตั้งอยู่ชั้นบน G ในไอคอนสยาม ตัวร้านโดนเด่นด้วยโทนสีเบจสบายตาและสีส้มแซลมอนสดใส แต่งแต้มด้วยสีน้ำเงินสด ซึ่งเป็นสีซิกเนเจอร์ของทางร้าน ลิ้มลองขนมอบโฮมเมดที่ทำจากวัตถุดิบชั้นเลิศนำเข้าประเทศฝรั่งเศส อาทิ แป้ง เนย น้ำตาล ผลไม้ประจำฤดูกาล และช็อกโกแลตที่ส่งตรงมาจากกรุงปารีสแดนไกล ฝีมือเชฟคริสตอฟ กรีโล เชฟขนมหวานมากพรสวรรค์ ที่สั่งสมประสบการณ์การทำของหวานจากโรงแรมห้าดาวทั่วโลก เริ่มชิมจาก 75% AD Chocolate Hazelnut Brioche ขนมปังเนยสไตล์ฝรั่งเศสเนื้อนุ่มฟู เข้ากันดีกับช็อกโกแลตรสเข้มข้นนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ห้ามพลาด Sausage Roll แป้งขนมปังกรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเนย ห่อไส้กรอกสไตล์โฮมเมดรสเค็มกลมกล่อม คนรักขนมปังต้องลอง 48-Hour Fermented Sourdough ซาวโดวจ์สูตรเด็ดของทางร้าน ที่ทำจากยีสต์ธรรมชาติ 14 ปีของเชฟคริสตอฟ Classic Croissant ก็เข้าที ครัวซองต์โฮมเมดชิ้นอวบอ้วน กินคู่เนย หรือแยมผลไม้ ยิ่งฟินเข้าไปใหญ่ Almond Croissant หนึ่งในขนมอบซิกเนเจอร์ประจำร้าน ครัวซองต์ที่เรารัก สอดไส้ครีมอัลมอนด์รสหวานมันกำลังดี ท็อปด้วยอัลมอนด์กรุบกรอบ Pain au Chocolate ครัวซองต์ช็อกโกแลต ที่ถูกใจสายหวานหลายๆ คน ผิวนอกกรอบแต่ภายในยังคงนุ่มชุ่มฉ่ำ เคล้าซอสช็อกโกแลตรสกลมกล่อม นอกจากนี้ยังมี Strawberry Danish รสเปรี้ยวอมหวาน และ Panettone เมนูซิกเนเจอร์ของเชฟคริสตอฟอีกด้วย แวะไปชิมช็อกโกแลตเย็นก่อนกลับรับรองฟินเวอร์

เป็นหนึ่งในร้านเบเกอรี่เก่าแก่ของเมืองไทยไปแล้วจริงๆ สำหรับ “Paris Mikki” ร้านขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสของเชฟแครอล บุษบา ศิษย์เก่าคนเก่งจาก Le Cordon Bleu Paris ที่สะสมประสบการณ์การอบขนม ณ กรุงปารีสมานานกว่า 10 ปี ก่อนจะมาเปิดร้านของตนเองที่เมืองไทย แถมเธอยังเป็นเจ้าของรางวัล Best Pastry Chef 2017 ด้วย เพลิดเพลินกับเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสโฮมเมดต่างๆ เช่น ครัวซองต์ คาเนเล่ ทาร์ต สอดไส้ซอสผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งครึ้งนี้เราแวะมาที่สาขา Central Embassy ในส่วนของ Take Away บริเวณชั้น 2 ตัวร้านสีขาวโมเดิร์นสะดุดตามาแต่ไกล ชิ้นแรกเราลอง Madagascar Vanilla Custard ฐานล่างเป็นครัมเบิ้ลกรุบกรอบ ตักกินพร้อมคัสตาร์ดเนื้อนิ่มรสหวาน หอมกลิ่นน้ำตาลเบิร์นไฟเบาๆ ตามด้วย Chateau Raffle Apple พายแอปเปิ้ลสไตล์ฝรั่งเศส แป้งพายโฮมเมด สอดไส้ซอสแอปเปิ้ลสูตรเฉพาะรสหวานอมเปรี้ยว แถมมีเนื้อแอปเปิ้ลเคี้ยวเพลินมาให้ด้วย Croissant Vanilla ครัวซองต์กรอบนอกนุ่มในชิ้นโต ละมุนด้วยกลิ่นเนยสด เข้ากันดีกับครีมสดวานิลลารสหวานมันที่ทำมาจากฝักวานิลลาจากเกาะมาดากัสก้า สุดท้ายห้ามพลาด Croissant Strawberry & Cream แยมสตรอว์เบอร์รีโฮมเมดรสเปรี้ยวอมหวาน และครีมสด บวกกับเนื้อสัมผัสนุ่มๆ ของครัวซองต์โฮมเมด ยิ่งถูกใจสายหวาน

ถือเป็นการต่อยอดที่ประสบความสำเร็จมากจริงๆ สำหรับ “Nose Tea Thailand” ร้านชานมจมูกเขียวจากแบรนด์ Lively Nose ผลิตภัณฑ์ลอกสิวเสี้ยนชื่อดังของเมืองไทย เจ้าของคือคุณไผ่และคุณกฤษณ์ ที่หลงใหลชานมสไตล์ไต้หวันและจีนจากการไปท่องเที่ยวเสียจนอยากสร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง โดยเริ่มจากการคิดสูตรอร่อยกว่า 1 ปีจนได้รสชาติชานมที่ตนเองตามหา ความโดดเด่นของ Nose Tea Thailand อยู่ที่ชาผลไม้ โดยทางร้านจะใช้ผลไม้สดแถมยังตักเนื้อผลไม้ให้แบบล้นๆ จุใจสายหวานดีจริงๆ นอกจากนี้ยังมีดาวเด่นที่ลืมไม่ลงอย่าง ‘ครีมชีส’ โฮมเมดสูตรเด็ดของทางร้าน เนื้อเนียนนุ่มรสหอมมัน ผสมความเค็มนิดๆ จิบคู่กับชาตัวไหนก็ฟิน ครั้งนี้เรามาชิมที่สาขาสยามเซ็นเตอร์ แม้จะคนเยอะแค่ไหนแต่ใจก็สู้ไม่ถอย     แก้วแรกเราสั่ง Nose Tea Signature ชานมสไตล์ไต้หวันเกล็ดหิมะรสหวานมันพอดี ท็อปด้วยครีมชีสสูตรเฉพาะรสเค็มนัว เนื้อเนียนนุ่ม เพิ่มสัมผัสเคี้ยวสนุกด้วยไข่มุกเม็ดเล็กๆ ตามด้วย Mandarin Orange Green Tea ชาส้มแมนดารินรสเปรี้ยวอมหวานจิบแล้วชื่นใจ มีเนื้อส้มแมนดารินกินสนุกมาให้ด้วย เข้าคู่ครีมชีสตัวดังของทางร้าน และอีกเมนูที่ขายดี Lychee Earl Grey ชาเอิร์ลเกรย์รสนุ่มที่เราคุ้นเคย ผสานรสหวานฉ่ำของลิ้นจี่สดลูกโตๆ เพิ่มความมันนัวด้วยครีมชีสสไตล์โฮมเมด ก่อนจิบอย่าลืมแชะรูปลงโซเชียลนะ

ตะลอนเปิดสาขาจนสายหวานตามไปชิมไม่ทันกันเลยทีเดียวสำหรับ “MIXUE” ร้านไอศกรีมและชาชื่อดังจากเมืองจีน ที่ครั้งนี้บุกโลเคชั่นใหม่ที่บริเวณชั้น 7 ของ CentralWorld ตัวร้านโดดเด่นด้วยสีแดงสดใส และโลโก้ตุ๊กตาหิมะคิวท์ๆ สะดุดตา นอกจากไอศกรีมตัวดังแล้วยังมีชาหลายชนิดน่าลิ้มลองไม่แพ้กัน แถมราคายังน่ารัก ถูกใจวัยทีนส์สุดๆ ไม่สั่งไม่ได้เลยกับ Waffle Ice Cream หนึ่งในเมนูดาวเด่นประจำร้านไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟรสนมครีมมี หวานกำลังดี กินกับโคนวัฟเฟิลกรุบกรอบ ต่อด้วย Strawberry Sundae ได้รสหอมมันจากไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟรสนม เนื้อเนียนนุ่ม เข้ากันดีกับซอสสตรอว์เบอร์รีรสเปรี้ยวอมหวาน ปิดท้ายด้วย Original Milk Tea ชาสัญชาติจีน ผสมนมชั้นดีจนได้รสหอมมัน จิบแล้วชื่นใจ

ใครเป็นแฟนคลับสแมชเบอร์เกอร์ของ Smizzle Burger ร้านเบอร์เกอร์สุดป๊อปซอยสุขุมวิท 26 ตอนนี้ทางร้านเปิดสาขาใหม่แล้วที่ Open House ชั้น 6 เซ็นทรัลเอมบาสซี่ จุดเด่นของเบอร์เกอร์ร้านนี้คือการกดเนื้อให้แบนราบไปกับกระทะที่ร้อนจัด แล้วรีดขอบเนื้อให้บางกรอบ เนื้อจะมีความเกรียมเป็นสีน้ำตาลเข้ม ช่วยดึงรสชาติให้เข้มข้นขึ้น ส่วนด้านในยังมีความฉ่ำ สั่งได้ทั้งหมด 9 เมนูที่ต่างกันทั้งผักและซอส (ใครไม่กินเนื้อเลือกเป็นหมูได้) เริ่มด้วย Uncle Sam เมนูขายดีที่สุดของทางร้าน เป็นชีสเบอร์เกอร์แบบดั้งเดิมที่อร่อยและกินง่าย ต่อ ด้วย Crusty Blondy เบอร์เกอร์ชีสกรอบหน้าตาเย้ายวนใจ ทางร้านนำเชดดาร์ชีสไปทอดจนกรอบเป็นแผ่นใหญ่ แล้วโปะลงบนเนื้ออีกที กินคู่กับซอสศรีราชามาโยเข้ากัน และพลาดไม่ได้กับ The Oklahoma นำซิกเนเจอร์เบอร์เกอร์เมืองโอคลาโฮมาของอเมริกามาทำในสไตล์ Smizzle ใช้หอมใหญ่สไลซ์บางโปะลงไปบนเนื้อแล้วบี้พร้อมกันบนกระทะ เพิ่มรสหวานตามธรรมชาติให้กับตัวเนื้อ จับคู่ซอส Garlic & Onion ช่วยเสริมรสกัน นอกจากเบอร์เกอร์แล้วยังมี Side Dish อย่าง Messy Fries เฟรนช์ฟรายส์ทอด ราดด้วยชีส ซอสซิกเนเจอร์ของทางร้าน โรยด้วยเบคอนทอดกรอบ ตบท้ายด้วย Milk Shake รสหอมหวานนุ่มนวลจากไอศกรีมที่ร้านบอกว่าใส่แบบจัดเต็ม

ช่างเป็นการพบกันที่ชวนให้หัวใจพองโต เมื่อ Sretsis Parlour ห้องน้ำชาสุดแฟนตาซีของ Sretsis แบรนด์เสื้อผ้าคาแรกเตอร์โดดเด่นของ 3 สาวพี่น้อง คุณอิ๊บ คุณเอ๋ย คุณแอ้ ชวน After You Dessert Café ร้านขนมหวานร้านโปรดของหลายคนเนรมิตพื้นที่บนชั้น 2 เซ็นทรัล เอ็มบาสซีให้กลายเป็น Sretsis Parlour Pop-up ป๊อปอัพคาเฟ่ในสวนจำลองบรรยากาศรื่นรมย์ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายพิมพ์ Sretsis Labyrinth โดยมีคุณ LUDO สัตว์ในจินตนาการยืนรอต้อนรับทุกคนอยู่ เมนูที่เสิร์ฟที่นี่จึงเป็นเมนูคลาสสิกของ After You ที่เพิ่มความแฟนตาซีด้วยการแตกแต่ง รวมถึงเสิร์ฟในแก้ว ถ้วย จาน ลายสวยจากสเรทซิส เทเบิล ได้แรงบันดาลใจมาจากลายพิมพ์ไอคอนิก Sretsis Labyrinthรวมถึงเมนูสุดพิเศษที่มีเฉพาะที่นี่เท่านั้น อาทิ LUDO CHOCOLATE CHIP COOKIE ช็อคโกแลตชิปคุกกี้ของ After You ราดด้วยช็อกโกแลตซอสแล้วตกแต่งด้วยไวต์ช็อกโกแลตให้เป็นหน้าของคุณ LUDO (ที่น่าเอ็นดูจนไม่กล้าตัก) Caramel Custard คัสตาร์ดเนื้อนุ่มเด้ง ราดด้วยซอสคาราเมลหอมหวาน เสิร์ฟบนจานลายสวยที่เพิ่มความรื่นรมย์ได้เป็นอย่างดี KENNY BISCOFF PARFAIT ไอศกรีมพาเฟต์รสนวลเนียนหอมหวาน ท็อปด้วย Lotus Biscoff บิสกิต แล้วประดับด้วยคัตเอาต์คาแรกเตอร์จาก Sretsis รวมถึง ZEN MOUSSE CAKE เค้กช็อคโกแลตลาวาสุดเข้มข้นที่สายหวานห้ามพลาด ก่อนกลับอย่าลืมชอปปิงของตกแต่งบ้านคอลเลคชั่นใหม่ของ Sretsis Parlour ที่มาโทนสีเขียวมอสกรีนซึ่งยังไม่เคยมีมาก่อน ทั้งแก้วน้ำ ถ้วยชามเซรามิก ติดไม้ติดมือไปด้วยนะ

สุดสัปดาห์นี้ใครมีแพลนแวะไปเดินเล่นที่ Harajuku Thailand ย่านสุวินทวงศ์ อย่าพลาดเซมเบ้ปลาหมึกแผ่นโตๆ ที่ Gusto Senbei Halal ร้านเซมเบ้ (ข้าวเกรียบแผ่นใหญ่สไตล์ญี่ปุ่น) ที่เข้ากับบรรยากาศของ Harajuku Thailand อย่างที่สุด แป้งของที่ร้านมีให้เลือก 2 แบบทั้งแป้งออริจินัลรสชาติกลมกล่อม และแป้งบาร์บีคิวที่เพิ่มรสเผ็ดเล็กๆ ให้เรากินได้สนุกขึ้น อีกทั้งยังเป็นเซมเบ้แบบฮาลาลอีกด้วยนะ มาถึงที่ร้านทั้งทีต้องลองเมนูสุดป๊อปอย่างเซมเบ้ปลาหมึกแป้ง BBQ ที่เราเพลินกับขั้นตอนการทำมากๆ เริ่มจากวนแป้งให้เป็นแผ่นบางๆ บนเตาที่สั่งทำพิเศษ จากนั้นวางปลาหมึกสายไซส์ใหญ่ทั้งตัวลงตัวลงไป แล้วบีบอัดด้วยความร้อนประมาณ 4 นาที เราก็จะกินได้เซมเบ้แผ่นใหญ่ (กว่าหน้าเรา) ที่ทั้งกรอบ บางและหอมยั่วน้ำลาย นอกจากนี้ยังมีเซมเบ้ปูนิ่มแป้งออริจินัลที่ตัวแป้งหอมจากดาชิ หรือใครชอบ 2 รสในแผ่นเดียวก็สั่งเซมเบ้โนริ+ไก่หยองรสหวานๆ เค็มๆ เข้ากันดี รวมถึงเซมเบ้เนื้อแองกัสสำหรับคนที่ชอบกินเนื้อเป็นพิเศษก็มีให้ลองที่นี่ ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มแบบชงสดอัดกระป๋องรสซาบซ่าอย่าง Blue Hawaii Soda และ Honey Lemon Soda ช่วยคลายร้อนยามบ่ายได้ดีทีเดียว

เป็นไปตามคาดกับร้านอาหาร-คาเฟ่ Café Wolseley Bangkok ร้านอาหารอันเก่าแก่ เสิร์ฟความอร่อยในสไตล์บริติชมาส่งตรงจากกรุงลอนดอนเปิดในรูปแบบ Pop Up ที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เพียงแค่ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา แฟนๆ คาเฟ่ โวลส์ลีย์ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมากจนต้องขยายช่วงเวลาแห่งความสุขไปจนถึงสิ้นปี 2566  สำหรับเมนูสเปเชียลในครั้งนี้ เชฟได้เลือกเมนูยอดนิยมจาก The Wolseley London ที่มีให้เลือก 3 คอร์ส ในราคา 1,800++ บาท และ 4 คอร์ส ในราคา 2,400++ บาท เพื่อเฉลิมฉลองผลตอบรับจากแฟนๆ ในครั้งนี้โดยเฉพาะ พร้อมเสิร์ฟให้ชิมกันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น  เริ่มกันตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยอย่าง Petite Crème Dubarry Soup ซุปดอกกะหล่ำรสชาติเข้มข้นผสมกับเฮเซลนัท กลิ่นหอมนวล เนื้อสัมผัสครีมมี  ต่อมาเป็น Starter มีให้เลือกทั้ง Salmon Gravlax ปลาแซลมอนจากประเทศนอร์เวย์ หมักกับผักชีลาวและเครื่องปรุง จนนุ่มเด้ง เสิร์ฟคู่กับครีมฮอสแรดิช (Horseradish Cream) หรือ Heritage Beetroot Tartare เนื้อบีตรูทย่างหั่นเต๋า คลุกกับเดรสซิงรสเปรี้ยวหวานสดชื่น เสิร์ฟมาพร้อมกับขนมปังบาแกตต์สไลซ์บางๆ เข้ากันอย่างลงตัว  ส่วนจานหลักที่ห้ามพลาด Pan-Seared king Scallops เนื้อหอยเชลล์ ย่างสุกเนื้อฉ่ำกำลังดี เสิร์ฟกับซอสเนยแชมเปญและมันบดเนื้อเนียน หรือ Croustade of Quails Eggs ไข่นกกระทาเสิร์ฟบนแป้งพายแผ่นบางกรอบกินคู่กับเห็ดดุกเซล ราดด้วยซอสฮอลลันเดสเนื้อครีมมี ส่วนจานนี้บอกเลยว่าอร่อยจนตาลุกวาว เอาใจมีตเลิฟเวอร์ Daube of Beef เนื้อแก้มวัวตุ๋นกับไวน์แดงรสชาติเข้มข้น เนื้อนุ่มละลายในปาก ชูรสชาติและกลิ่นเนื้อวัวออกมาได้เป็นอย่างดี และเมนู Wild Mushroom Pithivier เห็ดโมเรลผัดกับผักโขมและเห็ดทรัฟเฟิล รสชาติเข้มข้น เสิร์ฟอยู่ในแป้งพัฟ ทั้งกรอบและนุ่มครบอยู่ในคำเดียวกัน ปิดท้ายมื้อนี้ด้วยเมนูขนมหวานอย่าง Chocolate & Orange Truffle Torte ดาร์กช็อกโกแล็ตกานาชเค้กทอเท่ผิวส้ม รสเข้มข้น และที่พิเศษไปกว่าสาวกหนังเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ต้องคุ้นเคย กับ Treacle Tarte ทาร์ตเทรคเคิล ขนมแบบอังกฤษดั้งเดิม ท็อปด้วยครีมสด หนึ่งในขนมหวานสุดโปรดของแฮร์รี่ พอตเตอร์ เรียกได้ว่าจบมื้อกันแบบฟินๆ   ถึงแม้จะเปิดในรูปแบบของ Pop Up แต่บรรยากาศและรสชาติ  รับรองว่าเหมือนแบบออริจินัลที่อังกฤษอย่างแน่นอน

หลังจากสร้างความประทับใจให้เหล่าสาวกขนมปังต้องจดจำและกล่าวถึง WABI’s บ้านขนมปังโฮมเมดสไตล์ญี่ปุ่นย่านเอกมัย ก็พร้อมเสิร์ฟความหอมกรุ่นด้วยเมนูใหม่ Sourdough Cream Toast ภายใต้แบรนด์ About Toast by Wabi's ที่ปัจจุบันเปิดให้ลิ้มลองเฉพาะในงานอีเวนต์เท่านั้น จุดเด่นคือตัวขนมปังซาวโดวจ์จากยีสต์ธรรมชาติ ที่ทาเคลือบด้วยฮันนี่บัตเตอร์ ก่อนจะนำไปอบสดใหม่แบบชิ้นต่อชิ้นจนได้เนื้อสัมผัสกรอบนอกหนึบใน มีไส้ให้เลือกทั้งรสชาติคาวและหวานกว่า 20 ไส้ อาทิ Truffle Cream Toast (165.-) สอดไส้เห็ดแชมปิญองที่ผสานมากับครีมทรัฟเฟิลหอมกรุ่น เพิ่มความพิเศษด้วยแผ่นทองคำด้านบน ดูหรูหราน่ารับประทาน Corn Butter Cream Toast (140.-) หอมหวานมันด้วยครีมคัสตาร์ดข้าวโพดสุดนุ่มละมุน ท็อปด้วยข้าวโพดเบิร์นไฟ กินแล้วฟินสุดๆ อีกรสชาติคือ Mango Sticky Rice Toast (170.-) โทสต์ข้าวเหนียวมะม่วงแบบไทย เปรี้ยวหวานด้วยไส้ซอสมะม่วงทำเอง ด้านบนเป็นข้าวเหนียวมูนและลูกชุบรูปมะม่วง เข้ากับตัวโทสต์ได้ดี

ดับร้อนด้วยความน่ารักสดใสของไอศกรีมสีพาสเทลจาก Everyday Maeil ร้านไอศกรีมสไตล์เกาหลีเปิดใหม่ภายในสยามเซ็นเตอร์ ที่ตั้งใจนำเสนอไอศกรีม แบบ Gelash หรือ “เจลาโต” (GELATO) ผสม “สลัช” (SLUSH) ให้ทุกคนได้รู้จักและตามไปชิมเป็นเจ้าแรก โดยความโดดเด่นของไอศกรีม Gelash อยู่ที่เนื้อสัมผัสจะนุ่มละมุนแต่ยังคงมีเท็กเจอร์ของเกล็ดน้ำแข็งให้เราได้เคี้ยวเล็กน้อย สำหรับสาขาแรกเปิดตัวมาในรูปแบบป๊อปอัพสโตร์โทนสีม่วงและขาว ที่มีป้ายชื่อร้านชวนเตะตาด้วยคำว่า Maeil 매일 แปลว่าทุกวันในภาษาเกาหลี ซึ่งมาจากการที่เจ้าของร้านอยากให้ทุกคนได้มาชื่นใจกับไอศกรีม Everyday Maeil ได้ทุกวันแบบไม่รู้เบื่อ ทางร้านมาพร้อมกับไอศกรีม 4 รสผลไม้ทั้ง Bluberry สีม่วงสวยหอมหวานกลิ่นบลูเบอร์รีชัดเจน Apple Sugus รสชาติเปรี้ยวขึ้นมาเล็กน้อย ผสานกับความหวานนัวจากลูกอมซูกัส รส Banana Milk ที่ได้แรงบันดาลใจจากนมกล้วย เครื่องดื่มชื่อดังของเกาหลี และ Lychee Yogurt หอมกลิ่นลิ้นจี่ ได้รสเปรี้ยวหวานสดชื่นและความครีมมี่ของโยเกิร์ต ซึ่งเรายังสามารถเลือกเพิ่มท้อปปิ้งสุดน่ารักได้ตามความชอบอีกด้วย รีบตามไปคลายร้อนได้

เป็นกระแสในโลก Tik Tok ชนิดที่ว่าแรงไม่หยุดจริงๆ สำหรับ “ลุงเงินกาแฟหม้อดิน” ร้านกาแฟโบราณในตำนานจากเมืองเชียงใหม่ ที่เสิร์ฟความฟินมาตั้งแต่ปี 1968 จุดเด่นคือ กรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดมารุ่นสู่รุ่น อาทิ การคั่วเมล็ดกาแฟในหม้อดิน ตำด้วยครก และการชงเครื่องดื่มต่างๆ ด้วยน้ำใบเตย เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สายหวานคนไหนอยากลองให้ตรงดิ่งไปที่ไอคอนสยาม โซนสุขสยาม บริเวณชั้น G ได้เลย เมนูแรกที่ลองคือ กาแฟหม้อดิน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ ‘กาแฟโบราณ’ กาแฟสูตรเฉพาะจากทางร้าน ผสานกับน้ำต้มใบเตยหอมๆ และนมสดสูตรลับความอร่อยตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ต่อด้วย ชานมหม้อดิน เครื่องดื่มที่กำลังป็อปปูล่ามากมาย ชาไทยรสเข้มกำลังดี ผสมกับน้ำต้มใบเตย และนมสดสูตรเฉพาะ รวมแล้วเป็นรสหวานมันกลมกล่อมเข้าที นมอัญชัน เครื่องดื่มสีสวยน่าลิ้มลอง ที่เกิดจากการรวมตัวของน้ำอัญชันสีน้ำเงิน และนมสดเบลนด์เอง โกโก้ หนึ่งในเมนูขายดี ซอสโกโก้เหนียวๆ รสเข้มข้น ราดลงบนนมสดสูตรลับรสหวานมัน ปิดท้ายด้วย เฉาก๊วยนมสด ให้คุณฟินกับนมสดครีมมี และเฉาก๊วยโฮมเมดเนื้อเด้ง เพิ่มความหวานละมุนด้วยน้ำตาลทรายแดง นมชมพูกับชาเขียวก็น่าลอง

เป็นอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ของ Scene Bangkok Pâtisserie & Brasserie ที่ประสบความสำเร็จล้นหลามจริงๆ สำหรับ “Sus.Sus” ร้านขนมปังไส้ทะลักที่ร้อนแรงที่สุดในโลกโซเชียล ฟินกับโชกุปังโฮมเมดเนื้อฟูนุ่มชิ้นบิ๊กเบิ้ม สอดไส้เยิ้มๆ ที่มีให้คุณเลือกทั้งคาว-หวาน พร้อมเสิร์ฟแล้ววันนี้ทั้ง 5 สาขา แต่วันนี้เรามาชิมที่ Central World (บริเวณชั้น 7) นะ เมนูแรกเราเลือกเป็น รสเช็ดโด้ชีส โชกุปังโฮมเมดเนื้อนุ่มนิ่ม สอดไส้ชีสครีมมีที่หลายคนเลิฟ ท็อปด้วยครีมสดรสหวาน และเช็ดโดชีสมหาศาล รสโนมสุด ก็ขายดี โดดเด่นด้วยความหวานมันลงตัวจากครีมสดฮอกไกโด ไปด้วยกันได้ดีกับโชกุปังเนื้อนิ่มฟู ตามด้วย รสช็อคโครตแลต ที่สาวกช็อกโกแลตต้องร้องว้าว! โชกุปังชิ้นใหญ่หอมกลิ่นช็อกโกแลต ภายในเต็มไปด้วยซอสช็อกโกแลตเยิ้มๆ รสเข้มข้นหยาดเยิ้ม โรยหน้าด้วยผงโกโก้อีกที รสเนยสุด สำหรับสายหวานที่ชอบรสชาติคลาสสิก ได้รสหอมมันจากเนยสดแท้ ผสานความหวานเล็กๆ กินเท่าไหร่ก็ไม่มีเบื่อ รสสตรอว์เบอร์รีชีสสุดเค้ก เป็นการรวมตัวกันของครัมเบิ้ลกรุบกรอบ หอมกลิ่นเนย ครีมชีสรสหวานแซมเปรี้ยวเล็กๆ และซอสสตรอว์เบอร์รีโฮมเมด เครื่องดื่มเราสั่ง Hot Chocolate Drink ช็อกโกแลตร้อนรสหวานพอเหมาะ ด้านบนมีวิปครีมพูนๆ ถูกใจเด็กอ้วนเสียนี่กระไร

โด่งดังจากโลกไอจีมาสักพักแล้วก็ถึงเวลาที่ “Luscious Creamery” จะมีหน้าร้านให้แฟนคลับได้ตามไปชิมง่ายๆ ได้ทุกวัน ร้านไอศกรีมโฮมเมดเนื้อเนียน ที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปราศจากสารสังเคราะห์ต่างๆ ของคุณไอซ์-คุณเชอร์รี นักทำไอศกรีมมือใหม่ ที่เอาใจสวีตเลิฟเวอร์ผู้ชอบรสหวานน้อย แต่เลิฟความครีมมีอย่างเต็มพิกัด ใครอยากลิ้มลองปักหมุด ‘เซ็นทรัลเวิลด์เอาไว้เลย ร้านเขาตั้งอยู่บริเวณชั้น 6 นะ เริ่มต้นด้วย Where It All Begin ไอศกรีมรสแรกที่ทางร้านคิดค้น โดดเด่นด้วยรสชาติความหวานหอมของคาราเมล เข้ากันดีกับดาร์กช็อกโกแลตรสเข้ม เคี้ยวเพลินๆ ต่อด้วย Honest Vanilla หนึ่งในเมนูขายดี ไอศกรีมโฮมเมดที่ดึงดูดใจเราด้วยสีฟ้าอ่อน ได้รสครีมมีเต็มคำ หอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ตามด้วย All The Things I Love รวมรสชาติหวานมันของไวต์ช็อกโกแลตคุณภาพจากประเทศเบลเยี่ยม ผสานกับซอสราสป์เบอร์รีทำเองรสเปรี้ยวอมหวาน แถมเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบด้วยเวเฟอร์ดาร์กช็อกโกแลต รสเข้มกำลังดี Salted Milk Oreo ไอศกรีมรสนมซอล์ทเต็ด (นมผสมเกลือทะเล) ได้รสหอมมันมิ๊กซ์กับความเค็มนิดๆ เคล้าคุกกี้แอนด์ครีมที่เรารัก ยังมี Roasty Genmaicha ขวัญใจคนรักชาเขียวโดยเฉพาะ ไอศกรีมทำเองรสชาเขียวข้าวคั่วหอมฟุ้ง ได้รสเข้มนิดๆ ของชาเขียว ยังมีรสใหม่ๆ ให้ลิ้มลองเยอะแยะ

ฤดูร้อนแบบนี้ต้องไปเช็คอิน “Café Buongiorno” ร้านไอศกรีมเจลลาโตโฮมเมดสัญชาติอิตาเลียนของ คุณเพโรนี (Cavaliere Enzo Peroni) ผู้ส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมของประเทศอิตาลีให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจนเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นยศอัศวิน และรางวัล Order of the star of Italian Solidarity จากประธานาธิบดีของประเทศอิตาลี บัดนี้คุณเพโรนี ได้แทกทีมกับโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เสิร์ฟไอศกรีมเจลลาโตโฮมเมดสูตรเด็ดที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น อันโดดเด่นด้วยรสชาติที่หวานมันลงตัว เนื่องจากสัดส่วนของนมสดมากกว่าครีม ผ่านกระบวนการปั่นอย่างช้าๆ ให้เนื้อสัมผัสเนียนหนึบเป็นพิเศษ พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศเรียบง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราของ The Lobby Lounge เริ่มต้นด้วย รสทีรามิสุ รสขนมหวานคลาสสิกของชาวอิตาเลียน ฟินไปกับไอศกรีมเจลลาโตโฮมเมด ที่ครีเอทมาจากขนมเลดี้ฟิงเกอร์เนื้อชุ่มกาแฟชั้นดี เคล้ากับชีสมาสคาโปนครีมมี กินกี่คำก็ชื่นใจ ตามด้วย รสช็อกโกแลตเฮเซลนัต รสโปรดของใครหลายคน ได้รสเข้มข้นของช็อกโกแลตคุณภาพ ผสานกับความกรุบกรอบของถั่วฮาเซลนัต รสสตอร์วเบอร์รี ก็ดีงาม ทางร้านใช้เนื้อสตอร์วเบอร์รีเน้นๆ ปั่นรวมกับวิปครีมและนมสดอย่างดี ทำให้ได้รสเปรี้ยวอมหวาน และหอมมัน ชื่นใจ มาที่ รสวานิลลา กันบ้างดีกว่า ไอศกรีมเจลลาโตเนื้อเหนียวหนึบเล็กๆ ที่ทำมาจากฝักวานิลลาจากเกาะมาดากัสการ์ ให้รสหวานมัน และกลิ่นหอมเย้ายวนอย่างเต็มพิกัด เมนูนี้ก็น่าชิม รสมะม่วงมะพร้าว ไอศกรีมเจลลาโตทำเอง ที่ผสานรสหวานฉ่ำของมะม่วงสุก และรสหอมมันของกะทิมะพร้าวไว้ในหนึ่งเดียว รสเสาวรส ตัวนี้เป็นไอศกรีมซอร์เบต์ที่ปราศจากนมสด ได้รสเปรี้ยวผสมหวานของเสาวรสแสนสดชื่น ปิดท้ายด้วย ลาเต้ร้อน ที่เสิร์ฟมาพร้อม Biscotti ขนมปังกรอบสไตล์อิตาเลียน หนึ่งในซิกเนเจอร์ประจำร้าน ที่มีให้คุณเลือกชิม 2 รสด้วยกัน อาทิ รสดั้งเดิม และรสช็อกโกแล็ต ฟินจริงๆ นะสำหรับสายหวาน

“เจปัง” ร้านไอศกรีมย่างเนยโฮมเมดเจ้าดังแห่งย่านวังหลัง ที่โดดเด่นด้วยขนมปังหนานุ่มรสออริจินอล หรือชาโคล ย่างด้วยเนยสดโฮมเมดหอมๆ กินคู่กับไอศกรีมทำเอง ที่ทางร้านใช้อ้อยออร์แกนิกจากโครงการ ‘ตั้งตัวด้วยอ้อยคั้นน้ำ’ มาครีเอทเป็นไอศกรีมรสต่างๆ ทั้งรสกะทิ รสนมสด รสชาเขียว และรสช็อกโกแลต ให้คนรักของหวานได้เพลิดเพลิน ซึ่งครั้งนี้เรามีโอกาสมาชิมที่สาขา ‘เซ็นทรัลปิ่นเกล้า’ (ถูกใจชาวฝั่งธนฯ) ตั้งอยู่บริเวณชั้น G โซน Food Patio มาถึงแล้วสั่ง เนยสดกับชาเขียว ขนมปังเนื้อนุ่มชุ่มเนย กินพร้อมไอศกรีมสไตล์โฮมเมดรสชาเขียว เนื้อเนียนผสานกับความหนึบเล็กๆ รสหวานพอดี กลิ่นหอมฟุ้ง สาวกชาไทยต้องสั่ง เนยสดกับชาไทย ไอศกรีมชาไทยทำเองรสเข้มพอเหมาะ เข้าคู่กับขนมปังเนยสดที่ผิวนอกกรอบเล็กๆ แต่ภายในฉ่ำเนย ชาโคลกับนมสด หนึ่งในเมนูขายดีประจำร้าน ขนมปังเนื้อนุ่มฟูรสชาโคล ปิ้งเนยให้หอมกรุ่น เข้ากันดีกับความหอมมันนัวๆ ของไอศกรีมนมสดที่หลายคนโปรดปราน สุดท้ายเป็น ชาโคลกับช็อกโกแลต เอาใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ด้วยไอศกรีมช็อกโกแลตโฮมเมดรสเข้มผสานความหอมมัน กัดพร้อมขนมปังรสชาโคลชุ่มเนยสดโฮมเมด ก่อนกินอย่าลืมอัปรูปลงโซเชียลสักหน่อย

ยกให้เป็นหนึ่งในกระแสมาแรงของวงการไอศกรีม สำหรับ Moodaengs Amphawa ร้านไอศกรีมฟิวชันรสชาติแปลกใหม่จากอัมพวา ที่วันนี้มาเปิดสาขา 2 ภายในตลาดจ๊อดแฟร์ พระราม 9 จุดเด่นอยู่ที่การนำวัตถุดิบโลคอลจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย มาประยุกต์เป็นไอศกรีมรสคาวและหวาน ซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 10 รสชาติต่อวัน  อร่อยถูกปากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ       เริ่มด้วยรสชาติที่พลาดไม่ได้ ไอศกรีมมะม่วงน้ำปลาหวาน (99.-) น้ำปลาหวานเครื่องแน่นคัดเฉพาะกุ้งแห้งไซส์ใหญ่ โดยทางร้านเลือกใช้น้ำตาลดอกมะพร้าวเป็นส่วนผสมทำให้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ กินพร้อมกับไอศกรีมมะม่วงแก้วขมิ้นเชื่อม หวานเย็นชื่นใจ       ไอศกรีมปลาทูต้มหวาน (79.-) เป็นการนำวัตถุดิบขึ้นชื่อของตลาดน้ำอัมพวามาทำไอศกรีมเบสนม ผสมเนื้อปลาทูแม่กลองต้มหวานมาให้เคี้ยวเพลินๆ รสหวานเค็ม นัว       เติมความสดชื่นด้วย ไอศกรีมฝรั่งคลุกบ๊วย (69.-) โดยใช้เป็นฝรั่งกิมจูจากดำเนินสะดวก โรยด้วยผงบ๊วยสูตรของทางร้าน รสเปรี้ยวหวาน อีกตัว คือ ไอศกรีมกระท้อนพริกเกลือ (69.-) ทำจากกระท้อนหอมตามฤดูกาล สามารถเลือกจับคู่ได้ทั้งพริกเกลือและน้ำปลาหวาน       ในส่วนของรสหวานต้องยกให้ ไอศกรีมข้าวเหนียวหน้ากุ้ง (69.-) ไอศกรีมสีเหลืองนวลที่ทำจากซอสข้าวเหนียว หอมหวานมัน โรยด้วยกุ้งป่น หรือจะเลือกเป็น ไอศกรีมชานมไข่มุก (69.-)  เข้มข้มกลมกล่อมหอมกลิ่นชา กินพร้อมไข่มุกบุกหนึบหนับ  

ร้านนี้เดินผ่านเฉยๆ คงไม่ได้ เพราะไฮไลต์คือน้ำตาลโตนด เครื่องดื่มสุดโปรดปรานของเรา ที่ปกติจะวางขายริมทางแต่วันนี้มีคนรุ่นใหม่หยิบวัตถุดิบท้องถิ่นจากเพชรบุรีมาครีเอทเป็นเครื่องดื่มและขนมหวานสไตล์โมเดิร์นภายใต้ชื่อ DUU (ดุ๊...คำสร้อยภาษาถิ่นเพชรบุรี) ไม่เพียงยกระดับวัตถุดิบที่หลายคนมองข้ามมาเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าสนใจ ยังช่วยอุดหนุนเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มอีกด้วย       ความเก๋ของดุ๊คือทุกเมนูจะชูวัตถุดิบหลักอย่างน้ำตาลโตนดและลูกตาลเชื่อม อาศัยจุดขายที่เป็นสเน่ห์ของน้ำตาลโตนดคือรสหวานหอมละมุนลิ้น นำไปทำเมนูไหนก็ไม่ผิดหวัง ส่วนลูกตาลเชื่อมจะเชื่อมในน้ำตาลโตนด เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ รอจนน้ำตาลแทรกซึมเข้าไปในเนื้อลูกตาล จากนั้นนำมาเผาไฟเพื่อดึงกลิ่นและรสชาติจากน้ำตาลโตนดออกมาให้ได้มากที่สุด แล้วเสียบไม้คล้ายดังโงะของญี่ปุ่น ออนท็อปเก๋ๆ ให้เคี้ยวเล่นหนึบหนับ       เริ่มที่ ดุ๊ ซิกเนเจอร์ชื่อเดียวกับร้าน ใส่เครื่องทุกอย่างที่มีไม่ว่าจะเป็นโตนดเจลลี่ ลูกตาลเจลลี่ ลอดช่อง เม็ดแมงลัก ใส่นมสูตรพิเศษ หวานน้อยแต่เข้มข้นหอมมัน ด้านบนวางลูกตาลดังโงะที่กินแล้วว้าวมากตั้งแต่กัดคำแรก     สำหรับคนที่ชอบดื่มทั้งชาและกาแฟ ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะชาแฟตาลโตนด ตอบโจทย์มาก แก้วนี้ผสมชาเย็นกับกาแฟไทยเข้าด้วยกัน ใส่โตนดเจลลี่และลูกตาลเจลลี่ อร่อยไม่แพ้แก้วแรก       ส่วนขนมหวานลอง ทาร์ตลูกตาลโตนด เนื้อทาร์ตนุ่ม ชุ่มฉ่ำ รสชาติกลมกล่อมและหวานอ่อนๆ จากเนื้อลูกตาลที่ผสมในตัวทาร์ตและลูกตาลดังโงะด้านบน     พานนาคอตตาตาลโตนด พานนาคอตตาเนื้อเนียนละมุน หอมกลิ่นตาลโตนด ใส่เม็ดแมงลักเพิ่มเทกเจอร์กรุบๆ เวลาตักทานพร้อมกันทั้งเนื้อตาลโตนดและเม็ดแมงลัก อร่อยอย่าบอกใคร     ต่อด้วย 2 เมนูที่ควรสั่งมาคู่กัน พานนาคอตตาท้องฟ้า พานนาคอตตาชาไทยเนื้อละมุน เพิ่มรสสัมผัสด้วยลอดช่อง ด้านบนเป็นนมอัญชันที่ดูราวกับท้องฟ้า ไม่ลืมวางลูกตาลดังโงะให้เคี้ยวเล่น       พานนาคอตตาทะเล พานนาคอตตาอัญชันที่ดูเหมือนท้องทะเลเมืองเพชร เนื้อเนียนนุ่ม เพิ่มรสสัมผัสด้วยลอดช่อง ด้านบนเป็นชาไทยใส่นม และเนื้อตาลโตนด     ยกให้เป็นคู่ซี้ที่ควรมีไว้ติดตู้เย็นจริงๆ