ชาไข่มุก ดูจะเป็นเพื่อนคู่ใจใครหลาย ๆ คนแต่ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อสุขภาพเท่าไรนัก แต่ที่ชาบาร์ (Cha Bar) จะเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับคนที่หันมาใส่ใจสุขภาพแต่ยังลาขาดจากชาไข่มุกไม่ได้ จากสาขาแรกในซอยละลายทรัพย์ มาสู่อีกหลายสาขาทั่วกรุงเทพฯ ล่าสุดก็เพิ่งเปิดตัวที่เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ในย่านคลองเตย       ชาบาร์ เลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และหาได้ภายในประเทศไทย อย่างเช่น นม ที่เลือกใช้นมวัวจากโคราชแทนการใช้นมผง ช็อกโกแลตก็มาจากโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรี ส่วนน้ำตาลมะพร้าวก็มาจากอัมพวา เจลลี่ชาดำทำจากใบชาที่ปลูกในภาคเหนือ และที่เป็นไฮไลต์ประจำร้านก็คือ ไข่มุกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่เคี้ยวหนุบหนับชวนเพลิดเพลินได้ไม่แพ้ไข่มุกทั่วไป         เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านคือ Classic Milk Cha Riceberry Babo หรือ ชานมคลาสสิคไข่มุกไรซ์เบอร์รี่ ที่ให้พลังงานต่อแก้วเพียง 157 กิโลแคลอรี่เท่านั้น หรือจะลองลิ้มรสความเข้มข้นของช็อกโกแลตบ้านเรา Dark Chocolate Milk Cha หรือ ชานมดาร์คช็อกโกแลตก็น่าจะตอบโจทย์ แม้จะให้พลังงานมากกว่าแก้วแรกด้วยปริมาณ 273 กิโลแคลอรี่ก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำ ดื่มได้สบายใจ       แต่ถ้าไม่อยากดื่มนม Mixed Fruit Cha หรือ ชาผลไม้รวม ก็มอบความสดชื่นและรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ  จากผลไม้สดเต็มแก้ว แต่ที่น้อยคือพลังงาน ซึ่งมีเพียง 77 กิโลแคลอรี่เท่านั้น     นอกจากชาไข่มุก ยังมี เจลาโต้ เนื้อเหนียวหนึบ ที่ยังคงแนวคิดการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยไว้อย่างเหนียวแน่น และมีรสชาติแปลก ๆ ให้ลอง เช่น รสกะทิอบควันเทียน (122 กิโลแคลอรี่) เนื้อสีฟ้าจากดอกอัญชัน กินเข้าไปแล้วได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนอย่างชัดเจน หรือจะเป็นรส ขนมตาล (112 กิโลแคลอรี่) สีเหลืองนวล ที่ให้รสชาติราวกับกินขนมไทยโบราณอยู่จริงๆ     นอกจากนี้ยังมี รสคลาสสิคชานม (122 กิโลแคลอรี่) และรสดาร์กช็อกโกแลต (128 กิโลแคลอรี่) รสนมสด (183 กิโลแคลอรี่) รสรอยัลชาไทย (190 กิโลแคลอรี่) รสเต้าหู้วานิลลา (143 กิโลแคลอรี่) และซอร์เบต์ส้ม (47 กิโลแคลอรี่)     ขนมหวานที่แคลอรี่น้อยมันช่างดีต่อใจ (และสุขภาพ) จริง ๆ!

ใครเป็นแฟนชีสเค้ก สุดน่ารักน่ากินของ Sunny Flavour” ร้านดังแห่งโลกออนไลน์ ตอนนี้เขามีหน้าร้านสาขาแรกที่ตกแต่งได้น่ารักถูกใจสาวๆ สุดๆ ให้แวะมานั่งเล่นกันเพลินๆ ที่หน้าโครงการ Gump's Ari ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) แล้วนะ     แม้จะยังคงมีเมนูเดียวที่นำมาขายให้ชิมกันที่ร้านคือ Rare Cheesecake ชีสเค้กเย็นซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มสีเหลืองนวล หอมนมและครีมชีส หรือที่หลายคนเรียกว่า ชีสเค้กเจอร์รี (เจ้าหนูเจอร์รีในการ์ตูนเรื่อง Tom & Jerry) นั่นเอง     นอกจากแรร์ชีสเค้ก ที่ร้านยังเพิ่มเมนูเครื่องดื่มแสนสดชื่นอย่าง Pink Sunset พีชโซดาหอมหวาน และ Sunny Sunday สตรอว์เบอร์รีลิ้นจี่โซดาให้มานั่งจิบกันยามบ่ายอีกด้วย ส่วนใครสั่งเค้กผ่านทางออนไลน์แล้วสะดวกมาแถวอารีย์ก็สามารถแวะมารับที่ร้านนี้ได้เช่นกัน    

ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ลองขนมปังแสนอร่อยของร้าน X-CUZINE ถือว่าพลาดมาก วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวความน่ารักปนความอร่อยของขนมร้านนี้กัน     ‘X-CUZINE’ มาจากการเล่นคำของคำว่า ‘exclusive’ ที่ทางร้านบอกว่าชื่อนี้เสมือนเป็นของพิเศษ มาจากขนมที่มีรสชาติและหน้าตาสุดพิเศษนั่นเอง ก็เรียกว่าพิเศษจริงๆ แหละ เพราะเปิดมาได้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ โลกโซเชียลก็ต่างพากันพูดถึงเจ้าขนมแสนอร่อยนี้กันอย่างคึกคัก   แถมโลเคชั่นตอนนี้ยังเป็นป๊อบอัพที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ติดบีทีเอสจึงเดินทางสะดวก ส่วนช่วงนี้ที่คนไม่ออกจากบ้านก็สั่งได้โดยที่ค่าส่งไม่แพงมาก ซึ่งบรรยากาศภายในร้านก็จัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว ให้มีสวนเล็กๆ แถมกลายเป็นมุมถ่ายรูปและเม้าท์มอยนิดหน่อยระหว่างรอขนมได้ด้วย       ก่อนเป็น X-CUZINE เนื่องจากเจ้าของเปิดร้าน Seen bangkok อยู่พุทธมณฑลสาย 2 อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งขายขนมปังช็อกโกเลอะจนกระแสตอบรับดี คนสนใจเยอะ จึงเป็นที่มาและตอบรับการเรียกร้องของลูกค้าจนเกิดเป็นร้าน X-CUZINE แบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์สนุกกว่าแบรนด์ Seen bangkok มีการคิดไลน์ขนมใหม่ๆ รวมถึงคิดสไตล์การแต่งร้านเอง มาพร้อมขนมปังลักษณะเป็นโทสต์ปรับปรุงหน้าตาให้น่ารักขึ้นรวมกว่า 8 เมนู (ตอนนี้สั่งเดลิเวอรี่ได้เท่านั้น*)   แนะนำเมนูซิกเนเจอร์: Red carpet เป็นขนมปังไส้สตรอว์เบอร์รี่นำเข้าจากเกาหลีสดๆ ที่มีกิมมิกเป็นชีสยืดๆ อยู่ตรงกลาง (ทางร้านจะเปลี่ยนผลไม้ชนิดอื่นตามฤดูกกาล) บอกเลยว่าขนมปังฟูนุ่มหนึบมากๆ หวานเค็มกลมกล่อมละมุนกำลังดี ชีสกินเข้ากับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลงตัว       เมนูใหม่! ‘Lava Loaf’: ก้อนขนมปังไส้ไหลเป็นลาวา มี 2 รสชาติ คือ Matcha Magma มัทฉะหอมเข้มข้น สัมผัสถึงความเป็นมัทฉะได้ทุกอณูของขนมปังไปจนถึงไส้ลาวาเยิ้มๆ       Chocolate Magma ช็อกโกแลตเข้มข้นดีมาก ขมนิดๆ ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ใครชอบช็อกโกแลตจะต้องเลิฟสุดๆ     หลังจากนี้เราจะได้เห็น X-CUZINE ขยายไปอีก 2 สาขา หลักๆ จะเน้นลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศในรูปแบบ Grab & Go แต่จะเป็นสาขาไหนนั้นสามารถติดตามได้จากเฟซบุ๊กแฟนเพจของทางร้าน

ดาเมจแรงมากต้องยกให้ร้าน A Garden bakingใครเดินผ่านมาเป็นอดไม่ได้ที่ต้องแวะเข้าไปถ่ายรูปชิคๆ กับผนังสีสันเจิดจ้าวาดลวดลายการ์ตูนสุดน่ารักตามด้วยสั่งน้ำเต้าหู้กับชีสเค้ก 2 เมนูคู่ซี๊ของร้านมากินกว่าจะรู้ตัวก็ตกหลุมรักในรสชาติเข้าอย่างจังแล้ว     ดีกรีความอร่อยนี้มีที่มาจากความรักความชอบของเจ้าของร้านที่ชอบกินเบเกอรี่และอยากมีสูตรขนมกับเครื่องดื่มอร่อย ๆ เป็นของตัวเองจึงบินไปเรียนทำอาหารและเบเกอรี่ที่ Le Cordon Bleu London ประเทศอังกฤษและกลับมาสานฝันสร้างธุรกิจ AGarden เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในแวดวงอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มนานกว่า 18 ปี ประกอบกับมีโรงงานทำน้ำเต้าหู้เล็ก ๆ ที่ส่งตามร้านอาหารอยู่แล้ว พอทุกอย่างลงตัวร้านสุดคิวท์แห่งนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่หน้าวิลล่า มาร์เก็ต ซอยสุขุมวิทซอย 49       โดยชูจุดเด่นน้ำเต้าหู้แท้ 100%ทำจากถั่วเหลืองออร์แกนิกเต็มเมล็ด ใช้วิธีคั้นสดแบบดั้งเดิม ไม่มีส่วนผสมของนมผง ครีมเทียม และน้ำมันพืชมีให้เลือก 6 รสชาติ ได้แก่ น้ำเต้าหู้รสจืด ขนาด 300 มล. (49 บาท) น้ำเต้าหู้หวานน้อย ขนาด 300 มล. (49บาท) น้ำเต้าหู้รสหวาน ขนาด 300 มล. (49 บาท) น้ำเต้าหู้รสงาดำ หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท) น้ำเต้าหู้รสช็อกโกแลต หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท) น้ำเต้าหู้รสมัทฉะชาเขียว หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท)       นอกจากแบบบรรจุขวด ยังมีน้ำเต้าหู้รสออริจินอลใส่แก้วพร้อมดื่ม เลือกได้ทั้งแบบร้อนและเย็น และยังเลือกระดับความหวานได้ตามชอบ ส่วนคนที่นิยมดื่มน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องทางร้านมีเม็ดแมงลักและถั่วทองใส่ให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ เติมเต็มคุณประโยชน์ให้แบบดับเบิ้ล       ส่วนเพื่อนซี๊ความอร่อยที่จับคู่กินกับน้ำเต้าหู้ได้อย่างลงตัวคือ Basque Cheesecake ชีสเค้กหน้าไหม้เนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นชีส และรสหวานกำลังดี ทางร้านใช้ไข่ไก่ Free Range Organic จากฟาร์มในจังหวัดเชียงราย ครีมชีสจากฝรั่งเศส และแป้งจากญี่ปุ่นทุกอย่างคัดสรรอย่างดีจึงไม่น่าแปลกใจที่เรากัดเข้าไปคำแรกแล้วรู้สึกอยากกินต่อให้ครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น Basque Cheesecake รสออริจินอล (59 บาท) Basque Cheesecake รสช็อกโกแลต (65 บาท) Basque Cheesecake รสมัทฉะ (65 บาท) Basque Cheesecake รสสตรอว์เบอร์รี (65 บาท)         อีกเมนูไม่ควรพลาดคาราเมล คัสตาร์ด (49 บาท) รสหวานละมุนลิ้นแค่ตักเข้าปากก็ละลาย กินแล้วหลงรักไม่แพ้เมนูอื่นเลย     ขอบคุณภาพ : A Garden baking  

ร้านเครื่องดื่มแนวใหม่เอาใจวัยรุ่น “Want it Blank” ตั้งอยู่ใจกลาง Siam Square One ที่เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับหนุ่มสาวที่ชอบเครื่องดื่มเย็นๆ หวานๆ ชื่นใจ พร้อมกับรสชาติอันแสนคุ้นเคยในวัยเด็กอย่างนมมอลต์อีกด้วย     ถึงแม้จะเป็นร้านรูปแบบ Grab and Go แต่การออกแบบสไตล์มินิมอลโทนขาวสลับกับไม้ ทำให้ร้านดูโมเดิร์นไม่เหมือนใคร ดึงดูดวัยรุ่นชาวสยามให้มาลิ้มลองได้ไม่ยาก       มากันที่เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง “Cereal Malted Milk” มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ Basic, Signature และ Overload ซึ่งทั้ง 3 แบบแตกต่างกันที่ท็อปปิงที่เพิ่มเข้ามานั่นเอง     โดยแก้วแรกเราเลือกเป็น “Signature” ที่ได้รสชาตินมมอลต์อันแสนคุ้นเคยในวัยเด็ก เพิ่มมิติด้วยซีเรียลกรุบกรอบ และไข่มุกเหนียวนุ่ม เป็นแก้วที่คนรักมอลต์ไม่ควรพลาด       แก้วที่สองเพิ่มความเข้มข้นด้วยฟองชีสอย่าง “Overload” เมื่อดื่มแล้วได้ความเค็ม มันของชีส ตามมาด้วยรสชาติหวานหอมของมอลต์ เพิ่มความกรุบกรอบกับซีเรียล เคี้ยวสนุกปิดท้ายด้วยไข่มุกเหนียมนุ่มหวานกำลังดี เป็นเมนูที่ควรลิ้มลอง เพราะมีหลายมิติในคำเดียวจริงๆ         และสำหรับสายเฮลท์ตี้ ที่ร้านมี “Homemade Almond Milk” เป็นทางเลือกอีกด้วยนะ จะเลือกแบบนมอัลมอนต์ปกติหรือนำไปมิกซ์กับท็อปปิงต่างๆ ก็ได้เช่นกัน นมอัลมอนต์รสชาติเข้มข้น ดื่มแล้วไม่หนักท้องแถมไม่อ้วนอีกด้วย      

ใครผ่านไปมาแถวสยามสแควร์ คงได้กลิ่นหอมจนต้องเดินตามหาของครีมพัฟสไตล์ฝรั่งเศส (French Cream Puff) จากร้าน Mihimihi Thailand แบรนด์ดังจากประเทศจีนที่ชิมลางจากร้านต้นแบบสาขาแรก ชั้น LG สยามสแควร์วัน แม้จะเปิดตัวได้ไม่นานแต่เสียงตอบรับคึกคักแค่ไหนให้ดูได้จากจำนวนคนยืนรอซื้ออยู่หน้าร้าน     กระทั่งเป็นที่มาของสาขาล่าสุดที่ตั้งใจกระจายความฟินให้ได้กินกันอย่างทั่วถึง อยู่ไม่ไกลจากสาขาแรกเท่าไหร่โดยพิกัดน้องใหม่อยู่ในสยามสแควร์ ซอย 10 เยื้องกับศูนย์หนังสือจุฬา ช็อปหนังสือเสร็จก็มุ่งหน้ามาเติมความหวานละมุนให้ชุ่มชื่นหัวใจกันได้ที่สาขานี้เลย       จุดเด่นของครีมพัฟแท่งนี้นอกจากกลิ่นหอมยั่วยวนแล้วก็คือผิวนอกกรอบโรยอัลมอนด์ให้เคี้ยวกรุบๆ สอดไส้ครีมละมุนลิ้นที่มีให้เลือก 5 รสชาติ ได้แก่ ออริจินอล ช็อกโกแลต ลาเต้ มัตฉะ และสตรอเบอร์รี     ใครกินครั้งแรกคงอยากทดลองให้ครบทั้ง 5 รสเพื่อค้นหารสชาติที่ชื่นชอบ ซึ่งทั้งหมดทำออกมาได้รสหวานกำลังดีเราเลยละเลียดได้เรื่อยๆ เผลอเดี๋ยวเดียวกินครบทุกรสชาติ แบบไม่รู้สึกว่าเลี่ยนเลย       นอกจากครีมพัฟยังมีซูเฟล่นุ่มๆ ให้เลือกสั่งมาเอ็นจอยอีก 4 รสชาติ ได้แก่ ออริจินอล ออริจินอลบับเบิ้ล มัตฉะ และสตรอเบอร์รี เมนูนี้อาจต้องรอนานหน่อยเพราะทางร้านจะอบใหม่เมื่อสั่งเท่านั้น เนื้อแป้งนุ่มฟู ราดครีมเข้มข้นรสหวานละมุน แค่ตักเข้าปากก็แทบละลายแล้ว         ประสบการณ์สุดฟินที่ใครก็ยินดีรอ!

This Might Be Open minded เปิดใจเพื่อโลกที่ดีกว่า คือคอนเซปต์ของร้านชาไข่มุกรักษ์โลกขวัญใจเด็กม.ธรรมศาสตร์ รังสิต Tmbo Tea Bar ด้วยแนวคิดที่ไม่อยากเพิ่มขยะให้กับโลก จึงเลือกใช้แก้วพลาสติกย่อยสลายได้ที่ทำจากข้าวโพดและหลอดกระดาษ ส่วนเรื่องวัตถุดิบทางร้านเน้นแบบธรรมชาติ ใช้นมสดแทนครีมเทียม ชาเขียวก็นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแหล่งต้นตำเนิดของวัตถุดิบเท่านั้น แบบนี้จะไม่เรียกว่าดีต่อโลก ดีต่อใจ ได้อย่างไรล่ะ       และที่สำคัญทางร้านยังมี  ATM Ordering Machine เครื่องสั่งชาด้วยตัวเอง อร่อยฟินกับชาไข่มุกง่ายๆ ไม่ต้องคิวรอนาน เก๋ไปอีกแบบ       แก้วนี้ขอมอบให้สาวกมัตฉะ Yuzu Matcha น้ำส้มยูสุรสเปรี้ยว ผสานไปกับมัตฉะชั้นดีจากเมืองอุจิ รสเข้มกลิ่นหอม ก่อนดื่มควรคนสักเล็กน้อย ก่อนสัมผัสถึงความสดชื่นสุดเพลิน       ต่อด้วยเมนูของสายเข้ม Chocolate Madness แบล็คโกโก้และช็อกโกแลตเข้มข้น ผสมกับนมสดหอมมัน มีไข่มุกหนึบหนับเคี้ยวเพลินๆ ได้ใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์จริงๆ     Pocky Milk เครื่องดื่มสีชมพูสุดคิ้วท์ นมสดสตรอว์เบอร์รีหวานมันและฟองนมนุ่มลิ้น ยิ่งจิบก็ยิ่งเพลิดเพลิน     สำหรับใครที่พกแก้วมาเอง Tmbo Tea Bar มีส่วนลดให้ 10 บาท พิเศษว่านั้นหากพกหูหิ้วผ้าของทางร้านมาด้วยจะได้ลดเพิ่มอีก 5 บาท คุ้มค่าแบบนี้  Let's go green กันเถอะ!  

ภายในโครงการ  Lido Connect ข้างๆ Siam Square One นั้นมีร้านเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติเข้มข้นคับแก้วซ่อนอยู่ CHUB N' CHEW ร้านน้ำปั่นที่สะสมประสบการณ์จากการออกงานแฟร์จนกลายเป็นขวัญใจของคนที่ได้ลิ้มลอง จากบราวนี่ที่ขายในโลกออนไลน์ถูกครีเอทด้วยความพิถีพิถัน และใส่ใจจนกลายมาเป็นบราวนี่ปั่นรสชาติดี เจ้าของร้านตอกย้ำความสำเร็จจนมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติหนักแน่นถูกใจคนรักช็อกโกแลตทุกวัน       เมนูโดดเด่นที่อร่อยไม่เปลี่ยนแปลง Chocolate Brownie Frappe ดาร์กช็อกโกแลตปั่นรวมกับบราวนี่เข้มข้นหนึบหนับ ยังไม่จุใจ ตักบราวนี่เนื้อแน่นที่โรยอยู่ด้านบนมากินตบท้าย งานนี้ไม่ฟินก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว       ต่อด้วย Vanilla Brownie Frappe นมวานิลลาปั่นพร้อมกับบราวนี่ช็อกโกแลต หวานพอดี ใครชื่นชอบนมปั่นต้องถูกใจแก้วนี้แน่นอน     ส่วนสาวกมิ้นต์ต้องลอง Chocolate Mint Two Tone Brownie Frappe เมนูน้องใหม่ขายดี ชั้นล่างของแก้วเป็นมิ้นท์รสเย็นสดชื่น ตัดกับรสเข้มของช็อกโกแลต และบราวนี่ที่ท็อปอยู่ด้านบนได้อย่างพอดิบพอดี ด้วยสัดส่วนที่ลงตัวช่วยส่งให้เครื่องดื่มแก้วนี้เป็นที่รื่นรมย์ของทุกคนที่ชิม     ใครเป็นแฟนคลับบราวนี่อย่าลืมไปฟินที่ CHUB N' CHEW นะ    

สายเฮลท์ตี้เตรียมเคลียร์คิวได้เลย เพราะตอนนี้  Whale Belly Poke Bar ร้านโปเกะบาร์เปิดใหม่พร้อมให้เราได้ไปลองกันแล้วที่ชั้น 2 The Third Place สุขุมวิท 101 กับเมนูโปเกะ (Poke) เมนูพื้นเมืองแบบฮาวายเอี้ยนที่ให้อารมณ์ญี่ปุ่นไปด้วยในตัว เพราะอัดแน่นไปด้วยปลาดิบ ผักสด ผลไม้หวานฉ่ำ แล้วเพิ่มรสชาติอีกนิดด้วยซอสสุดเข้มข้น         ส่วนใครปลื้มผลไม้ แนะนำ Hawaiian Poke ฮาวายเอี้ยนสุดใจ สีสวยด้วยเนื้อกุ้ง ปูอัด มะม่วงสุก สับปะรด แตงกวา โรยหน้าด้วยไข่กุ้งกรึบๆ จับคู่กับซอสมะนาวที่รสเปรี้ยวไปตัดกับความหวานของผลไม้ได้ดีเชียว     <img alt="" whale="" belly="" poke="" bar”="" อร่อยแบบฮาวายที่โปเกะบาร์เปิดใหม่ย่านสุขุมวิท"="" data-cke-saved-src="https://www.gourmetandcuisine.com/Images/editor_upload/_editor20190315035210_original.jpg" src="https://www.gourmetandcuisine.com/Images/editor_upload/_editor20190315035210_original.jpg">   สรุปได้ว่าฟินทุกถ้วย

เมื่อพูดถึงมิสเตอร์เชค (Mr. Shake) คงต้องบอกว่าเป็นร้านชาไข่มุกที่ใครหลายคนแวะเวียนเป็นลูกค้าตั้งแต่เล็กจนโตเลยก็ว่าได้ และคราวนี้ Mr. Shake ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับชื่อที่ยาวมากขึ้นอีกหน่อย ด้วยการเติมคำว่า Beyond ลงไป พร้อมกับคอนเซปต์ที่เขาบอกต่อกันว่าพรีเมี่ยมยิ่งขึ้นและอร่อยกว่าที่เคย     ความพิเศษที่เพิ่มเข้ามาใน Mr. Shake Beyond ก็คือความสดใหม่ของชาที่ชงกันแบบต่อแก้ว ร่วมด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยมไม่ว่าจะเป็นชา ไซรัป ไล่ไปจนถึงนมสด และที่สำคัญแพคเกจยังน่ารักน่าจับต้องขึ้นอีกเป็นกอง       เรามาเริ่มกันด้วย Bubble Beyond Milk Tea (95 บาท) ชานมไข่มุกสูตรซิกเนเจอร์ที่ให้อารมณ์คล้ายๆ กับชาไทยแต่เติมเต็มความเข้มข้นด้วยฟองนมและไข่มุกนุ่มหนึบ ขณะที่รสชาติก็มีหอมละมุนและหวานกำลังดี     ถ้าชอบชาญี่ปุ่นก็ต้องลอง Matsu Matcha (115 บาท) ที่นำชาเขียวมัตฉะที่ทุกคนหลงรักมาชงสดฝนกันสดๆ พร้อมนมสด ก่อนจะท็อปด้วยนมสุดนุ่มยิ่งจิบก็ยิ่งเพลิน     หรือจะลอง Bubble Hojicha Latte (115 บาท) ชาโฮจิฉะที่โดดเด่นด้วยกลิ่นไหม้นิดๆ ชงข้นๆ เทลงไปในนมสดกินแกล้มคู่กับไข่มุกเคี้ยวหนึบก็อร่อยเพลิน     แต่ถ้าอยากลองรสชาติแบบผสมผสานก็ห้ามพลาด Matcha Choco Latte (145 บาท) เครื่องดื่มสีสวยที่ไล่เลียงความอร่อยของชั้นช็อกโกแลต นมสด และชาเขียว ก่อนกินก็ให้คนให้เข้ากัน จากนั้นจึงค่อยสัมผัสกับความสดชื่นหอมหวานมัน     ส่วนสายหวานเราขอแนะนำ Strawberry Fresh Milk (115 บาท) นมสดที่เกิดจากการรวมตัวของนมสดและไซรัปสตรอว์เบอร์รี่โฮมเมดรสหวานหอมอมเปรี้ยว แถมยังเพลินไปกับสตรอว์เบอร์รี่อบแห้งที่จะมาช่วยเติมพลังความสดใส     แต่ที่เด็ดสุดขอยกให้ Butterfly Honey Lemon (85 บาท) น้ำเลมอนสุดเปรี้ยวที่เติมสีสันด้วยน้ำอัญชัญสีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงก็น่ากินอย่างที่สุด ยิ่งจิบยิ่งตาสว่าง ลืมง่วงกันไปเลย  

ขณะเดินช้อปปิ้งอยู่ในแผนกเสื้อผ้าสตรี ชั้น 2 ห้างเซ็นทรัลพลาซา บางนา คุณอาจจะได้กลิ่นหอมๆ หวานๆ ของน้ำผึ้งลอยมาแตะจมูก และเชิญชวนให้เดินไปหาที่มาของกลิ่นนั้นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะไม่บ่อยนักที่ห้างเซ็นทรัลจะยอมให้มีร้านคาเฟ่มาตั้งอยู่ในฝั่งดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เรียกว่าต้องมีอะไรเข้าเกณฑ์แหละ ถึงมาอยู่ตรงนี้ได้     ถึงอย่างไรก็เป็นโอกาสดีของเหล่านักช้อป ที่จะมีคาเฟ่ทรงน่ารักพร้อมที่นั่งให้มาแอบพักจิบกาแฟกินขนมกัน โดยเมนูของร้าน Honey Mee สัญชาติอเมริกันนี้ ก็เหมาะสำหรับดับกระหายคลายเหนื่อยดีเลยล่ะ โดยเฉพาะไฮไลท์อย่างซอฟต์เสิร์ฟที่ทำจากนมแท้ๆ 100% จากฟาร์มที่ผ่านคุณภาพของ Kosher มีซิกเนเจอร์คือ “Honey Mee” ( 140 บาท) ชื่อเดียวกับร้าน ซอฟต์เสิร์ฟใส่น้ำผึ้งและรังผึ้งออร์แกนิกจากต้นส้ม แคลิฟอร์เนีย เป็นความหวานและหอมที่ได้จากวัตถุดิบพรีเมียมจริงๆ หรือถ้าชอบสไตล์ญี่ปุ่น ต้องลอง Matcha Affogato ( 160 บาท) ใส่น้ำผึ้งและโรยหน้าผงชาเขียวเข้มข้น เข้ากันดีอ่ะ! ส่วนสายฟรุ้งฟริ้ง เราแนะนำ Sweetie Fruitie ( 160 บาท) ใส่น้ำผึ้งและโรยหน้าด้วยผลไม้ฟรีซดราย ทั้งกล้วย บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และคอร์นเฟลก       ส่วนใครที่ยังรู้สึกว่าลิ้มรสความอร่อยของนมได้ไม่เต็มที่ สั่งเป็นมิลค์เชคมาดื่มเลยเป็นไง รสที่เราชอบคือ Honey Charcoal ( 140 บาท) นอกจากความหวานมันของนมและน้ำผึ้งแล้ว มันจะมีความกรึบๆ ของถ่านด้วย ดื่มเพลินดี แต่ถ้าชอบสไตล์ผู้ใหญ่ ให้สั่งม็อคเทลของที่นี่มาลอง อย่าง Virgin Mojito ( 125 บาท) นี่ช้อปมาเหนื่อยๆ แล้วจะสดชื่นขึ้นเลย ส่วนหนุ่มๆ มาดเข้ม ลองสั่งกาแฟของเขามาดื่มได้นะ ที่นี่นำเข้ากาแฟคุณภาพดีจากออสเตรเลีย มีให้ดื่มทั้งสูตรร้อนสูตรเย็น     ด้านขนมหวาน ขอบอกว่าเป็นสาขาแรกของ Honey Mee ที่จัดเต็มขนาดนี้ และจะมีเสิร์ฟเฉพาะสาขาในห้างกลุ่มเซ็นทรัลเท่านั้น (ที่กำลังจะเปิด มีอีก 4 สาขาคือ ลาดพร้าว ชิดลม พระราม 3 และนครราชสีมา) เมนูเด่นๆ มีทั้ง เค้กลูกมะเดื่อตุ๋นชาน้ำผึ้งโรสแมรี่ ( 320 บาท) เค้กใส่เนื้อผลไม้ มิวเฟยเบอร์รี่ ( 260 บาท) ชีสเค้กส้มน้ำผึ้งเลมอนกับครัมเบิลยูสุ ( 250 บาท) และบรรดาวาฟเฟิลหลากหลายเมนูทำเสิร์ฟชิ้นต่อชิ้นเลยทีเดียว ( 80 – 150 บาท)           นอกจากนี้ ยังเอาใจหนุ่มสาวยุคใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์ Working Space 4.0 โดยสร้างบรรยากาศให้เป็นทั้งที่นั่งพักกินขนมหรือจะเป็นที่นั่งจิบกาแฟพลางทำงานไปด้วยก็ได้ โดยที่โต๊ะทุกตัวจะจัดให้มีปลั๊กไฟและฟรีไวไฟสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ เป็นแนวคิดน่ารักๆ ของหุ้นส่วนหลักอย่าง โค้ชเช ชเว ยอง ซอก และคุณโบว์ ปรายฟ้า สิริวิชชา นั่นเอง          

ปีนี้อาหารการกินในโคราชดูอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ เมื่อ 2 ห้างใหญ่อย่างเทอร์มินอล 21 และเซ็นทรัลเปิดตัวอย่างครึกครื้น ออกมานอกห้างก็มีร้านเปิดใหม่น่าสนใจไม่น้อย อย่างร้านไอศกรีมควบคาเฟ่ Ice So Cream ร้านนี้ น่าจะเป็นแหล่งแฮงค์เอาต์ของวัยรุ่นได้ไม่ยาก ด้วยบรรยากาศอิฐๆ สวนๆ สุดชิว พ่วงด้วยไอศกรีมรสชาติเก๋ๆ หลากรสให้ลองกันได้ไม่เบื่อ     ร้านอยู่ทางเข้าเดียวกับโชว์รูมนิสสัน เข้าไปแล้วจะเจอร้านอาหารอิตาเลียน Pidaso ก่อน ขับตรงเข้าไปอีกนิด ระหว่างที่กำลังเพลินกับแมกไม้ร่มรื่น บ้านผนังอิฐเล็กๆ ก็ค่อยๆ เผยตัวออกมาให้เห็น ตัวร้านขนาดกะทัดรัดนี้มีที่นั่งทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ และมีที่จอดรถกว้างขวาง       ไฮไลท์แน่นอนว่าเป็นบรรดาไอศกรีมโฮมเมดหลากรส รสที่เราชอบเป็นรสแบบไทยๆ ที่ทำออกมาได้เข้มข้นถึงใจมาก ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมมะยมพริกเกลือ ที่มีทั้งความเปรี้ยวความฝาดเหมือนกินมะยมจริงๆ แต่มีความหวานเย็น โรยพริกเกลือเพิ่มความจี๊ดจ๊าด หรือ ไอศกรีมกระท้อนน้ำปลาหวาน ที่ราดน้ำปลาหวานรสจัดจ้านลงมาด้วย ให้รสชาติสมจริงสุดๆ และขวัญใจวัยเด็กต้อง ไอศกรีมยาคูลท์ปีโป้ ที่ใส่เนื้อปีโป้ลงไปด้วย เคี้ยวเจอแล้วดึ๋งๆ นึกถึงสมัยเด็กๆ เพลินไปเลย      ไอศกรีมมะยมพริกเกลือ    ไอศกรีมกระท้อนน้ำปลาหวาน   ไอศกรีมยาคูลท์ปีโป้   ส่วนใครที่ชอบรสละมุนๆ หน่อย อยากให้ลองรสแบบขนมไทยอย่างเมนูใหม่ ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ ไอศกรีมกะทิอัญชันราดซอลต์คาราเมลน้ำตาลมะพร้าว นอกจากนี้ก็ยังมีรสอื่นๆ ที่หมุนเววียนมาในแต่ละวัน ทั้งไอศกรีมทุเรียน ไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้ก ไอศกรีมมะเฟืองซอร์เบ ไอศกรีมโรสมิลค์ที เรียกว่ามีให้เลือกกันจนฟิน   ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้   ไอศกรีมกะทิอัญชันราดซอลต์คาราเมลน้ำตาลมะพร้าว   นอกจากไอศกรีมหลากรสที่หมุนเวียนเปลี่ยนมาให้ชิมรสใหม่กันเรื่อยๆ แล้ว ที่นี่ยังมีเค้กโฮมเมดต่างๆ ให้ลิ้มลอง อาทิ เค้กบานอฟฟี่ บราวนี่ช็อคโกแลต ฯลฯ ทานคู่กับกาแฟลาเต้ร้อนที่บาริสต้าของร้านตั้งใจชงให้ นั่งได้ยาวๆ ไปเลย         

อยากจะกรีดร้องตะโกนให้สุดเสียง เพราะในที่สุด Milkcow ร้านไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟสุดโด่งดังในโลกโซเชียลของเกาหลีได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังจากแก้มแดงเคยนั่งมองตาปริบๆ แกมอิจฉาประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกา ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย แคนาดา และออสเตรเลีย ในไอจีมาพักใหญ่ งานนี้เลยขอมาประกาศกร้าวว่าเราจะต้องไปชิมให้ได้! (เล่นใหญ่ไปไหม?)     นอกเหนือจากความอร่อยของไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่เอาชนะใจใครต่อใครได้แล้ว คงต้องบอกว่าเสน่ห์จริงๆ ของแบรนด์นี้ ก็คือ ที่มาของแหล่งนมที่ดีงามไม่แพ้รสชาติ เมื่อนมทุกหยดที่เรากำลังจะได้ลิ้มลองกันนั้นเป็นน้ำนมออร์แกนิกที่มาจากแม่วัวอารมณ์ดีที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งเล่นและแทะเล็มหญ้าในฟาร์มอย่างเพลิดเพลิน จนได้น้ำนมคุณภาพรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และปราศจากสารเคมี       แก้มแดงขอประเดิมเมนูแรกด้วย Milky Cube (แบบถ้วย 159 บาท แบบโคน 169 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ฮอตฮิตติดตลาดที่พอเห็นก็ต้องตกหลุมรักกับความเนียนนุ่มสีขาวนวลที่มาพร้อมความหอมหวานของรังผึ้งชิ้นสี่เหลี่ยมพ่วงมาให้เคี้ยวหนึบ เจือความหวานน้อยๆ ที่สำคัญถ้าใครลองกินแบบโคนก็จะได้ความกรุบกรอบเพิ่มเติมเข้ามาด้วย (เลิฟเลย)       แล้วมาเพิ่มดีกรีความเข้มกับ Banoffee (ราคา 149 บาท) ไอศกรีมนมซอฟต์เสิร์ฟที่ซุกซ่อนความหอมหวานของกล้วยชิ้นใหญ่ และครัมเบิลเคี้ยวกรุบ ก่อนจะราดด้วยซอสเนื้อกล้วยเพิ่มความฉ่ำ และซอสคาราเมลที่ช่วยเพิ่มความหอมหวานละมุนขึ้นมาอีกขั้น     แต่ถ้าชอบความอร่อยเวอร์วังอลังการแล้วล่ะก็ คงต้องลอง Santorini (159 บาท) ที่ยกขบวนความอร่อยมาประเดประดังบนซอฟต์เสิร์ฟนมของเรา ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้โอรีโอ ถั่วพิตาชิโอ และถั่วลิสงบด มาโรยจนทั่ว ร่วมด้วยเหล้าหวานสีฟ้าสดใสอย่าง Blue Curacao มาเสริมทัพ แล้วตกแต่งปิดท้ายด้วยเวเฟอร์ช็อกโกแลต และสายไหมสีขาวฟูฟ่อง แก้มแดงคงไม่ต้องบอกนะคะ ว่าควรจะจัดการกับอะไรก่อน     นอกจากไอศกรีมแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูพิเศษส่งตรงมาจากเกาหลีอย่าง Tiramisu (159 บาท) ทีรามิสุในแก้วใสที่อัดแน่นด้วยชีสมาสคาโปนเนื้อนุ่มละมุนสุดๆ เคี้ยวเพลินด้วยชิ้นเค้กเลดี้ฟิงเกอร์ชุปในกาแฟเอสเปรสโซ่รสขมนิดๆ อร่อยจนอยากบอกต่อ แต่ถ้าใครอยากนั่งยาวๆ ที่นี่ก็มีเค้กชิ้นเล็กๆ มาเคียงคู่กับไอศกรีมกันด้วยนะ แก้มแดงก็เลยปิดท้ายด้วยเค้กส้มรสเปรี้ยวๆ มาตัดรสชาติ     และอย่าลืมเตรียมรอสาขาใหม่ของ Milkcow ได้เร็วๆ นี้