แฟนคลับชาเขียว Seven Suns” คงปลื้มไม่น้อยที่บาร์มัชฉะคุณภาพซึ่งเสิร์ฟชาเขียวรสเข้มข้นมานานกว่า 5 ปี ได้ขยายสาขามาเอาใจลูกค้าโซนลาดพร้าวกันที่ห้างสรรพสินค้า "เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว" ชั้น G เป็นที่เรียบร้อย แฟนตัวจริงตามไปเช็คอินกันด่วน จะสั่งแบบ Take – Away หรือจะนั่งจิบชาเขียวๆ ชิลๆ อยู่ในร้านก็ดีงามเหมือนกัน     มาทำความรู้จัก ‘เซเว่นซันส์’ บาร์มัชฉะสุดจริงจังนี้กันสักหน่อย ร้านนี้ก่อตั้งโดย ‘Mei Leaf’ บริษัทชาเขียวเลื่องชื่อแห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยใช้ ‘ทีมาสเตอร์’หรือผู้เชี่ยวชาญเรื่องมัชฉะ ในการคัดเลือกชาเขียวคุณภาพจากดินแดนอาทิตย์อุทัยกว่า 70 สายพันธุ์ ปรับปรุงและพัฒนาสูตรจนได้มัชฉะซิกเนเจอร์ 4 ตัวให้ได้ลิ้มลอง ได้แก่ ‘Seven Suns Matcha Latte’ ชาเขียวสายพันธุ์อุจิชั้นเยี่ยม รสนุ่มนวลและซับซ้อนน่าค้นหา มีความเข้มของชาที่น่าหลงใหล       ‘Seven Suns Houjicha Latte’ มัทฉะสายพันธุ์โฮจิฮะ ละมุนลิ้น ดื่มง่าย หอมกลิ่นสโมค ทั้งยังมีคาเฟอีนน้อย ตัวต่อไปเป็น ‘Okumidori Uji Matcha’ มัทฉะสายพันธุ์โอคุมิโดริอุจิเกรดพรีเมี่ยม รสอูมามิ และเข้มข้น เหมาะสำหรับชงเครื่องดื่มพื้นฐานอย่าง ชาเขียวเย็น สุดท้ายเป็น ‘Hatsu Mukashi Uji Matcha’ ชาเขียวสายพันธุ์อูจิที่มีอายุ 40 วัน ซึ่งชาวญี่ปุ่นมักใช้สำหรับงานพิธีการดั้งเดิม ส่งตรงมาจากเมืองโตเกียวโดยเฉพาะ มีรสชาติที่นุ่มลึก และมีกลิ่นหอมละม้ายคล้ายป่าสน       นอกจากนี้ ทางร้านยังใส่ใจเป็นพิเศษโดยให้ลูกค้าเลือกชนิดของนมในการผสมชาเขียวแก้วโปรดได้ เช่น นมสดชั้นดี นมไขมันต่ำ สำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก นมถั่วเหลือง นมพิตาชิโอ นมอัลมอนด์ หอมมัน และน้ำมะพร้าวรสหวานหอม เรียกได้ว่าชาววีแกนก็สามารถจิบได้อย่างสบายใจ ต้อนรับด้วย Premium Signature Matcha (145 บาท) มัทฉะลาเต้รสเข้มข้น รสหวานพอเหมาะ ที่มีส่วนผสมของชาเขียวสายพันธุ์ Hatsu Mukashi Uji จากดินแดนอาทิตย์อุทัย ตีกับนมสดคุณภาพ รสหอมมัน จิบกันแบบเพลินๆ สมแล้วที่เป็นเมนูฮอตฮิตประจำร้าน     ส่วนใครที่ชอบดื่มชาเขียวไม่ใส่นมแนะนำเมนูนี้เลย Iced Usucha (145 บาท) มัทฉะสายพันธุ์ Uji ที่เราเลือกให้ผสานกับน้ำมะพร้าวแท้ รสหอมหวานจากธรรมชาติ จิบแล้วชื่นใจดี     ตามด้วยเครื่องดื่มเฮลท์ตีที่ไม่เหมือนใคร Avocado Matcha Smoothie (240 บาท) ซูเปอร์ฟู้ด อาทิ อะโวคาโดเนื้อมันๆ กล้วยรสหวาน เข้ากันดีกับนมถั่วเหลืองชั้นดี และชาเขียวสายพันธุ์ Uji รสหวานเล็กๆ หอมกลิ่นมัทฉะอ่อนๆ     และที่ร้านยังมี Ultimate Matcha Ice Cream ไอศกรีมมัทฉะรสอร่อยที่มีให้คุณเลือกฟินถึง 3 ชนิด ได้แก่ Midori Cream (120 บาท) รังสรรค์มาจากชาเขียวสายพันธุ์ Okumidori เมืองอูจิ รสหวานพอดี     Kyoto Crunch (130 บาท) ผงมัทฉะเข้ากันดีกับ Genmai Caramel คาราเมลสูตรพิเศษของทางร้าน ซึ่งทำมาจากข้าวคั่วญี่ปุ่น หอมกรุ่น กินเพลิน ปิดท้ายด้วย Midori Cream Extreme (140 บาท) ไอศกรีมชาเขียวสุดเข้มข้น อูมามิ กลมกล่อม เหมาะสำหรับสายมัทฉะตัวจริงโดยเฉพาะ    

ใครอยากชิมโดนัทโฮมเมด ที่ทำมาจากยีสต์ธรรมชาติบ้างยกมือขึ้น ปักหมุดที่สีลมซอย 7 (Bts ช่องนนทรี) แล้วตามไปเช็คอินที่ “CREAM by Flour Flour” ได้เลย ร้านโดนัททำเองของ 3 สาวเพื่อนรักอย่าง คุณน้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์ คุณมาย- ดนตรี ศิริบรรจงศักดิ์ และคุณแพรว- แพรวนภา อุดมเลิศลักษณ์ ซึ่งร้านครีมนั้นต่อยอดมาจาก Flour Flour ร้านเบเกอรีโฮมเมดน่าลิ้มลองแห่งเมืองเชียงใหม่นั่นเอง       ที่ร้าน Flour Flour นั้นมี Vanilla Donut ซึ่งเป็นเมนูขายดีที่ใครๆ ต่างก็เรียกหา ทางเจ้าของร้านจึงเกิดไอเดียที่จะเปิดร้านที่เสิร์ฟเฉพาะบอมโบโลนี (Bomboloni) โดนัทสไตล์อิตาเลียน มีไส้เยิ้มๆ ไม่มีรูตรงกลาง และมีจุดเด่นตรงที่ใช้ ‘ยีสต์ธรรมชาติ’ ที่เลี้ยงเองในการหมักแป้งถึง 18 ชั่วโมง ทั้งนี้ก็เพื่อให้กลูเตนในแป้งลดลง เหมาะสำหรับคนที่ย่อยยาก และแป้งที่ได้ยังนุ่มฟู หอม และชุ่มไปด้วยเนย (คล้ายบริออช)     ส่วนในการเลือกวัตถุดิบและส่วนประกอบอื่นๆ ก็พิถีพิถันไม่น้อย อาทิ แป้งนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ขัดสี ไม่ใส่สารสังเคราะห์ เนยแท้จากนมวัวไม่มีไขมันทรานส์ ไข่ไก่สดจากฟาร์มและไส้ที่กวนเอง พร้อมให้คุณได้ชิมในร้านสไตล์ Grab & Go น่ารักๆ ผนังกระเบื้องสีขาวสลับกับสีเหลืองสดใส แซมกับภาพโปสเตอร์รูปโดนัทของร้าน ตรงกลางเป็นวงกลมขนาดใหญ่ไว้ให้ลูกค้าเลือกและสั่งออเดอร์ได้ถนัดตา  มองโดยรวมแล้วก็เป็นร้านคิวท์ๆ ที่มีกิมมิกน่าถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย       ขอเปิดด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Vanilla Donut แป้งโดนัทนุ่มๆ ฟูๆ ไม่อมน้ำมัน กัดพร้อมครีมวานิลลาหอมกรุ่น รสครีมมี หวานพอเหมาะ ไม่เลี่ยนแต่อย่างใด โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิง     ตามด้วย Salted Caramel Donut ไส้คัสตาร์ดครีมผสมคาราเมล หวานหอม เข้ากันได้ดีกับแป้งนุ่มๆ คลือบด้วยน้ำตาลไหม้ มีเทกเจอร์กรอบเล็กๆ ตัดด้วยรสเค็มของเกลือจากจังหวัดอุดรธานี กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว     Lemon Meringue Donut ก็อร่อย โดนัทสไตล์อิตาเลียนไส้คัสตาร์ดเลมอน รสเปรี้ยวเล็กๆ หวานหน่อยๆ ด้านบนปกคลุมด้วยอิตาเลียนเมอแรงก์เนื้อนุ่ม รสหวานละมุน เบิร์นไฟนิดๆ ให้กลิ่นหอมชวนกิน     คนรักช็อกโกแลตต้องสั่ง Dirty Chocolate Donut ทางร้านใช้ดาร์กช็อกโกแลตจากเกษตรคนไทย มาทำเป็นไส้ จากนั้นชุบด้วยดาร์กโกแลตอีกที โรยหน้าด้วยผงโกโก้ กินพร้อมกับแป้งโดนัทซอฟท์ๆ ฟินสุดใจ     ขอแนะนำเมนูน้องใหม่แกะกล่องชื่อ Orange Cream Donut ที่ครีเอทขึ้นเพื่อเทศกาลตรุษจีนโดยเฉพาะ โดนัทลูกกลม ชุบด้วยครีมชีสรสส้มหอมๆ สอดไส้ครีมส้มที่ทำมาจากรูบี้เกรปฟรุต รสเปรี้ยวอมหวาน แต่งหน้าด้วยเนื้อส้มเชื่อมฉ่ำๆ ดอกซากุระดอง และทองคำเปลว     จิบคู่กับ Cereal Latte ลาเต้เย็น รสเข้มข้นกำลังพอดี ผสานมอลต์หอมๆ พร้อมกับสัมผัสกรุบกรอบสนุกๆ จากซีเรียลที่เรารัก  

หากพูดถึงคาฟ่ชาเขียวที่ครองใจทีเลิฟเวอร์มานมนาน อย่างไรเสียก็ต้องมีชื่อ “TSUJIRI (ซึจิริ)” อยู่ในใจใครหลายคนบ้างไม่มากก็น้อย ซึจิริร้านชาเขียวเก่าแก่กว่า 160 ปีที่ 2 พี่น้องอย่าง คุณจิว เฉลิมพร และคุณเชอร์รี่ วริศรา ประภาพยืนยง นำเข้ามาเปิดในเมืองไทยเป็นสาขาแรกที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ และขยายสาขาไปแล้วถึง 5 แห่ง     ซิจิริถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1860 ที่เมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดย Mr. Riemon Tsuji (ริเอมอน ซึจิ) ผู้คิดค้นวิธีเพิ่มคุณภาพของใบชา จนประสบความสำเร็จในการผลิต Gyokuro (กิวกุโร) ซึ่งปัจจุบันเป็นใบชาคุณภาพดี ราคาสูง นอกจากนั้นเขายังประดิษฐ์กล่องเก็บใบชาเพื่อรักษาความสดใหม่และยืดอายุของชาเขียวได้นานยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นผู้ฟื้นฟูการตลาด ทำให้ชาจากเมืองอุจิกลับมาเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมอีกครั้ง       ปัจจุบันคาเฟ่ซึจิริมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตและรักษาชาเขียวให้มีคุณภาพ สร้างรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จนยากจะเลียนแบบได้โดยถ่ายทอดผ่านขนมดั้งเดิม ได้แก่ ชิราทามะ วาราบิ และของหวานร่วมสมัยของญี่ปุ่นอย่าง เค้กช็อกโกแลตลาวาชาเขียว มาการอง ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ และเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ที่รังสรรค์จากมัทฉะนานาพันธุ์ ผสานไปกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่นำเข้าจากดินแดนอาทิตย์อุทัยโดยเฉพาะ ให้สาวกชาเขียวทั้งหลายได้ฟินกันถ้วนหน้าที่สาขา “สยามพารากอน”     เมนูแรกเราของสั่งเป็น Shiratama Parfait ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ ที่ทำจากมัทฉะชั้นดี รสเข้มข้น กินพร้อมกับ เจลลี่ชาเขียวเนื้อเด้ง ถั่วแดงกวนหอมมัน มันเชื่อม และชิตารามะ (ขนมญี่ปุ่นละม้ายคล้ายโมจิ แต่เนื้อจะมีความเหนียวนุ่มมากกว่า)     ตามด้วยเมนูซิกเนเจอร์ Warabi Mochi Kinako ขนมวาราบิที่เรารัก เนื้อเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้ากับผงถั่วคินาโกะหวานมัน ราดด้วยซอสคุโรมิซะ (น้ำตาลเคี่ยวสไตล์ญี่ปุ่น) รสหอมหวาน กินอย่างไรก็ไม่มีเบื่อ     ปิดท้ายที่ Matcha Sago Soup with Taro ของหวานชามนี้ประกอบไปด้วย สาคู กะทิ ถั่วแดงกวน และเผือกกวนหอมมัน ราดด้วยซอสมัทฉะหอมกรุ่น รสหวานหอม และเต็มไปด้วยหลากหลายรสสัมผัส  

G&C เชื่อว่าสายหวานตัวจริงไม่มีใครไม่รู้จัก “Brix Dessert Bar” ของเชฟนนท์ นนทวรรธ โรจนศักดิ์ชัย ผู้ชนะการประกวดทำขนมในงาน Men in the เจ้าของร้านขนมหวานที่สร้างคอนเซ็ปต์ Miracle're real หรือความมหัศจรรย์มีอยู่จริงในทุกๆ จานที่เสิร์ฟ     เชฟนนท์รังสรรค์ของหวานจากวัตถุดิบคุณภาพ ทั้งจากภายในเมืองไทยและต่างประเทศ จนกลายเป็นจานขนมหวานแห่งความสุขที่มีดีทั้งในเรื่องของหน้าตา (แชะรูปกันเพลินๆ ) และรสชาติ สร้างความแฟนตาซีให้กับเหล่าสวีตเลิฟเวอร์ได้ในทุกช่วงเทศกาล ผ่านบรรยากาศเรียบง่าย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราในสาขา “สยามพารากอน” ที่ตั้งอยู่ชั้น G     บูธสีเงินทันสมัยถูกแซมด้วยสีน้ำเงินสด ผสานไปกับพื้นสีฟ้าสบายตา เฟอร์นิเจอร์ไม้อบอุ่น และโซฟาสีน้ำทะเลนุ่มๆ รวมแล้วเป็นบรรยากาศดีที่เหมาะจะนั่งชิลๆ กินขนมอร่อย จิบคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างไม่ต้องเคอะเขินแต่อย่างใด     งานนี้เราขอเริ่มต้นด้วยเมนูขายดีอย่าง Hokkaido Milk Cream Beignet เบนเย่ โดนัทสไตล์ฝรั่งเศส เนื้อนุ่มนิ่มเป็นที่สุด กัดเข้าไปเจอไส้ครีมนมฮอกไกโดหอมมัน หวานพอเหมาะ โรยด้วยน้ำตาลไอซิง ใครลิ้มลองติดใจตั้งแต่คำแรก       Magic Waffle ก็น่าสนใจ วาฟเฟิลที่ทำมาจากแป้งครัวซองต์เหนียวนุ่ม หอมกลิ่นเนยจากประเทศฝรั่งเศส บวกกับความหวานของน้ำตาลคาราเมล ทำสดใหม่ร้อนๆ กลิ่นหอมฉุย ชวนให้น้ำลายสอ     เครื่องดื่มเราแนะนำ Milk Tea Brown Sugar Jelly ชานมไข่มุกพร้อมดื่ม ที่รังสรรค์มาจากใบชาอย่างดี ผสมผสานกับนมสดหอมมัน ดูดพร้อมไข่มุกหนึบหนับ     สายหวานฟินแล้วกลับบ้านได้

Fuku x2 Thailand ร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นในเครือ Fuku Matcha ที่เสิร์ฟชาเขียวและเพิ่มเติมด้วยเมนูของหวานที่มีความแปลกใหม่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ทั้งในจานซิกเนเจอร์และเมนูตามฤดูกาล ให้เหล่าสวีตเลิฟเวอร์ได้ตามมาลิ้มลองกันแบบไม่รู้เบื่อ ณ ชั้น G ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำยักษ์ใหญ่อย่าง Siam Paragon (ตรงข้ามร้าน Another Hound café)       กินขนมหวานสุดฟิน คู่กับชาคุณภาพในบรรยากาศร้านสบายๆ ผสานไปกับความเรียบหรูเล็กๆ พื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีดำตัดกับเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีขาวกว้าง มีสีทองเงาวาวของเฟอร์นิเจอร์ช่วยเสริมความหรูหราอีกระดับ บวกกับสีเขียวธรรมชาติของต้นไม้กระถางเล็กๆ ที่เห็นแล้วสร้างความมีชีวิตชีวาไม่น้อย หากชวนเพื่อนๆ หรือคนพิเศษมาที่ Fuku x2 Thailand ก็คงเอ็นจอยกันใช่ย่อยเลย     ว่าแล้วอย่าเสียเวลา เริ่มด้วยเมนูดาวเด่นอย่าง Fluffy Strawberry Pancake แพนเค้กสไตล์ญี่ปุ่น นุ่มๆ ฟูๆ โดนใจวัยทีนส์ 2 แผ่นซ้อนกัน ราดซอสครีมนมฮอกไกโด ผสานกับสตรอว์เบอร์รี รสเปรี้ยวอมหวานครีมมี กินคู่กับสตรอว์เบอร์รีสด และชาร้อนรสนุ่ม       ต่อด้วย Matcha Avalanche เค้กชิฟฟอนเนื้อเนียน ตักกินพร้อมซอสชาเขียวสูตรเฉพาะของทางร้าน รสเข้มข้น ซึ่งทำจากมัทฉะชั้นดีของประเทศญี่ปุ่น และผลไม้สดรสเปรี้ยวอมหวาน อาทิ สตรอว์เบอร์รี และบลูเบอร์รี  เสิร์ฟคู่กับชาร้อน ที่มีให้คุณเลือกลิ้มลองถึง 2 รสชาติ อาทิ Jasmine Tea ชามะลิที่เราคุ้ยเคย หรือ Assam Black Tea ชาดำไต้หวันหอมๆ     The Sweet Strawberry Mini Pancake แพนเค้กไซส์มินิ ขนาดเล็กพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้สด เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี และซอสครีมนมฮอกไกโดหอมมัน และซอสสตรอว์เบอร์รี รสเปรี้ยวอมหวานสดชื่น  

Azabu Sabo ร้านไอศกรีมเจลาโตโฮมเมด ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้ส่วนผสมนมฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น สีและกลิ่นได้จากวัตถุดิบธรรมชาติ อาทิ สีเขียวในไอศกรีมชาเขียว ที่ได้จากผงมัทฉะคุณภาพจากเมืองชิซุโอกะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาชั้นดีที่สุดแห่งหนึ่งในดินแดนอาทิตย์อุทัย ส่วนไอศกรีมรสผลไม้ ทางอาซาบุ ซาโบะ ก็ใช้สีและกลิ่นจากเนื้อผลไม้แท้ๆ เช่นกัน     สิ่งที่สวีตเลิฟเวอร์จะเมินเฉยไปไม่ได้เลยนั้นคือ “ไอศกรีมเจลาโต” ที่ทางร้านคิดค้นสูตรลับเฉพาะทำให้ไอศกรีมมีความเหนียวหนึบ ละลายช้า ตั้งยอดอยู่บนโคนกรุบกรอบที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น สูตร Sugar Free (เก๋ๆ) เพื่อรองรับน้ำหนักไอศกรีมได้โดยเฉพาะอีกด้วย สาวกของหวานคนไหนไหนอยากลิ้มลองไอศกรีมเจลาโต ที่มีให้เลือกกว่า 40 รสชาติ ก็ตรงดิ่งมาที่ Azabu Sabo ณ ชั้น G ของห้างสยามพารากอนได้เลย คุณสามารถ Take-Away ก็ได้ หรือจะนั่งกินชิวๆ ก็ดี       ประเดิมที่เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Gelato Double Cone ที่คุณสามารถเลือกละเอียดไอศกรีมเจลาโตได้ถึง 2 รส ครั้งนี้เราเลือก รสนมฮอกไกโด หอมมัน และรสมัทฉะที่ทำมาจากชาเขียวสายพันธุ์พิเศษ จากเมืองไซตามะ รสเข้มข้น หวานพอดี     Soft Cream Mix Flavor ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเนื้อนุ่มที่เราคุ้นเคย รสนมฮอกไกโด หอมหวาน ซิกเนเจอร์ประจำร้าน ผสานไปกับรสชาเขียว หอมกรุ่น     สุดท้ายเป็นเมนูที่เหมาะกับยุคปัจจุบัน นั่นก็คือ Hokkaido Snow Drink บิงซูแช่แข็งในรูปแบบซื้อกลับบ้าน มีทั้งหมด 2 รส ได้แก่ Hokkaido Milk หวานพอเหมาะ และ Matcha ชาเขียวคุณภาพหอมฟุ้ง วิธีกินก็ง่ายนิดเดียว เพียงวางไว้นอกช่องฟรีซสัก 20 -25 นาที หลังจากนั้นใช้ช้อนขูด แค่นี้คุณก็สามารถอร่อยไปกับน้ำแข็งใสสไตล์เกาหลีได้แล้ว    

เรียกว่าเป็นข่าวดีของแฟนพันธุ์แท้ "The Chocolate Factory" เพราะตอนนี้ไม่ต้องไปไกลถึงเขาใหญ่ พัทยา หรือหัวหิน ก็อร่อยกับช็อกโกแลตหลากหลายเมนูได้แบบชิลๆ ที่สาขาใหม่น่านั่งในชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ซึ่งรวมพลเมนูเด็ดเอาใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ไว้มากมาย (ไม่แพ้สาขาเมกาบางนาและแฟชั่นไอส์แลนด์)           นอกจาก Chocolate Bon Bon หลากสีละลานตาที่มีทั้ง Soft Venezuela ซอฟต์ช็อกโกแลตจากเมล็ดโกโก้ในเวเนซุเอลา, Soft Dark ดาร์กช็อกโกแลตสดเนื้อเนียนรสเข้มข้น, Soft Milk มิลก์ช็อกโกแลตสดหวานน้อย แต่กลมกล่อมด้วยเหล้ารัม, Almond Bite อัลมอนด์เคลือบช็อกโกแลต และ Raspberry Dark ราสพ์เบอร์รีกานาซรสเปรี้ยวที่ตัดความขมของดาร์กช็อกโกแลตอย่างลงตัวแล้ว เราแนะนำ The Chocolate Factory Special ที่รวม 5 เมนูยอดนิยม ทั้งช็อกโกแลตร้อน, Chocoholic, ดาร์กช็อกโกแลตสด, ชูครีมไส้ครีมนม และไวต์ช็อกโกแลตพานาคอตตารสนุ่มนวล แต่หวานน้อย           สำหรับคนรักเค้กต้องลอง Chocoholic มูสเค้กดาร์กช็อกโกแลตและไวต์ช็อกโกแลตรูปผลโกโก้สุดเก๋สอดไส้ราสพ์เบอร์รีหวานอมเปรี้ยว กินเพลินแบบไม่เลี่ยน และ Lemony มูสเค้กเคลือบไวต์ช็อกโกแลตสอดไส้เลมอนสดเชื่อมกับใบมินต์ รสหวานตัดเปรี้ยวสดชื่น ซึ่งเป็นเมนูใหม่สำหรับสาขาในกรุงเทพฯ เท่านั้น       ส่วนใครเน้นจิบเครื่องดื่มเบาๆ ห้ามพลาด Signature Iced Chocolate ช็อกโกแลตเย็นที่เลือกระดับความเข้มข้นของช็อกโกแลตได้ตั้งแต่ 60 – 80 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญอย่าลืมช้อปขนมอร่อยๆ อาทิ Lemon Pound Cake เค้กเลมอนเนื้อนุ่ม รสหวานอมเปรี้ยว Brownie : Classic บราวนีเนื้อแน่น และ Dark Brownie Cracker ดาร์กช็อกโกแลตบราวนีอบกรอบกินเพลินติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วย (ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เปิดเวลา 10.00 – 22.00 น. FB : The Chocolate Factory Thailand)        

ชาไข่มุก ดูจะเป็นเพื่อนคู่ใจใครหลาย ๆ คนแต่ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อสุขภาพเท่าไรนัก แต่ที่ชาบาร์ (Cha Bar) จะเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับคนที่หันมาใส่ใจสุขภาพแต่ยังลาขาดจากชาไข่มุกไม่ได้ จากสาขาแรกในซอยละลายทรัพย์ มาสู่อีกหลายสาขาทั่วกรุงเทพฯ ล่าสุดก็เพิ่งเปิดตัวที่เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ในย่านคลองเตย       ชาบาร์ เลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และหาได้ภายในประเทศไทย อย่างเช่น นม ที่เลือกใช้นมวัวจากโคราชแทนการใช้นมผง ช็อกโกแลตก็มาจากโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรี ส่วนน้ำตาลมะพร้าวก็มาจากอัมพวา เจลลี่ชาดำทำจากใบชาที่ปลูกในภาคเหนือ และที่เป็นไฮไลต์ประจำร้านก็คือ ไข่มุกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่เคี้ยวหนุบหนับชวนเพลิดเพลินได้ไม่แพ้ไข่มุกทั่วไป         เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านคือ Classic Milk Cha Riceberry Babo หรือ ชานมคลาสสิคไข่มุกไรซ์เบอร์รี่ ที่ให้พลังงานต่อแก้วเพียง 157 กิโลแคลอรี่เท่านั้น หรือจะลองลิ้มรสความเข้มข้นของช็อกโกแลตบ้านเรา Dark Chocolate Milk Cha หรือ ชานมดาร์คช็อกโกแลตก็น่าจะตอบโจทย์ แม้จะให้พลังงานมากกว่าแก้วแรกด้วยปริมาณ 273 กิโลแคลอรี่ก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำ ดื่มได้สบายใจ       แต่ถ้าไม่อยากดื่มนม Mixed Fruit Cha หรือ ชาผลไม้รวม ก็มอบความสดชื่นและรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ  จากผลไม้สดเต็มแก้ว แต่ที่น้อยคือพลังงาน ซึ่งมีเพียง 77 กิโลแคลอรี่เท่านั้น     นอกจากชาไข่มุก ยังมี เจลาโต้ เนื้อเหนียวหนึบ ที่ยังคงแนวคิดการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยไว้อย่างเหนียวแน่น และมีรสชาติแปลก ๆ ให้ลอง เช่น รสกะทิอบควันเทียน (122 กิโลแคลอรี่) เนื้อสีฟ้าจากดอกอัญชัน กินเข้าไปแล้วได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนอย่างชัดเจน หรือจะเป็นรส ขนมตาล (112 กิโลแคลอรี่) สีเหลืองนวล ที่ให้รสชาติราวกับกินขนมไทยโบราณอยู่จริงๆ     นอกจากนี้ยังมี รสคลาสสิคชานม (122 กิโลแคลอรี่) และรสดาร์กช็อกโกแลต (128 กิโลแคลอรี่) รสนมสด (183 กิโลแคลอรี่) รสรอยัลชาไทย (190 กิโลแคลอรี่) รสเต้าหู้วานิลลา (143 กิโลแคลอรี่) และซอร์เบต์ส้ม (47 กิโลแคลอรี่)     ขนมหวานที่แคลอรี่น้อยมันช่างดีต่อใจ (และสุขภาพ) จริง ๆ!

ใครเป็นแฟนชีสเค้ก สุดน่ารักน่ากินของ Sunny Flavour” ร้านดังแห่งโลกออนไลน์ ตอนนี้เขามีหน้าร้านสาขาแรกที่ตกแต่งได้น่ารักถูกใจสาวๆ สุดๆ ให้แวะมานั่งเล่นกันเพลินๆ ที่หน้าโครงการ Gump's Ari ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) แล้วนะ     แม้จะยังคงมีเมนูเดียวที่นำมาขายให้ชิมกันที่ร้านคือ Rare Cheesecake ชีสเค้กเย็นซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มสีเหลืองนวล หอมนมและครีมชีส หรือที่หลายคนเรียกว่า ชีสเค้กเจอร์รี (เจ้าหนูเจอร์รีในการ์ตูนเรื่อง Tom & Jerry) นั่นเอง     นอกจากแรร์ชีสเค้ก ที่ร้านยังเพิ่มเมนูเครื่องดื่มแสนสดชื่นอย่าง Pink Sunset พีชโซดาหอมหวาน และ Sunny Sunday สตรอว์เบอร์รีลิ้นจี่โซดาให้มานั่งจิบกันยามบ่ายอีกด้วย ส่วนใครสั่งเค้กผ่านทางออนไลน์แล้วสะดวกมาแถวอารีย์ก็สามารถแวะมารับที่ร้านนี้ได้เช่นกัน    

ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ลองขนมปังแสนอร่อยของร้าน X-CUZINE ถือว่าพลาดมาก วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวความน่ารักปนความอร่อยของขนมร้านนี้กัน     ‘X-CUZINE’ มาจากการเล่นคำของคำว่า ‘exclusive’ ที่ทางร้านบอกว่าชื่อนี้เสมือนเป็นของพิเศษ มาจากขนมที่มีรสชาติและหน้าตาสุดพิเศษนั่นเอง ก็เรียกว่าพิเศษจริงๆ แหละ เพราะเปิดมาได้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ โลกโซเชียลก็ต่างพากันพูดถึงเจ้าขนมแสนอร่อยนี้กันอย่างคึกคัก   แถมโลเคชั่นตอนนี้ยังเป็นป๊อบอัพที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ติดบีทีเอสจึงเดินทางสะดวก ส่วนช่วงนี้ที่คนไม่ออกจากบ้านก็สั่งได้โดยที่ค่าส่งไม่แพงมาก ซึ่งบรรยากาศภายในร้านก็จัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว ให้มีสวนเล็กๆ แถมกลายเป็นมุมถ่ายรูปและเม้าท์มอยนิดหน่อยระหว่างรอขนมได้ด้วย       ก่อนเป็น X-CUZINE เนื่องจากเจ้าของเปิดร้าน Seen bangkok อยู่พุทธมณฑลสาย 2 อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งขายขนมปังช็อกโกเลอะจนกระแสตอบรับดี คนสนใจเยอะ จึงเป็นที่มาและตอบรับการเรียกร้องของลูกค้าจนเกิดเป็นร้าน X-CUZINE แบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์สนุกกว่าแบรนด์ Seen bangkok มีการคิดไลน์ขนมใหม่ๆ รวมถึงคิดสไตล์การแต่งร้านเอง มาพร้อมขนมปังลักษณะเป็นโทสต์ปรับปรุงหน้าตาให้น่ารักขึ้นรวมกว่า 8 เมนู (ตอนนี้สั่งเดลิเวอรี่ได้เท่านั้น*)   แนะนำเมนูซิกเนเจอร์: Red carpet เป็นขนมปังไส้สตรอว์เบอร์รี่นำเข้าจากเกาหลีสดๆ ที่มีกิมมิกเป็นชีสยืดๆ อยู่ตรงกลาง (ทางร้านจะเปลี่ยนผลไม้ชนิดอื่นตามฤดูกกาล) บอกเลยว่าขนมปังฟูนุ่มหนึบมากๆ หวานเค็มกลมกล่อมละมุนกำลังดี ชีสกินเข้ากับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลงตัว       เมนูใหม่! ‘Lava Loaf’: ก้อนขนมปังไส้ไหลเป็นลาวา มี 2 รสชาติ คือ Matcha Magma มัทฉะหอมเข้มข้น สัมผัสถึงความเป็นมัทฉะได้ทุกอณูของขนมปังไปจนถึงไส้ลาวาเยิ้มๆ       Chocolate Magma ช็อกโกแลตเข้มข้นดีมาก ขมนิดๆ ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ใครชอบช็อกโกแลตจะต้องเลิฟสุดๆ     หลังจากนี้เราจะได้เห็น X-CUZINE ขยายไปอีก 2 สาขา หลักๆ จะเน้นลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศในรูปแบบ Grab & Go แต่จะเป็นสาขาไหนนั้นสามารถติดตามได้จากเฟซบุ๊กแฟนเพจของทางร้าน

ดาเมจแรงมากต้องยกให้ร้าน A Garden bakingใครเดินผ่านมาเป็นอดไม่ได้ที่ต้องแวะเข้าไปถ่ายรูปชิคๆ กับผนังสีสันเจิดจ้าวาดลวดลายการ์ตูนสุดน่ารักตามด้วยสั่งน้ำเต้าหู้กับชีสเค้ก 2 เมนูคู่ซี๊ของร้านมากินกว่าจะรู้ตัวก็ตกหลุมรักในรสชาติเข้าอย่างจังแล้ว     ดีกรีความอร่อยนี้มีที่มาจากความรักความชอบของเจ้าของร้านที่ชอบกินเบเกอรี่และอยากมีสูตรขนมกับเครื่องดื่มอร่อย ๆ เป็นของตัวเองจึงบินไปเรียนทำอาหารและเบเกอรี่ที่ Le Cordon Bleu London ประเทศอังกฤษและกลับมาสานฝันสร้างธุรกิจ AGarden เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในแวดวงอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มนานกว่า 18 ปี ประกอบกับมีโรงงานทำน้ำเต้าหู้เล็ก ๆ ที่ส่งตามร้านอาหารอยู่แล้ว พอทุกอย่างลงตัวร้านสุดคิวท์แห่งนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่หน้าวิลล่า มาร์เก็ต ซอยสุขุมวิทซอย 49       โดยชูจุดเด่นน้ำเต้าหู้แท้ 100%ทำจากถั่วเหลืองออร์แกนิกเต็มเมล็ด ใช้วิธีคั้นสดแบบดั้งเดิม ไม่มีส่วนผสมของนมผง ครีมเทียม และน้ำมันพืชมีให้เลือก 6 รสชาติ ได้แก่ น้ำเต้าหู้รสจืด ขนาด 300 มล. (49 บาท) น้ำเต้าหู้หวานน้อย ขนาด 300 มล. (49บาท) น้ำเต้าหู้รสหวาน ขนาด 300 มล. (49 บาท) น้ำเต้าหู้รสงาดำ หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท) น้ำเต้าหู้รสช็อกโกแลต หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท) น้ำเต้าหู้รสมัทฉะชาเขียว หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท)       นอกจากแบบบรรจุขวด ยังมีน้ำเต้าหู้รสออริจินอลใส่แก้วพร้อมดื่ม เลือกได้ทั้งแบบร้อนและเย็น และยังเลือกระดับความหวานได้ตามชอบ ส่วนคนที่นิยมดื่มน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องทางร้านมีเม็ดแมงลักและถั่วทองใส่ให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ เติมเต็มคุณประโยชน์ให้แบบดับเบิ้ล       ส่วนเพื่อนซี๊ความอร่อยที่จับคู่กินกับน้ำเต้าหู้ได้อย่างลงตัวคือ Basque Cheesecake ชีสเค้กหน้าไหม้เนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นชีส และรสหวานกำลังดี ทางร้านใช้ไข่ไก่ Free Range Organic จากฟาร์มในจังหวัดเชียงราย ครีมชีสจากฝรั่งเศส และแป้งจากญี่ปุ่นทุกอย่างคัดสรรอย่างดีจึงไม่น่าแปลกใจที่เรากัดเข้าไปคำแรกแล้วรู้สึกอยากกินต่อให้ครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น Basque Cheesecake รสออริจินอล (59 บาท) Basque Cheesecake รสช็อกโกแลต (65 บาท) Basque Cheesecake รสมัทฉะ (65 บาท) Basque Cheesecake รสสตรอว์เบอร์รี (65 บาท)         อีกเมนูไม่ควรพลาดคาราเมล คัสตาร์ด (49 บาท) รสหวานละมุนลิ้นแค่ตักเข้าปากก็ละลาย กินแล้วหลงรักไม่แพ้เมนูอื่นเลย     ขอบคุณภาพ : A Garden baking  

ร้านเครื่องดื่มแนวใหม่เอาใจวัยรุ่น “Want it Blank” ตั้งอยู่ใจกลาง Siam Square One ที่เพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับหนุ่มสาวที่ชอบเครื่องดื่มเย็นๆ หวานๆ ชื่นใจ พร้อมกับรสชาติอันแสนคุ้นเคยในวัยเด็กอย่างนมมอลต์อีกด้วย     ถึงแม้จะเป็นร้านรูปแบบ Grab and Go แต่การออกแบบสไตล์มินิมอลโทนขาวสลับกับไม้ ทำให้ร้านดูโมเดิร์นไม่เหมือนใคร ดึงดูดวัยรุ่นชาวสยามให้มาลิ้มลองได้ไม่ยาก       มากันที่เครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง “Cereal Malted Milk” มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ Basic, Signature และ Overload ซึ่งทั้ง 3 แบบแตกต่างกันที่ท็อปปิงที่เพิ่มเข้ามานั่นเอง     โดยแก้วแรกเราเลือกเป็น “Signature” ที่ได้รสชาตินมมอลต์อันแสนคุ้นเคยในวัยเด็ก เพิ่มมิติด้วยซีเรียลกรุบกรอบ และไข่มุกเหนียวนุ่ม เป็นแก้วที่คนรักมอลต์ไม่ควรพลาด       แก้วที่สองเพิ่มความเข้มข้นด้วยฟองชีสอย่าง “Overload” เมื่อดื่มแล้วได้ความเค็ม มันของชีส ตามมาด้วยรสชาติหวานหอมของมอลต์ เพิ่มความกรุบกรอบกับซีเรียล เคี้ยวสนุกปิดท้ายด้วยไข่มุกเหนียมนุ่มหวานกำลังดี เป็นเมนูที่ควรลิ้มลอง เพราะมีหลายมิติในคำเดียวจริงๆ         และสำหรับสายเฮลท์ตี้ ที่ร้านมี “Homemade Almond Milk” เป็นทางเลือกอีกด้วยนะ จะเลือกแบบนมอัลมอนต์ปกติหรือนำไปมิกซ์กับท็อปปิงต่างๆ ก็ได้เช่นกัน นมอัลมอนต์รสชาติเข้มข้น ดื่มแล้วไม่หนักท้องแถมไม่อ้วนอีกด้วย      

ใครผ่านไปมาแถวสยามสแควร์ คงได้กลิ่นหอมจนต้องเดินตามหาของครีมพัฟสไตล์ฝรั่งเศส (French Cream Puff) จากร้าน Mihimihi Thailand แบรนด์ดังจากประเทศจีนที่ชิมลางจากร้านต้นแบบสาขาแรก ชั้น LG สยามสแควร์วัน แม้จะเปิดตัวได้ไม่นานแต่เสียงตอบรับคึกคักแค่ไหนให้ดูได้จากจำนวนคนยืนรอซื้ออยู่หน้าร้าน     กระทั่งเป็นที่มาของสาขาล่าสุดที่ตั้งใจกระจายความฟินให้ได้กินกันอย่างทั่วถึง อยู่ไม่ไกลจากสาขาแรกเท่าไหร่โดยพิกัดน้องใหม่อยู่ในสยามสแควร์ ซอย 10 เยื้องกับศูนย์หนังสือจุฬา ช็อปหนังสือเสร็จก็มุ่งหน้ามาเติมความหวานละมุนให้ชุ่มชื่นหัวใจกันได้ที่สาขานี้เลย       จุดเด่นของครีมพัฟแท่งนี้นอกจากกลิ่นหอมยั่วยวนแล้วก็คือผิวนอกกรอบโรยอัลมอนด์ให้เคี้ยวกรุบๆ สอดไส้ครีมละมุนลิ้นที่มีให้เลือก 5 รสชาติ ได้แก่ ออริจินอล ช็อกโกแลต ลาเต้ มัตฉะ และสตรอเบอร์รี     ใครกินครั้งแรกคงอยากทดลองให้ครบทั้ง 5 รสเพื่อค้นหารสชาติที่ชื่นชอบ ซึ่งทั้งหมดทำออกมาได้รสหวานกำลังดีเราเลยละเลียดได้เรื่อยๆ เผลอเดี๋ยวเดียวกินครบทุกรสชาติ แบบไม่รู้สึกว่าเลี่ยนเลย       นอกจากครีมพัฟยังมีซูเฟล่นุ่มๆ ให้เลือกสั่งมาเอ็นจอยอีก 4 รสชาติ ได้แก่ ออริจินอล ออริจินอลบับเบิ้ล มัตฉะ และสตรอเบอร์รี เมนูนี้อาจต้องรอนานหน่อยเพราะทางร้านจะอบใหม่เมื่อสั่งเท่านั้น เนื้อแป้งนุ่มฟู ราดครีมเข้มข้นรสหวานละมุน แค่ตักเข้าปากก็แทบละลายแล้ว         ประสบการณ์สุดฟินที่ใครก็ยินดีรอ!

This Might Be Open minded เปิดใจเพื่อโลกที่ดีกว่า คือคอนเซปต์ของร้านชาไข่มุกรักษ์โลกขวัญใจเด็กม.ธรรมศาสตร์ รังสิต Tmbo Tea Bar ด้วยแนวคิดที่ไม่อยากเพิ่มขยะให้กับโลก จึงเลือกใช้แก้วพลาสติกย่อยสลายได้ที่ทำจากข้าวโพดและหลอดกระดาษ ส่วนเรื่องวัตถุดิบทางร้านเน้นแบบธรรมชาติ ใช้นมสดแทนครีมเทียม ชาเขียวก็นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นแหล่งต้นตำเนิดของวัตถุดิบเท่านั้น แบบนี้จะไม่เรียกว่าดีต่อโลก ดีต่อใจ ได้อย่างไรล่ะ       และที่สำคัญทางร้านยังมี  ATM Ordering Machine เครื่องสั่งชาด้วยตัวเอง อร่อยฟินกับชาไข่มุกง่ายๆ ไม่ต้องคิวรอนาน เก๋ไปอีกแบบ       แก้วนี้ขอมอบให้สาวกมัตฉะ Yuzu Matcha น้ำส้มยูสุรสเปรี้ยว ผสานไปกับมัตฉะชั้นดีจากเมืองอุจิ รสเข้มกลิ่นหอม ก่อนดื่มควรคนสักเล็กน้อย ก่อนสัมผัสถึงความสดชื่นสุดเพลิน       ต่อด้วยเมนูของสายเข้ม Chocolate Madness แบล็คโกโก้และช็อกโกแลตเข้มข้น ผสมกับนมสดหอมมัน มีไข่มุกหนึบหนับเคี้ยวเพลินๆ ได้ใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์จริงๆ     Pocky Milk เครื่องดื่มสีชมพูสุดคิ้วท์ นมสดสตรอว์เบอร์รีหวานมันและฟองนมนุ่มลิ้น ยิ่งจิบก็ยิ่งเพลิดเพลิน     สำหรับใครที่พกแก้วมาเอง Tmbo Tea Bar มีส่วนลดให้ 10 บาท พิเศษว่านั้นหากพกหูหิ้วผ้าของทางร้านมาด้วยจะได้ลดเพิ่มอีก 5 บาท คุ้มค่าแบบนี้  Let's go green กันเถอะ!  

ภายในโครงการ  Lido Connect ข้างๆ Siam Square One นั้นมีร้านเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยรสชาติเข้มข้นคับแก้วซ่อนอยู่ CHUB N' CHEW ร้านน้ำปั่นที่สะสมประสบการณ์จากการออกงานแฟร์จนกลายเป็นขวัญใจของคนที่ได้ลิ้มลอง จากบราวนี่ที่ขายในโลกออนไลน์ถูกครีเอทด้วยความพิถีพิถัน และใส่ใจจนกลายมาเป็นบราวนี่ปั่นรสชาติดี เจ้าของร้านตอกย้ำความสำเร็จจนมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติหนักแน่นถูกใจคนรักช็อกโกแลตทุกวัน       เมนูโดดเด่นที่อร่อยไม่เปลี่ยนแปลง Chocolate Brownie Frappe ดาร์กช็อกโกแลตปั่นรวมกับบราวนี่เข้มข้นหนึบหนับ ยังไม่จุใจ ตักบราวนี่เนื้อแน่นที่โรยอยู่ด้านบนมากินตบท้าย งานนี้ไม่ฟินก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว       ต่อด้วย Vanilla Brownie Frappe นมวานิลลาปั่นพร้อมกับบราวนี่ช็อกโกแลต หวานพอดี ใครชื่นชอบนมปั่นต้องถูกใจแก้วนี้แน่นอน     ส่วนสาวกมิ้นต์ต้องลอง Chocolate Mint Two Tone Brownie Frappe เมนูน้องใหม่ขายดี ชั้นล่างของแก้วเป็นมิ้นท์รสเย็นสดชื่น ตัดกับรสเข้มของช็อกโกแลต และบราวนี่ที่ท็อปอยู่ด้านบนได้อย่างพอดิบพอดี ด้วยสัดส่วนที่ลงตัวช่วยส่งให้เครื่องดื่มแก้วนี้เป็นที่รื่นรมย์ของทุกคนที่ชิม     ใครเป็นแฟนคลับบราวนี่อย่าลืมไปฟินที่ CHUB N' CHEW นะ    

สายเฮลท์ตี้เตรียมเคลียร์คิวได้เลย เพราะตอนนี้  Whale Belly Poke Bar ร้านโปเกะบาร์เปิดใหม่พร้อมให้เราได้ไปลองกันแล้วที่ชั้น 2 The Third Place สุขุมวิท 101 กับเมนูโปเกะ (Poke) เมนูพื้นเมืองแบบฮาวายเอี้ยนที่ให้อารมณ์ญี่ปุ่นไปด้วยในตัว เพราะอัดแน่นไปด้วยปลาดิบ ผักสด ผลไม้หวานฉ่ำ แล้วเพิ่มรสชาติอีกนิดด้วยซอสสุดเข้มข้น         ส่วนใครปลื้มผลไม้ แนะนำ Hawaiian Poke ฮาวายเอี้ยนสุดใจ สีสวยด้วยเนื้อกุ้ง ปูอัด มะม่วงสุก สับปะรด แตงกวา โรยหน้าด้วยไข่กุ้งกรึบๆ จับคู่กับซอสมะนาวที่รสเปรี้ยวไปตัดกับความหวานของผลไม้ได้ดีเชียว     <img alt="" whale="" belly="" poke="" bar”="" อร่อยแบบฮาวายที่โปเกะบาร์เปิดใหม่ย่านสุขุมวิท"="" data-cke-saved-src="https://www.gourmetandcuisine.com/Images/editor_upload/_editor20190315035210_original.jpg" src="https://www.gourmetandcuisine.com/Images/editor_upload/_editor20190315035210_original.jpg">   สรุปได้ว่าฟินทุกถ้วย

เมื่อพูดถึงมิสเตอร์เชค (Mr. Shake) คงต้องบอกว่าเป็นร้านชาไข่มุกที่ใครหลายคนแวะเวียนเป็นลูกค้าตั้งแต่เล็กจนโตเลยก็ว่าได้ และคราวนี้ Mr. Shake ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับชื่อที่ยาวมากขึ้นอีกหน่อย ด้วยการเติมคำว่า Beyond ลงไป พร้อมกับคอนเซปต์ที่เขาบอกต่อกันว่าพรีเมี่ยมยิ่งขึ้นและอร่อยกว่าที่เคย     ความพิเศษที่เพิ่มเข้ามาใน Mr. Shake Beyond ก็คือความสดใหม่ของชาที่ชงกันแบบต่อแก้ว ร่วมด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยมไม่ว่าจะเป็นชา ไซรัป ไล่ไปจนถึงนมสด และที่สำคัญแพคเกจยังน่ารักน่าจับต้องขึ้นอีกเป็นกอง       เรามาเริ่มกันด้วย Bubble Beyond Milk Tea (95 บาท) ชานมไข่มุกสูตรซิกเนเจอร์ที่ให้อารมณ์คล้ายๆ กับชาไทยแต่เติมเต็มความเข้มข้นด้วยฟองนมและไข่มุกนุ่มหนึบ ขณะที่รสชาติก็มีหอมละมุนและหวานกำลังดี     ถ้าชอบชาญี่ปุ่นก็ต้องลอง Matsu Matcha (115 บาท) ที่นำชาเขียวมัตฉะที่ทุกคนหลงรักมาชงสดฝนกันสดๆ พร้อมนมสด ก่อนจะท็อปด้วยนมสุดนุ่มยิ่งจิบก็ยิ่งเพลิน     หรือจะลอง Bubble Hojicha Latte (115 บาท) ชาโฮจิฉะที่โดดเด่นด้วยกลิ่นไหม้นิดๆ ชงข้นๆ เทลงไปในนมสดกินแกล้มคู่กับไข่มุกเคี้ยวหนึบก็อร่อยเพลิน     แต่ถ้าอยากลองรสชาติแบบผสมผสานก็ห้ามพลาด Matcha Choco Latte (145 บาท) เครื่องดื่มสีสวยที่ไล่เลียงความอร่อยของชั้นช็อกโกแลต นมสด และชาเขียว ก่อนกินก็ให้คนให้เข้ากัน จากนั้นจึงค่อยสัมผัสกับความสดชื่นหอมหวานมัน     ส่วนสายหวานเราขอแนะนำ Strawberry Fresh Milk (115 บาท) นมสดที่เกิดจากการรวมตัวของนมสดและไซรัปสตรอว์เบอร์รี่โฮมเมดรสหวานหอมอมเปรี้ยว แถมยังเพลินไปกับสตรอว์เบอร์รี่อบแห้งที่จะมาช่วยเติมพลังความสดใส     แต่ที่เด็ดสุดขอยกให้ Butterfly Honey Lemon (85 บาท) น้ำเลมอนสุดเปรี้ยวที่เติมสีสันด้วยน้ำอัญชัญสีน้ำเงินเข้ม ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วงก็น่ากินอย่างที่สุด ยิ่งจิบยิ่งตาสว่าง ลืมง่วงกันไปเลย  

ขณะเดินช้อปปิ้งอยู่ในแผนกเสื้อผ้าสตรี ชั้น 2 ห้างเซ็นทรัลพลาซา บางนา คุณอาจจะได้กลิ่นหอมๆ หวานๆ ของน้ำผึ้งลอยมาแตะจมูก และเชิญชวนให้เดินไปหาที่มาของกลิ่นนั้นอย่างช่วยไม่ได้ เพราะไม่บ่อยนักที่ห้างเซ็นทรัลจะยอมให้มีร้านคาเฟ่มาตั้งอยู่ในฝั่งดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เรียกว่าต้องมีอะไรเข้าเกณฑ์แหละ ถึงมาอยู่ตรงนี้ได้     ถึงอย่างไรก็เป็นโอกาสดีของเหล่านักช้อป ที่จะมีคาเฟ่ทรงน่ารักพร้อมที่นั่งให้มาแอบพักจิบกาแฟกินขนมกัน โดยเมนูของร้าน Honey Mee สัญชาติอเมริกันนี้ ก็เหมาะสำหรับดับกระหายคลายเหนื่อยดีเลยล่ะ โดยเฉพาะไฮไลท์อย่างซอฟต์เสิร์ฟที่ทำจากนมแท้ๆ 100% จากฟาร์มที่ผ่านคุณภาพของ Kosher มีซิกเนเจอร์คือ “Honey Mee” ( 140 บาท) ชื่อเดียวกับร้าน ซอฟต์เสิร์ฟใส่น้ำผึ้งและรังผึ้งออร์แกนิกจากต้นส้ม แคลิฟอร์เนีย เป็นความหวานและหอมที่ได้จากวัตถุดิบพรีเมียมจริงๆ หรือถ้าชอบสไตล์ญี่ปุ่น ต้องลอง Matcha Affogato ( 160 บาท) ใส่น้ำผึ้งและโรยหน้าผงชาเขียวเข้มข้น เข้ากันดีอ่ะ! ส่วนสายฟรุ้งฟริ้ง เราแนะนำ Sweetie Fruitie ( 160 บาท) ใส่น้ำผึ้งและโรยหน้าด้วยผลไม้ฟรีซดราย ทั้งกล้วย บลูเบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่ และคอร์นเฟลก       ส่วนใครที่ยังรู้สึกว่าลิ้มรสความอร่อยของนมได้ไม่เต็มที่ สั่งเป็นมิลค์เชคมาดื่มเลยเป็นไง รสที่เราชอบคือ Honey Charcoal ( 140 บาท) นอกจากความหวานมันของนมและน้ำผึ้งแล้ว มันจะมีความกรึบๆ ของถ่านด้วย ดื่มเพลินดี แต่ถ้าชอบสไตล์ผู้ใหญ่ ให้สั่งม็อคเทลของที่นี่มาลอง อย่าง Virgin Mojito ( 125 บาท) นี่ช้อปมาเหนื่อยๆ แล้วจะสดชื่นขึ้นเลย ส่วนหนุ่มๆ มาดเข้ม ลองสั่งกาแฟของเขามาดื่มได้นะ ที่นี่นำเข้ากาแฟคุณภาพดีจากออสเตรเลีย มีให้ดื่มทั้งสูตรร้อนสูตรเย็น     ด้านขนมหวาน ขอบอกว่าเป็นสาขาแรกของ Honey Mee ที่จัดเต็มขนาดนี้ และจะมีเสิร์ฟเฉพาะสาขาในห้างกลุ่มเซ็นทรัลเท่านั้น (ที่กำลังจะเปิด มีอีก 4 สาขาคือ ลาดพร้าว ชิดลม พระราม 3 และนครราชสีมา) เมนูเด่นๆ มีทั้ง เค้กลูกมะเดื่อตุ๋นชาน้ำผึ้งโรสแมรี่ ( 320 บาท) เค้กใส่เนื้อผลไม้ มิวเฟยเบอร์รี่ ( 260 บาท) ชีสเค้กส้มน้ำผึ้งเลมอนกับครัมเบิลยูสุ ( 250 บาท) และบรรดาวาฟเฟิลหลากหลายเมนูทำเสิร์ฟชิ้นต่อชิ้นเลยทีเดียว ( 80 – 150 บาท)           นอกจากนี้ ยังเอาใจหนุ่มสาวยุคใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์ Working Space 4.0 โดยสร้างบรรยากาศให้เป็นทั้งที่นั่งพักกินขนมหรือจะเป็นที่นั่งจิบกาแฟพลางทำงานไปด้วยก็ได้ โดยที่โต๊ะทุกตัวจะจัดให้มีปลั๊กไฟและฟรีไวไฟสำหรับลูกค้าที่มาใช้บริการ เป็นแนวคิดน่ารักๆ ของหุ้นส่วนหลักอย่าง โค้ชเช ชเว ยอง ซอก และคุณโบว์ ปรายฟ้า สิริวิชชา นั่นเอง          

Tag: , คาเฟ่,

ปีนี้อาหารการกินในโคราชดูอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ เมื่อ 2 ห้างใหญ่อย่างเทอร์มินอล 21 และเซ็นทรัลเปิดตัวอย่างครึกครื้น ออกมานอกห้างก็มีร้านเปิดใหม่น่าสนใจไม่น้อย อย่างร้านไอศกรีมควบคาเฟ่ Ice So Cream ร้านนี้ น่าจะเป็นแหล่งแฮงค์เอาต์ของวัยรุ่นได้ไม่ยาก ด้วยบรรยากาศอิฐๆ สวนๆ สุดชิว พ่วงด้วยไอศกรีมรสชาติเก๋ๆ หลากรสให้ลองกันได้ไม่เบื่อ     ร้านอยู่ทางเข้าเดียวกับโชว์รูมนิสสัน เข้าไปแล้วจะเจอร้านอาหารอิตาเลียน Pidaso ก่อน ขับตรงเข้าไปอีกนิด ระหว่างที่กำลังเพลินกับแมกไม้ร่มรื่น บ้านผนังอิฐเล็กๆ ก็ค่อยๆ เผยตัวออกมาให้เห็น ตัวร้านขนาดกะทัดรัดนี้มีที่นั่งทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ และมีที่จอดรถกว้างขวาง       ไฮไลท์แน่นอนว่าเป็นบรรดาไอศกรีมโฮมเมดหลากรส รสที่เราชอบเป็นรสแบบไทยๆ ที่ทำออกมาได้เข้มข้นถึงใจมาก ไม่ว่าจะเป็น ไอศกรีมมะยมพริกเกลือ ที่มีทั้งความเปรี้ยวความฝาดเหมือนกินมะยมจริงๆ แต่มีความหวานเย็น โรยพริกเกลือเพิ่มความจี๊ดจ๊าด หรือ ไอศกรีมกระท้อนน้ำปลาหวาน ที่ราดน้ำปลาหวานรสจัดจ้านลงมาด้วย ให้รสชาติสมจริงสุดๆ และขวัญใจวัยเด็กต้อง ไอศกรีมยาคูลท์ปีโป้ ที่ใส่เนื้อปีโป้ลงไปด้วย เคี้ยวเจอแล้วดึ๋งๆ นึกถึงสมัยเด็กๆ เพลินไปเลย      ไอศกรีมมะยมพริกเกลือ    ไอศกรีมกระท้อนน้ำปลาหวาน   ไอศกรีมยาคูลท์ปีโป้   ส่วนใครที่ชอบรสละมุนๆ หน่อย อยากให้ลองรสแบบขนมไทยอย่างเมนูใหม่ ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้ ไอศกรีมกะทิอัญชันราดซอลต์คาราเมลน้ำตาลมะพร้าว นอกจากนี้ก็ยังมีรสอื่นๆ ที่หมุนเววียนมาในแต่ละวัน ทั้งไอศกรีมทุเรียน ไอศกรีมสตรอว์เบอร์รีชอร์ตเค้ก ไอศกรีมมะเฟืองซอร์เบ ไอศกรีมโรสมิลค์ที เรียกว่ามีให้เลือกกันจนฟิน   ไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้   ไอศกรีมกะทิอัญชันราดซอลต์คาราเมลน้ำตาลมะพร้าว   นอกจากไอศกรีมหลากรสที่หมุนเวียนเปลี่ยนมาให้ชิมรสใหม่กันเรื่อยๆ แล้ว ที่นี่ยังมีเค้กโฮมเมดต่างๆ ให้ลิ้มลอง อาทิ เค้กบานอฟฟี่ บราวนี่ช็อคโกแลต ฯลฯ ทานคู่กับกาแฟลาเต้ร้อนที่บาริสต้าของร้านตั้งใจชงให้ นั่งได้ยาวๆ ไปเลย         

อยากจะกรีดร้องตะโกนให้สุดเสียง เพราะในที่สุด Milkcow ร้านไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟสุดโด่งดังในโลกโซเชียลของเกาหลีได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังจากแก้มแดงเคยนั่งมองตาปริบๆ แกมอิจฉาประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกา ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย แคนาดา และออสเตรเลีย ในไอจีมาพักใหญ่ งานนี้เลยขอมาประกาศกร้าวว่าเราจะต้องไปชิมให้ได้! (เล่นใหญ่ไปไหม?)     นอกเหนือจากความอร่อยของไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่เอาชนะใจใครต่อใครได้แล้ว คงต้องบอกว่าเสน่ห์จริงๆ ของแบรนด์นี้ ก็คือ ที่มาของแหล่งนมที่ดีงามไม่แพ้รสชาติ เมื่อนมทุกหยดที่เรากำลังจะได้ลิ้มลองกันนั้นเป็นน้ำนมออร์แกนิกที่มาจากแม่วัวอารมณ์ดีที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งเล่นและแทะเล็มหญ้าในฟาร์มอย่างเพลิดเพลิน จนได้น้ำนมคุณภาพรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และปราศจากสารเคมี       แก้มแดงขอประเดิมเมนูแรกด้วย Milky Cube (แบบถ้วย 159 บาท แบบโคน 169 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ฮอตฮิตติดตลาดที่พอเห็นก็ต้องตกหลุมรักกับความเนียนนุ่มสีขาวนวลที่มาพร้อมความหอมหวานของรังผึ้งชิ้นสี่เหลี่ยมพ่วงมาให้เคี้ยวหนึบ เจือความหวานน้อยๆ ที่สำคัญถ้าใครลองกินแบบโคนก็จะได้ความกรุบกรอบเพิ่มเติมเข้ามาด้วย (เลิฟเลย)       แล้วมาเพิ่มดีกรีความเข้มกับ Banoffee (ราคา 149 บาท) ไอศกรีมนมซอฟต์เสิร์ฟที่ซุกซ่อนความหอมหวานของกล้วยชิ้นใหญ่ และครัมเบิลเคี้ยวกรุบ ก่อนจะราดด้วยซอสเนื้อกล้วยเพิ่มความฉ่ำ และซอสคาราเมลที่ช่วยเพิ่มความหอมหวานละมุนขึ้นมาอีกขั้น     แต่ถ้าชอบความอร่อยเวอร์วังอลังการแล้วล่ะก็ คงต้องลอง Santorini (159 บาท) ที่ยกขบวนความอร่อยมาประเดประดังบนซอฟต์เสิร์ฟนมของเรา ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้โอรีโอ ถั่วพิตาชิโอ และถั่วลิสงบด มาโรยจนทั่ว ร่วมด้วยเหล้าหวานสีฟ้าสดใสอย่าง Blue Curacao มาเสริมทัพ แล้วตกแต่งปิดท้ายด้วยเวเฟอร์ช็อกโกแลต และสายไหมสีขาวฟูฟ่อง แก้มแดงคงไม่ต้องบอกนะคะ ว่าควรจะจัดการกับอะไรก่อน     นอกจากไอศกรีมแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูพิเศษส่งตรงมาจากเกาหลีอย่าง Tiramisu (159 บาท) ทีรามิสุในแก้วใสที่อัดแน่นด้วยชีสมาสคาโปนเนื้อนุ่มละมุนสุดๆ เคี้ยวเพลินด้วยชิ้นเค้กเลดี้ฟิงเกอร์ชุปในกาแฟเอสเปรสโซ่รสขมนิดๆ อร่อยจนอยากบอกต่อ แต่ถ้าใครอยากนั่งยาวๆ ที่นี่ก็มีเค้กชิ้นเล็กๆ มาเคียงคู่กับไอศกรีมกันด้วยนะ แก้มแดงก็เลยปิดท้ายด้วยเค้กส้มรสเปรี้ยวๆ มาตัดรสชาติ     และอย่าลืมเตรียมรอสาขาใหม่ของ Milkcow ได้เร็วๆ นี้