ยกให้เป็นหนึ่งในกระแสมาแรงของวงการไอศกรีม สำหรับ Moodaengs Amphawa ร้านไอศกรีมฟิวชันรสชาติแปลกใหม่จากอัมพวา ที่วันนี้มาเปิดสาขา 2 ภายในตลาดจ๊อดแฟร์ พระราม 9 จุดเด่นอยู่ที่การนำวัตถุดิบโลคอลจากจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทย มาประยุกต์เป็นไอศกรีมรสคาวและหวาน ซึ่งมีให้เลือกมากกว่า 10 รสชาติต่อวัน  อร่อยถูกปากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ       เริ่มด้วยรสชาติที่พลาดไม่ได้ ไอศกรีมมะม่วงน้ำปลาหวาน (99.-) น้ำปลาหวานเครื่องแน่นคัดเฉพาะกุ้งแห้งไซส์ใหญ่ โดยทางร้านเลือกใช้น้ำตาลดอกมะพร้าวเป็นส่วนผสมทำให้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ กินพร้อมกับไอศกรีมมะม่วงแก้วขมิ้นเชื่อม หวานเย็นชื่นใจ       ไอศกรีมปลาทูต้มหวาน (79.-) เป็นการนำวัตถุดิบขึ้นชื่อของตลาดน้ำอัมพวามาทำไอศกรีมเบสนม ผสมเนื้อปลาทูแม่กลองต้มหวานมาให้เคี้ยวเพลินๆ รสหวานเค็ม นัว       เติมความสดชื่นด้วย ไอศกรีมฝรั่งคลุกบ๊วย (69.-) โดยใช้เป็นฝรั่งกิมจูจากดำเนินสะดวก โรยด้วยผงบ๊วยสูตรของทางร้าน รสเปรี้ยวหวาน อีกตัว คือ ไอศกรีมกระท้อนพริกเกลือ (69.-) ทำจากกระท้อนหอมตามฤดูกาล สามารถเลือกจับคู่ได้ทั้งพริกเกลือและน้ำปลาหวาน       ในส่วนของรสหวานต้องยกให้ ไอศกรีมข้าวเหนียวหน้ากุ้ง (69.-) ไอศกรีมสีเหลืองนวลที่ทำจากซอสข้าวเหนียว หอมหวานมัน โรยด้วยกุ้งป่น หรือจะเลือกเป็น ไอศกรีมชานมไข่มุก (69.-)  เข้มข้มกลมกล่อมหอมกลิ่นชา กินพร้อมไข่มุกบุกหนึบหนับ  

ร้านนี้เดินผ่านเฉยๆ คงไม่ได้ เพราะไฮไลต์คือน้ำตาลโตนด เครื่องดื่มสุดโปรดปรานของเรา ที่ปกติจะวางขายริมทางแต่วันนี้มีคนรุ่นใหม่หยิบวัตถุดิบท้องถิ่นจากเพชรบุรีมาครีเอทเป็นเครื่องดื่มและขนมหวานสไตล์โมเดิร์นภายใต้ชื่อ DUU (ดุ๊...คำสร้อยภาษาถิ่นเพชรบุรี) ไม่เพียงยกระดับวัตถุดิบที่หลายคนมองข้ามมาเพิ่มมูลค่าได้อย่างน่าสนใจ ยังช่วยอุดหนุนเกษตรกรไทยให้มีรายได้เพิ่มอีกด้วย       ความเก๋ของดุ๊คือทุกเมนูจะชูวัตถุดิบหลักอย่างน้ำตาลโตนดและลูกตาลเชื่อม อาศัยจุดขายที่เป็นสเน่ห์ของน้ำตาลโตนดคือรสหวานหอมละมุนลิ้น นำไปทำเมนูไหนก็ไม่ผิดหวัง ส่วนลูกตาลเชื่อมจะเชื่อมในน้ำตาลโตนด เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ รอจนน้ำตาลแทรกซึมเข้าไปในเนื้อลูกตาล จากนั้นนำมาเผาไฟเพื่อดึงกลิ่นและรสชาติจากน้ำตาลโตนดออกมาให้ได้มากที่สุด แล้วเสียบไม้คล้ายดังโงะของญี่ปุ่น ออนท็อปเก๋ๆ ให้เคี้ยวเล่นหนึบหนับ       เริ่มที่ ดุ๊ ซิกเนเจอร์ชื่อเดียวกับร้าน ใส่เครื่องทุกอย่างที่มีไม่ว่าจะเป็นโตนดเจลลี่ ลูกตาลเจลลี่ ลอดช่อง เม็ดแมงลัก ใส่นมสูตรพิเศษ หวานน้อยแต่เข้มข้นหอมมัน ด้านบนวางลูกตาลดังโงะที่กินแล้วว้าวมากตั้งแต่กัดคำแรก     สำหรับคนที่ชอบดื่มทั้งชาและกาแฟ ไม่ต้องรักพี่เสียดายน้อง เพราะชาแฟตาลโตนด ตอบโจทย์มาก แก้วนี้ผสมชาเย็นกับกาแฟไทยเข้าด้วยกัน ใส่โตนดเจลลี่และลูกตาลเจลลี่ อร่อยไม่แพ้แก้วแรก       ส่วนขนมหวานลอง ทาร์ตลูกตาลโตนด เนื้อทาร์ตนุ่ม ชุ่มฉ่ำ รสชาติกลมกล่อมและหวานอ่อนๆ จากเนื้อลูกตาลที่ผสมในตัวทาร์ตและลูกตาลดังโงะด้านบน     พานนาคอตตาตาลโตนด พานนาคอตตาเนื้อเนียนละมุน หอมกลิ่นตาลโตนด ใส่เม็ดแมงลักเพิ่มเทกเจอร์กรุบๆ เวลาตักทานพร้อมกันทั้งเนื้อตาลโตนดและเม็ดแมงลัก อร่อยอย่าบอกใคร     ต่อด้วย 2 เมนูที่ควรสั่งมาคู่กัน พานนาคอตตาท้องฟ้า พานนาคอตตาชาไทยเนื้อละมุน เพิ่มรสสัมผัสด้วยลอดช่อง ด้านบนเป็นนมอัญชันที่ดูราวกับท้องฟ้า ไม่ลืมวางลูกตาลดังโงะให้เคี้ยวเล่น       พานนาคอตตาทะเล พานนาคอตตาอัญชันที่ดูเหมือนท้องทะเลเมืองเพชร เนื้อเนียนนุ่ม เพิ่มรสสัมผัสด้วยลอดช่อง ด้านบนเป็นชาไทยใส่นม และเนื้อตาลโตนด     ยกให้เป็นคู่ซี้ที่ควรมีไว้ติดตู้เย็นจริงๆ

Kodawari (โค-ดา-วา-ริ) ร้านที่จริงจังเรื่องโอนิกิริหรือข้าวปั้นญี่ปุ่น ครีเอทไส้รสเด็ดออกมาให้เราเลือกฟินมากถึง 10 ไส้ ห่อด้วยสาหร่ายอันดับ 1 ของญี่ปุ่นแบรนด์ Yamamoto Nori Ten ที่มีกลิ่นหอมและไม่เหนียว รสชาติเค็มๆ มันๆ เข้ากันได้ดีกับข้าวญี่ปุ่นปรุงรส และไส้ที่อัดแน่นจนเกือบทะลักอยู่ด้านใน           หากถามถึงเมนูขายดีคงตอบยากสักหน่อย เพราะแต่ละเมนูแย่งซีนกันตลอด ไม่ว่าจะเป็น ไข่ปลาแซลมอน ส่งตรงไข่ปลาแซลมอนจากฮอกไกโด เม็ดกลมใสปรุงรสด้วยโชยุ เคี้ยวชุ่มฉ่ำ เต็มปากเต็มคำ       แซลมอนย่างเกลือ เนื้อแซลมอนสับ รสนุ่มนวล เค็มปลายลิ้น เป็นเมนูที่กินแล้วสดชื่น หอมกลิ่นไอทะเลโชยมาทีเดีย     แซลมอนเทริยากิ แซลมอนย่างพอสุก ราดด้วยซอสเทอริยากิเข้มข้น รสเค็มหวาน     แต่ถ้ารักพี่เสียดายน้องอยากกินทั้ง 2 ไส้พร้อมกัน สั่งอิคุระกับแซลมอน อัดแน่นทั้งเนื้อและไข่ กินให้จุใจไปเลย ปิดท้ายด้วยปลาไหล ขึ้นชื่อว่าปลาไหลญี่ปุ่น ไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะทั้งนุ่มและฉ่ำ ส่งเข้าปากก็แทบละลายไม่ต้องออกแรงเคี้ยว ยิ่งเคลือบด้วยซอสสูตรลับสุดเข้มข้นด้วยแล้วล่ะก็ ซื้อกลับไปตุนในตู้เย็นได้เลย     แม้ร้านจะมีโอนิกิริเป็นเมนูสุดป็อป แต่ข้าวหน้าต่างๆ ก็ขายดีไม่มีแผ่ว ทุกเมนูโปะหน้าแน่นๆ แทบมองไม่เห็นข้าวด้านล่าง อาทิ ข้าวหน้าไข่ปลาแซลมอน จุใจคนรักไข่ปลาสีส้ม เพราะใส่ให้เต็มที่ไม่มีหวง ละเลียดเพลินตั้งแต่คำแรกจนคำสุดท้าย     ต่อด้วย ข้าวหน้าปลาไหล ไฮไลท์คือปลาไหลญี่ปุ่นนำเข้า เนื้อนุ่มละมุน ไร้กลิ่นคาวกวนใจ ราดด้วยซอสรสชาติกลมกล่อม วางบนข้าวญี่ปุ่นหอมๆ อร่อยจนไม่อยากวางช้อน     หลายคนออกแนวลังเล อยากกินทุกเมนู แนะนำข้าวหน้ารวมมิตร จัดเต็มแซลมอนเทริยากิ ไข่ปลาแซลมอน ไข่หวาน หรือจะเลือกเป็นไข่ปลาแซลมอนจิ้นกับไข่หวานก็เข้ากั๊นเข้ากัน     อีกเมนูของร้านที่น่าสนใจและไม่อยากให้พลาดคือโอปันยากิ ขนมครกญี่ปุ่น แป้งนุ่ม ไส้แน่น มีไส้ถั่วแดง คัสตาร์ด เผือก และมันเทศ เราลองแล้วอร่อยทุกไส้จริงๆ   พิกัด : สาขา Siam Paragon ชั้น G สาขา EmQuartier ชั้น G สาขา Emporium ชั้น 4 สาขา Takashimaya (Iconsiam) ชั้น G สาขา Central Eastville ชั้น 1 สาขา The Mall Ngamwongwan ชั้น 1 สาขา UFM Fuji Super ซอยสุขุมวิท 33/1 สาขา ตลาดญี่ปุ่นทองหล่อ Thonglor Nihon Ichiba

ถ้าพูดถึงชานมไข่มุกยอดฮิตขวัญใจวัยทีนส์อย่างไรก็ต้องมี “Bearhouse” ชานมบ้านหมีสัญชาติไทยอย่างแน่นอน เจ้าของคือยูทูปเบอร์นักกินอย่าง ซานปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ กานต์–อรรถกร รัตนารมย์ จุดเริ่มต้นของร้านนี้คือ การที่ทั้ง 2 คนเป็นฟู้ดดี้ตัวยง กินของอร่อยๆ หลากหลายจนแฮปปี้มากๆ เลยอยากเปิดร้านที่รวมขนมฟินๆ ให้ผู้คนที่ชิมมีความสุขบ้าง     จุดเด่นของ Bearhouse แน่นอนว่าเป็น “ไข่มุกโมจิข้าวไทย” ที่หลายคนเลิฟ ร้านครีเอทตั้งแต่ผงแป้งที่ทำมาจากข้าวไทย ต้มสุกแล้วแช่ในน้ำเชื่อมหวานฉ่ำ ทำวันต่อวันไม่ใส่สารกันบูด รวมไปกับชานมรสต่างๆ ที่ได้มาจากใบชาชั้นดีจากจังหวัดเชียงราย     เครื่องดื่มของที่นี่จะเน้นรสกลมกล่อม กินง่าย สามารถเลือกระดับความหวานได้ตามใจลูกค้าบวกกับราคาน่ารักๆ จึงไม่แปลกที่แบรร์เฮาส์จะเป็นร้านชานมไข่มุกที่ได้กระแสตอบรับดีอย่างต่อเนื่องมาตลอด จนตอนนี้ขยายมาถึงสาขาที่ 9 ซึ่งตั้งอยู่ที่ชั้น 3 ของ “เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว” แล้ว     นอกจากนั้นยังมีขนมอย่าง โมจิโรลนมฮอกไกโด แป้งโมจิที่ทำมาจากข้าวไทย เนื้อเหนียวนุ่ม ซิกเนเจอร์ของทางร้าน กัดพร้อมเค้กโรลนิ่มนิ่ม และครีมสดรสนมฮอกไกโกครีมมี หวานพอดีลงตัว     สาวกช็อกโกแลตต้องนี่เลย โมจิโรลช็อกโกแลต เค้กโรลที่มาความพิเศษตรงแป้งโมจิข้าวไทยหนึบๆ รสช็อกโกแลต ห่อเค้กเนื้อฟองน้ำฟูๆ และครีมสดรสช็อกโกแลต รสหวานน้อย ผสานเข้มพอเหมาะ อร่อยเลย     เหมือนฝัน ขนมเปี๊ยะโมจิไข่เค็ม แป้งโมจิยืดๆ เหนียวนุ่มสไตล์โฮมเมด เข้าปากพร้อมซอสไข่เค็มรสนัว หวานนิดๆ เค็มหน่อยๆ กลมกล่อม จิบคู่กับ ชานม เมนูดาวเด่นประจำร้าน ชาคุณภาพจากจังหวัดเชียงราย ผสานไปกับนมสดหอมมัน ดูดพร้อมไข่มุกโมจิข้าวหนึบอร่อย       นมน้ำตาลแดง ก็ขายดี นมสดสูตรเฉพาะของทางร้าน รสหวานละมุนนี้ได้มาจากน้ำตาลแดง เข้าคู่ไปกับบุกไข่มุก ใครชอบชาใสเราแนะนำ ชาดำยูซุญี่ปุ่น รสเปรี้ยวสดชื่นนี้ได้มาจากชาดำหอมๆ รวมกับน้ำส้มยูซุชื่นใจ       สุดท้ายเอาคนแฟนคลับชาเขียวกับ เก็นไมฉะ ชาเขียวข้าวกล้องญี่ปุ่น ที่ส่งตรงมาจากดินแดนอาทิตย์อุทัย มิ๊กซ์ไปกับนมสดสูตรเฉพาะของทางร้าน รวมกันเป็นรสหวานหอม ดูดพร้อมไข่มุกโมจิที่เรารัก     เมนูไหนก็ฟินสุดใจ

  ขอต้อนรับสู่ดินแดนแห่งโยเกิร์ต Yogurtland ร้าน Frozen Yogurt แบรนด์ดังจากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกาที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Self-Serve ให้เราดีไซน์ถ้วยโปรดได้ด้วยตัวเอง เริ่มจากการโยเกิร์ต แล้วเลือกท็อปปิงที่มีให้เลือกแบบละลานตา จากนั้นนำไปชั่งน้ำหนักก็เป็นอันเรียบร้อย (ใครไม่อยากกินท็อปปิ้งก็เลือกกดเฉพาะโยเกิร์ตได้นะ)         โยเกิร์ตของ Yogurtland ทั้งหมดนำเข้าจากอเมริกาแบบควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงใช้นมจากแคลิฟอร์เนียแบบ no-fat และ low-fat อร่อยและดีต่อสุขภาพสุดๆ แถมยังรสชาติไม่จำเจ เพราะเลือกได้ทั้งแบบ Tart คือรสออริจินัลและผลไม้รสเปรี้ยวที่ถูกใจคนรักโยเกิร์ตเป็นพิเศษ แบบที่ 2 คือแบบ Sweet เอาใจสายหวานทั้งรส New york Cheesecake, Salted Caramel,Brownie ฯลฯ และสุดท้ายคือ Sorbet รสชาติสดชื่นให้คนที่แพ้นมเพลิดเพลินได้จนหมดถ้วย       เราแนะนำรสเด่นอย่าง Plain Tart ไอศกรีมโยเกิร์ตรสออริจินัลที่จับคู่กับท็อปปิ้งตัวไหนก็เข้ากันดี Alphonso Mango Tart รสมะม่วงจากอินเดียที่นอกจากสีสวยแล้วยังเต็มไปด้วยรสเปรี้ยวหวานสดชื่น และ Salted Caramel Pecan หอมหวานคาราเมลเหมาะกับท็อปปิ้งอย่างโมจิเคี้ยวหนึบหนับและครัมเบิล ตักกินแล้วจะได้ 2 เลเยอร์คือไอศกรีมเย็นฉ่ำตามด้วยความกรุบกรอบ     นอกจากนี้ยังมีรสพิเศษตามฤดูกาลที่จะแวะเวียนมาโชว์โฉมให้ได้ชิมด้วย กินหมดแล้วอย่าลืมเก็บช้อนโยเกิร์ตสีสันสดใสกลับไปใช้ต่อที่บ้าน     น่ารักและย่อยสลายได้อีกด้วยนะ

ยกให้เป็นหนึ่งในร้านครัวซองต์ที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด สำหรับ Mikazuki ร้านครัวซองต์สไตล์ญี่ปุ่น ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น และรังสรรค์ความอร่อยโดยเชฟชาวญี่ปุ่นมากประสบการณ์ ทำให้ได้ครัวซองต์ เนื้อกรอกนอกนุ่มใน ไส้ลาวาโฮมเมดอบสดใหม่วันต่อวัน โดยมีให้เลือกมากถึง 20 รสชาติ อาทิ       Snowy Custard Lava (69.-) รสนี้จะได้ความหอมมันละมุน จากนมเกรดพรีเมียม เข้ากันได้ดีกับแป้งครัวซองต์ ใครสายเบอร์รีต้องลอง Raspberry Panna Cotta Lava Croissant (79.-) ซอสราสป์เบอร์รีนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ผสมกับครีมสดหอมมัน กินพร้อมแป้งครัวซองต์สูตรญี่ปุ่น อร่อยลงตัว       เมนูดาวเด่นยกให้ Classic Milo Croissant (69.-) จุดเด่นคือ ซอสลาวาที่ผสมผสานระหว่างไมโลและดาร์กช็อกโกแล็ต เข้มข้นถูกใจสายช็อกโกแลต หรือจะเลือกเป็น Salted Yolk Egg Lava Croissant (69.-) ครัวซองต์หอมมัน สอดไส้ไข่เค็มลาวา ที่ทางร้านเลือกไข่เค็มชั้นดีจากฟาร์มคุณภาพ โรยหน้าด้วยครัมเบิ้ลไข่เค็ม กินเพลิน       เราขอแนะนำ 2 รสชาติน้องใหม่ที่พลาดไม่ได้ คือ Strawberry Parfait Croissant (69.-) รสชาติหวานอมเปรี้ยวจากโยเกิร์ต ท็อปด้วยสตรอว์เบอร์รีกรอบ เคี้ยวเพลิน และ Tiramisu Croissant (59.-) หอมกลิ่นกาแฟเบาๆ หวานมัน กลมกล่อม       นอกจากนี้ สำหรับช่วงเทศกาลคริสต์มาส ทางร้านก็ได้ออกเซ็ตครัวซองต์ 3 รสชาติหน้าตาน่ารัก มาให้เราได้ลิ้มลอง Santa Claus (89 .-) ครัวซองต์ซานต้าคลอส เคลือบมาด้วยซอสราสป์เบอร์รี พานาคอตต้า รสเปรี้ยวอมหวานกินแล้วสดชื่น Rudolph (89 .-) ครัวซองต์กวางรูดอล์ฟ เคลือบด้วยซอสช็อกโกแลตเข้มข้น ตกแต่งด้วยเยลลี่รสสตรอว์เบอร์รี และ Christmas Tree (89 .-) ตัวนี้จะได้รสชาติของมัตฉะแท้เข้มข้น หวานปนขมอร่อยลงตัว     จะซื้อเป็นของฝาก หรือรับประทานเอง ก็ฟินไม่แพ้กัน   ช่องทางการสั่งซื้อ LINE ID : @MIKAZUKITH Delivery : LINEMAN, Grab, Robinhood

ร้าน Kiosk สไตล์คาเฟ่เกาหลี ย่านพหลโยธิน ที่เริ่มมาจากการขายขนมผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนจะเริ่มเปิดหน้าร้านบริเวณ BTS เสนานิคม โดยเน้นขายเมนูที่มีส่วนผสมของสตรอว์เบอร์รีเป็นหลัก อีกทั้งยังมีเมนูเบเกอรี่ที่สลับเปลี่ยนกันไปให้ไม่ซ้ำในแต่ละวัน ทุกชิ้นล้วนหน้าตาน่ารัก รสชาติละมุน เหมาะแก่การถ่ายรูปอวดลงโซเชียลเป็นที่สุด     แม้จะเป็นร้านที่ให้บริการแบบ grab and go แต่ก็มีลูกค้าแวะเวียนกันมาอย่างไม่ขาดสาย ด้วยความโดดเด่นของร้านโทนสีเหลืองนวลที่ดึงดูดเราให้เข้าไปลิ้มลองได้ไม่ยากเลยล่ะ       เริ่มด้วย Strawberry Sandwich (79-.) แซนด์วิชหน้าตาน่ารักสอดไส้ครีมสดรสละมุนและสตรอว์เบอร์รีชิ้นโตรสเปรี้ยวอมหวาน กินพร้อมกันแล้วสดชื่น อิ่มสบายท้อง     ต่อด้วย Strawberry Tiramisu (150.-) ชิฟฟอนเค้กนุ่มฟู ราดซอสสตรอว์เบอร์รีกินพร้อมครีมสดรสหวานกำลังดี นวลละมุนลิ้นสุดๆ     เครื่องดื่มเราแนะนำ Strawberry Milk (99.-) นมสตรอว์เบอร์รีหอมมัน เพิ่มรสสัมผัสด้วยเนื้อสตรอว์เบอร์รีมาให้เคี้ยวเพลินๆ หรือหากใครชอบรสเปรี้ยวเลือกเป็น Strawberry Yogurt Milk (109.-) ก็ฟินไม่แพ้กัน  

“Fluff’s Egg Cake” หรือ “Fluff's Traditional Home Made Egg Cake” ร้านเค้กไข่โฮมเมดสูตรต้นตำรับจากประเทศไต้หวัน ที่ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น เจ้าแรกแห่งประเทศไทย โดดเด่นด้วยเค้กไข่เนื้อนุ่มนิ่ม ชุ่มฉ่ำ ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบคุณภาพ อาทิ นมและไข่ ที่ส่งตรงจากฟาร์มได้มาตรฐาน ปราศจากสารกันบูด และสารแต่งสี ผ่านกระบวนการตีไข่ให้ขนมฟูเนียนเด้งดึ๋ง อย่างพิถีพิถัน จากฝีมือเชฟชาวไต้หวันแท้ๆ     ใครอยากลิ้มลองเราแนะนำให้ชิมไซส์ S ก่อน เพราะชิ้นขนาดกำลังดี เหมาะสำหรับฟินคนเดียว แต่หากสนใจซื้อฝากสมาชิกในครอบครัวก็ต้องเลือกต้องไซส์ L เนื่องจากขนาดใหญ่ ชิ้นโต หม่ำกันจนจุใจ และด้วยรสชาติดีงามไม่เคยเปลี่ยนนี้เอง ทำให้เค้กไต้หวันแห่งร้าน Fluff’s Egg Cake เป็นที่รักของสายหวานมาตลอด 5 ปี จนสามารถขยายสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำไปแล้วกว่า 12 แห่ง   เมนูแรกที่ชิมเป็นซิกเนเจอร์ขายดีตลอดกาลอย่าง เค้กไข่ไต้หวันรสออริจินอล เนื้อฟองน้ำเนียนละเอียด ให้สัมผัสนุ่มฟู ชุ่มฉ่ำ ไร้กลิ่นคาวของไข่ รสหวานพอเหมาะ กินกี่คำก็เพลิน       ต่อด้วย เค้กไข่ไต้หวันรสดับเบิ้ลชีส เค้กเนื้อสปันจ์ นุ่มเด้งสไตล์โฮมเมด ผสานไปกับชีสคุณภาพรสครีมมี หอมมันได้ใจ อร่อยใช่เล่นนะ       เมนูนี้ก็ขายดี เค้กไข่ไต้หวันรสใบเตย หอมฟุ้งมาแต่ไกล สีเขียวน่ากินนี้ได้มาจากใบเตยแท้ๆ รสหวานพอดี เนื้อนุ่มนิ่ม กินอร่อยมากมาย     สุดท้ายเป็น เค้กไข่ไต้หวันรสช็อกโกแลต โดนใจสายช็อกโกแลตแน่นอน เค้กไข่เนื้อเบานุ่ม ฉบับโฮมเมด ผสมผสานไปกับช็อกโกแลตชั้นเยี่ยมรสกลมกล่อม เพิ่มความเข้มข้นอีกนิดด้วยช็อกโกแลตชิพ       ถ้าได้จิบคู่กับชาร้อนนี่เป็นอะไรที่ใช่เลย!

อากาศร้อนๆ ตอนบ่ายๆ แบบนี้หากได้จิบชาเย็นชื่นใจสักแก้วก็คงจะดีไม่น้อย งั้นรอช้าอยู่ใยปักหมุดไป “Karun Thai Tea ร้านชาไทยสุดป๊อปกันได้เลย ความพิเศษของชาที่ การัน ไทย ที คือ ทุกแก้วที่เสิร์ฟเป็นสูตรลับความอร่อยของ ‘บ้านการัน’ เจ้าของร้านผู้คิดค้น ปรับปรุง และพัฒนาสูตรชาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 จนได้ชารสกลมกล่อม เข้มข้น ที่ใครจิบเป็นอันต้องติดใจทุกรายไป       จุดเริ่มต้นของ Karun Thai Tea เดิมทีมาจากคุณแม่แห่งบ้านการัน ผู้มีความรักและหลงใหลในใบชา เรียกได้ว่าเป็นทีเลิฟเวอร์ขนานแท้ เธอคิดค้นสูตรชาต่างๆ เพื่อต้อนรับแขกคนสำคัญของบ้าน และทุกคนที่ได้ลิ้มลองล้วนแต่ประทับใจ จนมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงชารสชาติดีประจำบ้านการัน และเกิดการต่อยอดกลายเป็นแบรนด์ การัน ไทย ที ในที่สุด       ปัจจุบันร้านชาแห่งนี้มีทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ ไอคอนสยาม เอ็มควอเทียร์ และ เกษรวิลเลจ (Bts ชิดลม) ที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ซึ่งเป็นสาขาที่ G&C แวะเวียนมาชิมนั่นเอง ประเดิมด้วยเครื่องดื่มคลาสสิกประจำร้านอย่าง Traditional Karun Thai Tea ชาซีลอนหอมๆ และชาแดงอัสสัม ผสานกับนมสดหอมมัน รวมเป็นรสชาติ กลมกล่อม หวานกำลังดี     ตามด้วยเมนูแนะนำที่มีชื่อความหมายดีๆ Have a Good Tea รสชาตินุ่มนวลนี้เป็นการรวมตัวกันของใบชาไทยคุณภาพ นมสดปราศจากน้ำตาลแลคโตส (Lactose Free) น้ำตาลทรายแดงหอมหวาน ข้าวโอ๊ต ท็อปด้วย Chunky Paradise หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ฮันนี่คอมบ์กรุบกรอบ นั่นเอง     ใครชอบเมนูปั่น เราแนะนำ Karun ชาไทยที่เรารักปั่นเนื้อเนียน รสหวานละมุนเย็นชื่นใจ ดูดพร้อมนมสดปั่น ครีมมี ตกแต่งด้วยทองคำเปลวเลอค่า      อย่าลืมสั่ง Afternoon Kiss ชาดำคุณภาพรสเข้ม มิ๊กซ์กับน้ำผึ้งหอมหวาน น้ำส้มยุซุรสเปรี้ยวอมหวาน และเลมอนฝาน ดูดพร้อมเนื้อว่านหางจระเข้เคี้ยวเพลิน     ร้านนี้เขามีเดลิเวอรี ด้วยนะ อยากชิมก็แค่กดสั่ง!

แฟนคลับชาเขียว Seven Suns” คงปลื้มไม่น้อยที่บาร์มัชฉะคุณภาพซึ่งเสิร์ฟชาเขียวรสเข้มข้นมานานกว่า 5 ปี ได้ขยายสาขามาเอาใจลูกค้าโซนลาดพร้าวกันที่ห้างสรรพสินค้า "เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว" ชั้น G เป็นที่เรียบร้อย แฟนตัวจริงตามไปเช็คอินกันด่วน จะสั่งแบบ Take – Away หรือจะนั่งจิบชาเขียวๆ ชิลๆ อยู่ในร้านก็ดีงามเหมือนกัน     มาทำความรู้จัก ‘เซเว่นซันส์’ บาร์มัชฉะสุดจริงจังนี้กันสักหน่อย ร้านนี้ก่อตั้งโดย ‘Mei Leaf’ บริษัทชาเขียวเลื่องชื่อแห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยใช้ ‘ทีมาสเตอร์’หรือผู้เชี่ยวชาญเรื่องมัชฉะ ในการคัดเลือกชาเขียวคุณภาพจากดินแดนอาทิตย์อุทัยกว่า 70 สายพันธุ์ ปรับปรุงและพัฒนาสูตรจนได้มัชฉะซิกเนเจอร์ 4 ตัวให้ได้ลิ้มลอง ได้แก่ ‘Seven Suns Matcha Latte’ ชาเขียวสายพันธุ์อุจิชั้นเยี่ยม รสนุ่มนวลและซับซ้อนน่าค้นหา มีความเข้มของชาที่น่าหลงใหล       ‘Seven Suns Houjicha Latte’ มัทฉะสายพันธุ์โฮจิฮะ ละมุนลิ้น ดื่มง่าย หอมกลิ่นสโมค ทั้งยังมีคาเฟอีนน้อย ตัวต่อไปเป็น ‘Okumidori Uji Matcha’ มัทฉะสายพันธุ์โอคุมิโดริอุจิเกรดพรีเมี่ยม รสอูมามิ และเข้มข้น เหมาะสำหรับชงเครื่องดื่มพื้นฐานอย่าง ชาเขียวเย็น สุดท้ายเป็น ‘Hatsu Mukashi Uji Matcha’ ชาเขียวสายพันธุ์อูจิที่มีอายุ 40 วัน ซึ่งชาวญี่ปุ่นมักใช้สำหรับงานพิธีการดั้งเดิม ส่งตรงมาจากเมืองโตเกียวโดยเฉพาะ มีรสชาติที่นุ่มลึก และมีกลิ่นหอมละม้ายคล้ายป่าสน       นอกจากนี้ ทางร้านยังใส่ใจเป็นพิเศษโดยให้ลูกค้าเลือกชนิดของนมในการผสมชาเขียวแก้วโปรดได้ เช่น นมสดชั้นดี นมไขมันต่ำ สำหรับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก นมถั่วเหลือง นมพิตาชิโอ นมอัลมอนด์ หอมมัน และน้ำมะพร้าวรสหวานหอม เรียกได้ว่าชาววีแกนก็สามารถจิบได้อย่างสบายใจ ต้อนรับด้วย Premium Signature Matcha (145 บาท) มัทฉะลาเต้รสเข้มข้น รสหวานพอเหมาะ ที่มีส่วนผสมของชาเขียวสายพันธุ์ Hatsu Mukashi Uji จากดินแดนอาทิตย์อุทัย ตีกับนมสดคุณภาพ รสหอมมัน จิบกันแบบเพลินๆ สมแล้วที่เป็นเมนูฮอตฮิตประจำร้าน     ส่วนใครที่ชอบดื่มชาเขียวไม่ใส่นมแนะนำเมนูนี้เลย Iced Usucha (145 บาท) มัทฉะสายพันธุ์ Uji ที่เราเลือกให้ผสานกับน้ำมะพร้าวแท้ รสหอมหวานจากธรรมชาติ จิบแล้วชื่นใจดี     ตามด้วยเครื่องดื่มเฮลท์ตีที่ไม่เหมือนใคร Avocado Matcha Smoothie (240 บาท) ซูเปอร์ฟู้ด อาทิ อะโวคาโดเนื้อมันๆ กล้วยรสหวาน เข้ากันดีกับนมถั่วเหลืองชั้นดี และชาเขียวสายพันธุ์ Uji รสหวานเล็กๆ หอมกลิ่นมัทฉะอ่อนๆ     และที่ร้านยังมี Ultimate Matcha Ice Cream ไอศกรีมมัทฉะรสอร่อยที่มีให้คุณเลือกฟินถึง 3 ชนิด ได้แก่ Midori Cream (120 บาท) รังสรรค์มาจากชาเขียวสายพันธุ์ Okumidori เมืองอูจิ รสหวานพอดี     Kyoto Crunch (130 บาท) ผงมัทฉะเข้ากันดีกับ Genmai Caramel คาราเมลสูตรพิเศษของทางร้าน ซึ่งทำมาจากข้าวคั่วญี่ปุ่น หอมกรุ่น กินเพลิน ปิดท้ายด้วย Midori Cream Extreme (140 บาท) ไอศกรีมชาเขียวสุดเข้มข้น อูมามิ กลมกล่อม เหมาะสำหรับสายมัทฉะตัวจริงโดยเฉพาะ    

ใครอยากชิมโดนัทโฮมเมด ที่ทำมาจากยีสต์ธรรมชาติบ้างยกมือขึ้น ปักหมุดที่สีลมซอย 7 (Bts ช่องนนทรี) แล้วตามไปเช็คอินที่ “CREAM by Flour Flour” ได้เลย ร้านโดนัททำเองของ 3 สาวเพื่อนรักอย่าง คุณน้ำฝน อุดมเลิศลักษณ์ คุณมาย- ดนตรี ศิริบรรจงศักดิ์ และคุณแพรว- แพรวนภา อุดมเลิศลักษณ์ ซึ่งร้านครีมนั้นต่อยอดมาจาก Flour Flour ร้านเบเกอรีโฮมเมดน่าลิ้มลองแห่งเมืองเชียงใหม่นั่นเอง       ที่ร้าน Flour Flour นั้นมี Vanilla Donut ซึ่งเป็นเมนูขายดีที่ใครๆ ต่างก็เรียกหา ทางเจ้าของร้านจึงเกิดไอเดียที่จะเปิดร้านที่เสิร์ฟเฉพาะบอมโบโลนี (Bomboloni) โดนัทสไตล์อิตาเลียน มีไส้เยิ้มๆ ไม่มีรูตรงกลาง และมีจุดเด่นตรงที่ใช้ ‘ยีสต์ธรรมชาติ’ ที่เลี้ยงเองในการหมักแป้งถึง 18 ชั่วโมง ทั้งนี้ก็เพื่อให้กลูเตนในแป้งลดลง เหมาะสำหรับคนที่ย่อยยาก และแป้งที่ได้ยังนุ่มฟู หอม และชุ่มไปด้วยเนย (คล้ายบริออช)     ส่วนในการเลือกวัตถุดิบและส่วนประกอบอื่นๆ ก็พิถีพิถันไม่น้อย อาทิ แป้งนำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ขัดสี ไม่ใส่สารสังเคราะห์ เนยแท้จากนมวัวไม่มีไขมันทรานส์ ไข่ไก่สดจากฟาร์มและไส้ที่กวนเอง พร้อมให้คุณได้ชิมในร้านสไตล์ Grab & Go น่ารักๆ ผนังกระเบื้องสีขาวสลับกับสีเหลืองสดใส แซมกับภาพโปสเตอร์รูปโดนัทของร้าน ตรงกลางเป็นวงกลมขนาดใหญ่ไว้ให้ลูกค้าเลือกและสั่งออเดอร์ได้ถนัดตา  มองโดยรวมแล้วก็เป็นร้านคิวท์ๆ ที่มีกิมมิกน่าถ่ายรูปอยู่ไม่น้อย       ขอเปิดด้วยเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Vanilla Donut แป้งโดนัทนุ่มๆ ฟูๆ ไม่อมน้ำมัน กัดพร้อมครีมวานิลลาหอมกรุ่น รสครีมมี หวานพอเหมาะ ไม่เลี่ยนแต่อย่างใด โรยหน้าด้วยน้ำตาลไอซิง     ตามด้วย Salted Caramel Donut ไส้คัสตาร์ดครีมผสมคาราเมล หวานหอม เข้ากันได้ดีกับแป้งนุ่มๆ คลือบด้วยน้ำตาลไหม้ มีเทกเจอร์กรอบเล็กๆ ตัดด้วยรสเค็มของเกลือจากจังหวัดอุดรธานี กลายเป็นรสชาติที่กลมกล่อมลงตัว     Lemon Meringue Donut ก็อร่อย โดนัทสไตล์อิตาเลียนไส้คัสตาร์ดเลมอน รสเปรี้ยวเล็กๆ หวานหน่อยๆ ด้านบนปกคลุมด้วยอิตาเลียนเมอแรงก์เนื้อนุ่ม รสหวานละมุน เบิร์นไฟนิดๆ ให้กลิ่นหอมชวนกิน     คนรักช็อกโกแลตต้องสั่ง Dirty Chocolate Donut ทางร้านใช้ดาร์กช็อกโกแลตจากเกษตรคนไทย มาทำเป็นไส้ จากนั้นชุบด้วยดาร์กโกแลตอีกที โรยหน้าด้วยผงโกโก้ กินพร้อมกับแป้งโดนัทซอฟท์ๆ ฟินสุดใจ     ขอแนะนำเมนูน้องใหม่แกะกล่องชื่อ Orange Cream Donut ที่ครีเอทขึ้นเพื่อเทศกาลตรุษจีนโดยเฉพาะ โดนัทลูกกลม ชุบด้วยครีมชีสรสส้มหอมๆ สอดไส้ครีมส้มที่ทำมาจากรูบี้เกรปฟรุต รสเปรี้ยวอมหวาน แต่งหน้าด้วยเนื้อส้มเชื่อมฉ่ำๆ ดอกซากุระดอง และทองคำเปลว     จิบคู่กับ Cereal Latte ลาเต้เย็น รสเข้มข้นกำลังพอดี ผสานมอลต์หอมๆ พร้อมกับสัมผัสกรุบกรอบสนุกๆ จากซีเรียลที่เรารัก  

หากพูดถึงคาฟ่ชาเขียวที่ครองใจทีเลิฟเวอร์มานมนาน อย่างไรเสียก็ต้องมีชื่อ “TSUJIRI (ซึจิริ)” อยู่ในใจใครหลายคนบ้างไม่มากก็น้อย ซึจิริร้านชาเขียวเก่าแก่กว่า 160 ปีที่ 2 พี่น้องอย่าง คุณจิว เฉลิมพร และคุณเชอร์รี่ วริศรา ประภาพยืนยง นำเข้ามาเปิดในเมืองไทยเป็นสาขาแรกที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ และขยายสาขาไปแล้วถึง 5 แห่ง     ซิจิริถือกำเนิดตั้งแต่ปี 1860 ที่เมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น โดย Mr. Riemon Tsuji (ริเอมอน ซึจิ) ผู้คิดค้นวิธีเพิ่มคุณภาพของใบชา จนประสบความสำเร็จในการผลิต Gyokuro (กิวกุโร) ซึ่งปัจจุบันเป็นใบชาคุณภาพดี ราคาสูง นอกจากนั้นเขายังประดิษฐ์กล่องเก็บใบชาเพื่อรักษาความสดใหม่และยืดอายุของชาเขียวได้นานยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นผู้ฟื้นฟูการตลาด ทำให้ชาจากเมืองอุจิกลับมาเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมอีกครั้ง       ปัจจุบันคาเฟ่ซึจิริมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตและรักษาชาเขียวให้มีคุณภาพ สร้างรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์จนยากจะเลียนแบบได้โดยถ่ายทอดผ่านขนมดั้งเดิม ได้แก่ ชิราทามะ วาราบิ และของหวานร่วมสมัยของญี่ปุ่นอย่าง เค้กช็อกโกแลตลาวาชาเขียว มาการอง ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ และเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ที่รังสรรค์จากมัทฉะนานาพันธุ์ ผสานไปกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่นำเข้าจากดินแดนอาทิตย์อุทัยโดยเฉพาะ ให้สาวกชาเขียวทั้งหลายได้ฟินกันถ้วนหน้าที่สาขา “สยามพารากอน”     เมนูแรกเราของสั่งเป็น Shiratama Parfait ไอศกรีมซอฟท์เสิร์ฟ ที่ทำจากมัทฉะชั้นดี รสเข้มข้น กินพร้อมกับ เจลลี่ชาเขียวเนื้อเด้ง ถั่วแดงกวนหอมมัน มันเชื่อม และชิตารามะ (ขนมญี่ปุ่นละม้ายคล้ายโมจิ แต่เนื้อจะมีความเหนียวนุ่มมากกว่า)     ตามด้วยเมนูซิกเนเจอร์ Warabi Mochi Kinako ขนมวาราบิที่เรารัก เนื้อเหนียวนุ่มหนึบ คลุกเคล้ากับผงถั่วคินาโกะหวานมัน ราดด้วยซอสคุโรมิซะ (น้ำตาลเคี่ยวสไตล์ญี่ปุ่น) รสหอมหวาน กินอย่างไรก็ไม่มีเบื่อ     ปิดท้ายที่ Matcha Sago Soup with Taro ของหวานชามนี้ประกอบไปด้วย สาคู กะทิ ถั่วแดงกวน และเผือกกวนหอมมัน ราดด้วยซอสมัทฉะหอมกรุ่น รสหวานหอม และเต็มไปด้วยหลากหลายรสสัมผัส  

G&C เชื่อว่าสายหวานตัวจริงไม่มีใครไม่รู้จัก “Brix Dessert Bar” ของเชฟนนท์ นนทวรรธ โรจนศักดิ์ชัย ผู้ชนะการประกวดทำขนมในงาน Men in the Kitchen เจ้าของร้านขนมหวานที่สร้างคอนเซ็ปต์ Miracle're real หรือความมหัศจรรย์มีอยู่จริงในทุกๆ จานที่เสิร์ฟ     เชฟนนท์รังสรรค์ของหวานจากวัตถุดิบคุณภาพ ทั้งจากภายในเมืองไทยและต่างประเทศ จนกลายเป็นจานขนมหวานแห่งความสุขที่มีดีทั้งในเรื่องของหน้าตา (แชะรูปกันเพลินๆ ) และรสชาติ สร้างความแฟนตาซีให้กับเหล่าสวีตเลิฟเวอร์ได้ในทุกช่วงเทศกาล ผ่านบรรยากาศเรียบง่าย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราในสาขา “สยามพารากอน” ที่ตั้งอยู่ชั้น G     บูธสีเงินทันสมัยถูกแซมด้วยสีน้ำเงินสด ผสานไปกับพื้นสีฟ้าสบายตา เฟอร์นิเจอร์ไม้อบอุ่น และโซฟาสีน้ำทะเลนุ่มๆ รวมแล้วเป็นบรรยากาศดีที่เหมาะจะนั่งชิลๆ กินขนมอร่อย จิบคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรดอย่างไม่ต้องเคอะเขินแต่อย่างใด     งานนี้เราขอเริ่มต้นด้วยเมนูขายดีอย่าง Hokkaido Milk Cream Beignet เบนเย่ โดนัทสไตล์ฝรั่งเศส เนื้อนุ่มนิ่มเป็นที่สุด กัดเข้าไปเจอไส้ครีมนมฮอกไกโดหอมมัน หวานพอเหมาะ โรยด้วยน้ำตาลไอซิง ใครลิ้มลองติดใจตั้งแต่คำแรก       Magic Waffle ก็น่าสนใจ วาฟเฟิลที่ทำมาจากแป้งครัวซองต์เหนียวนุ่ม หอมกลิ่นเนยจากประเทศฝรั่งเศส บวกกับความหวานของน้ำตาลคาราเมล ทำสดใหม่ร้อนๆ กลิ่นหอมฉุย ชวนให้น้ำลายสอ     เครื่องดื่มเราแนะนำ Milk Tea Brown Sugar Jelly ชานมไข่มุกพร้อมดื่ม ที่รังสรรค์มาจากใบชาอย่างดี ผสมผสานกับนมสดหอมมัน ดูดพร้อมไข่มุกหนึบหนับ     สายหวานฟินแล้วกลับบ้านได้

Fuku x2 Thailand ร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นในเครือ Fuku Matcha ที่เสิร์ฟชาเขียวและเพิ่มเติมด้วยเมนูของหวานที่มีความแปลกใหม่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ ทั้งในจานซิกเนเจอร์และเมนูตามฤดูกาล ให้เหล่าสวีตเลิฟเวอร์ได้ตามมาลิ้มลองกันแบบไม่รู้เบื่อ ณ ชั้น G ของห้างสรรพสินค้าชั้นนำยักษ์ใหญ่อย่าง Siam Paragon (ตรงข้ามร้าน Another Hound café)       กินขนมหวานสุดฟิน คู่กับชาคุณภาพในบรรยากาศร้านสบายๆ ผสานไปกับความเรียบหรูเล็กๆ พื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีดำตัดกับเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีขาวกว้าง มีสีทองเงาวาวของเฟอร์นิเจอร์ช่วยเสริมความหรูหราอีกระดับ บวกกับสีเขียวธรรมชาติของต้นไม้กระถางเล็กๆ ที่เห็นแล้วสร้างความมีชีวิตชีวาไม่น้อย หากชวนเพื่อนๆ หรือคนพิเศษมาที่ Fuku x2 Thailand ก็คงเอ็นจอยกันใช่ย่อยเลย     ว่าแล้วอย่าเสียเวลา เริ่มด้วยเมนูดาวเด่นอย่าง Fluffy Strawberry Pancake แพนเค้กสไตล์ญี่ปุ่น นุ่มๆ ฟูๆ โดนใจวัยทีนส์ 2 แผ่นซ้อนกัน ราดซอสครีมนมฮอกไกโด ผสานกับสตรอว์เบอร์รี รสเปรี้ยวอมหวานครีมมี กินคู่กับสตรอว์เบอร์รีสด และชาร้อนรสนุ่ม       ต่อด้วย Matcha Avalanche เค้กชิฟฟอนเนื้อเนียน ตักกินพร้อมซอสชาเขียวสูตรเฉพาะของทางร้าน รสเข้มข้น ซึ่งทำจากมัทฉะชั้นดีของประเทศญี่ปุ่น และผลไม้สดรสเปรี้ยวอมหวาน อาทิ สตรอว์เบอร์รี และบลูเบอร์รี  เสิร์ฟคู่กับชาร้อน ที่มีให้คุณเลือกลิ้มลองถึง 2 รสชาติ อาทิ Jasmine Tea ชามะลิที่เราคุ้ยเคย หรือ Assam Black Tea ชาดำไต้หวันหอมๆ     The Sweet Strawberry Mini Pancake แพนเค้กไซส์มินิ ขนาดเล็กพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมกับผลไม้สด เช่น สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี และซอสครีมนมฮอกไกโดหอมมัน และซอสสตรอว์เบอร์รี รสเปรี้ยวอมหวานสดชื่น  

Azabu Sabo ร้านไอศกรีมเจลาโตโฮมเมด ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้ส่วนผสมนมฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น สีและกลิ่นได้จากวัตถุดิบธรรมชาติ อาทิ สีเขียวในไอศกรีมชาเขียว ที่ได้จากผงมัทฉะคุณภาพจากเมืองชิซุโอกะซึ่งเป็นแหล่งผลิตชาชั้นดีที่สุดแห่งหนึ่งในดินแดนอาทิตย์อุทัย ส่วนไอศกรีมรสผลไม้ ทางอาซาบุ ซาโบะ ก็ใช้สีและกลิ่นจากเนื้อผลไม้แท้ๆ เช่นกัน     สิ่งที่สวีตเลิฟเวอร์จะเมินเฉยไปไม่ได้เลยนั้นคือ “ไอศกรีมเจลาโต” ที่ทางร้านคิดค้นสูตรลับเฉพาะทำให้ไอศกรีมมีความเหนียวหนึบ ละลายช้า ตั้งยอดอยู่บนโคนกรุบกรอบที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น สูตร Sugar Free (เก๋ๆ) เพื่อรองรับน้ำหนักไอศกรีมได้โดยเฉพาะอีกด้วย สาวกของหวานคนไหนไหนอยากลิ้มลองไอศกรีมเจลาโต ที่มีให้เลือกกว่า 40 รสชาติ ก็ตรงดิ่งมาที่ Azabu Sabo ณ ชั้น G ของห้างสยามพารากอนได้เลย คุณสามารถ Take-Away ก็ได้ หรือจะนั่งกินชิวๆ ก็ดี       ประเดิมที่เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน Gelato Double Cone ที่คุณสามารถเลือกละเอียดไอศกรีมเจลาโตได้ถึง 2 รส ครั้งนี้เราเลือก รสนมฮอกไกโด หอมมัน และรสมัทฉะที่ทำมาจากชาเขียวสายพันธุ์พิเศษ จากเมืองไซตามะ รสเข้มข้น หวานพอดี     Soft Cream Mix Flavor ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟเนื้อนุ่มที่เราคุ้นเคย รสนมฮอกไกโด หอมหวาน ซิกเนเจอร์ประจำร้าน ผสานไปกับรสชาเขียว หอมกรุ่น     สุดท้ายเป็นเมนูที่เหมาะกับยุคปัจจุบัน นั่นก็คือ Hokkaido Snow Drink บิงซูแช่แข็งในรูปแบบซื้อกลับบ้าน มีทั้งหมด 2 รส ได้แก่ Hokkaido Milk หวานพอเหมาะ และ Matcha ชาเขียวคุณภาพหอมฟุ้ง วิธีกินก็ง่ายนิดเดียว เพียงวางไว้นอกช่องฟรีซสัก 20 -25 นาที หลังจากนั้นใช้ช้อนขูด แค่นี้คุณก็สามารถอร่อยไปกับน้ำแข็งใสสไตล์เกาหลีได้แล้ว    

เรียกว่าเป็นข่าวดีของแฟนพันธุ์แท้ "The Chocolate Factory" เพราะตอนนี้ไม่ต้องไปไกลถึงเขาใหญ่ พัทยา หรือหัวหิน ก็อร่อยกับช็อกโกแลตหลากหลายเมนูได้แบบชิลๆ ที่สาขาใหม่น่านั่งในชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ซึ่งรวมพลเมนูเด็ดเอาใจช็อกโกแลตเลิฟเวอร์ไว้มากมาย (ไม่แพ้สาขาเมกาบางนาและแฟชั่นไอส์แลนด์)           นอกจาก Chocolate Bon Bon หลากสีละลานตาที่มีทั้ง Soft Venezuela ซอฟต์ช็อกโกแลตจากเมล็ดโกโก้ในเวเนซุเอลา, Soft Dark ดาร์กช็อกโกแลตสดเนื้อเนียนรสเข้มข้น, Soft Milk มิลก์ช็อกโกแลตสดหวานน้อย แต่กลมกล่อมด้วยเหล้ารัม, Almond Bite อัลมอนด์เคลือบช็อกโกแลต และ Raspberry Dark ราสพ์เบอร์รีกานาซรสเปรี้ยวที่ตัดความขมของดาร์กช็อกโกแลตอย่างลงตัวแล้ว เราแนะนำ The Chocolate Factory Special ที่รวม 5 เมนูยอดนิยม ทั้งช็อกโกแลตร้อน, Chocoholic, ดาร์กช็อกโกแลตสด, ชูครีมไส้ครีมนม และไวต์ช็อกโกแลตพานาคอตตารสนุ่มนวล แต่หวานน้อย           สำหรับคนรักเค้กต้องลอง Chocoholic มูสเค้กดาร์กช็อกโกแลตและไวต์ช็อกโกแลตรูปผลโกโก้สุดเก๋สอดไส้ราสพ์เบอร์รีหวานอมเปรี้ยว กินเพลินแบบไม่เลี่ยน และ Lemony มูสเค้กเคลือบไวต์ช็อกโกแลตสอดไส้เลมอนสดเชื่อมกับใบมินต์ รสหวานตัดเปรี้ยวสดชื่น ซึ่งเป็นเมนูใหม่สำหรับสาขาในกรุงเทพฯ เท่านั้น       ส่วนใครเน้นจิบเครื่องดื่มเบาๆ ห้ามพลาด Signature Iced Chocolate ช็อกโกแลตเย็นที่เลือกระดับความเข้มข้นของช็อกโกแลตได้ตั้งแต่ 60 – 80 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญอย่าลืมช้อปขนมอร่อยๆ อาทิ Lemon Pound Cake เค้กเลมอนเนื้อนุ่ม รสหวานอมเปรี้ยว Brownie : Classic บราวนีเนื้อแน่น และ Dark Brownie Cracker ดาร์กช็อกโกแลตบราวนีอบกรอบกินเพลินติดไม้ติดมือกลับบ้านกันด้วย (ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เปิดเวลา 10.00 – 22.00 น. FB : The Chocolate Factory Thailand)        

ชาไข่มุก ดูจะเป็นเพื่อนคู่ใจใครหลาย ๆ คนแต่ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อสุขภาพเท่าไรนัก แต่ที่ชาบาร์ (Cha Bar) จะเป็นตัวเลือกใหม่สำหรับคนที่หันมาใส่ใจสุขภาพแต่ยังลาขาดจากชาไข่มุกไม่ได้ จากสาขาแรกในซอยละลายทรัพย์ มาสู่อีกหลายสาขาทั่วกรุงเทพฯ ล่าสุดก็เพิ่งเปิดตัวที่เดอะ ปาร์ค (The PARQ) ในย่านคลองเตย       ชาบาร์ เลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่และหาได้ภายในประเทศไทย อย่างเช่น นม ที่เลือกใช้นมวัวจากโคราชแทนการใช้นมผง ช็อกโกแลตก็มาจากโกโก้ที่ปลูกในจังหวัดจันทบุรี ส่วนน้ำตาลมะพร้าวก็มาจากอัมพวา เจลลี่ชาดำทำจากใบชาที่ปลูกในภาคเหนือ และที่เป็นไฮไลต์ประจำร้านก็คือ ไข่มุกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่เคี้ยวหนุบหนับชวนเพลิดเพลินได้ไม่แพ้ไข่มุกทั่วไป         เมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านคือ Classic Milk Cha Riceberry Babo หรือ ชานมคลาสสิคไข่มุกไรซ์เบอร์รี่ ที่ให้พลังงานต่อแก้วเพียง 157 กิโลแคลอรี่เท่านั้น หรือจะลองลิ้มรสความเข้มข้นของช็อกโกแลตบ้านเรา Dark Chocolate Milk Cha หรือ ชานมดาร์คช็อกโกแลตก็น่าจะตอบโจทย์ แม้จะให้พลังงานมากกว่าแก้วแรกด้วยปริมาณ 273 กิโลแคลอรี่ก็ตาม แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำ ดื่มได้สบายใจ       แต่ถ้าไม่อยากดื่มนม Mixed Fruit Cha หรือ ชาผลไม้รวม ก็มอบความสดชื่นและรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ  จากผลไม้สดเต็มแก้ว แต่ที่น้อยคือพลังงาน ซึ่งมีเพียง 77 กิโลแคลอรี่เท่านั้น     นอกจากชาไข่มุก ยังมี เจลาโต้ เนื้อเหนียวหนึบ ที่ยังคงแนวคิดการใช้วัตถุดิบในประเทศไทยไว้อย่างเหนียวแน่น และมีรสชาติแปลก ๆ ให้ลอง เช่น รสกะทิอบควันเทียน (122 กิโลแคลอรี่) เนื้อสีฟ้าจากดอกอัญชัน กินเข้าไปแล้วได้กลิ่นกะทิอบควันเทียนอย่างชัดเจน หรือจะเป็นรส ขนมตาล (112 กิโลแคลอรี่) สีเหลืองนวล ที่ให้รสชาติราวกับกินขนมไทยโบราณอยู่จริงๆ     นอกจากนี้ยังมี รสคลาสสิคชานม (122 กิโลแคลอรี่) และรสดาร์กช็อกโกแลต (128 กิโลแคลอรี่) รสนมสด (183 กิโลแคลอรี่) รสรอยัลชาไทย (190 กิโลแคลอรี่) รสเต้าหู้วานิลลา (143 กิโลแคลอรี่) และซอร์เบต์ส้ม (47 กิโลแคลอรี่)     ขนมหวานที่แคลอรี่น้อยมันช่างดีต่อใจ (และสุขภาพ) จริง ๆ!

ใครเป็นแฟนชีสเค้ก สุดน่ารักน่ากินของ Sunny Flavour” ร้านดังแห่งโลกออนไลน์ ตอนนี้เขามีหน้าร้านสาขาแรกที่ตกแต่งได้น่ารักถูกใจสาวๆ สุดๆ ให้แวะมานั่งเล่นกันเพลินๆ ที่หน้าโครงการ Gump's Ari ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) แล้วนะ     แม้จะยังคงมีเมนูเดียวที่นำมาขายให้ชิมกันที่ร้านคือ Rare Cheesecake ชีสเค้กเย็นซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มสีเหลืองนวล หอมนมและครีมชีส หรือที่หลายคนเรียกว่า ชีสเค้กเจอร์รี (เจ้าหนูเจอร์รีในการ์ตูนเรื่อง Tom & Jerry) นั่นเอง     นอกจากแรร์ชีสเค้ก ที่ร้านยังเพิ่มเมนูเครื่องดื่มแสนสดชื่นอย่าง Pink Sunset พีชโซดาหอมหวาน และ Sunny Sunday สตรอว์เบอร์รีลิ้นจี่โซดาให้มานั่งจิบกันยามบ่ายอีกด้วย ส่วนใครสั่งเค้กผ่านทางออนไลน์แล้วสะดวกมาแถวอารีย์ก็สามารถแวะมารับที่ร้านนี้ได้เช่นกัน    

ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ลองขนมปังแสนอร่อยของร้าน X-CUZINE ถือว่าพลาดมาก วันนี้เราจะมาบอกเล่าเรื่องราวความน่ารักปนความอร่อยของขนมร้านนี้กัน     ‘X-CUZINE’ มาจากการเล่นคำของคำว่า ‘exclusive’ ที่ทางร้านบอกว่าชื่อนี้เสมือนเป็นของพิเศษ มาจากขนมที่มีรสชาติและหน้าตาสุดพิเศษนั่นเอง ก็เรียกว่าพิเศษจริงๆ แหละ เพราะเปิดมาได้ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ โลกโซเชียลก็ต่างพากันพูดถึงเจ้าขนมแสนอร่อยนี้กันอย่างคึกคัก   แถมโลเคชั่นตอนนี้ยังเป็นป๊อบอัพที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ติดบีทีเอสจึงเดินทางสะดวก ส่วนช่วงนี้ที่คนไม่ออกจากบ้านก็สั่งได้โดยที่ค่าส่งไม่แพงมาก ซึ่งบรรยากาศภายในร้านก็จัดแบ่งสัดส่วนพื้นที่ได้อย่างลงตัว ให้มีสวนเล็กๆ แถมกลายเป็นมุมถ่ายรูปและเม้าท์มอยนิดหน่อยระหว่างรอขนมได้ด้วย       ก่อนเป็น X-CUZINE เนื่องจากเจ้าของเปิดร้าน Seen bangkok อยู่พุทธมณฑลสาย 2 อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งขายขนมปังช็อกโกเลอะจนกระแสตอบรับดี คนสนใจเยอะ จึงเป็นที่มาและตอบรับการเรียกร้องของลูกค้าจนเกิดเป็นร้าน X-CUZINE แบรนด์ที่มีคาแรกเตอร์สนุกกว่าแบรนด์ Seen bangkok มีการคิดไลน์ขนมใหม่ๆ รวมถึงคิดสไตล์การแต่งร้านเอง มาพร้อมขนมปังลักษณะเป็นโทสต์ปรับปรุงหน้าตาให้น่ารักขึ้นรวมกว่า 8 เมนู (ตอนนี้สั่งเดลิเวอรี่ได้เท่านั้น*)   แนะนำเมนูซิกเนเจอร์: Red carpet เป็นขนมปังไส้สตรอว์เบอร์รี่นำเข้าจากเกาหลีสดๆ ที่มีกิมมิกเป็นชีสยืดๆ อยู่ตรงกลาง (ทางร้านจะเปลี่ยนผลไม้ชนิดอื่นตามฤดูกกาล) บอกเลยว่าขนมปังฟูนุ่มหนึบมากๆ หวานเค็มกลมกล่อมละมุนกำลังดี ชีสกินเข้ากับสตรอว์เบอร์รี่อย่างลงตัว       เมนูใหม่! ‘Lava Loaf’: ก้อนขนมปังไส้ไหลเป็นลาวา มี 2 รสชาติ คือ Matcha Magma มัทฉะหอมเข้มข้น สัมผัสถึงความเป็นมัทฉะได้ทุกอณูของขนมปังไปจนถึงไส้ลาวาเยิ้มๆ       Chocolate Magma ช็อกโกแลตเข้มข้นดีมาก ขมนิดๆ ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน ใครชอบช็อกโกแลตจะต้องเลิฟสุดๆ     หลังจากนี้เราจะได้เห็น X-CUZINE ขยายไปอีก 2 สาขา หลักๆ จะเน้นลูกค้าที่เป็นพนักงานออฟฟิศในรูปแบบ Grab & Go แต่จะเป็นสาขาไหนนั้นสามารถติดตามได้จากเฟซบุ๊กแฟนเพจของทางร้าน

ดาเมจแรงมากต้องยกให้ร้าน A Garden bakingใครเดินผ่านมาเป็นอดไม่ได้ที่ต้องแวะเข้าไปถ่ายรูปชิคๆ กับผนังสีสันเจิดจ้าวาดลวดลายการ์ตูนสุดน่ารักตามด้วยสั่งน้ำเต้าหู้กับชีสเค้ก 2 เมนูคู่ซี๊ของร้านมากินกว่าจะรู้ตัวก็ตกหลุมรักในรสชาติเข้าอย่างจังแล้ว     ดีกรีความอร่อยนี้มีที่มาจากความรักความชอบของเจ้าของร้านที่ชอบกินเบเกอรี่และอยากมีสูตรขนมกับเครื่องดื่มอร่อย ๆ เป็นของตัวเองจึงบินไปเรียนทำอาหารและเบเกอรี่ที่ Le Cordon Bleu London ประเทศอังกฤษและกลับมาสานฝันสร้างธุรกิจ AGarden เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในแวดวงอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่มนานกว่า 18 ปี ประกอบกับมีโรงงานทำน้ำเต้าหู้เล็ก ๆ ที่ส่งตามร้านอาหารอยู่แล้ว พอทุกอย่างลงตัวร้านสุดคิวท์แห่งนี้ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่หน้าวิลล่า มาร์เก็ต ซอยสุขุมวิทซอย 49       โดยชูจุดเด่นน้ำเต้าหู้แท้ 100%ทำจากถั่วเหลืองออร์แกนิกเต็มเมล็ด ใช้วิธีคั้นสดแบบดั้งเดิม ไม่มีส่วนผสมของนมผง ครีมเทียม และน้ำมันพืชมีให้เลือก 6 รสชาติ ได้แก่ น้ำเต้าหู้รสจืด ขนาด 300 มล. (49 บาท) น้ำเต้าหู้หวานน้อย ขนาด 300 มล. (49บาท) น้ำเต้าหู้รสหวาน ขนาด 300 มล. (49 บาท) น้ำเต้าหู้รสงาดำ หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท) น้ำเต้าหู้รสช็อกโกแลต หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท) น้ำเต้าหู้รสมัทฉะชาเขียว หวานน้อย ขนาด 300 มล. (59 บาท)       นอกจากแบบบรรจุขวด ยังมีน้ำเต้าหู้รสออริจินอลใส่แก้วพร้อมดื่ม เลือกได้ทั้งแบบร้อนและเย็น และยังเลือกระดับความหวานได้ตามชอบ ส่วนคนที่นิยมดื่มน้ำเต้าหู้ใส่เครื่องทางร้านมีเม็ดแมงลักและถั่วทองใส่ให้เคี้ยวเล่นเพลินๆ เติมเต็มคุณประโยชน์ให้แบบดับเบิ้ล       ส่วนเพื่อนซี๊ความอร่อยที่จับคู่กินกับน้ำเต้าหู้ได้อย่างลงตัวคือ Basque Cheesecake ชีสเค้กหน้าไหม้เนื้อเนียนนุ่ม หอมกลิ่นชีส และรสหวานกำลังดี ทางร้านใช้ไข่ไก่ Free Range Organic จากฟาร์มในจังหวัดเชียงราย ครีมชีสจากฝรั่งเศส และแป้งจากญี่ปุ่นทุกอย่างคัดสรรอย่างดีจึงไม่น่าแปลกใจที่เรากัดเข้าไปคำแรกแล้วรู้สึกอยากกินต่อให้ครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น Basque Cheesecake รสออริจินอล (59 บาท) Basque Cheesecake รสช็อกโกแลต (65 บาท) Basque Cheesecake รสมัทฉะ (65 บาท) Basque Cheesecake รสสตรอว์เบอร์รี (65 บาท)         อีกเมนูไม่ควรพลาดคาราเมล คัสตาร์ด (49 บาท) รสหวานละมุนลิ้นแค่ตักเข้าปากก็ละลาย กินแล้วหลงรักไม่แพ้เมนูอื่นเลย     ขอบคุณภาพ : A Garden baking