ใครที่เป็นสาวก “ชูครีม” ต้องไม่พลาดลองลิ้มรสความอร่อยจากร้านชูครีมน้องใหม่ Cchou Chouu ที่โดดเด่นด้วยท้อปปิ้งโครคองต์ (Croquant) กรุบกรอบ และไส้แน่นๆ สุดครีมมี่ ซึ่งเจ้าของร้านสาวน้อยผู้สดใส “ถิงถิง - ณัชชา แซ่โง้ว” ตั้งใจคิดสูตรอย่างพิถีพิถัน       สาวน้อยคนนี้อยู่ในเส้นทางของคนทำอาหารมาโดยตลอด แถมมีดีกรีคว้ารางวัลต่างๆ จากการแข่งขันทำอาหารในระดับโลกมาแล้วมากมาย อาทิ The Best Ultimate Junior Chef Award 2016, รางวัลเหรียญเงินในสาขา Cooking และรางวัล The Best of Nation จาก WorldSkills Abu Dhabi 2017 และรางวัลเหรียญเงินจาก Bocuse d’Or Asia-Pacific 2018 และ Candidate of Bucuse d’Or finale 2019 เมื่อจบการศึกษาจากวิทยาลัยดุสิตเธอได้ไปศึกษาต่อที่ Ecole Nationale Supérieure de Pâtisserie ประเทศฝรั่งเศสและทำงานเก็บประสบการณ์อีกเกือบปี และคงจะนานกว่านี้หากไม่เกิดสถานการณ์โควิด-19 ขึ้นทั่วโลกเสียก่อน     ตอนที่กลับมาประเทศไทยใหม่ๆ เธอคิดอยากทำขนมสไตล์ฝรั่งเศสหลายตัวที่ตนเองชื่นชอบให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ลิ้มลอง แต่ได้เชฟที่ปรึกษาที่ช่วยเทรนให้ตั้งแต่สมัยแข่งขันในรายการต่างๆ แนะนำว่าเลือกขนมที่สร้างความคุ้นเคยได้ง่ายๆ ก่อนจะดีกว่า จึงมาลงตัวที่ชูครีม         ชูครีมของ Cchou Chouu มอบความเพลิดเพลินให้คนกินในทุกคำด้วยแป้งเนื้อบางสอดไส้แน่นล้นทะลัก ตัวไส้มีรสอร่อยกลมกล่อม นุ่มเบา และหวานน้อยดีต่อใจมากๆ ทางร้านเพิ่มเอกลักษณ์ให้แป้งชูว์ด้วยท้อปปิ้งโครคองต์ทำจากถั่วอัลมอนด์ เมื่อนำไปอบแล้วจะช่วยเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบให้กับผิวด้านนอก ทั้งยังให้รสเค็มๆ มันๆ มาตัดกับความหวานละมุนและนุ่มนวลของไส้ครีมอย่างลงตัว แถมมีกลิ่นหอมของถั่วอัลมอนด์ชวนกิน แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ยังรักษาความกรอบไว้ได้อยู่ มี 3 รสชาติ ได้แก่ Choux Vanilla Custard ที่เบสของครีมมาจากคัสตาร์ด ใส่วานิลลาแท้เน้นๆ แบบจัดเต็ม Choux Chocolate ช็อกโกแลตเข้มข้นผสานครีมคัสตาร์ดสุดครีมมี่ และ Choux Brûlée ท็อปด้วยคัสตาร์ดวานิลลา มีลูกเล่นด้วยการเผาน้ำตาลเคลือบผิวหน้าของขนม ซึ่งณัชชานำเทคนิคการทำบรูเล่มาใช้กับชูครีมเป็นรสชาติใหม่ที่น่าลอง ชูครีมทุกรสสามารถจัดใส่กล่องแบบคละรสได้ (4 ชิ้น 200 บาท)           นอกจากนี้ยังมีขนมฝรั่งเศสชิ้นพอดีคำอย่าง ชูเกต (Chouquette) ชูว์ชิ้นจิ๋วด้านในกลวง หยิบกินเพลินมากๆ (80 บาท) หรือจะสั่งแบบเป็นเซ็ตที่เพิ่มซอสดิปมากินคู่กันก็ได้ (100 บาท) มีดิปกระปุกใหญ่รสช็อกโกแลตสุดเข้มข้น และซอลต์เต็ด คาราเมลหวานมันให้เลือก และเมนูน้องใหม่ คุกกี้ดาควอส (Dacquoise) หรือคุกกี้ไข่ขาวเนื้อสัมผัสนิ่มๆ คล้ายเค้ก มี 2 ไส้ให้เลือกคือ เอิร์ลเกรย์ และช็อกโกแลต เฮเซลนัต (140 บาท)             ตอนนี้ทางร้านยังเปิดให้สั่งได้ทาง Line@, Instagram และ Facebook ของร้านเท่านั้น โดยมีรอบส่งทุกวันจันทร์และวันศุกร์ แต่ในอนาคตอาจจะมีหน้าร้านก็ได้นะ ต้องติดตามกันให้ดีๆ

น่ารักมากจนอดใจไม่ไหว! เค้กจากร้าน Bake da Bite ที่มาจุดไฟความอยากเป็นเชฟขนมหวานของเราให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเค้กแบบ DIY ส่งตรงจากจังหวัดระยองที่มาพร้อมครีมและท้อปปิ้ง ให้เราได้ลงมือแต่งหน้าเค้กแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง     เริ่มด้วยกล่องแรก เค้กกะเพราหมูสับไข่ดาว (250บาท) ทางร้านนำเมนูเด็ดของบ้านเรา (อะไรจะอร่อยกว่าข้าวผัดกะเพราล่ะจริงไหม) มาแปลงโฉมได้อย่างน่ารัก ในเซ็ตมีเค้กแครอตหวานน้อย เคียงคู่มาด้วยครีมชีส ครัมเบิ้ล และใบมินต์       ซึ่งวิธีแต่งหน้าเค้กก็ง่ายมาก แค่เล็งให้พอดีแล้วบีบครีมชีสลงไปด้านบนเค้กให้เป็นวงกลม สมมติว่าเป็นไข่ขาว จากนั้นโปะช็อกโกแลตสีส้มไปตรงกลางก็จะกลายได้ไข่ดาวใบโต แต่กระบวนการความอร่อยยังไม่จบแค่นั้น หยิบครัมเบิ้ลกรุบกรอบมาโรยด้านข้าง (ติ๊ต่างว่าเป็นหมูสับ) แล้วประดับด้วยใบมินต์เล็กน้อย เป็นอันเสร็จพิธี     ส่วนอีกกล่องมาแนวหวานฉ่ำกับเค้กข้าวเหนียวมะม่วง ชิฟฟอนเค้กนุ่มๆ มาพร้อมกับครีมกะทิและช็อกโกแลตกลมสีเหลือง (สำหรับทำเป็นไข่ดาวเหมือนกล่องแรก) แต่กล่องนี้วางเคียงด้วยมะม่วงน้ำดอกไม้สุกหวานหั่นเต๋าที่ทางร้านเลือกใช้จากกลุ่มเกษตรกรชาวระยอง กินเค้ก 1 คำ ตามด้วยมะม่วงอีก 1 คำ เข้ากันดีเชียว         เชฟ(มือสมัครเล่นอย่างเรา)กดหัวใจให้เลย

ภายใต้ตึกซอยทองหล่อ 13  มีบ้านหลังน้อยๆ ห้องกระจกใสโปร่งสบาย หลังคามุงใบจาก ตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียว และเฟอร์นิเจอร์สีสันสดใส มองดูอย่างไรก็ทำให้อดนึกถึงบรรยากาศของทะเลไม่ได้ นี่แหละคือ Summer Bowl คาเฟ่สไตล์ฮาวายเก๋ไก๋       บรรยากาศร้านภายในตกแต่งตามแบบฉบับฮาวาย ผนังสีขาวแซมด้วยใบต้นปาล์มสีชมพู และรูปเพนท์ผู้หญิงกำลังเต้นระบำส่ายสะโพก ซึ่งเข้าธีมกับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ อาทิ ชิงช้า โซฟา หมอนอิง เมื่อก้าวขาเข้ามาในร้านแล้วรู้สึกได้เลยถึงความสดใสมีชีวิตชีวา ราวกับได้มาอยู่ในบ้านพักตากอากาศบนเกาะสวรรค์ริมทะเลจริงๆ       ทุกเมนูของ Summer Bowl จะมี “อาซาอิ” พืชตระกูลเบอร์รี่ชนิดหนึ่งเป็นตัวชูโรง นิยมกินกันมากในเกาะฮาวายมีคุณประโยชน์โดดเด่นเลยคือ ช่วยควบคุมน้ำหนักและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง       เริ่มต้นความอร่อยด้วยเมนูขายดี Pipeline bowl หรือเรียกสั้นๆ ได้ว่าเมนู เบอร์ 7 สมูทตี้อาซาอิรสเปรี้ยว ใส่ชามไม้แล้ววางเรียงรายด้านบนด้วยกราโนล่ากรุบกรอบ สตรอว์เบอร์รี กล้วย ดาร์คช็อกโกแลตรสเข้ม และเนยถั่วโฮมเมดหวานหอม เติมความสดชื่นให้คุณได้ตลอดวัน     เบอร์ 8 Haleiwa Bowl เมนูซิกเนอเจอร์ที่มีเบสเป็นสมูทตี้อาซาอิเช่นเคย ท็อปด้วยลูกเดือยหนึบหนับ กราโนล่า งาขี้ม่อนเคี้ยวกรุบกรับเคี้ยวเพลินๆ กล้วย บลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี และมะม่วง รวมเป็นรสชาติเปรี้ยวหวาน และสัมผัสกรุบกรอบที่เข้ากั๊นเข้ากัน    

หนึ่งในเมนูทอปลิสต์ของแฟนๆ ซูชิและซาชิมิ พูดเลยว่าต้องมี “อูนิ” หรือ “ไข่หอยเม่น” ที่ถ้าได้กินแบบสดๆ แล้วจะต้องหลงไหลในความหวานนุ่มละมุนลิ้นของอูนิกันทุกราย แต่เวลาไปกินที่ร้านก็มักไม่ค่อยฟิน อยากกินหลายๆ คำ ราคาก็โหดเอาการ G&C เลยมีทางเลือกมาบอกต่อสำหรับการสั่ง “อูนิ เดลิเวอรี” ผ่านโซเชียลมีเดีย ส่งตรงอูนิเกรดพรีเมียมจากญี่ปุ่นแบบเป็นถาดมาล้อมวงกินแบบฟินๆ ล้นๆ กันที่บ้าน เห็นช่องทางอร่อยแบบนี้เราไม่รอช้า รีบสั่งมาลองทันที     เริ่มด้วยเข้าไปที่ไอจี @mr_uni_shop ซึ่งเป็นช่องทางที่ดีที่เราจะได้ดูภาพตัวอย่างสินค้าวิธีการสั่ง และโปรโมชั่น (ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมามีโปรโมชั่นแรงเชียว แต่เรามาช้าเลยอด เศร้าแป้บ) ตัวสินค้านั้นมีให้เลือก 3 เซ็ต คือ เซ็ต S ขนาด 100 กรัม ราคา 2,999 บาท เซ็ต M ขนาด 150 กรัม ราคา 3,999 บาท และเซ็ต L ขนาด 250 กรัม ราคา 4,999 บาท โดยในเซ็ตจะมีข้าวญี่ปุ่น สาหร่าย วาซาบิ และโชยุให้ 1 ชุด ส่วนวิธีการสั่ง จะมีรอบในการสั่งออเดอร์ทุกวันพุธและศุกร์ ส่วนรอบในการส่งของคือวันอังคารและศุกร์ ลองกะให้ดีว่าอยากกินวันไหน สำหรับอูนิ เราแนะนำว่ากินทันทีจะดีที่สุด แต่หากต้องเก็บไว้ก็ไม่ควรเกิน 3 วัน เพราะความสดจะลดลง ยิ่งข้าวด้วยแล้ว หากเก็บไว้นานก็จะไม่นุ่มอร่อย     ทางร้านให้ช่องทางในการสั่งไว้หลากหลายทาง ทั้งทางไลน์ เฟซบุค โทรศัพท์ และสั่งผ่านไอจีได้เลย ถ้าอยากถามเพิ่มเติมก็ส่งข้อความทักไปได้ จากการสอบถามพบว่าทางร้านมีอูนิจากฮอกไกโดให้เลือก 2 สายพันธุ์คือ “บาฟุน” กับ “มุราซากิ” (ซึ่ง G&C เคยสัมภาษณ์เชฟมาซาโตะไว้ถึงทั้ง 2 สายพันธุ์แล้ว ว่าต่างกันอย่างไร อ่านเพิ่มเติมที่ >> เรื่องโอมากาเสะซูชิไว้ใจเชฟมาซาโตะ ชิมิสุ!) โดยไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็จ่ายราคาเดียวกัน แต่ถ้าลูกค้าไม่ได้เฉพาะเจาะจง ทางร้านก็จะเลือกอูนิที่คุณภาพดีที่สุดในรอบนั้นมาให้ เมื่อเลือกสายพันธุ์และเซ็ตที่ต้องการแล้วก็สั่งออเดอร์ได้เลย G&C ซะอย่าง (ด้วยความหิว) เลยเลือกสั่งเซ็ต L ถาดใหญ่ที่สุด เป็นสายพันธุ์ที่ทางร้านแนะนำคือบาฟุน ส่วนการชำระเงินทำได้ง่ายดายผ่านแอปพลิเคชัน ทันใจวัยรุ่นยุค 5G มากๆ       เมื่อถึงวันส่งทางร้านแจ้งเวลาส่ง 5 โมงเย็น ซึ่งก็มาส่งตรงเวลา อูนิ ข้าวญี่ปุ่น (ไม่ได้ปรุงรสแบบข้าวซูชิ) สาหร่ายปรุงรส 2 ซอง วาซาบิ และโชยุ แพ็คแยกกันมาอย่างดีบรรจุมาในถุงกระดาษ โดยมีไอซ์แพคขนาดใหญ่รองใต้ถาดอูนิมาด้วย แต่ไม่มีตะเกียบมาให้ ซึ่งเราว่าก็ดี ช่วยๆ กันลดขยะ     ส่วนไฮไลท์คืออูนินั้น บอกเลยว่าดีงามไม่ผิดหวัง อูนิชิ้นโตสมราคาเรียงตัวสวยอยู่บนถาดในสภาพสมบูรณ์ ยังคงความเย็นจากไอซ์แพค รสหวานละมุน เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย ปริมาณอูนิกับข้าวก็พอเหมาะกันดี ส่วนสาหร่ายอาจจะน้อยไปนิด รสชาติของโชยุและวาซาบิที่ให้มาก็จัดว่าดี ถาดนี้ทางร้านบอกว่ากินได้ 2-3 คน แต่หากมีเมนูอื่นเสริมด้วย เราว่าสามารถแชร์กันได้ถึง 4 – 5 คนเลยแหละ     ถูกใจแบบนี้ เราเลยสอบถามไปทางร้านอีกครั้ง พบว่าก่อตั้งและดำเนินการโดย 2 นักธุรกิจรุ่นใหม่ คุณมิลกี้ รตนพร อมฤตวาริน และคุณเท็น วริทธ์ วีระภุชงค์ ทั้งคู่ยังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย โดยคุณเท็นนั้นศึกษาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และเห็นว่าคนไทยที่ชอบทานอูนิมีเพิ่มขึ้นมาก ในขณะที่ราคาอูนิที่ร้านอาหารในเมืองไทยนั้นสูงกว่าที่ญี่ปุ่นมาก จึงมองเห็นช่องทางธุรกิจขึ้นมา ในอนาคตอันใกล้ หากมีเวลามากขึ้น Mr. Uni อาจพัฒนาเมนูใหม่ๆ สำหรับส่งเดลิเวอรีเพิ่มเติมด้วย อยากกินอูนิอร่อยๆ ที่บ้านและอุดหนุนธุรกิจคนรุ่นใหม่ ก็สั่งเลย ที่ IG : mr_uni_shop หรือ Line : @mr.uni

ร้านชื่อเก๋ชวนสะดุดหูของดีเจ พี่อ้อย-นภาพร ที่ร่วมหุ้นกับกลุ่มน้องๆ คนสนิทจากร้านชูศรี แอท แหลมเกตุ และร้านแหลมเกตุ เปิดร้านอาหารไทยฟิวชันที่มีคอนเซ็ปต์สนุกๆ ว่า “ที่แห่งเวลาและอาหาร” อาหารที่นี่จานใหญ่ กินอิ่ม แถมราคาสบายกระเป๋า รสชาติยังอร่อย โดยเฉพาะซีฟู้ดที่สั่งตรงมาจากฟาร์มในอำเภอศรีราชา รับประกันได้ว่าสดใหม่ บนชั้น 2 ยังมีพื้นที่ให้เราใช้เวลาอย่างคุ้มค่าด้วย Co - Workspace และห้องสมุดขนาดย่อมให้นั่งอ่านหนังสือกันเพลินๆ อีกด้วย      เมนูแนะนำ สเต๊กแซลมอน แซลมอนเนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมผักโขมผัดเนย ราดไวต์ไวน์ซอสและฟักทองญี่ปุ่นบดเนื้อเนียนรสหวานมัน   ข้าวผัดต้มยำไก่ย่าง ข้าวผัดกับสมุนไพรต้มยำกลิ่นหอม เสิร์ฟพร้อมสะโพกไก่เนื้อนุ่ม    เบอร์เกอร์หมูชาร์โคลบัน ขนมปังชาร์โคลสีดำนุ่มแน่นเข้ากันกับเนื้อหมูย่างกลิ่นหอม ส่วนสันคอผสมกับเนื้อ หมู ราดซอสปาปริกา    ดาวอังคารสไปซี่ สปาเกตตีเส้นเล็กผัดคลุกเคล้ากับมันกุ้ง กระเทียม พริกแห้ง พริกไทย และซีฟู้ด 

เจลาโต ต่างกับไอศกรีมทั่วไปยังไง? อธิบายง่ายๆ ก็เป็นไอศกรีมสไตล์อิตาเลียนที่มีอากาศอยู่ในเนื้อไอศกรีมน้อยกว่าไอศกรีมทั่วไปทำให้เนื้อแน่นกว่า และยังมีส่วนประกอบของไขมันน้อยกว่า และเสิร์ฟที่อุณหภูมิสูงกว่า (ถ้าเย็นมากไปจะแข็งจนตักไม่ได้) เวลาเสิร์ฟก็ไม่ต้องตักเป็นลูกๆ แต่ใช้ไม้พายตักซ้อนกันเป็นชั้นๆ ได้เลย ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เวลาที่เราทานเจลาโตจึงได้รสชาติเข้มข้นเต็มรสและรสสัมผสที่แน่นเต็มคำ ถูกใจใครหลายๆ คน         ร้าน Ampersand ก็เป็นร้านเจลาโตที่เราติดตามมาตั้งแต่เปิดสาขาแรก ด้วยรสชาติที่เข้มข้นถึงใจ และคุณยิ้ม เจ้าของร้านยังชอบคิดรสชาติแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาให้ลิ้มลองอยู่เรื่อยๆ หลายๆ รสก็กลายมาเป็นรสยอดนิยม ทั้งรสดาร์ค ช็อกโกแลต, ซอร์เบต์ รสส้มยูสุ, รสสตรอว์เบอร์รี่ชีสเค้ก หรือรสเครื่องดื่มหรือดอกไม้ต่างๆ อาทิ รสโอวัลติน, รสชาเอิร์ล เกรย์ และรสลาเวนเดอร์ ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 7         จนตอนนี้ก็ได้โอกาสขยับขยายเพิ่มสาขามาเอาใจคนรักเจลาโตย่านทองหล่อกันบ้าง และร้านนี้ก็จะกลายมาเป็นสาขาแฟล็กชิพด้วย โดยร้านแห่งใหม่นี้สวยงามน่าเช็คอินมากๆ ด้วยบรรยากาศสีขาว–ทอง แซมน้ำเงิน มีรูปไอศกรีมซ่อนอยู่ทุกที่ ตั้งแต่บนกระเบื้องพื้นนำเข้าร้าน บนประตูกระจกที่เปิดสู่ซอยทองหล่อ 13 และเครื่องหมาย & ที่เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ก็ถูกนำมาตกแต่งอย่างน่ารัก มีเมนูอื่นๆ นอกจากเจลาโต ได้แก่ Gelato Shake ซึ่งเราสามารถเลือกเจลาโตรสที่ชอบมาปั่นกับนมเป็นเครื่องดื่มรสเข้มข้นได้ หรือเมนู Frappe ก็มีให้เลือกหลายรสชาติ ทั้งส้มยูสุ สตรอว์เบอร์รี่ มัทฉะ       ด้านเจลาโตที่เป็นตัวเอกของร้าน เคล็ดลับของเนื้อเนียนแน่นและรสชาติที่เข้มข้นคือทำจากนมออร์แกนิกและส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งหมด ไม่แต่งกลิ่นหรือสี ส่วนรสพิเศษๆ ที่มีมาแล้วทำไมหมดเร็วจัง อย่าง 2 รสพิเศษที่ออกมาในโอกาสเปิดสาขาทองหล่อนี้ Rose และ Sakura & Sake ก็หมดเร็วมากๆ นั่นเพราะใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศที่คุณยิ้มพบตอนเดินทางแล้วหิ้วกลับมาเอง หรือฝากเพื่อนๆ หิ้วมาให้ ซึ่งหากหมดแล้วก็หมดเลย เพราะงั้นขอแนะนำว่าถ้าเจอรสพิเศษที่ถูกใจ ไม่ต้องลังเล ซื้อเป็นควอตซ์กลับมากินต่อที่บ้านด้วยเลยดีที่สุด  

สุพรรณิการ์เป็นแบรนด์ร้านอาหารที่ขยันต่อยอดอยู่ตลอดเวลา จากจังหวัดขอนแก่นสู่ซอยทองหล่อจนมาถึงซอยสาทร 10 และล่าสุดกับ Supanniga Cruise ล่องเรือกินอาหารไทยตำรับห้องทานข้าวสุพรรณิการ์ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา รับรองว่าโรแมนติกแบบไทยๆ     สุพรรณิการ์ ครุยซ์ ฉีกแนวจากเรือล่องแม่น้ำเจ้าอื่นตรงที่ยกความเป็นสุพรรณิการ์ลงไปลอยละล่องเหนือผืนน้ำเจ้าพระยาในแบบที่เรือลำอื่นมอบประสบการณ์แบบนี้ให้ไม่ได้ วันหนึ่งล่อง 2 รอบ รอบแรก เวลา 16.45-17.45 น. Cocktails Cruise ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ล่องเรือจิบค็อกเทลซึ่งได้ทีมบาร์เทนเดอร์ของ Vesper ช่วยคิดค็อกเทลแบบไทยๆ และวันเสาร์-อาทิตย์ Champagne Taittinger Cruise ล่องเรือจิบแชมเปญ Taittinger พร้อมอาหารกินเล่นแบบฟรีโฟลว์ รอบที่ 2 เวลา 18.30-20.30 น. Dinner Champagne Taittinger Cruise  ต้อนรับด้วยแชมเปญและเสิร์ฟอาหารไทย 6 คอร์ส ซึ่งเมนูอาหารจะเปลี่ยนแปลงทุก 3 เดือน     เราตีตั๋วเรือ 2 รอบ รอบแรกชมดวงอาทิตย์ตก เลือกค็อกเทลจากลิสต์เพราะเดี๋ยวจะได้ลองแชมเปญอยู่แล้ว ค็อกเทลภาพรวมจากทีมเวสเปอร์เน้นกลิ่นหอมของดอกไม้ไทยและรสชาติค็อกเทลแบบสปิริตฟอร์เวิร์ดที่หนักหน่วงแต่มีสมดุลของรสชาติ หนึ่งดริงก์กับเวลา 1 ชั่วโมงกำลังพอดี เราแนะนำ Wanted on Voyage วิสกี้ข้าวไรซ์ผสมไซเดอร์ที่อินฟิวกับเงาะและโหระพา พอร์ตไวน์ อัปแซ็งต์ และน้ำเชื่อมดอกลำไย     รอบ 2 ดินเนอร์จริงจัง ดูเหมือนรอบนี้จะได้รับความนิยมมากกว่า เมี่ยงปลาทูกะปิเกาะช้างกับ แชมเปญ Taittinger รอต้อนรับเราบนเรือ ใบชะพลูห่อเครื่องเมี่ยงราดน้ำจิ้มซีฟู้ดและกะปิเกาะช้างหอมอร่อย ตัดกับแชมเปญพรายฟองซ่าเข้ากัน      ตามด้วย Supanniga Appetizer ม้าฮ่อส้มสด กระทงทองรสเผ็ด        และยำส้มโอที่ใส่กุ้งสดตัวใหญ่ เป็นเมนูที่ไม่มีในห้องทานข้าว ก่อนเบรกด้วย ต้มยำกุ้งใหญ่     เมนูไฮไลต์อยู่ที่ Sam Rub Thai หลายจานเป็นจานเด็ดของร้าน หมูชะมวง น้ำพริกไข่ปู ไข่ลูกเขย ยำปลาสลิดทอดกรอบ และห่อหมกเนื้อปู เรายังชอบยำปลาสลิดที่มีตะไคร้ซอยมากๆ ติดว่ารสไม่จัดเท่าที่เคยกิน    ส่วนของหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง จัดเรียงเป็นดอกกุหลาบสวยงาม      ตามด้วยขนมทองเอกกระจังและฝอยทองใส่ไข่แมงดาที่ทางร้านหวานละมุนทำให้เรือสุพรรณิการ์โดยเฉพาะ กินกับชาออร์แกนิกร้อน

อยากจะกรีดร้องตะโกนให้สุดเสียง เพราะในที่สุด Milkcow ร้านไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟสุดโด่งดังในโลกโซเชียลของเกาหลีได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย หลังจากแก้มแดงเคยนั่งมองตาปริบๆ แกมอิจฉาประเทศอื่นๆ อย่างอเมริกา ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย แคนาดา และออสเตรเลีย ในไอจีมาพักใหญ่ งานนี้เลยขอมาประกาศกร้าวว่าเราจะต้องไปชิมให้ได้! (เล่นใหญ่ไปไหม?)     นอกเหนือจากความอร่อยของไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่เอาชนะใจใครต่อใครได้แล้ว คงต้องบอกว่าเสน่ห์จริงๆ ของแบรนด์นี้ ก็คือ ที่มาของแหล่งนมที่ดีงามไม่แพ้รสชาติ เมื่อนมทุกหยดที่เรากำลังจะได้ลิ้มลองกันนั้นเป็นน้ำนมออร์แกนิกที่มาจากแม่วัวอารมณ์ดีที่ถูกเลี้ยงแบบปล่อยให้วิ่งเล่นและแทะเล็มหญ้าในฟาร์มอย่างเพลิดเพลิน จนได้น้ำนมคุณภาพรสชาติเข้มข้น กลมกล่อม และปราศจากสารเคมี       แก้มแดงขอประเดิมเมนูแรกด้วย Milky Cube (แบบถ้วย 159 บาท แบบโคน 169 บาท) เมนูซิกเนเจอร์ฮอตฮิตติดตลาดที่พอเห็นก็ต้องตกหลุมรักกับความเนียนนุ่มสีขาวนวลที่มาพร้อมความหอมหวานของรังผึ้งชิ้นสี่เหลี่ยมพ่วงมาให้เคี้ยวหนึบ เจือความหวานน้อยๆ ที่สำคัญถ้าใครลองกินแบบโคนก็จะได้ความกรุบกรอบเพิ่มเติมเข้ามาด้วย (เลิฟเลย)       แล้วมาเพิ่มดีกรีความเข้มกับ Banoffee (ราคา 149 บาท) ไอศกรีมนมซอฟต์เสิร์ฟที่ซุกซ่อนความหอมหวานของกล้วยชิ้นใหญ่ และครัมเบิลเคี้ยวกรุบ ก่อนจะราดด้วยซอสเนื้อกล้วยเพิ่มความฉ่ำ และซอสคาราเมลที่ช่วยเพิ่มความหอมหวานละมุนขึ้นมาอีกขั้น   แต่ถ้าชอบความอร่อยเวอร์วังอลังการแล้วล่ะก็ คงต้องลอง Santorini (159 บาท) ที่ยกขบวนความอร่อยมาประเดประดังบนซอฟต์เสิร์ฟนมของเรา ไม่ว่าจะเป็น คุกกี้โอรีโอ ถั่วพิตาชิโอ และถั่วลิสงบด มาโรยจนทั่ว ร่วมด้วยเหล้าหวานสีฟ้าสดใสอย่าง Blue Curacao มาเสริมทัพ แล้วตกแต่งปิดท้ายด้วยเวเฟอร์ช็อกโกแลต และสายไหมสีขาวฟูฟ่อง แก้มแดงคงไม่ต้องบอกนะคะ ว่าควรจะจัดการกับอะไรก่อน     นอกจากไอศกรีมแล้ว ที่นี่ยังมีเมนูพิเศษส่งตรงมาจากเกาหลีอย่าง Tiramisu (159 บาท) ทีรามิสุในแก้วใสที่อัดแน่นด้วยชีสมาสคาโปนเนื้อนุ่มละมุนสุดๆ เคี้ยวเพลินด้วยชิ้นเค้กเลดี้ฟิงเกอร์ชุปในกาแฟเอสเปรสโซ่รสขมนิดๆ อร่อยจนอยากบอกต่อ แต่ถ้าใครอยากนั่งยาวๆ ที่นี่ก็มีเค้กชิ้นเล็กๆ มาเคียงคู่กับไอศกรีมกันด้วยนะ แก้มแดงก็เลยปิดท้ายด้วยเค้กส้มรสเปรี้ยวๆ มาตัดรสชาติ   และอย่าลืมเตรียมรอสาขาใหม่ของ Milkcow ได้เร็วๆ นี้