The Mew หนึ่งในคาเฟ่เก๋ไก๋ ไฮไลท์ที่คนเที่ยวเขาใหญ่ต้องมีไว้ในลิสต์ พื้นที่ของร้านกว้างขวางจัดสรรให้นั่งสบายได้หลายโซน ใครอยากสูดอากาศบริสุทธิ์แนะนำให้นั่งโต๊ะริมลำธารเล็กๆ ที่มีลมเย็นๆ พัดผ่านตลอดเวลา ส่วนด้านในก็เย็นฉ่ำนั่งชิลได้ทั้งโต๊ะเก้าอี้บุนวม หรือจะชวนกันหย่อนกายบนโซฟานุ่มๆ ก็มีให้เลือกหลายมุม นอกจากจะตกแต่งร้านได้ชวนนั่งยังมีเมนูอร่อยมาเอาใจสายกินให้ได้ฟินจนลืมเวลา         เริ่มที่ Korean Kimchi Pork with Naan Bread หมูหมักซอสพริกเกาหลี วิธีกินให้คีบหมูวางบนแป้งนาน ตามด้วยผักสด เหมาะเป็นเมนูรองท้องระหว่างวันก่อนถึงมื้อหลักได้แบบไม่อิ่มเกิน     ด้านขนมอบเน้นทำสดใหม่ทุกวันและมีให้เลือกมาก อาทิ  Homemade Scone สคอนเนื้อนุ่มร่วน หอมกลิ่นเนย กินคู่ซอสเบอร์รี แยมเสาวรส และมาสคาร์โปเนครีมที่นุ่มเนียนละมุนลิ้น     เครื่องดื่มไฮไลท์ยกให้  Rose and Lychee Lemonade ชากุหลาบผสมน้ำลิ้นจี่และน้ำมะนาว เปรี้ยวอมหวาน ดื่มแล้วสดชื่นมีแรงเดินเที่ยวได้ทั้งวัน  

ทำงานมาทั้งสัปดาห์พอถึงวันหยุดทั้งทีก็มีบ้างที่อยากผ่อนคลายพักสายตา หลายคนขอมาว่าอยากได้แบบขับรถไม่ไกลและต้องมีวิวภูเขาให้ชม มีอากาศบริสุทธิ์ให้สูดได้เต็มปอด โจทย์ง่ายๆ แบบนี้เราขอชี้เป้าไปที่ “เขาใหญ่” เลยจ้า เพราะเป็นจุดหมายของสายกินเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ขับรถเดี๋ยวเดียวก็ถึง นอกจากได้พักร่างยังมีร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ๆ ให้แวะชิลได้ตลอดเส้นทาง โดยเฉพาะใครที่เป็นคาเฟ่ฮอปปิ้งห้ามพลาดร้านนี้       The Birder’s Lodge กระท่อมหลังสวยแปลกตา ที่ออกแบบมาให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติสุดๆ ส่วนเมนูอาหารและเครื่องดื่มแสนอร่อยก็มีให้เลือกมาก ปักหลักแล้วจะไม่อยากลุกไปไหนอีกเลย         เมนูเด่นยกให้ BL Salad จานเรียบง่ายสำหรับคนที่อยากเติมความสดชื่นแบบเบาๆ สบายท้อง  ผักสดๆ เก็บจากไร่ในท้องถิ่น ราดด้วยน้ำสลัดโฮมเมดรสเปรี้ยว กินแล้วกระปรี้กระเปร่า     ถ้ามาเป็นกลุ่มก๊วนอยากชวนให้ลอง Pizza Garlic & Bacon พิซซาแป้งบางกรอบ ท็อปด้วยเบคอนและกระเทียม ราดซอสสูตรพิเศษ อร่อยได้เต็มปากเต็มคำ     อีกจานที่เข้มข้นถึงเครื่อง สปาเกตตีไส้กรอกอีสาน จานที่ผสมผสานรสชาติจากตะวันตกสู่ตะวันออกได้อย่างครบถ้วนชวนกิน       ไม่เพียงอาหารจะเด่น เครื่องดื่มก็โดน อย่างแก้วนี้ Orange Fire Craker รสเปรี้ยวอมหวานนิดๆ ขับรถมาเมื่อยๆ หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง     Jelly Blue Italian Soda เครื่องดื่มรสเปรี้ยวซ่า เพิ่มความฟรุ้งฟริ้งด้วยสายไหมฟูฟ่อง ลองเอาลิ้นแตะเบาๆ ก็ละลายหายวับไปเลย แก้วนี้เด็กๆ ชอบมาก ขนาดเลยวัยเด็กมานานแล้วอย่างเรายังไม่ยอมพลาด     ไอศกรีมโคนยอดนิยมยกให้ ไอศกรีมวานิลลา ทำจากฝักวานิลลาแท้จากเกาะมาดากัสการ์ หอมๆ และรสหวานกำลังดี     เขาใหญ่ใกล้แค่นี้ อยากนั่งชิลเมื่อไหร่ก็ไปได้ !

ใครจะรู้ว่าโรงแรม AVANI ขอนแก่น จะมีภัตตาคารอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงพร้อมคาราวานติ่มซำสุดอร่อยราคาสบายกระเป๋าซ่อนอยู่     บรรยากาศภายในห้องอาหารกว้างขวาง ตกแต่งสไตล์โรงเตี๊ยมพร้อมด้วยชุดน้ำชา จาน ชาม แจกันกระเบื้องลวดลายจีนประดับตกแต่งอยู่ทั่วทุกมุม ถึงแม้จะดูคล้ายโรมเตี๊ยมสมัยก่อน แต่ร้านยังผสมผสานความนำสมัยได้อย่างลงตัว ทั้งครัวแบบเปิดที่สามารถดูเชฟปรุงอาหารกันสดๆ อีกด้วย         พูดถึงเมนูที่เชฟเลือกเสิร์ฟให้เราวันนี้ เริ่มจานแรกที่ออร์เดิร์ฟ ซึ่งประกอบไปด้วย แมงกะพรุนยำน้ำมันงา ไก่ต้มน้ำปลา แฮม และปูอัด เป็นออร์เดิร์ฟที่กระตุ้นต่อมรับรสอาหารได้เป็นอย่างดี       จากนั้นเชฟไม่รอช้า มาพร้อมกับคาราวานติ่มซำน่าทานชุดใหญ่ไม่ว่าจะเป็น ขนมจีบฮ่องกง ขนมจีบไส้กุ้ง ขนมจีบเห็ดหอม สาหร่ายทะเลไส้กุ้ง ขาไก่นึ่งเต้าซี่ บล็อกโคลี่นี่งใส้กุ้ง ซึ่โครงหมูนึ่งเต้าซี่ ก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้กุ้ง ติ่มซำรสชาติดี ได้รสต้นตำรับอาหารจีนแท้ๆ         เชฟไม่รอช้า เสิร์ฟต่อด้วย “บาร์บีคิวรวมมิตร”ซึ่งภายในจานมีเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ ทีเด็ดอยู่ที่น้ำซอสสูตรเฉพาะรสหวานเค็มกำลังดี และเมนูที่เชฟภูมิใจนำเสนออย่าง “บล็อกโคลี่กับหอยเชลล์ซอสมันปู” ซอสมันปูหอมมัน คลุกเคล้ากับหอยเชลล์ตัวใหญ่เนื้อเด้ง ได้รสชาติละมุนและกลมกล่อมไปพร้อมกัน       มาร้านอาหารจีนคงขาดเมนูนี้ไปไม่ได้ “ปลากะพงนึ่งซีอิ้ว” ปลากะพงตัวใหญ่ ราดด้วยซอสซีอิ้วสูตรเข้มข้น กินคู่กับขิงซอยและพริกหยวกซอย ยิ่งตัดรสชาติแถมเพิ่มความหอมได้เป็นอย่างดี ปิดท้ายด้วย “ผัดหมี่ฮกเกี้ยนทะเล” หมี่เหลืองเส้นเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นน้ำมันงา           หากมีโอกาสแวะพักที่โรงแรม AVANI ขอนแก่น อย่าลืมลิ้มลองความอร่อยสไตล์จีนต้นตำรับ แล้วคุณจะประทับใจในความอร่อยคุ้มค่าคุ้มราคาเลยล่ะ

บ้านสวนที่ห้อมล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ ช่วยให้บรรยากาศนั้นร่มรื่นเย็นสบาย มีมุมน่านั่งอยู่รอบๆ มากมายให้เลือกได้ตามใจ ภายในตกแต่งสไตล์ลอฟท์ทันสมัย ผนังปูนเปลือยดิบๆ ที่ถูกแซมด้วยต้นไม้เขียวชอุ่มเพื่อลดความเซอร์ และเสริมร้านให้มีสีสันและชีวิตชีวา ส่วนเรื่องอาหาร ARIS Restaurant ขนขบวนความอร่อยมาให้คุณเลือกหลากสไตล์ทั้งอาหารไทย จีน ซีฟู้ด ล้วนแล้วแต่รสเลิศไม่เป็นรองใคร แถมอยู่ไม่ไกลแค่พุทธมณฑลสาย 5 จังหวัดนครปฐมนี่เอง           เริ่มต้นด้วยจานเรียกน้ำย่อยสไตล์จีนๆ อย่าง ยำแมงกะพรุนน้ำมันงา แมงกะพรุนเนื้อเด้งชิ้นพอดีคำ ลวกสุกได้ที่ให้รสสัมผัสกรึบกรับ เคี้ยวสนุก คลุกเคล้ามากับน้ำมันงา เสริมกลิ่นหอมอีกขั้นด้วยงาขาว รสเค็มนิดๆ ชิมกี่ทีก็ติดใจ     ต่อกันที่เมนูคุ้นเคยอย่าง ทอดมันกุ้ง ที่มาในรูปทรงโดนัทสีเหลืองทองชวนลิ้มลอง กรอบนอกนุ่มในไม่อมน้ำมัน เนื้อกุ้งแน่นๆ ฉ่ำเด้ง เต็มคำจุใจ ตัดเลี่ยนด้วยน้ำจิ้มบ๊วยรสหวาน เข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี     เอาใจสาวกอาหารไทยกันบ้างกับจานนี้ น้ำพริกกุ้งสด อร่อยครบรส แซ่บได้ใจ เสิร์ฟพร้อมไข่ยางมะตูมและผักลวก กินกับข้าวสวยร้อนๆ บอกคำเดียวเลยว่าฟิน     ยังไม่อิ่มสั่ง เป็ดกีต้าร์ เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้าน เป็ดเชอรี่ไซส์ใหญ่อบจนหนังกรอบ แต่ส่วนเนื้อยังคงนุ่มชุ่มฉ่ำ กินคู่กับโรตีเหนียวนุ่มที่อิมพอร์ตมาจากมาเลเซีย ราดด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษของร้าน รสหวานหอมกลิ่นน้ำผึ้งชัดเจน กินแล้วสุดรื่นรมย์       อย่าลืมสั่งเครื่องดื่มสุดสดชื่น มะพร้าวปั่นนมสด รสหวานละมุน หอมกรุ่นมะพร้าว หรือจะลองโกโก้ร้อน รสเข้มข้น ด้านบนมีฟองนมนุ่มๆ ให้จิบชิลๆ ยาวไป       อร่อยถูกใจทุกเมนู ไม่ลองไม่รู้จริงๆ

เมืองหลวงฝุ่นควันมากมาย ฝุ่นเยอะขนาดนี้หนีมาสูดอากาศบริสุทธิ์กลางทุ่งนากันให้ชุ่มปอดดีกว่า ที่ “โชคดี คาเฟ่” คาเฟ่เปิดใหม่แดนอีสาน จังหวัดขอนแก่น พาเพื่อนๆ ดื่มด่ำกับอาหารและเครื่องดื่มหลักร้อยแต่วิวหลักล้าน มีที่นั่งแบบอินดอร์และเอาท์ดอร์ไว้จิบเครื่องดื่มและฟินกับขนมแสนอร่อยได้อย่างเพลิดเพลินในราคาหลักร้อยแต่วิวหลักล้าน     เมื่อเข้ามาในร้านเราจะพบกับโซนที่นั่งติดแอร์ ประดับผนังด้วยดอกไม้สีสันสดใส พร้อมด้วยกระจกใสรอบร้าน ทำให้เห็นวิวทุ่งนาเขียวขจีแบบเต็มตา ส่วนด้านนอกมีเก้าอี้ให้นั่งชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมด้วยมุมถ่ายรูปเก๋ๆ รวมไปถึงทางเดินยาวไปกลางทุ่งนา เพื่อให้แชะรูปสวยสู้แดดกับวิวเขียวขจีที่หาไม่ได้ในกรุงเทพ           เมนูเครื่องดื่มของร้านมีให้เลือกมากมาย เริ่มกันที่เครื่องดื่มโซดาสีสันสดใสอย่าง “เสาวรสโซดา” และ “อัญชันโซดา” แก้กระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดี     หรือใครเป็นคอกาแฟอาจเลือกสั่งเป็น “คาราเมล มัคคิอาโต” กาแฟมัคคิอาโตเข้มข้น เพิ่มความหอมหวานด้วยคาราเมลไซรัป หรือเป็น “มัทฉะ เอสเพรสโซ่” กาแฟสดหอมๆ แบ่งชั้นกับชาเขียวมัทฉะรสเข้มข้น เวลาดื่มคนให้เข้ากัน จะได้รสของชาเชียวและกาแฟผสมกันอย่างลงตัว       และสำหรับเมนูขนมชื่อดังของร้านที่ใครมาต้องสั่งคือ “วาฟเฟิลฮ่องกง” วาฟเฟิลแป้งกรอบสไตล์ฮ่องกงหอมกลิ่นเนย ราดด้วยซอสช็อกโกแลต เสิร์ฟพร้อมวิปปิ้งครีมหอมมัน ทานคู่กับกาแฟเข้มๆ เข้ากันได้ดีเลยล่ะ    

ไม่ได้มาเที่ยว “ภูเก็ต” สักพักใหญ่ มารอบนี้มีคาเฟ่เก๋ๆ เปิดใหม่เพียบ! แต่ G&C บอกเลยว่าถ้าอยากหาคาเฟ่ที่มีขนมอร่อยมากกกกกกก จับคู่กับกาแฟจากโรงคั่วในท้องถิ่นภูเก็ต และมีเจ้าของร้านที่คุยสนุกด้วยแล้วล่ะก็ ร้านนี้คนภูเก็ตเจ้าถิ่นเขาแนะนำมาเองเลย ที่ Brown Café Where We Bake & Blend คาเฟ่สไตล์ลอฟต์ที่มีบรรยากาศชวนผ่อนคลาย ทั้งยังมีมุมบาร์กาแฟสำหรับคนที่ตั้งใจมาชิมกาแฟ ถ้ามาถูกที่แล้วก็จะเจอชายหนุ่มที่ดูอารมณ์ดี คุณเค –  ปรัชญา ตันติพิริยะกิจ ผู้เป็นเจ้าของร้านรอต้อนรับอยู่         คาเฟ่แห่งนี้เปิดมาได้ 5 ปีแล้ว เมนูอร่อยของทางร้านมีที่มาจากอดีตหุ้นส่วนที่เคยเป็นเชฟขนมหวานที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย มาก่อน ส่วนคุณเคเป็นคนชอบเข้าคาเฟ่มาตั้งแต่ไหนแต่ไร เมื่อได้เจอคนที่มีความชอบตรงกันเลยร่วมกันเปิดร้านแห่งนี้ขึ้น ขนมหวานที่มีมาตั้งแต่เริ่มเปิดร้านและยังเป็นเมนูขายดีจนปัจจุบันคือ Chocolate Royal (110 บาท) ที่มีความเข้มข้นของช็อกโกแลตอัดแน่นตลอดทั้งชิ้น เริ่มจากฐานครัสต์ที่กรุบกรอบ เลเยอร์ต่อมาเป็นดาร์กช็อกโกแลตแน่นๆ ด้านบนเป็นช็อกโกแลตเนื้อครีมมี่นุ่มละมุน ที่ดีงามคือทั้งหมดนี้ไม่หวานจนเกินไปถูกใจคนรักช็อกโกแลต ส่วนขนมหน้าตาสวยเป๊ะและมีกลิ่นอายไทยๆ อย่าง ฟักทองแครมบรูเล่สังขยาชาไทย (109 บาท) ก็เป็นเมนูที่วางขายมาได้ 2 ปีแล้ว เกิดจากความที่คุณเคชอบกินสังขยาฟังทองมาก จึงคิดนำมาผสมกับสูตรแครมบรูเล่ของหุ้นส่วนและเพิ่มรสชาไทยเพื่อให้ทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก คาดไม่ถึงว่าจะเข้ากันได้ดีแบบนี้       มาถึงเมนูใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางขายเมื่อสัปดาห์ก่อน เราโชคดีมากๆ ที่ได้มาชิมพอดีกับ เบคชีสเค้กทุเรียน (120 บาท) ชีสเค้กสไตล์ญี่ปุ่นที่ใช้ทุเรียนหมอนทองมาผสม บอกเลยว่าเมนูนี้เรารักมาก เนื้อชีสเค้กเนียนนุ่มละมุนลิ้นหอมหวานรสทุเรียนหมอนทองเต็มปากเต็มคำ ตั้งแต่คำแรกก็อร่อยจนหยุดไม่ได้ งานนี้ขอเดาว่าคุณเคเป็นทุเรียนเลิฟเวอร์ และเราก็ยิ่งมั่นใจเมื่อเมนูต่อมาคือ ไอศกรีมทุเรียนเสิร์ฟกับทุเรียนสาลิกา ตัวไอศกรีมทุเรียนเนื้อเนียนหวานหอมเพิ่มสัมผัสนุ่มๆ ของมะพร้าวอ่อนและสัมผัสกรุบๆ จากทับทิม กินคู่กับทุเรียนสาลิกาทั้งพูดับเบิ้ลความทุเรียนเข้าไปอีก อื้อหือ! และในขณะที่ยังอร่อยไม่ทันหมดถ้วยดี คุณเคก็หายเข้าไปหลังร้านแล้วกลับมาพร้อมกับ “ทุเรียนทรายขาว” ที่ได้มาให้เราลองชิมด้วย คุณเคบอกว่าทุเรียนพันธุ์นี้ต้องกินเมื่อสุกหน่อยเนื้อจะหวานกว่าหมอนทองเสียอีก สำหรับลูกค้าที่ไม่ชอบกลิ่นทุเรียนทางร้านก็เตรียมพื้นที่ที่กลิ่นจะไม่รบกวนไว้ให้ด้วย เราเลยถึงบางอ้อว่าทำไมโซนนี้ถึงมีประตูกระจกกั้นอยู่         สั่งขนมแล้วก็อย่าลืมสั่งเครื่องดื่ม ซึ่งอาจจะต้องใจเย็นหน่อยเพราะคุณเคชงเองแบบแก้วต่อแก้ว ลองสั่ง กาแฟลาเต้ ที่ใช้กาแฟจากโรงคั่วในภูเก็ต หรือ ชาเขียวลาเต้เย็น ที่ใส่ผงชาเขียวแท้จากญี่ปุ่นมีกลิ่นหอมและรสขมและฝาดนิดๆ กลมกล่อมดี เราสังเกตว่าถ้วยเครื่องดื่มแต่ละใบเป็นถ้วยเซรามิคที่ดีไซน์ไม่เหมือนกันเลย นั่นเพราะภาชนะในร้านส่วนใหญ่เป็นของสะสมจากการเดินทางของคุณเค จากญี่ปุ่นบ้าง เกาหลีบ้าง แต่เขากระซิบว่าหลังๆ มานี้ติดใจแบรนด์เซรามิคดีไซน์น่ารักจากลำปางจนถึงขนาดสั่งมาใช้ที่ร้านเลยล่ะ       นอกจากขนมหวานแล้ว ที่ Brown Café ยังมีเมนูอาหารง่ายๆ ให้อิ่มท้องกันด้วย อาทิ โฮมเมดพิซซา พาสต้า แซนด์วิช สลัด และเร็วๆ นี้จะได้พบกับ “มื้อเช้าและบรันช์ สไตล์เมลเบิร์น” จากความร่วมมือกับเชฟรุ่นน้องที่เคยอาศัยอยู่ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย น่าติดตามว่าเมนูใหม่ๆ สไตล์เมลเบิร์นจะมีอะไรบ้าง เอ้า! ระหว่างนี้ก็มากินเค้กรอกันเถอะ        

เรียกว่าเป็นร้านเค้กยอดนิยมของชาวระยองอย่างแท้จริง สำหรับ “Cup’n Cake” ที่เกิดขึ้นจากความรักและความตั้งใจนำเสนอเมนูเบเกอรีโฮมเมดสูตรเด็ดของเจ้าของร้านที่หลงรักการทำขนม จนทำให้จากการเป็นเพียงขนมเค้กฝากขาย ขยับขยายกลายเป็นร้านเค้กสไตล์ลอฟต์สุดเก๋ที่มีพื้นที่กว้างขวางนั่งสบายให้เหล่านักชิมได้อร่อยกันแบบผ่อนคลาย           ทีเด็ดของ Cup’n Cake อยู่ที่การเลือกใช้แต่วัตถุดิบระดับคุณภาพแบบไม่มีหวง โดยเฉพาะวิปปิงครีมและครีมชีสที่ช่วยเพิ่มความอร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเค้กนมสดฮอกไกโด เมนูซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มเบาหอมครีมนมสดละมุน หรือมะปี๊ดชีสเค้ก ที่นำมะปี๊ด (หรือส้มจี๊ด) รสเปรี้ยวหวานมาทำเป็นซอสส้มมะนาวที่เข้ากับชีสเค้กสุดๆ       ส่วนเมนูที่หลายคนคุ้นเคยอย่างนิวยอร์กชีสเค้กก็ไม่ธรรมดา เพราะผสมผสานความอร่อยของช็อกโกแลตเค้กนุ่มหนึบ ครีมชีสหอมมัน และซอสบลูเบอร์รีเข้มข้นได้อย่างลงตัว     แล้วอย่าลืมสั่งเครื่องดื่มแสนสดชื่นอย่างชากุหลาบลิ้นจี่หอมหวาน และสตรอว์เบอ์รีโซดาเย็นชื่นใจมากินคู่กับเค้กจะยิ่งอร่อยฟิน       สนับสนุนผลิตภัณฑ์โดย  

 ขอยกให้เป็นสถานที่ชิลเอาต์แสนสบายและแสนอร่อยในจังหวัดอุดรธานี สำหรับ “Beyond Café” คาเฟ่สไตล์เดิร์นลอฟต์สุดเก๋ที่โดดเด่นด้วยพื้นที่กว้างขวางโปร่งสบาย เสริมด้วยการตกแต่งแบ่งโซนให้นั่งละเลียดเครื่องดื่มและขนมรสเลิศได้ทั้งอินดอร์และเอาต์ดอร์ โดยเฉพาะบริเวณสวนสวยด้านนอกร้านที่เป็นมุมโปรดของใครหลายคน       เหล่านักชิมตัวยงเป็นต้องถูกใจ เพราะที่นี่มีเมนูเครื่องดื่มและของหวานมากมายให้เลือกสั่งแบบละลานตา แต่หากเลือกไม่ถูก เราขอแนะนำเมนูยอดนิยมที่มีส่วนผสมของวิปปิงครีมคุณภาพดี       ไม่ว่าจะเป็น Mix Fruit Custard Cake สปอนจ์เค้กเนื้อนุ่มสลับชั้นด้วยครีมสดแสนละมุน มาพร้อมผลไม้สดหลากชนิด อาทิ สตรอว์เบอร์รี กีวี พีช องุ่น และแก้วมังกร Mango Sticky Rice Tart ความอร่อยลงตัวของข้าวเหนียวมูลกะทิ มูสมะม่วงน้ำดอกไม้ และเนื้อมะม่วงสด และ Sea Salt Caramel Cheesecake รสชาติเค็มนิดๆ ของเกลือทะเลตัดกับความหวานของคาราเมลเคี่ยวสด เข้ากับเนื้อเค้กนุ่มละมุนและครีมชีสหอมมันได้เป็นอย่างดี      

ใครมีโอกาสมาเยือน “ไร่องุ่นมอนซูน แวลลีย์ หัวหิน” นอกจากไวน์และองุ่นเลิศรสจะห้ามพลาดชิมแล้ว ที่นี่ยังมีทีเด็ด(ความอร่อย)ให้ลิ้มลองซ่อนอยู่ นั่นคือ “The Sala Wine Bar and Bistro” ร้านอาหารหนึ่งเดียวที่ให้ความรู้สึกเหมือนศาลาไม้หลังใหญ่แสนสบาย ซึ่งพร้อมเสิร์ฟเมนูอร่อยสไตล์ฟิวชันที่ผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ของเชฟกิตติ Head Chef มากประสบการณ์ ความอร่อยของวัตถุดิบระดับคุณภาพ และความต้องการของเหล่านักชิมขาประจำได้อย่างลงตัว         จานเด่นที่เราชอบมากคือ Marinated Chicken Coconut Milk Salad ไก่ทอดสมุนไพรราดซอสเดรสซิงที่ทำจากน้ำกะทิและสมุนไพรให้กลิ่นอายแบบไทยๆ Roasted Red Mullet, King Prawn with Sea Weed Potatoes ปลากะพงแดงฟิลเลต์และกุ้งแม่น้ำทอด มาพร้อมมันบดผสมสาหร่ายวากาเมะสไตล์ญี่ปุ่น ราดลอบสเตอร์ซอสที่ผสมเครื่องต้มยำอย่างข่า ตะไคร้ และใบมะกรูด       ส่วนคอไวน์ต้องลอง Cocoa Lamb Chop ‘Kao Pao’ ขาแกะออสเตรเลียราดซอสกะเพราใส่ผงโกโก้ที่แปลกใหม่แต่ลงตัว เสิร์ฟพร้อมมันซอร์เตและลูกเกดหมักวิเนการ์ ที่เหมาะกินคู่ Monsoon Valley Cuvee de Siam Rouge ไวน์แดงบอดี้แน่น รสฝาดนิดๆ และ Lobster with Frozen Red Curry ลอบสเตอร์ย่างเนย เสิร์ฟพร้อมพริกแกงแดงในรูปแบบไอศกรีมสุดเก๋ เชฟแนะนำให้กินคู่ Monsoon Valley White Shiraz – Rose Wine ไวน์โรเซ่สีชมพูสดใสหอมหวานสดชื่น       อย่าลืมจบมื้อด้วย Cheesecake in Chocolate Cup ความอร่อยลงตัวของซอฟต์ชีสเค้ก ครีมชีส ไอศกรีมและซอสเสาวรสในถ้วยรูปไข่ทำจากช็อกโกแลต ล้อมรอบด้วยซอสสตรอว์เบอร์รี ที่สำคัญเมนูนี้ไม่มีไข่เป็นส่วนผสม     ไม่ว่าจะสายมังสวิรัติหรือสายกลูเต็นฟรีก็อร่อยได้แบบไร้กังวล

ไม่เพียงแค่ความอร่อยของเมนูอาหารนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน ยูโรเปียน และซีฟู้ดที่มีให้เลือกชิมกันละลานตาทั้งแบบบุฟเฟต์และอาลาคาร์ต แต่โซนของหวานและเบเกอรีของห้องอาหาร “Elements” และ “Deli Coffee Shop” โรงแรมพูลแมน ภูเก็ต อาร์คาเดีย หาดในทอน ที่ดูแลโดย “เชฟกิตติศักดิ์” Pastry Chef มากฝีมือยังโดนใจเหล่าเบเกอรีเลิฟเวอร์อีกด้วย       เมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมที่มาแล้วต้องชิมคือ Croissants สไตล์ฝรั่งเศส เนื้อเบาฟู กรอบนอกนุ่มใน ที่ใช้เนยคุณภาพดีให้ความหอมมันกลมกล่อม         หากใครชอบของหวานแบบ Plated Desserts เราแนะนำ Chocolate Mousse เข้มข้น ไม่หวานมาก Panna Cotta เนื้อเนียนละมุนลิ้น และ Crème Brulee หวานมันกำลังดี ที่ทุกเมนูมีส่วนผสมของวิปปิงครีมหอมมันที่ทำเอาเรากินเพลินจนหมดแบบไม่รู้ตัว       สนับสนุนผลิตภัณฑ์โดย

ขอยกให้เป็นคาเฟ่น่านั่งขวัญใจนักชิมสำหรับ “Land Dear Café & Bistro” ใจกลางเมืองระยองที่พร้อมให้เราอร่อยกับหลากหลายเมนูเด็ดสไตล์ฟิวชันที่ผสมผสานอาหารไทยและยูโรเปียนได้อย่างลงตัว รวมทั้งของหวานและเครื่องดื่มนานาชนิดในบรรยากาศเก๋ไก๋ แต่อบอุ่นสบายตา ประดับประดาไปด้วยกวางเรนเดียร์สุดน่ารักสัญลักษณ์ของร้าน       ใครอยากอิ่มแบบครบจบในมื้อเดียว เราแนะนำให้เริ่มด้วย Spaghetti Carbonara ทีเด็ดอยู่ที่ซอสครีมทำจากไข่แดงผสมคุกกิงครีมจนเข้มข้นหอมมัน โรยเบคอนกรอบและชีสพาร์เมซาน ต่อด้วย Hokkaido Pancake แพนเค้กเนื้อนุ่มหอมเนยละลายในปาก ราดซอสวานิลลาหอมหวาน มาพร้อมวิปครีมและไอศกรีมวานิลลาโฮมเมด       แล้วอย่าลืมสั่ง Strawberry Cheesecake สตรอว์เบอร์รีสดปั่นกับนมและวิปครีมคุณภาพดี เพิ่มรสชาติด้วยซอสสตรอว์เบอร์รีเข้มข้น หรือ Nutella Milkshake นูเทลลาปั่นกับนม ไอศกรีมวานิลลา และวิปปิงครีมหอมมัน ท็อปด้วยช็อกโกแลตแท่งและกล้วยหอมมาปิดท้ายเป็นอันสมบูรณ์แบบ       สนับสนุนผลิตภัณฑ์โดย

“Bubbles Restaurant” ห้องอาหารนานาชาติบรรยากาศร่วมสมัยนั่งสบายแห่งแกรนด์ เมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูอร่อยไม่เหมือนใคร โดยผสมผสานกลิ่นอายของอาหารเมดิเตอร์เรเนียน ยูโรเปียน เอเชียน ไทย และอาหารท้องถิ่นบนเกาะภูเก็ตได้อย่างลงตัว โดยมีโซนที่นั่งทั้งภายในห้องปรับอากาศและด้านนอกริมสระว่ายน้ำให้เลือกผ่อนคลายกันได้อย่างเพลิดเพลิน       ใครชอบเมนูกินเล่นเบาๆ เราแนะนำเมนูทาปาสเพื่อสุขภาพอย่าง Avocado Bruschetta อะโวคาโดสดผสมมะเขือเทศซัลซ่าและมะม่วงสด วางบนขนมปังอบเนยหอมมัน หรือจะอิ่มกำลังดีกับ Tagliatelle Prawns พาสต้าเส้นแบนเหนียวนุ่มผัดกับกุ้งลายเสือ เห็ด ผักโขม น้ำมันเห็ดทรัพเฟิล และครีมชีสพาร์เมซาน       ส่วนคนรักพิซซาต้องลอง Carbonara Pizza พิซซาคาโบนาราสูตรพิเศษที่ใส่หอมหัวใหญ่ พริกดอง และผักชีให้มีรสสัมผัสแบบไทยๆ พร้อมเพิ่มความอร่อยด้วยครีมและชีสคุณภาพดีเข้มข้นหอมมัน       สนับสนุนผลิตภัณฑ์โดย

“Fusion One” ร้านอาหารสุดเก๋สไตล์ชิโน-โปรตุกีสน้องใหม่ในสนามบินภูเก็ตที่ เชฟเมย์ - พัทธนันท์ ธงทอง สุดยอดเชฟรุ่นใหม่จากรายการ Top Chef Thailand ตั้งใจให้เป็นสถานที่ฝากท้องของเหล่าผู้โดยสารที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ด้วยการนำเสนอเมนูกินง่าย แต่มีเอกลักษณ์และผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันในสไตล์ Signature Comfort Food ที่ผสมผสานรสชาติแบบไทยและตะวันตกได้อย่างลงตัว     เมนูซิกเนเจอร์ที่เชฟบอกว่าห้ามพลาดคือ Phuketian Pulled Pork Brioche Panini with Coleslaw ขนมปังบริยอชหอมเนยกระเทียมสอดไส้หมูฮ้องฉีกฝอย ชีสมอสซาเรลลาผสมชีสเชดดา และผักออร์แกนิกสด เรียกว่าเป็นจานเด่นที่หยิบอาหารท้องถิ่นของภูเก็ตมาสร้างสรรค์ใหม่ได้อย่างลงตัว แต่หากอยากหนักท้องเพิ่มอีกนิด เชฟแนะนำ Chicken Spinach Alfredo Pasta ทีเด็ดอยู่ที่ซอสครีมทำจากคุกกิงครีมและชีสพาร์เมซานหอมมัน กินคู่อกไก่ซูวีดและผักโขมผัด       แล้วอย่าลืมเพิ่มความสดชื่นด้วย Tiramisu Drink ที่ดัดแปลงของหวานอย่างทิรามิสุให้กลายเป็นเครื่องดื่มสุดเก๋ด้วยการนำเอสเปรสโซร้อนๆ ท็อปด้วยวิปปิงครีมผสมชีสมาสคาโปน เสิร์ฟคู่คุกกี้เลดี้ฟิงเกอร์     สนับสนุนผลิตภัณฑ์โดย

ออกตัวว่าเป็นเชฟภูธร แต่พอดูเบื้องหลังของเชฟภูธรชื่อออตโต้-ประภาศน์ ปาณะวีระ คนนี้แล้วต้องบอกว่าไม่ธรรมดา เพราะเบื้องหลังที่ว่าก็คือผนังด้านหลังเชฟนี่แหละที่เต็มไปด้วยประกาศนียบัตร ไล่สายตาไปเรื่อยๆ บนเคาน์เตอร์ยังเรียงรายไปด้วยถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จจากการแข่งขันปรุงอาหารเวทีต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดกับรางวัล 1 เหรียญเงินและ 1 เหรียญทองแดงจากรายการ Food & Hotel Asia 2018 ที่สิงคโปร์ รางวัลการันตีเยอะขนาดนี้ต้องขอชิมฝีมือกันหน่อยล่ะ         ในร้าน Crazy Bee สีสันก็จะสดใสๆ เข้ากับบรรยากาศใสๆ สบายๆ ของสวนผึ้ง ซึ่งเชฟออตโต้ลงมือออกแบบทั้งหมด รวมถึงพ่วงหน้าที่อื่นๆ ในร้านทั้งจ่ายตลาด ปรุงอาหาร เสิร์ฟ ต้อนรับลูกค้า และล้างจาน แม้จะทำคนเดียวแต่เชฟรับมือได้สบาย ลูกค้าสั่งเยอะแค่ไหนก็จำได้หมดไม่ต้องจดลงกระดาษ แถมเสร็จอย่างรวดเร็วลูกค้าไม่ต้องหิ้วท้องรอนาน        วัตถุดิบส่วนใหญ่ซื้อในท้องถิ่นช่วยอุดหนุนทั้งเกษตรกรไทยและลูกค้าที่ไม่ต้องจ่ายแพงก็ได้กินของอร่อยเทียบเท่าวัตถุดิบจากต่างประเทศ อาทิ สเต็กไก่แรปเปอร์ เมนูที่เชฟครีเอตขึ้นมาเพื่อการแข่งขันและคว้ารางวัลมาแล้ว ตรงกลางเป็นไส้อั่วพันด้วยสะโพกไก่และเบคอน ผสมผสานรสชาติแบบไทยๆ ในสไตล์ตะวันตกได้อย่างเข้มข้นถึงเครื่อง     สเต็กหมูไฮเอนด์ จานใหญ่อู้ฟู่ประกอบด้วยหมูชิ้นหนานุ่ม ท็อปด้วยไข่ดาวราดชีส ฉ่ำซอสบาร์บีคิวสูตรเด็ดของเชฟและยังใช้เป็นซอสหลักประจำร้าน อร่อยจนลูกค้าต้องขอซื้อกลับบ้าน     สปาเก็ตตีผัดแห้ง สปาเก็ตตีเส้นเหนียวนุ่มไร้ความมันส่วนเกิน เสริมโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ได้แก่ กุ้ง ไข่กุ้ง แฮม ไส้กรอก ปรุงรสเค็มมันได้ความกลมกล่อมแบบพอดีๆ     ใครแพลนเที่ยวสวนผึ้ง อย่าลืมปักหมุดร้านสเต็กอร่อยต้องกิน Crazy Bee ไว้ในแพลนด้วยล่ะ

“Sleepcat Café” ร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ตกแต่งแบบวินเทจลอฟต์ที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านคันทรีปาร์คแห่งนี้ชวนให้เราอยากหลบหลีกความคึกคักวุ่นวายของชายหาดบางแสนมานั่งชิลในบรรยากาศร่มรื่นแสนสบายที่มีกลิ่นอายของบ้านในแถบยุโรป พร้อมจิบกาแฟและละเลียดความอร่อยของอาหารสไตล์ยูโรเปียนฟิวชันที่เจ้าของร้านปรุงอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน       โดยเฉพาะคนรักชีสเป็นต้องถูกใจ เพราะเมนูเด่นของที่นี่คือ Pizza Lava Cheese พิซซาราดชีสลาวาร้อนๆ ที่ผสมผสานชีสมอสซาเรลลาและเชดดาจนกลมกล่อมหอมมัน เบิร์นไฟให้เกรียมนิดๆ โรยชีสพาร์เมซานเพิ่มความเข้มข้นอีกชั้น ส่วนอีกเมนูขายดีอย่าง Cheese J Pumpkin Baked เนื้อฟักทองนึ่งคลุกเคล้าชีสมอสซาเรลลา วิปปิงครีม และเบคอนหั่นชิ้นเล็ก ใส่ในฟักทองลูกโตแล้วอบจนได้ที่ โรยเบคอนกรอบพร้อมตอกไข่แดงเพิ่มความอร่อยก็พลาดไม่ได้เช่นกัน       หากกลัวหนักท้องเกินไป ลองสั่ง Carb Carbonara Bake เส้นสปาเกตตีคลุกเคล้าไวท์ซอสทำจากวิปครีมคุณภาพดี ใส่เนื้อปูนึ่งที่เบิร์นไฟเล็กน้อยเพิ่มกลิ่นหอม แล้วนำไปอบชีสมอสซาเรลลาหอมมัน หรือ Puff Cheese Seafood Green Curry แผ่นแป้งตอร์ติญาสอดไส้ชีสมอสซาเรลลาผสมวิปปิงครีมและพริกแกงเขียวหวานเข้มข้น อัดแน่นด้วยซีฟู้ดนานาชนิด ทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์ ก็ตอบโจทย์เหล่าชีสเลิฟเวอร์ไม่แพ้กัน       สนับสนุนผลิตภัณฑ์โดย

ต้องบอกว่า Dawn Til Dusk ห้องอาหารหลักของโรงแรม The Sis Kata Phuket เกิดขึ้นจากประสบการณ์เรื่องอาหารการกินของ 3 สาวพี่น้องตระกูลภัทรวรณี ซึ่งแม้จะเคยเดินทางไปในหลายประเทศแต่ก็ยังหลงรักเสน่ห์อาหารแบบภูเก็ต เมนูของที่นี่จึงเน้นการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาประยุกต์ใหม่ให้เก๋ขึ้น แต่ยังคงรสชาติแบบเข้มข้นถึงเครื่องเอาไว้     เชฟสนธยา เชฟใหญ่ประจำห้องอาหารเล่าถึงเคล็ดลับของแต่ละเมนูว่าอยู่ที่น้ำช้อ (ทำจากพริกแห้งตำใส่เกลือ น้ำมะขาม น้ำตาล เคี่ยวจนกลายเป็นซอสรสกลมกล่อม) ซึ่งนำมาใช้เป็นวัตถุดิบลับในหลายเมนู อาทิ ข้าวพองหมูฮ้อง ข้าวพองทอดกรอบ วางหมูฮ้องของขึ้นชื่อของภูเก็ตบนหน้าข้าวพอง เชฟใช้หมูสามชั้นหมักข้ามคืนแล้วตุ๋น ราดซอสน้ำช้อ เรียกน้ำย่อยได้ดีเชียว     จานต่อมา ปลาทอดเครื่อง จานนี้ชิมแล้วชอบมาก เพราะเชฟทำได้ถึงรสถึงชาติ ปลาแซลมอนชิ้นโตคลุกเครื่องแกงรสเผ็ดร้อนให้ทั่วแล้วทอดไฟอ่อน หนังปลากรอบ เนื้อปลาไม่แห้งเกิน เข้ากับเครื่องแกงเผ็ดร้อนสไตล์แดนใต้ได้ดี ส่วนแฟนซาชิมิแนะนำซาชิมิหอยเชลล์เสิร์ฟบนเกลือหิมาลายัน นอกจากจะพรีเซนต์ได้เก๋แล้ว หอยเชลล์ยังตัวโตเต็มคำ สด ฉ่ำ และหวาน ราดด้วยน้ำช้ออีกเล็กน้อย       จบของคาวต่อด้วยของหวานท้องถิ่น ขนมอาโปง (หรืออาโป้ง) เพิ่มความนุ่มนวลด้วยไส้ครีมวานิลลา หรือจะลองกล้วยทอด (ข้าวเม่า) อร่อยที่มะพร้าวอบแห้งซึ่งเชฟวางไว้ด้านหน้า กินคู่กับซอสลูกตาลโฮมเมดและไอศกรีมมะพร้าว   แกงปูหมี่หุ้น   ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว

Big Fish กลายเป็นซิกเนเจอร์ของห้องอาหารริมทะเลในแบรนด์แมริออทไปแล้ว เราเคยได้ชิมที่หัวหินมาแล้ว แต่ต้องบอกว่ามันมีความเหมือนและต่างกัน สิ่งที่เหมือนกันดูจะเป็นเรื่องของบรรยากาศริมทะเล แต่ที่แตกต่างกันน่าจะเป็นการรวมเอาบาร์เครื่องดื่มเข้ามาด้วย ซึ่งดีและเข้ากับบรรยากาศริมทะเล       บิ๊กฟิชเปิดรับลมทะเลจากทุกทิศทาง จึงเหมาะกับทั้งการนั่งดื่มและกินอาหารตลอดทั้งวัน ส่วนเมนูอาหารยังคงเป็นซีฟู้ดและสเต๊ก โดยเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นภูเก็ต ปลาและอาหารทะเลก็รับซื้อจากชาวประมงโดยตรง รับรองว่าสดจากทะเลแน่นอน     เราแนะนำให้สั่งอาหารกินเล่นก่อน Crab Cake with Cucumber Salad เค้กเนื้อปูที่อาจจะไม่ได้ดูแปลก แต่มาพร้อมสลัดแตงกวาและน้ำจิ้มที่กินแล้วก็คล้ายน้ำจิ้มทอดมัน ตามด้วย Grilled Pumpkin & Mango with Romaine, Cashew Nuts, Tomato and Honey Mustard Dressing สลัดผักสดกรอบที่มีไฮไลต์อยู่ที่ฟักทองย่างเพิ่มความหอมหวานเข้ากับเดรสซิง     ส่วนอาหารจานอื่นๆ แนะนำ Spaghetti with Seafood, Chili and Tomato Sauce สปาเกตตีผัดซอสมะเขือเทศที่ใส่พริกเข้าไปเพิ่มรสจัดจ้านกับอาหารทะเลสดอร่อย Baked Sea Bass Fillet Marinated with Thai Herbs Wrapped in Banana Leaf ปลากะพงหมักสมุนไพรห่อใบตองแล้วย่าง เนื้อปลาออกมาหวานหอมสมุนไพร       ปิดท้ายด้วย Duck Confit with Caramelized Apple and Rocket Leaves เป็ดกงฟีที่ผิวนอกกรอบ เนื้อในฉ่ำ กินกับแอปเปิลย่างที่ออกเปรี้ยวหวาน  

A Dessert Moments นับเป็นอีกหนึ่งร้านที่กลับมาสร้างสรรค์บ้านเกิดเมืองภูเก็ตให้มีชีวิตชีวาโดยคุณตุ๊ดตู่-วันรวี เต็มไตรเพท และ คุณสอง-อาทิตยา เต็มไตรเพท สองสาวที่ย้ายตามคุณแม่กลับมายังบ้านเกิด ทั้งคู่เลือกเอาถนนสายหลักเป็นที่ตั้งร้านแล้วปรับโฉมบ้านเก่าแบบชิโนโปรตุกีสให้กลายเป็น Seaside Café ขึ้นกลางเมืองภูเก็ต เนื่องจากใครมาภูเก็ตก็มักจะนึกถึงทะเลเป็นอันดับแรก และพวกเธอก็เสียดายความสวยงามของบ้านเก่า      ที่นี่ต้อนรับเราด้วยชิงช้าไม้และสีสันสดใสบริเวณหน้าร้านเพื่อสื่อความสดชื่นของท้องทะเล ส่วนด้านในเน้นโทนสีขาว ฟ้า และน้ำเงิน ที่ล้อไปกับอวนจับปลาที่ขึงไว้เด่นบนเพดาน รวมถึงของตกแต่งที่สื่อความเป็นทะเล นอกจากนี้ยังมีมุมหนึ่งขายของที่ระลึกของร้านซึ่งเข้ากันได้ดีกับคอนเซ็ปต์     จุดเด่นของร้านอยู่ที่ไอศกรีมแบบไอซ์เชฟ (Ice Shaved) ซึ่งให้เนื้อไอศกรีมที่นุ่มนวล เย็นฉ่ำ และละลายช้า มีทั้งหมด 9 รสชาติ ได้แก่ ชาไทย นมเย็น กล้วย ซูเปอร์นม ช็อกโกแลต เสาวรส ชาเขียว มะม่วง และโยเกิร์ต เมนูไอศกรีมของร้านยังตั้งชื่อตามท้องทะเลและหมู่เกาะยิ่งชี้ชวนให้อยากกินขึ้นไปอีก Melon Miami ไอซ์เชฟรสซูเปอร์นมรสหวานเย็นฉ่ำที่มาพร้อมเมลอนฉ่ำหวานและกรุบกรอบด้วยอัลมอนด์     Mango Maldives ไอซ์เชฟรสมะม่วง มะม่วงสุกและซอสมะม่วงให้รสชาติแบบมะม้วงมะม่วง     แต่มาภูเก็ตเราไม่อยากให้พลาด Phuket Passion ไอซ์เชฟรสเสาวรส มาในผลสับปะรดภูเก็ตและซอสเสาวรส      เร็วๆนี้ทางร้านยังได้เตรียมทำไอซ์เชฟรสทุเรียน ราดซอสแบบข้าวเหนียวทุเรียน เสิร์ฟมาในผลทุเรียนแฟนๆ ทุเรียนน่าจะชอบกัน ไม่เพียงเฉพาะไอศกรีมเย็นฉ่ำที่นี่ยังมี A Bread Cliff ที่พอจะสู้กับไอศกรีมของร้านได้อย่างสูสี ขนมปังก้อนสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเนื้อนุ่มพอดีคำฉ่ำด้วยเนย กินกับไอศกรีมวานิลลา น้ำผึ้ง และวิปครีม   

น้อยคนนักที่รับรู้ว่าจังหวัดภูเก็ตมีทั้งโรงคั่วกาแฟและแหล่งปลูกกาแฟโรบัสตาเนื่องจากการเติบโตของธุรกิจท่องเที่ยวทำให้แหล่งปลูกกาแฟหายไปและย้ายไปยังแหล่งปลูกที่ดีกว่าอย่างชุมพรและระนอง เหลือไว้เพียงโรงคั่วระดับตำนาน Hock Hoe Lee ที่ยืนหยัดอย่างยาวนานกว่า 60 ปี แถมต่อยอดด้วยคาเฟ่สมัยใหม่ใกล้หาดราไวย์     ฮกโหหลี เริ่มต้นในสมัยคุณปู่นำเข้าเมล็ดกาแฟมาจากเกาะปีนังและคั่วกาแฟแบบกาแฟโบราณ ตามด้วยคุณพ่อสมบูรณ์ ตันพัชรพิสุทธิ์ มาสานต่อดูแลโรงคั่วในตัวเมือง ก่อนที่รุ่นที่สาม คุณจุฑามาศตันพัชรพิสุทธิ์ และคุณเรืองฤทธิ์ เพชรวรกุล จะขยายมาเปิดคาเฟ่ จึงเริ่มใช้เมล็ดกาแฟอะราบิกาเพื่อสร้างรสชาติให้กาแฟเอสเปรสโซและเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อยากดื่มกาแฟของบ้านเรา คุณเรืองฤทธิ์จึงเริ่มคั่วเมล็ดกาแฟแบบสมัยใหม่ด้วยตัวเองโดยใช้ทั้งกาแฟอะราบิกาและโรบัสตาจากแหล่งปลูกในประเทศ อาทิ ดอยช้าง ดอยสะเก็ด อมก๋อย ระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร      ตอนนี้ที่นี่จึงมีกาแฟ 2 เบลนด์และ 2 แหล่งปลูก ถุงสีเทาเป็นเมล็ดกาแฟดอยสะเก็ดผสมโรบัสตา ถุงสีดำเป็นเมล็ดกาแฟดอยช้างผสมดอยสะเก็ดและโรบัสตา ถุงสีทองเป็นกาแฟดอยช้างล้วน และเมล็ดกาแฟออร์แกนิกจากอมก๋อย ทั้งหมดคั่วเข้มแต่ไม่ถึงกับเข้มมากแบบกาแฟโบราณ นอกจากใช้ในร้านแล้วกาแฟของร้านยังถูกส่งไปตามโรงแรมในภูเก็ตด้วย   กาแฟแก้วเด่น Long Black กดเอสเปรสโซดับเบิ้ลช็อตลงบนน้ำร้อน ซึ่งให้ครีมม่าที่สวยงามและรสชาติก็ออกมาดี Coffee Drip ก็มีเช่นกัน โดยทางร้านผลิตบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการดริปเย็นออกมา เก๋มาก     และล่าสุด Cold Brew ที่ผ่านการแช่กาแฟมานานกว่า 18 ชั่วโมง ให้ความเข้มข้นและกลิ่นรสที่ชัดเจน ดื่มแบบใส่นมหรือเติมไซรัปก็ได้ แต่เราแนะนำว่ากาแฟดำรสดีที่สุด     นอกจากกาแฟแล้วยังเลือกเอา ชา A1 สินค้าขายดีของฮกโหหลีในเมืองมาใช้ที่นี่ เป็นชาซีลอนผสมชาไทยและชามาเล ชงด้วยเฟรนช์เพรส หอมอร่อยดี รวมถึงเครื่องดื่มโคลด์เพรส Sun Beach Cold Pressed Juice ที่คุณจุฑามาศทำเองจึงมีให้ดื่มที่นี่ที่เดียวในภูเก็ต

เรียกว่าเราไปส่งท้ายกับ OOY Street Kitchen ก่อนย้ายและขยายร้านใหม่ให้ใหญ่โตขึ้น ซึ่งย้ายไปไม่ไกลอยู่ติดกันกับร้านเดิมนี่เอง ความน่าสนใจของร้านนี้อยู่ที่สตรีทฟู้ดจากหลากหลายชาติในราคาสบายกระเป๋า   เชฟออย-รฐพล สุขุม อดีตสถาปนิกหนุ่มที่ค้นพบตัวตนหลังจากไปใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลีย หลังจากร่ำเรียนและทำอาหารนานกว่า 5 ปี เมื่อกลับมายังบ้านเกิดจึงเบนเข็มสู่เส้นทางสายอาหาร เขาลงทะเบียนเรียนอย่างจริงจังที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต ก่อนย้ายมาเปิดร้านที่บ้านเกิดแฟนสาว คุณเต็มใจ ลิ่มสกุล ในเมืองภูเก็ต แน่นอนว่าในฐานะสถาปนิกเก่าเชฟออยจึงดีไซน์ร้านออกมาในรูปของครัวเปิดโทนสีเหลืองที่เร่งเร้าความอยากอาหาร รวมถึงเปิดโอกาสให้ได้พูดคุยกับลูกค้า สำหรับร้านใหม่เตรียมเพิ่มสตูดิโอสอนทำอาหารสำหรับเด็กๆ ในวันเสาร์และอาทิตย์เอาไว้ด้วย     อาหารของเชฟออยเน้นความเป็นอาหารฝรั่งแบบโฮมคุกกิงและคอมฟอร์ตฟู้ดที่มีกลิ่นอายของอาหารสไตล์เจมี่ โอลิเวอร์ เชฟออยลงมือทำซอสและขนมปังด้วยตัวเองแบบวันต่อวัน จนกลายเป็นอาหารจานเด่นประจำร้าน OYY Salad สลัดผักกรีนโอ๊ก เรดโอ๊ก ใส่ชีสเพโครีโนที่กลิ่นแรงหน่อยและไส้กรอก ราดด้วยน้ำสลัดใสที่ผสมจากวินีการ์แช่หัวหอมและพริกไทย รสชาติคล้ายกับอาจาดที่ไม่เปรี้ยวแหลมแต่ออกหวานนำ      ขนมปังอบโฮมเมดของเชฟออยมี 2 แบบ ขาวและดำ แต่ขนมปังดำได้รับความนิยมมากกว่ากับเมนู Dark Vader เลือกได้ว่าชอบเนื้อหมูหรือเนื้อวัว เชฟทอดเนื้อวัวแบบสเต๊กใช้น้ำมันเดือดๆ ราดลงบนชิ้นเนื้อจนได้ระดับความสุกที่ต้องการ แล้วตบท้ายด้วยเนยและใบไทม์เพิ่มกลิ่นหอมอร่อย แถมเนื้อในยังฉ่ำ กินกับสับปะรด ชีสเชดดาร์ และซอสบาร์บีคิวโฮมเมด โดยเฉพาะขนมปังนุ่มอร่อยมาก     พาสตาก็เป็นอีกจานเด่น Chicken Parmesan เส้นสปาเกตตีผัดซอสมะเขือเทศที่เคี่ยวเอง โปะด้วยไก่ชุบเกล็ดขนมปังทอดกับเนยจากนั้นโรยชีสแล้วอบอีกครั้ง ไม่ว่าจะสปาเกตตีผัดง่ายๆ หรือไก่ทอดก็อร่อยเด็ด     ในอนาคตร้านแห่งใหม่ก็จะเพิ่มสตรีทฟู้ดจากทั่วโลกโดยปรับเป็นสูตรแบบเชฟออย รวมถึงเครื่องดื่มและของหวานที่จะมีมากยิ่งขึ้น